Silver Dust : Merlin

    ตอนที่ 143 ดินเบิร์ก

    ตอนที่ 143 ดินเบิร์ก
     
    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****


    เมอร์ลินยังโชคดีที่ต้องรับมือแค่คณบดีวิวเกอฟอร์ด ทว่าอีกด้านหนึ่งที่เมืองวินเซน ออสตินผู้เป็นพ่อกลับได้รับการติดต่อจากผู้คนมากมาย

    หลังจากที่ธีสิสของเมอร์ลินถูกตีพิมพ์เผยแพร่ออกไป ผู้คนที่เห็นนามสกุลพริสตันของประเทศออโรร่าก็ต่างหาข้อมูล

    แน่นอนว่าข้อมูลนี้หาได้ไม่ยาก ประวัติของเมอร์ลินถูกค้นพบอย่างรวดเร็ว ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนตกใจกับศักยภาพของเด็กอายุสิบเอ็ดขวบ แต่เหตุผลของสายเลือดพริสตันก็ทำให้พวกเขาหมดความสงสัย

    เหล่าบรรดานักเวทยาศาสตร์สนใจการย่อสูตรนี้ก็จริง แต่อย่างมากพวกเขาก็แค่นำสูตรเวทของเมอร์ลินไปต่อยอดในงานวิจัยของตนเองเท่านั้น

    แต่ผู้คนที่อยู่ในวงการศึกษานั้นต่างออกไป พวกเขาย่อมสนใจในตัวเด็กน้อย

    ยิ่งได้รู้ว่าเด็กน้อยเมอร์ลินพึ่งเข้าเรียนระดับปริญญาทองได้ไม่นาน ความกระตือรือร้นของพวกเขาก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น

    เมอร์ลินเป็นเพียงเด็กน้อยอายุสิบเอ็ดขวบเท่านั้น หลายคนย่อมคิดว่าเขาไม่มีความสามารถในการตัดสินใจด้วยตนเอง ทุกอย่างต้องเป็นไปตามผู้เป็นบิดาอย่างออสตินที่เป็นผู้ปกครอง หลายๆ ครอบครัวก็เป็นเช่นนี้

    ดังนั้นสิ่งที่พวกเขาต้องทำคือการติดต่อกับออสติน

    นั่นทำให้ช่วงนี้ออสตินจึงต้องตอบข้อความและต้อนรับแขกมากเป็นพิเศษ

    ถึงแม้เขาจะหมกมุ่นกับงานวิจัยของตนเองมากเพียงใด แต่ก็ไม่อาจละเลยหน้าที่ของพ่อได้

    คณบดีคณะรูนศาสตร์ มหาวิทยาลัยวินเซนติดต่อกับออสตินเป็นคนแรก

    ถึงแม้ว่าตอนนี้ออสตินจะไม่ได้สอนให้กับมหาวิทยาลัยแล้ว แต่ชื่อของเขาก็ยังคงเป็นศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยวินเซน

    ครั้งนี้ชายชราร่างอ้วนเตี้ยในชุดสูทสวมหมวกทรงสูงนั้นเดินทางมาที่นี่ด้วยตนเอง

    “โอ้ ดินเบิร์กไม่คิดว่าคุณจะมาหาผมที่นี่” ออสตินยกกาแฟขึ้นมาดื่มหลังจากที่มาท่านำมาเสิร์ฟที่ห้องทำงานของเขา

    แน่นอนว่าเธอขึ้นมาที่นี่เพื่อเสิร์ฟเครื่องดื่มให้กับแขกของออสตินแล้วออกจากห้องนี้ไป

    ทำให้ตอนนี้ออสตินจึงอยู่กับคณบดีดินเบิร์กเพียงแค่สองคนเท่านั้น

    นิ้วอ้วนกลมวางแก้วกาแฟลงบนจานรองด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็ลูบหนวดสีดำอันจุ่มจิ๋มของตนเองแล้วเอ่ย

