ค่ำคืนวันหนึ่งที่น่าจะเหมือนทุกวันที่ผ่านไปตามปกติของมัน กายและชลสองหนุ่มโสดสนิทเพื่อนซี้ที่ทำงานมาด้วยกันได้พากันใช้ชีวิตของชายหนุ่มชาวออฟฟิศโสดแบบปกติทั้งสองหนุ่มพากันไปหาอะไรดื่มชิลๆที่สถานบันเทิงยามราตรีหลังจากที่ทั้งคู่คร่ำเคร่งกับงานมาแล้วทั้งวันเพื่อคลายเครียดเป็ธรรมดาที่หนุ่มโสดไม่มีพันธะทั่วไปมักจะมีไลฟ์สไตล์เช่นนี้
ทั้งคู่นั่งแท็กซี่มาติดไฟแดงที่แยกถนนแห่งหนึ่งของถนนสีลม กายชายตาออกไปมองบรรยากาศยามราตรีนอกตัวรถแท็กซี่ที่ทั้งสองโดยสารอยู่ บรรยากาศข้างนอกรถยังเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความวุ่นวายของกรุงเทพยามราตรี เมืองที่คนต่างเรียกขานกันว่าไม่เคยหลับไหล ขณะที่กายทอดสายตามองไปไกลๆก็ไปสะดุดเข้ากับผู้หญิงสวยเรือนร่างโปร่งบางได้สัดส่วนคนหนึ่ง เธอและเพื่อนกำลังพากันเดินข้ามถนนตรงแยกไฟแดงที่รถแท็กซี่ของกายจอดอยู่
เธอคนนั้นใช่แล้ว สาวสวยที่เคยเป็รักแรกในยามสมัยมัธยมปลายของกาย เธอคนนั้นก็คืออดีตหญิงสาวที่กายเคยเรียกขานว่า อาจารย์วนิดา นั่นเอง กายไม่ได้พบหน้าเธอมาเป็เวลาหลายปีนับั้แ่มัธยมปลายที่เธอเหมือนจะหนีหายไปจากชีวิตของเขาอย่างปัจจุบันทันด่วนในเวลานั้น ขณะนี้เธอคนนั้นได้มาเดินอยู่ต่อหน้าเขานี่เอง เธอในเวลานี้เป็หญิงสาวที่สวยสะดุดตามากกว่าเดิมมาก เมื่อได้พบเธออีกครั้งแบบไม่คาดฝันเช่นนี้กายย่อมไม่ยอมให้เธอหายลอยนวลไปแบบเช่นเดิมที่เคยเป็แน่ เขาต้องไปพบเธอให้ได้ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เขารีบหันหน้าไปพูดขอตัวกับชลก่อนที่เธอหายลับไปกับสายตาในทันที
"เฮ้ย ชลเราคงต้องขอโทษที่ไปดื่มกับมึงไม่ได้แล้ว พอดีเราเจอคนรู้จักที่ต้องไปพบก่อนที่เธอจะหายไปจากชีวิตของเราอีกครั้ง ตอนนี้เราเจอสาวที่เป็รักแรกแถวๆนี้เอง"
"หา...ว่าไงนะ ใครเป็รักแรกของมึง แล้วสวยไหมแนะนำให้รู้จักหน่อยสิ"
"เอ่อ คงจะไม่ทันแล้ว กูขอตัวไปก่อนแล้วค่อยมาอธิบายกับมึงทีหลังก็แล้วกันสหาย เดี๋ยวเธอจะหายลับตาไปเสียก่อน กูไปล่ะ"
"อ๊ะ.. อ้าววว.. ไอ้นี่เว้ย จะไปไหนมาไหนนี่ไม่บอกกันสักคำก็จะลอยแพเพื่อนเฉยๆเลยนะมึง เจอหญิงแล้วทิ้งเพื่อนเลยนะไอ้กาย เอาวะรีบไปก่อนแม่นางจะหายลับไป กูจะเอาใจช่วยก็แล้วกัน"
