บทที่ 47 ใช้เส้นสายอีกแล้วเหรอ?
หลังจากหลัวเซิงถึงบ้านก็เห็นใบเล็ก ๆ ของเหยาเหยาและภรรยาที่นอนอยู่บนเตียง รอยยิ้มที่แสนจะอบอุ่นค่อย ๆ ปรากฏบนใบหน้าของหลัวเซิง ทันใดนั้นลู่ชิงเมิ่งกลับลุกขึ้นนั่งบนเตียงอย่างกะทันหัน ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความแน่วแน่ “หลัวเซิง ฉันอยากเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง”
ได้ยินคำพูดของหลู่ชิงเหมิง หลัวเซิงก็ยิ้มนี่สิถึงจะเป็นผู้หญิงของเขา
เขาไม่ได้พูดอะไรมากแค่พยักหน้าเบา ๆ “ได้”
หลังจากปลอบลู่ชิงเหมิงจนหลับไปหลัวเซิงก็เดินออกจากห้อง โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นทันที
เห็นได้ว่าเป็นโจวสุ่ยหนิวโทรมา
“มีอะไร?”
หลัวเซิงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ท่าน… ท่านหลัว คืออย่างนี้ครับ เมื่อไม่นานมานี้ โครงการประมูลอีกโครงการหนึ่งของตระกูลผม ผมเพิ่งได้ข่าวมาว่าฝั่งตู้หมิงอวี่ร้านยาเย่าหวัง ได้ติดสินบนผู้จัดการคนหนึ่งของผม ต้องการใช้เส้นสายเพื่อให้ได้โครงการนี้มา ผมรู้ว่าท่านไม่พอใจ ร้านยาเย่าหวังจึงอยากสอบถามท่านหลัว ว่าจะให้ผมฉวยโอกาสนี้กำจัดร้านยาเย่าหวังเลยไหมครับ?”
น้ำเสียงของโจวสุ่ยหนิวเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เห็นได้ชัดว่าเขาไม่รู้ว่าความหวังดีของเขาจะกลายเป็นการตีตนไปก่อนไข้หรือไม่
ได้ยินเช่นนั้นในใจของหลัวเซิงก็เต็มไปด้วยความเยาะเย้ย ดูเหมือนว่าตู้หมิงอวี่ ยังไม่รู้รสชาติของผลกรรมที่เกิดจากการโกงสินะ!
หลัวเซิงตอบกลับอีกฝ่าย “เอาอย่างนี้ ผู้จัดการคนนั้นนายไม่ต้องจัดการ กลับกันใหห้เขายังคงรับผิดชอบความร่วมมือนี้ต่อไป นอกจากนี้ฉันต้องการให้นายช่วยฉันจดทะเบียนบริษัทใช้ชื่อภรรยาของฉันและร่างสัญญาความร่วมมือให้ฉันด้วย”
“หา? ท่านหลัวทำไมล่ะครับ?”
เดิมทีโจวสุ่ยหนิวคิดจะเปิดโปงการคอรัปชั่นของพวกเขา ไล่ผู้จัดการคนนั้นออกไป แล้วจัดการเล่นงานร้านขายยาเย่าหวังให้หายไป แต่ตอนนี้ เขากลับเดาความคิดของหลัวเซิงไม่ออก
“ไม่มีอะไร ภรรยาของฉันอยากเปิดบริษัท ความร่วมมือครั้งนี้ถือว่าเป็นของขวัญที่ฉันให้เธอ นายมีปัญหาหรือไง?”
พูดจนถึงประโยคสุดท้าย น้ำเสียงของหลัวเซิงก็เย็นชาลงในทันที
“ไม่มีปัญหาครับ ไม่มีแน่นนอน! ผมจะไปจัดการเดี๋ยวนี้!”
