ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

ตอนที่ 260 แต่เจ้ายังไม่ใช่ปราชญ์

เธอหมุนตัวใช้เท้ากระแทกเข้าที่ข้างลำตัวของกาโช่พลังลาวาจากร่างเธอปะทุออกมาพร้อมแรงกระแทก ทันใดนั้นเกราะสีดำแผ่พลังออกมาป้องกันกาโช่ถอยหลังไปสองก้าว แต่ไม่ทันที่เขาจะตั้งหลักทีน่าก็ปล่อยลำแสงลาวาที่รุนแรงออกจากมือ พุ่งตรงเข้าหาเขา

“หนอยยยย!” กาโช่คำรามเสียงดัง

 เขายกแขนทั้งสองข้างขึ้น ปกคลุมด้วยโล่สีดำที่เคลื่อนตัวได้ดั่งลาวาหนาแน่นร่างกายของเขาดูเหมือนโลหะหลอมละลาย เขาปัดลำแสงลาวาของทีน่าออกไปจนมันกระแทกผนังถ้ำ

“ตูมมม!”

เกิดระเบิดเสียงดังลั่น ผนังหินแตกกระจายลาวาไหลทะลักออกมาจากรอยร้าว

"ตายซะ ทีน่า!" กาโช่ตะโกน พร้อมกับสะบัดแขนลาวาจำนวนมหาศาลพุ่งออกมาราวกับแม่น้ำแห่งไฟ มันพุ่งตรงไปยังทีน่าด้วยความเร็วสูง

ทีน่าเบิกตากว้าง ก่อนที่เธอจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นเธอปลดปล่อยพลังเต็มกำลัง เปลวไฟสีทองสว่างจ้าแปรเปลี่ยนเป็นกำแพงไฟล้อมรอบตัวเธอไว้ ลาวาของกาโช่พุ่งกระแทกกับกำแพงไฟนั้น

“ตูมมม!”

เสียงระเบิดดังสะเทือนไปทั่วถ้ำพลังของทั้งสองคนทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน

"อย่าลืมว่าข้าคือใคร กาโช่!" ทีน่าตะโกนพลันร่างของเธอเปล่งแสงเจิดจ้า เปลวไฟสีทองรอบตัวเธอเริ่มบิดตัวร่างกายของเธอแปรเปลี่ยนคล้ายดั่งภูติแห่งเปลวเพลิงเธอพุ่งเข้าหากาโช่ด้วยความเร็วเหนือมนุษย์

กาโช่พยายามตั้งรับด้วยโล่สีดำแต่ทีน่าใช้พลังมหาศาลของเธอฟาดเข้ากลางลำตัวของเขา

“เปรี้ยงง!”

แรงปะทะนั้นทำให้กาโช่กระเด็นไปกระแทกกับผนังถ้ำลาวาจากร่างเขาสาดกระเซ็นออกมาทั่วบริเวณ

ทั้งสองต่อสู้กันต่อไปไม่มีทีท่าว่าจะยอมถอย ต่างฝ่ายต่างผลักดันพลังของตนจนถึงขีดสุดถ้ำชั้นที่เจ็ดตอนนี้ราวกับลานประลองแห่งไฟที่ลุกโชติช่วงไปทุกทิศทาง

พลังของทั้งสองเกิดจากพลังพิเศษโบราณของตระกูลแปรรูปวัตถุ เป็นกลุ่มผู้ใช้พลังลาวาร้อนแรงเกินกว่าสิ่งใดจะทานทนได้

 

“ตูมมม!”   “ตูมมมม!”

เสียงปะทะดังกึกก้องในถ้ำลึกผนังหินรอบตัวเต็มไปด้วยรอยร้าวและลาวาที่ไหลทะลักออกมาจากการปะทะกันของพลังทั้งสอง

แต่ทว่า ความร้อนแรงและเปลวเพลิงสีทองของทีน่าที่เคยเปี่ยมด้วยพลังกลับดูเหมือนจะเริ่มแผ่วลง

"เหนื่อยแล้วหรือไง ทีน่า?"

กาโช่ยิ้มเยาะ ร่างของเขาปกคลุมไปด้วยเกราะสีดำที่สะท้อนแสงสีแดงจากลาวารอบตัว

เกราะนั้นไม่ใช่ของธรรมดา แต่คือ เกราะโลกาหนึ่งในสมบัติโบราณที่กล่าวขานกันว่าไม่มีพลังใดสามารถทะลุทะลวงได้

ทีน่าหอบหายใจหนักเปลวไฟรอบตัวเธอเริ่มมอดลงเล็กน้อย นัยน์ตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นแต่ภายในใจเริ่มรับรู้ได้ถึงความแตกต่างของพลัง

“เจ้าคิดว่าการอวดเกราะชิ้นนั้นจะทำให้เจ้าดูยิ่งใหญ่หรือไง?” เธอแค่นเสียง 

กาโช่หัวเราะเบาๆ

“ฟ้าววว!”