กายรีบเปิดประตูรถแท็กซี่แล้ววิ่งออกไปตามหาเธอในทันที อาจารย์วนิดาและเพื่อนๆของเธอยังเดินไปได้ไม่ไกลนัก กายรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปหาเธอ แล้วเรียกขานชื่อของเธอ วนิดาได้ยินเสียงเรียกจึงหันมามองทางกายด้วยความแปลกใจ เธอคุ้นๆหน้าชายหนุ่มที่เรียกขานชื่อเธออยู่เหมือนกัน พยายามนึกอยู่ในใจครู่หนึ่งก็นึกออกว่าหนุ่มน้อยตรงหน้านี้ก็คือน้องกายในอดีตของเธอนั่นเอง เธอจึงทักด้วยอาการแปลกใจไม่น้อยที่เขาและเธอบังเอิญมาพบกันที่นี่ได้
"เอ๋ นี่เธอใช่น้องกาย น้องกายใช่ไหมเนี่ย ใส่เสื้อผ้าแบบนี้แสดงว่าน้องกายทำงานแล้วใช่ไหมจ้ะเนี่ย" เธอยิ้มให้กายเมื่อนึกออกว่าเขาคือใคร
"คะ..ครับ ยังจำกายได้เหรอครับอาจารย์วนิดา..."
"เอ๋ ดาจ๋าน้องหนุ่มน้อยคนนี้เป็ใครกันเนี่ย รู้จักกันด้วยเหรอจ้ะ" เพื่อนสาวที่อยู่ข้างวนิดาหันมามองที่กายแล้วถามดาเพื่อนของเธอ
"จ้ะ แอน น้องเค้าเคยเป็นักเรียนของเราเมื่อตอนฝึกสอนน่ะ เอ่อ กายจ้ะพี่ดาไม่ได้เป็อาจารย์แล้วจ้ะ พี่ทำงานออฟฟิศมาได้หลายปีแล้วจ้ะ แล้วกายสบายดีมั้ยไม่ได้เจอกันมานานเลยทีเดียว"
"ครับพี่ดา พี่มีเวลาคุยกับผมซักนิดได้มั้ยครับผมคิดถึงพี่มากเลย"
"เธอดูโตขึ้นมากเลยนะกายเป็หนุ่มมาดแมนขึ้นเยอะจนพี่ดาแทบจำไม่ได้แน่ะ แต่วันนี้คงไม่ได้หรอกจ้ะพี่กับเพื่อนๆมีธุระสำคัญต้องไปทำอยู่ เดี๋ยวจะไปสายกันพอดี"
"อ๊ะพี่ดา งั้นมีเบอร์โทรศัพท์ไหมครับ ผมอยากพบกับพี่อีก"
"อะ จ้ะ เบอร์โทรคงไม่สะดวกนัก ถ้างั้นเอาอย่างนี้ก็แล้วกัน พรุ่งนี้กายมาพบกับพี่ที่ตึกหน้าไฟแดงนี้ก็แล้วกันตอนสองทุ่ม พี่จะมารอ วันนี้ต้องขอโทษจริงๆที่งานด่วนต้องไปจัดการ"
"ครับ ได้ครับพี่ดากายจะรอพี่ที่นี่ตอนสองทุ่ม"
"ปะ ไปได้แล้วดาจ๋าเดี๋ยวไม่ทัน พี่ไปก่อนนะจ้ะหนุ่มน้อยสุดหล่อ อิอิ" แอนหันเรียกดาแล้วแซวหนุ่มน้อยตรงหน้าเธอ ก่อนจับแขนเพื่อนเธอเดินจากไป
แล้ววนิดากับแอนและเพื่อนของเธอก็พากันเดินจากไปด้วยท่าทางค่อนข้างเร่งรีบ ดูๆไปแล้วพวกเธอคงมีธุระที่สำคัญต้องไปทำจริงๆกายได้แต่ถอนหายใจด้วยความผิดหวังเล็กน้อย แต่ไม่เป็ไรเธอได้นัดพบกับเขาแล้วในวันรุ่งขึ้น...