    “ออสติน คุณก็น่าจะรู้ว่าผมมาที่นี่เพราะอะไร ครั้งก่อนคุณส่งลูกชายของคุณไปเรียนปริญญาทองที่เจเฮริสก็แล้วไปเถอะ แต่ในระดับปริญญาไดม่อนเขาควรจะมาเข้าเรียนมหาวิทยาลัยของพวกเรา แน่นอนว่าพวกเราจะให้ทุนการศึกษาเขาจนถึงปริญญาแพทตินั่ม การที่เขาได้อยู่กับคุณน่าจะเป็นประโยชน์กับเขามากกว่า คุณมีความคิดเห็นว่าอย่างไร?” ศาสตราจารย์ดินเบิร์กกล่าวด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้ม

    ออสตินสูดลมหายใจเข้าลึกและเอ่ย “ดินเบิร์กคุณเองก็รู้จักกับผมมานาน พวกเราเข้ารับเข็มกลัดที่อคาเดมีพร้อมกัน คุณคงเชื่อว่าผมไม่พูดโกหกกับคุณ ลูกชายของผม ผมให้อิสระกับเขามาก แม้คุณจะไม่ได้เจอเขา แต่เชื่อเถอะว่าเด็กอย่างเขามีความเป็นผู้ใหญ่มาก เขาเป็นคนอายุน้อยไม่กี่คนที่สามารถสนทนาเรื่องวิชาการกับผมได้ ดังนั้นผมจึงให้สิทธิ์ในการตัดสินใจกับเขาทุกอย่าง พวกเราสองพ่อลูกนั้นเชื่อใจกัน และผมก็เชื่อว่าการตัดสินใจของเขานั้นไม่ต่างไปจากผู้ใหญ่คนหนึ่ง”

    ดินเบิร์กเป็นมหาปราชญ์ที่ได้รับเข็มกลัดรุ่นเดียวกับออสติน เพียงแต่สถานะของผู้ชายคนนี้นั้นพิเศษมาก แม้จะเห็นว่ารูปร่างของเขาดูอ้วนเตี้ย แต่พลังเวทบ่มเพาะของเขากลับเข้าสู่วงเวทที่แปดแล้ว เขาเป็นอครมหาจอมเวทย์ไม่กี่คนที่เป็นมหาจอมเวทย์ด้วย ดังนั้นรูปลักษณ์ของเขาจึงดูอ่อนเยาว์กว่าออสตินเป็นพิเศษ

    กล่าวกันตามตรงดินเบิร์กเองก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ออสตินมาตั้งหอคอยเวทมนตร์ที่นี่ เขาเป็นสหายคนสนิทสำหรับออสตินเป็นเวลานาน และการที่ออสตินสามารถยกระดับวงเวทที่หกได้ส่วนหนึ่งก็เป็นความดีความชอบของเขาด้วย

    นั่นจึงทำให้ออสตินต้องพูดออกมาตามตรง แม้ว่าเขาจะพูดความจริงไม่หมดก็ตาม

    “เป็นอย่างนี้นี่เอง ถ้าอย่างนั้นการที่เขาเลือกเรียนปริญญาทองที่เจเฮรีสก็เป็นความต้องการของเขาเอง”

    “ใช่แล้ว เขาบอกกับฉันว่าเขาไม่ต้องการอยู่ใต้ร่มเงาของฉันที่นี่ วินเซนไม่ใช่ที่สำหรับเขาแต่เป็นที่สำหรับฉัน”

    ทันทีที่ออสตินพูดจบ บุรุษร่างอ้วนเตี้ยก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาทันที

    “ฮ่า ฮ่า ฮ่า สมกับเป็นพ่อลูกกันจริงๆ คุณเองก็ไม่อยากอยู่ใต้เงาของพริสตันถึงเลือกที่จะมาอยู่ที่นี่ ลูกชายของคุณก็ไม่อยากอยู่ใต้เงาของคุณเช่นกัน เขาจึงเลือกที่จะเรียนอยู่ในที่ห่างไกล”