ทีน่าพุ่งตัวเข้าหากาโช่อีกครั้งรวบรวมเปลวไฟที่เหลือทั้งหมดในร่างปั้นเป็นหอกเพลิงขนาดใหญ่ที่ส่องประกายราวกับดวงอาทิตย์น้อยๆเธอฟาดมันลงมาที่โล่ของกาโช่ด้วยพลังทั้งหมดที่เธอมี

“เปรี้ยงงงง!”

หอกเพลิงแตกกระจายเป็นสะเก็ดไฟทันทีที่กระทบกับโล่โลกา

เสียงสะท้อนของพลังที่ถูกสะท้อนกลับมาทำให้ทีน่าต้องถอยกรูดเธอกัดฟันแน่น พยายามยืนหยัดแม้ขาของเธอจะเริ่มอ่อนแรง

กาโช่ก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว

“เจ้ามีพลังมากมายก็จริง แต่ต่อให้เจ้าโจมตีข้าไปอีกสักกี่ครั้งก็ไม่มีผลเกราะนี้คือสิ่งที่ตระกูลหลักของเจ้าไม่สมควรได้ครอบครองตั้งแต่แรกมันคู่ควรกับผู้แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้น!”

ทีน่าถอยหลังด้วยสีหน้าเคร่งเครียดพยายามรวบรวมพลังครั้งสุดท้ายแต่ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ที่ยาวนานและพลังที่ถูกสะท้อนกลับมาก็ทำให้ร่างกายของเธอเริ่มหมดเรี่ยวแรง

กาโช่มองดูทีน่าที่อ่อนแรงลงด้วยสายตาเย็นชา

“ข้าเตือนเจ้าแล้วไม่ใช่หรือว่าเจ้าทำอะไรข้าไม่ได้? มันเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้นก่อนที่เจ้า…จะหมดสิ้นทุกสิ่งที่เหลืออยู่”

ทีน่ากัดฟันแน่นดวงตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นแม้พลังของเธอจะร่วงโรยลงเรื่อยๆ

เปลวเพลิงรอบตัวเธอมอดลงจนเหลือเพียงประกายแสงริบหรี่ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นครั้งสุดท้าย แม้จะอ่อนแรงแต่จิตใจยังไม่ยอมแพ้

"เจ้าช่างประมาทนัก กาโช่...!"

นางเอ่ยเสียงแผ่วแต่ในแววตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว

ทีน่ายกมือขึ้นครั้งสุดท้าย

“ซู่!”

พลังลาวาสีทองไหลเวียนจากร่างกายของเธอแต่คราวนี้มันแตกต่างออกไป เปลวไฟที่เคยร้อนแรงกลับหดเล็กลงจนแทบมองไม่เห็นกลายเป็นอนุภาคลาวาที่เล็กละเอียดราวกับฝุ่นละอองระยิบระยับด้วยแสงสีทองที่แผ่ไอร้อนลึกล้ำ

กาโช่ไม่ทันได้ตั้งตัวรู้สึกถึงบางสิ่งที่กำลังเจาะผ่านชั้นพลังที่ปกป้องเขา อนุภาคลาวานับล้านแทรกตัวผ่านรอยต่อเล็กๆระหว่างเกราะโลกาและแขนของเขา ทันใดนั้น

“อ๊ากกกก!”

เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของกาโช่ก็ดังก้อง

"นี่มัน....อะไรกัน!"

กาโช่คำรามลั่น แขนขวาของเขาถูกลาวาในระดับเซลล์เผาไหม้จากภายในเกราะโลกาแม้จะทรงพลัง แต่ก็ไม่สามารถปกป้องส่วนที่ไม่ได้ครอบคลุมได้ทันเวลา

 

 ทีน่าทรุดตัวลงกับพื้นร่างกายของเธอแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงหลังจากใช้พลังของทักษะลับนี้

"เจ้าอาจจะมีเกราะโลกาแต่เจ้าก็ยังคงเป็นมนุษย์ และมนุษย์มีจุดอ่อนเสมอ...!"  นางเอ่ยอย่างเหนื่อยล้า

กาโช่กัดฟันแน่นมองแขนขวาของตัวเองที่ไหม้เกรียมด้วยความโกรธแค้น เขากัดฟันแน่น

“ฮ่า ๆ .....”

เสียงของเขาเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองแม้จะเจ็บปวด

"ยังไงสุดท้ายแล้วข้าก็ชนะ... ทีน่าเมื่อข้าก้าวไปถึงขั้นปราชญ์.... พลังของข้าจะก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์แขนที่สูญเสียไปก็จะฟื้นคืนได้อีกครั้ง เจ้าไม่สามารถหยุดข้าได้!"

ทีน่ามองกาโช่ด้วยสายตาอ่อนล้า แต่ยังคงแน่วแน่

"แต่เจ้ายังไม่ใช่...ปราชญ์...และตราบใดที่เจ้ามีความทะเยอทะยานเกินตัว เจ้าจะไม่มีวันเป็นปราชญ์ที่แท้จริง!"