กายนั้นจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งย่านรังสิตสาขาวิชานิเทศศาสตร์ และขณะนี้กายก็ได้ทำงานอยู่ในบริษัทนิตยสารแห่งหนึ่งโดยเขาทำงานอยู่ในแผนกโฆษณาของนิตยสารฉบับนี้ ปีนี้เขาก็ทำงานย่างเข้าปีที่สี่แล้วกับนิตยสารแห่งนี้
ที่ทำงานของกายที่บริษัทนิตยสารในเช้าวันต่อมา ไอ้ชลเพื่อนสนิทของกายในแผนกโฆษณาคนที่ชวนไปกินเหล้าเมื่อวานตรงดิ่งเข้ามาถามความคืบหน้าเื่เมื่อวาน มันคงเคืองไม่น้อยทีเดียวกำลังจะพาคู่หูไปตะลุยราตรีแต่เพื่อนซี้ดันชิ่งไปสีหญิงแล้วลอยแพเพื่อนไม่บอกไม่กล่าว มันเดินมาเบิ้ดกระโหลกของกายแต่พองามจากด้านหลังแล้วโวยด้วยความเคืองไม่น้อย
"ไอ้กายมึง ไอ้เพื่อนเชี่ย มึงนี้มันคบไม่ได้นี่หว่า เจอหญิงแล้วชิ่งทิ้งเพื่อนไปเฉยเลยนะมึง กูละเซ็งเป็ดจริงๆ จำเอาไว้เลยไปหลีหญิงแล้วทิ้งเพื่อน"
"เอ๋ มึงนี่อย่าฟอร์มทำเป็โวยวายกูนักเลย คราวก่อนมึงเจอสาวสวยหุ่นแซ่บยังแอบหนีหน้าเพื่อนไปตีหม้อคนเดียวกูยังไม่ได้ว่าอะไรมึงเลยนี่ คราวนี้แค่ไม่ไปเป็เพื่อนหลีสาวเท่านั้นโวยใหญ่เลยนะ เพื่อนกันเป็แบบนี้นี่เองเหรอวะไอ้คุณชล?"
"เอ๊าาา.. อะโหดั้นจำแม่นอะไรจะปานนั้นไอ้นี่นิ เออๆก้อได้ว่าถือว่าเจ๊ากันไปก็แล้วกัน ว่าแต่หญิงที่มึงไปเจอเป็ไงมั่งวะ เค้ามีเพื่อนร่วมงานแจ่มแมวมั่งมั้ย ถ้ายังไงก้อสงเคราะห์แนะนำแก้เหงาให้กูสักคนสองคนสิ ได้มั้ยไอ้เพื่อนเลิฟกาย"
"แหม ก็แค่นั้นแหละ ไอ้หน้าหม้อเอ๋ย ไอ้ชลนี่มึงไม่พ้นเื่แบบนี้เลยจริงๆว่ะ"
"เอ้า ก็กูไม่ใช่พระอิฐพระปูนพระอรหันต์นี่หว่าจะได้ตัดเื่พวกนี้ออกได้ คนเรามันก้อแค่กิน ขี้ ปี้ นอนเท่านั้นล่ะวะ รึมึงจะเถียง ไอ้ที่หนีเพื่อนไปเจอหน้าเค้ามาเนี่ยมึงคงตัดกิเลสได้แล้วสินะ มึงมันก็ต้องเป็ไอ้พวกหัวม้าลายเหมือนกันกับกูนั่นแหละอย่ามาเถียงเลยไอ้เพื่อนยาก 555+"
"เออ เข้าใจแล้วก็ดีจะได้ไม่ต้องมาผิดใจกันทีหลังอีก"