ยูกินะรีบพุ่งตรงเข้าไปฟันใส่เจ้าอสูรร้อยตาเฮียคุเมะ-อายาคาชิที่อยู่ตรงหน้าด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง พลางสลับเปลี่ยนรูปแบบอาวุธกันไปมาระหว่างดาบ หอก และดาบยาว พร้อมกับมีการเสกพลังเวทย์ธาตุต่างๆ ทั้ง 7 ธาตุลงบนคมดาบ เพื่อใช้ในการจัดการกับมันด้วย ในระหว่างนั้น เธอก็ได้มีการใช้พลังเวทย์ในรูปแบบต่างๆ เพื่อจัดการกับมันด้วย
ทางด้านโทโมเอะก็รีบพุ่งตรงเข้าไปฟันใส่เจ้าอสูรร้อยตาเฮียคุเมะ-อายาคาชิที่อยู่ตรงหน้าด้วยความเร็วสูงอย่างต่อ เนื่องด้วยเช่นกัน พลางสลับเปลี่ยนรูปแบบอาวุธกันไปมาระหว่างดาบสองด้ามกับดาบคู่
จากนั้น เธอก็รีบถอยหลังออกมา ก่อนที่เธอนั้นจะรีบทำการควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ของดาบโชโทเร็นกับดาบไดโทเร็นให้ลอยพุ่งเข้าไปฟันใส่มันด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับมีการยิงธนูเวทย์ออกมาในรูปแบบต่างๆ เพื่อที่จะจัด การกับมันด้วย ในระหว่างนั้น เธอก็ยังได้มีการพ่นไฟอันระอุออกมาในรูปแบบต่างๆ ด้วยภาพเนรมิตส่วนหัวของคิทสึเนบิ ภูติพิทักษ์จิ้งจอกเพลิงอัคนี เพื่อที่จะจัดการกับมันอีกด้วย
จนกระทั่งพวกเธอทั้งสองนั้นสามารถจัดการกับอสูรร้อยตาเฮียคุเมะ-อายาคาชิที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างราบคาบ มันจะค่อยๆ ดับสลายหายไป ก่อนที่มีแสงวาบเรือนออกมา แล้วมันก็ได้กลับไปเป็นหัวใจของไดดาระโบชชิ-อายาคาชิอีกครั้ง ทาง ด้านโทโมเอะที่อยู่ในร่างมิโกะ-โอกามิชินเซย์นั้นก็ได้กลับคืนสู่ร่างเดิมอีกครั้ง พร้อมๆ กับที่คิทสึเนบิ จิ้งจอกเพลิงอัคนี ภูติพิ ทักษ์ประจำกายของเธอนั้นก็ได้ออกมาจากร่างของเธอ แล้วกลับคืนสู่ร่างมุษย์เด็กสาวผมสีชมพูอีกครั้ง
และในขณะเดียวกัน ทางด้านเหล่าภูตพิทักษ์ตนอื่นๆ ก็ยังคงปะทะอยู่กับเจ้าอสูรโกเล็มหินร่างยักษ์ไดดาระโบชชิ-อายาคาชิที่อยู่ตรงหน้าอย่างดุเดือด และแล้ว เหล่าภูตพิทักษ์ทั้งหมดก็ได้ถูกเจ้าอสูรไดดาระโบชชิเล่นงาน จนทำให้พวกมันนั้นได้พากันเลือนหายไปจากตรงหน้าในทันที
ทางด้านนางอสูรฮันเนีย-อายาคาชิกับมาซามุเนะที่อยู่ในร่างโอกามิ-มุฉะนั้น หลังจากที่ต่อสู้กันมาได้สักระยะ ทาง ด้านนางอสูรฮันเนียหรือโยชิฮิเมะก็ได้เสียท่า และพ่ายแพ้ให้กับมาซามุเนะ ผู้เป็นบุตรชายอย่างยับเยินไม่เป็นชิ้นดี แต่ทว่า มันก็ยังไม่จบอยู่แต่เพียงเท่านี้
