ตอนที่ 196 สามกระบี่ตระหนักถึงจุดตาย
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
ราชามอนสเตอร์แม้จะมีร่างกายใหญ่โตแต่ทั่วทั้งร่างก็มีวังวนที่ผสานเข้ากับสายลม แทบจะเรียกได้ว่าร่างกายของมันคือลูกรักของสายลม ดังนั้นมันจึงเคลื่อนไหวได้รวดเร็วอย่างมาก
การหนีของมันสามารถทิ้งห่างสองเวเนเตอร์แรงค์ SSS ได้อย่างสบายๆ
แต่กลับไม่ใช่เด็กหนุ่มผมสีเงินคนนี้
เฟิร์สไม่ได้ทุ่มเทกำลังมากนัก แต่ด้วยท่าร่างละอองแสงจันทร์ของเขาทำให้ร่างกายเคลื่อนที่ไม่ต่างไปจากการเทเลพอร์ตหายวับไป
ก้าวเพียงไม่กี่ก้าวก็มาปรากฏเทียบเคียงราชามอนสเตอร์ตัวนั้นได้แล้ว
“คิดว่าจะหนีฉันพ้นอย่างนั้นหรอ?” เฟิร์สเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เยียบเย็น
ในวินาทีหนึ่งราชามอนสเตอร์รู้สึกว่าตนเองได้หลุดพ้นไปจากการโจมตีทางวิญญาณทำให้ร่างกายกลับมามีพลังรบเต็มเปี่ยมเช่นเดียวกัน จากการคาดเดาคิดว่ามันคงหนีพ้นออกจากระยะของเด็กหนุ่มผมสีเงินคนนี้
แต่ไม่คาดว่าเด็กหนุ่มผมสีเงินจะมีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วยิ่ง ไม่นานวิญญาณของมันก็ต้องเผชิญกับการฉุดรั้งอีกครั้ง จึงทำให้ต้องแบ่งพลังรบไปถึงสามส่วนเพื่อต่อต้าน
ยิ่งเวลานี้เด็กหนุ่มมาบินเทียบเคียงมัน จึงทำให้เพลิงโทสะระเบิดขึ้น
เป็นแค่ตัวตนที่มีดีเรื่องโจมตีทางวิญญาณเท่านั้นกล้ามาไล่จับอย่างนั้นหรอ!
ราชามอนสเตอร์โมโหเป็นอย่างมาก มันใช้กรงเล็บที่เต็มไปด้วยคมเขี้ยวของสายลมตวัดไปที่ร่างของเด็กหนุ่มผมสีเงินทันที
สวบ!
กรงเล็บของราชามอนสเตอร์นั้นรวดเร็วมาก ความเร็วของมันทำให้แม้แต่บัญชาเมฆที่มีสเต็ปเท้าที่รวดเร็ว หลายครั้งเขาก็ยังพลาดท่าให้กับกรงเล็บนี้
แต่ตัวตนข้างหน้านี้ถนัดทางด้านโจมตีวิญญาณเท่านั้น กล้าดียังไงถึงได้เข้าประชิดใกล้ตัวมัน
กรงเล็บเพชรฆาตตวัดไปที่ร่างของเด็กหนุ่มในทันที
แต่ทว่า ...
วูบบบบบบ
ไม่เพียงเด็กหนุ่มจะไม่ต่อต้านเท่านั้น แต่เขายังปล่อยให้กรงเล็บตวัดเข้าไปที่ร่างตามอำเภอใจ
ไม่ป้องกัน ไม่หลบหลีกเลยแม้แต่น้อย
ผลลัพธ์ของมันก็คือ ... ร่างของเด็กหนุ่มกลับถูกกรงเล็บกวาดผ่านเหมือนดั่งเปลวไฟสีเงินที่วูบไหว
กรงเล็บนั้นคล้ายกับโจมตีไปที่เปลวไฟ นอกจากไม่มีตัวตนที่แน่นอนแล้วมันยังส่งพลังความร้อนเผาไหม้กรงเล็บนั้นด้วย
นี่คือ “กายาวิญญาณอัคคี”
ร่างกายที่มีความล้ำเลิศทางด้านการป้องกันทางกายภาพ กรงเล็บของราชามอนสเตอร์ไม่ได้ใส่พลังสปีริตเข้าไป แต่มันโจมตีด้วยพลังกายภาพล้วน จึงทำให้การโจมตีเหมือนกับวาดผ่านเปลวไฟ ไม่เพียงการป้องกันกายภาพที่ล้ำเลิศ แต่กายานี้ยังแฝงไปด้วยพลังทำลายล้างแห่งไฟตอบโต้โจมตีไปด้วย
กรรจ์!
