เธอหมุนตัวใช้เท้ากระแทกเข้าที่ข้างลำตัวของกาโช่พลังลาวาจากร่างเธอปะทุออกมาพร้อมแรงกระแทก ทันใดนั้นเกราะสีดำแผ่พลังออกมาป้องกันกาโช่ถอยหลังไปสองก้าว แต่ไม่ทันที่เขาจะตั้งหลักทีน่าก็ปล่อยลำแสงลาวาที่รุนแรงออกจากมือ พุ่งตรงเข้าหาเขา
“หนอยยยย!” กาโช่คำรามเสียงดัง
เขายกแขนทั้งสองข้างขึ้น ปกคลุมด้วยโล่สีดำที่เคลื่อนตัวได้ดั่งลาวาหนาแน่นร่างกายของเขาดูเหมือนโลหะหลอมละลาย เขาปัดลำแสงลาวาของทีน่าออกไปจนมันกระแทกผนังถ้ำ
“ตูมมม!”
เกิดระเบิดเสียงดังลั่น ผนังหินแตกกระจายลาวาไหลทะลักออกมาจากรอยร้าว
"ตายซะ ทีน่า!" กาโช่ตะโกน พร้อมกับสะบัดแขนลาวาจำนวนมหาศาลพุ่งออกมาราวกับแม่น้ำแห่งไฟ มันพุ่งตรงไปยังทีน่าด้วยความเร็วสูง
ทีน่าเบิกตากว้าง ก่อนที่เธอจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นเธอปลดปล่อยพลังเต็มกำลัง เปลวไฟสีทองสว่างจ้าแปรเปลี่ยนเป็นกำแพงไฟล้อมรอบตัวเธอไว้ ลาวาของกาโช่พุ่งกระแทกกับกำแพงไฟนั้น
“ตูมมม!”
เสียงระเบิดดังสะเทือนไปทั่วถ้ำพลังของทั้งสองคนทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน
"อย่าลืมว่าข้าคือใคร กาโช่!" ทีน่าตะโกนพลันร่างของเธอเปล่งแสงเจิดจ้า เปลวไฟสีทองรอบตัวเธอเริ่มบิดตัวร่างกายของเธอแปรเปลี่ยนคล้ายดั่งภูติแห่งเปลวเพลิงเธอพุ่งเข้าหากาโช่ด้วยความเร็วเหนือมนุษย์
กาโช่พยายามตั้งรับด้วยโล่สีดำแต่ทีน่าใช้พลังมหาศาลของเธอฟาดเข้ากลางลำตัวของเขา
“เปรี้ยงง!”
แรงปะทะนั้นทำให้กาโช่กระเด็นไปกระแทกกับผนังถ้ำลาวาจากร่างเขาสาดกระเซ็นออกมาทั่วบริเวณ
ทั้งสองต่อสู้กันต่อไปไม่มีทีท่าว่าจะยอมถอย ต่างฝ่ายต่างผลักดันพลังของตนจนถึงขีดสุดถ้ำชั้นที่เจ็ดตอนนี้ราวกับลานประลองแห่งไฟที่ลุกโชติช่วงไปทุกทิศทาง
พลังของทั้งสองเกิดจากพลังพิเศษโบราณของตระกูลแปรรูปวัตถุ เป็นกลุ่มผู้ใช้พลังลาวาร้อนแรงเกินกว่าสิ่งใดจะทานทนได้
“ตูมมม!” “ตูมมมม!”
เสียงปะทะดังกึกก้องในถ้ำลึกผนังหินรอบตัวเต็มไปด้วยรอยร้าวและลาวาที่ไหลทะลักออกมาจากการปะทะกันของพลังทั้งสอง
แต่ทว่า ความร้อนแรงและเปลวเพลิงสีทองของทีน่าที่เคยเปี่ยมด้วยพลังกลับดูเหมือนจะเริ่มแผ่วลง
"เหนื่อยแล้วหรือไง ทีน่า?"
กาโช่ยิ้มเยาะ ร่างของเขาปกคลุมไปด้วยเกราะสีดำที่สะท้อนแสงสีแดงจากลาวารอบตัว
เกราะนั้นไม่ใช่ของธรรมดา แต่คือ เกราะโลกาหนึ่งในสมบัติโบราณที่กล่าวขานกันว่าไม่มีพลังใดสามารถทะลุทะลวงได้
ทีน่าหอบหายใจหนักเปลวไฟรอบตัวเธอเริ่มมอดลงเล็กน้อย นัยน์ตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นแต่ภายในใจเริ่มรับรู้ได้ถึงความแตกต่างของพลัง
“เจ้าคิดว่าการอวดเกราะชิ้นนั้นจะทำให้เจ้าดูยิ่งใหญ่หรือไง?” เธอแค่นเสียง
กาโช่หัวเราะเบาๆ
“ฟ้าววว!”