โจวสุ่ยหนิวตอบสนองทันที เหงื่อเย็น ๆ ไหลท่วมหลังในพริบตา
ไม่นานหลัวเซิงก็วางสาย ส่วนโจวสุ่ยหนิวก็เรียกกัวหว่านฉีมาสั่งการทุกอย่าง
แน่นอนว่ากัวหว่านฉีรู้ดีว่าต้องทำอะไร เธอยิ้มแย้มออกมา “ประท่านโจว เรื่องนี้ให้ฉันเป็นคนจัดการเอง”
“ตกลง รีบไปจัดการเถอะ! ถ้าเราทำให้ท่านหลัวไม่พอใจขึ้นมาพวกเราคงรับผิดชอบไม่ไหวแน่”
ใช้เวลาไม่นานกัวหว่านฉีก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เธอขับรถมาถึงหน้าบ้านของหลัวเซิง ซึ่งยืนรออยู่ก่อนแล้วเมื่อเห็นหลัวเซิง กัวหว่านฉีก็รีบโค้งคำนับอย่างนอบน้อมทันที “บอสหลัว!”
แต่หลัวเซิงกลับกวาดสายมองไปรอบ ๆ อย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่บริเวณนั้น เขาก็พูดขึ้นว่า “ต่อไปเรียกชื่อฉันก็พอ”
แน่นอนว่ากัวหว่านฉีเข้าใจหลัวเซิงไม่อยากเปิดเผยตัวตน เธอพยักหน้าติดๆ กัน หลัวเซิงจึงถามขึ้น
“เอาของมาแล้วใช่ไหม?”
“เอามาแล้วค่ะ”
กัวหว่านฉีรีบหยิบเอกสารออกมาหลายฉบับ เป็นแผนธุรกิจและเอกสารจดทะเบียนบริษัทโดยมีชื่อลู่ชิงเมิ่งเป็นผู้จดทะเบียน!
และชื่อบริษัทก็คือบริษัทชิงเมิ่ง!
หลัวเซิงรับเอกสารมาดูก่อนจะพูดว่า “เรื่องต่อไปนี้ เธอน่าจะรู้ว่าต้องทำอะไร”
“ท่านวางใจได้ค่ะ ทุกอย่างฉันจะเป็นคนจัดการเอง” กัวหว่านฉีพยักหน้ารับคำทันที
หลังจากพูดจบกัวหว่านฉีก็ขึ้นรถแล้วขับออกไป
ณ เวลาเดียวกันที่บ้านตระกูลตู้
ตู้หมิงอวี่และตู้เทียนตี้ต่างก็มีสีหน้าตื่นเต้น ไม่นานมานี้ผู้จัดการหยางจากตระกูลโจวโทรมาบอกพวกเขาว่า ตระกูลโจวตัดสินใจมอบหมายโครงการประมูลนี้ให้เขาดูแลเต็มที่แล้ว
นั่นหมายความว่า ความร่วมมือระหว่างตระกูลตู้กับตระกูลโจวในครั้งนี้ จะต้องสำเร็จอย่างแน่นอน!
เมื่อถึงตอนนั้นร้านยาเย่าหวังของพวกเขาก็จะโด่งดัง!
นั่นหมายความว่าพวกเขาจะใช้โอกาสนี้ ผูกขาดธุรกิจยาในเจียงหนานทั้งหมด!
ตู้เทียนตี้มีสีหน้าพึงพอใจอย่างมาก เขาหันไปพูดกับตู้หมิงอวี่ว่า “ครั้งนี้แกทำได้ดีมาก ถึงแม้จะเป็นแค่ความร่วมมือเล็ก ๆ แต่ก็ช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเรากับตระกูลโจว แถมยังทำให้ร้านยาเย่าหวังของเรามีชื่อเสียงมากขึ้นด้วย!”
“ใช่แล้วพ่อ ต่อไปนี้ร้านยาเย่าหวังของพวกเราจะต้องรุ่งเรืองอย่างแน่นอน!” ตู้หมิงอวี่ตอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเช่นกัน
“โอกาสครั้งนี้มีความหมายกับตระกูลเรามาก แกต้องจับตาดูให้ดี อย่าให้เกิดข้อผิดพลาดเด็ดขาด!” ตู้เทียนตี้กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“เพื่อยกระดับชื่อเสียงของตระกูลเรา ฉันได้เชิญสื่อมาโดยเฉพาะ ถึงตอนนั้นการกระทำทุกอย่างแกต้องระมัดระวัง สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับตระกูลตู้ของเราให้ได้มากที่สุด!”