ราชามอนสเตอร์กรีดร้องคำราม เมื่อเปลวไฟสีเงินลุกท่วมกรงเล็บของมันและเผาไหม้อย่างเจ็บปวด
แม้ราชามอนสเตอร์จะไม่สามารถพูดภาษาเดียวกันได้ แต่ในดวงตาเผยตัวอักษรว่าอันตรายเมื่อมองไปที่เด็กหนุ่มผมสีเงิน
มันพยายามที่จะหลบหนีอีกครั้ง แม้ว่าเป้าหมายของมันจะอยู่อีกไกล กว่าจะถึงสถานที่ที่เป็นถิ่นของราชามอนสเตอร์อีกตัวหนึ่ง แต่ในตอนนี้มันไม่มีทางเลือกแล้ว เด็กหนุ่มตรงหน้านี้ไม่ใช่ตัวตนที่มันจะปะทะได้ นี่ยังไม่นับรวมอีกสองคนที่จะตามมาสมทบ หากรั้งต่อสู้อยู่ที่นี่ต่อไป มันจะต้องตายอย่างแน่นอน
ตามความคิดของมันเด็กหนุ่มผมสีเงินคนนี้น่ากลัวมาก ความสามารถของเด็กหนุ่มแทบจะไม่ต่างไปจากนางพญาของมันเลยแม้แต่น้อย
หนี!
มันต้องหนีเท่านั้น!
แต่ทว่าเด็กหนุ่มเหมือนล่วงรู้ความคิดของมัน เด็กหนุ่มไม่ได้ปล่อยให้มันหนีไปได้เป็นครั้งที่สอง เขาก้าวเท้าแล้วหายวับไปดักอยู่ด้านหน้า แขนขวาถูกยกขึ้นและแทงดัชนีออกไป
เจตจำนงกระบี่อันมหึมาปรากฏขึ้นพร้อมกับวิถีกระบี่ที่ยิ่งใหญ่
มันกลายเป็นคมกระบี่ที่ไร้ลวดลาย ดูธรรมดา แต่กลับมีขนาดใหญ่ที่น่าตื่นตะลึงพุ่งออกไป
ครืนนนนนนนน
ราชามอนสเตอร์คิดจะหลบหลีกก็หลีกไม่ได้แล้ว เพราะเฟิร์สได้ปรากฏตัวดักข้างหน้าอย่างกระทันหัน ด้วยแรงที่มันพุ่งออกไป จะต้องเผชิญหน้ากับกระบี่ยักษ์ที่พุ่งเข้ามา
เด็กหนุ่มไม่ได้ออกกระบี่เพียงแค่ดัชนีเดียว แต่เขาแทงดัชนีออกไปถึงสามครั้ง
สามดัชนีที่ยากที่จะตระหนักถึงเล็งไปที่จุดตายทั้งสามบนร่างราชามอนสเตอร์ทันที
ตูม! ตูม! ตูม!
แรงปะทะของกระบี่ยักษ์ทั้งสามกับร่างของราชามอนสเตอร์รุนแรงมาก
ยิ่งเป็นร่างราชามอนสเตอร์ที่พุ่งเข้าหากระบี่ยักษ์โดยตรงแล้ว พลานุภาพของมันยิ่งมากกว่าธรรมดา
ร่างอันมหึมาเกือบร้อยเมตรต้องหยุดชะงัก ผิวหนังชั้นแรกถูกทำลายในทันที
แต่ทว่าความร้ายกาจของสามกระบี่ยังไม่หมดเท่านั้น เพราะถึงแม้ทั้งสามจะดูเหมือนการออกกระบี่ธรรมดา แต่มันกลับแฝงไปด้วยการโจมตีทับซ้อนนับไม่ถ้วน
ตูม! ตูม! ตูม!
ตูม! ตูม! ตูม!
ตูม! ตูม! ตูม!
ในที่สุดร่างของราชามอนสเตอร์ก็ไม่สามารถทนรับการโจมตีนี้ได้ไหว
การโจมตีทับซ้อนของกระบี่ทั้งสามได้ทำลายทุกการป้องกัน แม้ว่าร่างกายของราชามอนสเตอร์จะสามารถฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว แต่มันก็ไม่ทันต่อการโจมตีของเด็กหนุ่มอยู่ดี
ตูมมมมมมมมมมม
ร่างมหึมาแตกสลายราวกับภูเขาที่พังทลาย
วิญญาณของราชามอนสเตอร์พุ่งเข้าสู่โลกเพลิงสีเงินในวิญญาณของเฟิร์สในแทบจะทันที
การกลืนกินวิญญาณนี้ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกอิ่มเอมเป็นอย่างมาก เพราะวิญญาณของราชามอนสเตอร์นั้นมีคุณภาพดีกว่าวิญญาณของมอนสเตอร์ทั่วไปหลายเท่า
เฟิร์สรู้สึกถึงการเติบโตของโลกเพลิงสีเงินถึงหนึ่งในพันส่วนเลยทีเดียว
ขณะที่ร่างของราชามอนสเตอร์แตกสลาย เฟิร์สก็คว้าเอาแกนสปีริตของมันออกมาเช่นกัน แกนสปีริตของราชามอนสเตอร์สีน้ำเงินทรงพลังกว่าแกนสปีริตธรรมดามาก