    ดินเบิร์กยืนขึ้นแล้วจัดชุดสูดของเขาและเอ่ยต่อ

    “เอาล่ะ ดูเหมือนว่าฉันจะได้คำตอบแล้ว เมื่อลูกของคุณได้นิสัยของคุณไปเต็มๆ แบบนี้ การที่ผมพูดโน้มน้าวคุณไปก็คงเปล่าประโยชน์ ผมเองก็ภาวนาให้เด็กคนนั้นมีความสามารถที่รุ่งโรจน์เหมือนคุณ”

    ออสตินขยิบตาและเอ่ย “เขาจะต้องเหนือกว่าฉันแน่นอน”

    “ผมจะรอดู” ดินเบิร์กก็ขยิบตากลับไปเช่นกัน เขาเดินไปที่ค่ายกลหอคอยแล้วกระตุ้นมันจนร่างของเขาหายไป

    ออสตินลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่หน้าต่าง เขามองไปที่เส้นขอบฟ้าอย่างเงียบงัน ดูเหมือนว่าคำพูดของดินเบิร์กได้ไปแตะเส้นความรู้สึกของเขา

    “เหมือนกับฉันอย่างนั้นหรอ?”

    คำพูดนั้นทำให้เขาอดที่จะคิดถึงตนเองกับตระกูลพริสตันไม่ได้

    เพราะเส้นทางของเขากับเส้นทางของตระกูลนั้นต่างกัน เขาจึงเลือกที่จะเดินจากมาแล้วตั้งรกรากอยู่ที่นี่

    คนของพริสตันนั้นหยิ่งทะนงเป็นอย่างมาก พวกเขาแทบจะตัดชื่อของเขาออกจากสายตระกูล ซึ่งออสตินเองก็ไม่รู้ว่าพวกเขาได้ทำแบบนั้นหรือไม่ เพราะเขาไม่ได้ติดต่อทางนั้นเป็นเวลานานมากแล้ว

    “เมอร์ลินเปิดตัวด้วยสิ่งที่พวกเขาไม่ชอบขนาดนั้น ป่านนี้พวกเขาคงจะถลึงกัดฟันกันน่าดู” ออสตินกล่าวเสียงเบาด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้ม

    ธีสิสที่ตีพิมพ์ก่อนหน้านี้ หัวข้อการย่อสูตรเวทต้นกำเนิดสายลมคงจะไม่ได้ทำให้คลื่นวิชาการกระเพื่อมมากนัก

    แต่ครั้งนี้เมอร์ลินตีพิมพ์ธีสิสการย่อสูตรเวทห้าธาตุ โดยเฉพาะธาตุแสง นั่นย่อมสร้างคลื่นกระเพื่อมได้เป็นอย่างดี แม้นิตยสารที่เมอร์ลินตีพิมพ์จะเป็นนิตยสารเวทมนตร์ออโรร่า ซึ่งเป็นนิตยสารภายในประเทศ แต่หัวข้อธีสิสนั้นส่งผลกระทบต่อวงการอุตสาหกรรม มันจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่เผยแพร่ไปสู่วงการวิชาการนานาชาติ

    ตระกูลพริสตันต้องรู้เรื่องนี้อย่างแน่นอน นั่นเพราะพวกเขาใส่ใจต่อพริสตัน

    หัวข้อที่เมอร์ลินทำเป็นการประยุกต์เอารูนศาสตร์มาใช้งาน ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่เหล่าบรรดานักรูนศาสตร์สายบริสุทธิ์ดูถูก

    พริสตันที่ยึดติดกับรูนศาสตร์สายบริสุทธิ์ขนาดนั้น จะสามารถทนได้หรือไม่ว่าสายเลือดพริสตันที่อยู่ข้างนอกกำลังสร้างคลื่นน้ำที่กระเพื่อมไปทั้งนานาประเทศแบบนี้

    คล้ายกับเรื่องSilver Dust : Merlin ที่คุณอ่าน