“อีกอย่างเรื่องผู้จัดการหยาง ฉันจะให้แกเอาเงินไปเขาเพิ่มอีกหน่อย ต้องกระชับความสัมพันธ์กับเขาไว้ เรื่องเงินไม่ต้องห่วงขอแค่สำเร็จ ต่อไปเรามีอีกเยอะ!”
“พ่อวางใจได้เลย ผมจัดการเอง” ตู้หมิงอวี่ตบบอกอย่างมั่นใจ
“แล้วเรื่องตระกูลลู่ แกจัดไปถึงไหนแล้ว” พอเอ่ยถึงเรื่องนี้ตู้เทียนตี้ก็ถามด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“เรื่องนี้พ่อก็วางใจได้ ผมคุยกับลู่กั๋วฟู่แล้ว เขาเชื่อใจผมแล้วบอกว่าถ้าผมต้องการอะไรก็บอกได้เลย ถ้าต้องเซ็นสัญญาก็แค่ร่างมาให้เขา เขาจะเซ็นให้ทันที!”
พอพูดถึงตรงนี้ ใบหน้าของตู้มิงหยู่ก็ยิ่งดูภาคภูมิใจมากขึ้น
“จริงเหรอ? งั้นแกก็รีบหน่อยสิ เอาของจากตระกูลนั้นมาก่อน!” ตู้เทียนตี้พูดด้วยแววตาละโมบ
“ครับพ่อ!”
พูดจบตู้หมิงอวี่ก็เดินออกจากห้องไป โอนเงินให้ผู้จัดการหยางอีกหลายล้านแล้วโทรหาเขา “ผู้จัดการหยาง งานนี้ก็ฝากด้วยนะครับ!”
“ฮ่า ๆ วางใจได้! งานนี้พวกคุณชนะแน่!” ผู้จัดการหยางตอบอย่างมั่นใจ
วางสายไปตู้หมิงอวี่ก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก ความรู้สึกแบบนี้เขาไม่ได้สัมผัสมานานแล้ว! เขาอดไม่ได้ที่จะนึกถึงหลัวเซิง ตอนนั้นเขากล้าดียังไงถึงพูดกับเขาแบบนั้น!
“หลัวเซิง แกคอยดู! รอให้ตระกูลเรายึดโรงงานตระกูลลู่ได้ แล้วก็ได้ร่วมงานกับตระกูลโจว แกได้โดนฉันเหยียบย่ำแน่!”
ในขณะเดียวกันที่ตระกูลลู่
ใบหน้าของลู่กั๋วฟู่เต็มไปด้วยรอยเยาะเย้ย และหัวเราะออกมาเป็นระยะ ๆ ทำให้ลู่เจียวเจียวอดไม่ได้ที่จะถามว่า “พ่อ เป็นอะไรคะ? มีเรื่องอะไรหรอคะ?”
ลู่กั๋วฟู่ได้ยินลูกสาวถามก็พูดขึ้นทันที “ตลกมาก ลู่ชิงเมิ่งหลังจากโดนไล่ออกจากตระกูลลู่ มันไปเปิดบริษัทของตัวเองซะงั้น! นี่เพิ่งจดทะเบียนเสร็จ!”
“พูดจบลู่กั๋วฟู่ก็ยื่นโทรศัพท์มือถือให้ลู่เจียวเจียวพอเหลือบดูเท่านั้น เธอก็หัวเราะลั่น”
“ฮ่า ๆ ๆ มันเสียสติไปแล้วหรือเปล่า นังลู่ชิงเมิ่งคนที่เอาแต่อู้งานทุกวันแบบนั้น กล้าเปิดบริษัทด้วยเหรอ? มันรู้จักวิธีบริหารงานรึเปล่ายังไม่รู้เลย! ถึงตอนนั้นคงจะเจ๊งแน่ๆ!”
ส่วนลู่กั๋วฟู่ก็เริ่มค้นหาแล้วว่าบริษัทชิงเมิ่งที่ว่านี่เป็นบริษัททำเกี่ยวกับอะไร
แต่ในวินาทีต่อมา รอยยิ้มเหยียดหยันบนใบหน้าของเขาก็ยิ่งเพิ่มมากมากขึ้น