เวเนเตอร์แรงค์ SSS ทั้งสองมาถึงตอนที่เฟิร์สทำลายร่างของราชามอนสเตอร์พอดี
พวกเขามองไปที่เด็กหนุ่มผมสีเงินอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
“จบแล้วอย่างนั้นหรอ? เฟิร์สวันคุณฆ่าราชามอนสเตอร์ลงแล้ว?” บัญชาเมฆเอ่ยอย่างทึ่งๆ
เฟิร์สไม่ได้ตอบแต่เขาโยนแกนสปีริตในมือออกไป
แกนสปีริตก้อนนั้นลอยไปยังบัญชาเมฆ เขารับมันไว้อย่างแม่นยำ
“นี่สำหรับคุณ” เฟิร์สเอ่ยออกมาอย่างเรียบง่าย
“ทำไม? คุณเป็นคนฆ่าราชามอนสเตอร์ตัวนั้นด้วยตัวคนเดียว มันควรจะเป็นของคุณ” บัญชาเมฆเอ่ยแย้ง
“ผมว่ามันอยู่กับคุณน่าจะมีประโยชน์มากกว่า” เฟิร์สเอ่ย
ความจริงแล้วเฟิร์สไม่ได้ต้องการแกนสปีริตเลย เพราะในโลกเพลิงสีเงินเขาได้เก็บพลังสปีริตไว้จำนวนมหาศาล มันมากกว่าแกนสปีริตเหล่านี้ไม่รู้กี่เท่า หากเขาคิดจะบ่มเพาะพลังสปีริตไปให้ถึงดาราน้ำเงินเก้าแฉกก็สามารถทำได้
เพียงแต่เขาไม่ต้องการทำมันในเวลานี้เท่านั้น
หลังจากนี้เขายังมีเวลาอีกมากมายที่จะใช้อยู่กับครอบครัวและทุ่มเทให้กับการบ่มเพาะ
บัญชาเมฆนั้นเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทย เขาเป็นเวเนเตอร์ร้อยอันดับแรกของโลกที่มีชื่อเสียง หากมันเป็นของเขามันอาจจะมีประโยชน์มากกว่า
ด้านมหาเถรปัญโญมองดูเหตุการณ์นี้อย่างเงียบๆ เขามองหน้าเฟิร์สอยู่ครู่หนึ่งแล้วหันไปเอ่ยกับบัญชาเมฆว่า
“โยมบัญชาเมฆ เมื่อโยมเฟิร์สวันมอบแกนสปีริตนี้ให้โยมแล้วก็รับมันไปเถอะ”
มหาเถรเหมือนเข้าใจบางอย่าง
บัญชาเมฆแสดงสีหน้าลำบากใจ เขาไม่อาจปฏิเสธหัวใจตัวเองได้ว่าเขาเองก็ต้องการแกนสปีริตก้อนนี้เพื่อนำไปบ่มเพาะเช่นกัน แต่เขาไม่ได้มันมาด้วยตนเอง การจะรับของจากเด็กหนุ่มง่ายๆ มันจึงทำให้เขารู้สึกลำบากใจ
“อย่าคิดมากเลยครับ” เฟิร์สเอ่ย
“ขอบคุณมาก หากคุณมีเรื่องอะไรให้ผมช่วยสามารถบอกผมมาได้เลย” บัญชาเมฆให้คำมั่นกับเด็กหนุ่ม
“ถ้าอย่างนั้นในอนาคตผมจะไม่เกรงใจก็แล้วกัน” เฟิร์สเอ่ยอย่างยิ้มๆ ท่าทางของเขาดูสบายๆ เป็นอย่างมาก
“อ่อ ... ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่เขาต้องการบอกพวกคุณ” เฟิร์สกล่าวอีกครั้ง
“เชิญโยมว่ามาได้เลย”
“เรื่องภารกิจของอบิสแห่งนี้ ผมต้องการที่จะเป็นแนวหน้าสำรวจเพียงคนเดียว อย่างที่พวกคุณเห็นพลังของผมสามารถจัดการมอนสเตอร์ได้เป็นจำนวนมาก หรือหากเผชิญหน้ากับราชามอนสเตอร์ผมก็สามารถต่อสู้กับพวกมันได้หรือใช้ความเร็วที่เหนือกว่าหนีออกมาได้ ดังนั้นแล้วผมอยากจะให้พวกคุณรับกองกำลังของผมไป แล้วไล่เก็บตกมอนสเตอร์ที่เหลือ หรือร่างของมอนสเตอร์ที่มีแกนสปีริต” เฟิร์สเอ่ยอย่างนิ่งสงบ
“แล้วแกนสปีริตพวกนั้นพวกคุณสามารถเก็บเกี่ยวไปได้เลย หากพวกคุณเกรงใจค่อยมาแบ่งกันทีหลังก็ได้ อบิสแห่งนี้อันตรายเกินไปสำหรับกองกำลังที่พวกเราพามา ดังนั้นมันคงจะดีหากมีแรงค์ SSS คุ้มครอง พวกคุณว่าไหม?”
คำพูดทั้งหมดคือข้อเสนอของเด็กหนุ่ม