ทีน่าพุ่งตัวเข้าหากาโช่อีกครั้งรวบรวมเปลวไฟที่เหลือทั้งหมดในร่างปั้นเป็นหอกเพลิงขนาดใหญ่ที่ส่องประกายราวกับดวงอาทิตย์น้อยๆเธอฟาดมันลงมาที่โล่ของกาโช่ด้วยพลังทั้งหมดที่เธอมี
“เปรี้ยงงงง!”
หอกเพลิงแตกกระจายเป็นสะเก็ดไฟทันทีที่กระทบกับโล่โลกา
เสียงสะท้อนของพลังที่ถูกสะท้อนกลับมาทำให้ทีน่าต้องถอยกรูดเธอกัดฟันแน่น พยายามยืนหยัดแม้ขาของเธอจะเริ่มอ่อนแรง
กาโช่ก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว
“เจ้ามีพลังมากมายก็จริง แต่ต่อให้เจ้าโจมตีข้าไปอีกสักกี่ครั้งก็ไม่มีผลเกราะนี้คือสิ่งที่ตระกูลหลักของเจ้าไม่สมควรได้ครอบครองตั้งแต่แรกมันคู่ควรกับผู้แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้น!”
ทีน่าถอยหลังด้วยสีหน้าเคร่งเครียดพยายามรวบรวมพลังครั้งสุดท้ายแต่ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ที่ยาวนานและพลังที่ถูกสะท้อนกลับมาก็ทำให้ร่างกายของเธอเริ่มหมดเรี่ยวแรง
กาโช่มองดูทีน่าที่อ่อนแรงลงด้วยสายตาเย็นชา
“ข้าเตือนเจ้าแล้วไม่ใช่หรือว่าเจ้าทำอะไรข้าไม่ได้? มันเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้นก่อนที่เจ้า…จะหมดสิ้นทุกสิ่งที่เหลืออยู่”
ทีน่ากัดฟันแน่นดวงตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นแม้พลังของเธอจะร่วงโรยลงเรื่อยๆ
เปลวเพลิงรอบตัวเธอมอดลงจนเหลือเพียงประกายแสงริบหรี่ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นครั้งสุดท้าย แม้จะอ่อนแรงแต่จิตใจยังไม่ยอมแพ้
"เจ้าช่างประมาทนัก กาโช่...!"
นางเอ่ยเสียงแผ่วแต่ในแววตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
ทีน่ายกมือขึ้นครั้งสุดท้าย
“ซู่!”
พลังลาวาสีทองไหลเวียนจากร่างกายของเธอแต่คราวนี้มันแตกต่างออกไป เปลวไฟที่เคยร้อนแรงกลับหดเล็กลงจนแทบมองไม่เห็นกลายเป็นอนุภาคลาวาที่เล็กละเอียดราวกับฝุ่นละอองระยิบระยับด้วยแสงสีทองที่แผ่ไอร้อนลึกล้ำ
กาโช่ไม่ทันได้ตั้งตัวรู้สึกถึงบางสิ่งที่กำลังเจาะผ่านชั้นพลังที่ปกป้องเขา อนุภาคลาวานับล้านแทรกตัวผ่านรอยต่อเล็กๆระหว่างเกราะโลกาและแขนของเขา ทันใดนั้น
“อ๊ากกกก!”
เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของกาโช่ก็ดังก้อง
"นี่มัน....อะไรกัน!"
กาโช่คำรามลั่น แขนขวาของเขาถูกลาวาในระดับเซลล์เผาไหม้จากภายในเกราะโลกาแม้จะทรงพลัง แต่ก็ไม่สามารถปกป้องส่วนที่ไม่ได้ครอบคลุมได้ทันเวลา
ทีน่าทรุดตัวลงกับพื้นร่างกายของเธอแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงหลังจากใช้พลังของทักษะลับนี้
"เจ้าอาจจะมีเกราะโลกาแต่เจ้าก็ยังคงเป็นมนุษย์ และมนุษย์มีจุดอ่อนเสมอ...!" นางเอ่ยอย่างเหนื่อยล้า
กาโช่กัดฟันแน่นมองแขนขวาของตัวเองที่ไหม้เกรียมด้วยความโกรธแค้น เขากัดฟันแน่น
“ฮ่า ๆ .....”
เสียงของเขาเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองแม้จะเจ็บปวด
"ยังไงสุดท้ายแล้วข้าก็ชนะ... ทีน่าเมื่อข้าก้าวไปถึงขั้นปราชญ์.... พลังของข้าจะก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์แขนที่สูญเสียไปก็จะฟื้นคืนได้อีกครั้ง เจ้าไม่สามารถหยุดข้าได้!"
ทีน่ามองกาโช่ด้วยสายตาอ่อนล้า แต่ยังคงแน่วแน่
"แต่เจ้ายังไม่ใช่...ปราชญ์...และตราบใดที่เจ้ามีความทะเยอทะยานเกินตัว เจ้าจะไม่มีวันเป็นปราชญ์ที่แท้จริง!"