นางอสูรฮันเนีย-อายาคาชิได้พัฒนาจนมาถึงระดับชูนาริ ซึ่งเป็นระดับขั้นสุด และในครั้งนี้ เจ้านางอสูรฮันเนียจะสา มารถพ่นไฟออกมาในรูปแบบต่างๆ ได้ อีกทั้งยังสามารถอัญเชิญเหล่าวิญญาณอสูรนักรบที่เกิดจากการตายในสมรภูมิรบของพวกเขาให้มาช่วยสมทบในด้านการต่อสู้ได้อีกด้วย
ด้วยเหตุเช่นนั้น จึงทำให้เหล่าพวกพ้องฝ่ายอันจินทั้งหมดนั้นต้องเข้าเผชิญ หน้ากับเหล่าวิญญาณอสูรนักรบที่เจ้านางอสูรฮันเนียนั้นได้ทำการอัญเชิญพวกมันออกมา
ส่วนทางด้านมาซามุเนะก็ยังคงเข้าเผชิญหน้ากับนางอสูรฮันเนีย-อายาคาชิ หรือโยชิฮิเมะ ผู้เป็นแม่ของเขาที่อยู่ตรง หน้า จากนั้น ทั้งสองฝ่ายจึงเริ่มเข้าปะทะกันอย่างดุเดือด โดยอันจินนั้นจะรีบพุ่งเข้าไปฟันใส่พวกวิญญาณอสูรนักรบที่อยู่ตรง หน้าด้วยดาบคาตานะที่อยู่บนมือหนา กับดาบคาตานะมายาอีก 4 ชุดที่ลอยกลางอากาศอยู่ทางด้านหลัง ในระหว่างนั้น เขาก็ได้มีการสลับเปลี่ยนไปใช้อาวุธชนิดอื่นๆ ทั้ง 12 ชนิด เพื่อที่จะจัดการกับพวกมันด้วย
ทางด้านเทนไกก็จะรีบพุ่งเข้าไปฟันใส่พวกวิญญาณอสูรนักรบที่อยู่ตรงหน้าด้วยหอกมนตราแห่งสังฆราชคู่ใจ และในระหว่างนั้น เขาก็ได้มีการใช้พลังมนตราแห่งโพธิญาณในรูปแบบต่างๆ เพื่อจัดการกับพวกมันด้วย
ทางด้านโมโมทาโร่ก็จะรีบพุ่งเข้าไปฟันใส่พวกวิญญาณอสูรนักรบที่อยู่ตรงหน้าด้วยคาบคาตานะที่ถูกชักออกมาจากฝักดาบที่ติดอยู่กับแขนกลชิโนบิทางด้านซ้าย ในระหว่างนั้น เขาก็ได้มีการใช้อาวุธเสริมชนิดต่างๆ ที่มาจากแขนกลชิโนบิ และวิชานินจาควบคู่ไปกับพลังมนตราแห่งโพธิญาณในการจัดการกับพวกมันด้วย
ทางด้านโซกินั้นก็จะรีบพุ่งเข้าไปฟันใส่พวกวิญญาณอสูรนักรบที่อยู่ตรงหน้าด้วยดาบคู่คาตานะ ในระหว่างนั้น เขาก็ได้มีการร่ายเวทย์ธาตุต่างๆ ทั้ง 7 ธาตุลงบนคมดาบคาตานะทั้งสองเล่มคู่ใจของเขา เพื่อใช้ในการจัดการกับพวกมันด้วย ส่วนทางด้านมาจิรันก็จะทำการดีดบรรเลงเพลงบิวะ เพื่อที่จะใช้คลื่นเสียงบรรเลงจากบิวะโบคุโบคุในการที่จะจัดการกับพวกวิญ ญาณอสูรนักรบที่อยู่ตรง หน้าจากในระยะไกล
ส่วนทางด้านไรเร็นนั้นก็จะรีบพุ่งเข้าไปฟาดใส่พวกวิญญาณอสูรนักรบที่อยู่ตรงหน้าด้วยคฑาสังฆราช พร้อมกับมีการฟากฟันใส่พวกมันด้วยดาบยาวโนดาจิขนาดยักษ์ที่สะพายอยู่ด้านหลัง ในระหว่างนั้น เขาก็ได้มีการใช้พลังมนตราแห่งโพธิญาณในรูปแบบต่างๆ เพื่อจัดการกับพวกมันด้วย เช่นเดียวกับเทนไก
ส่วนทางด้านจินซาเอม่อนนั้นก็รีบพุ่งเข้าไปฟันใส่พวกวิญญาณอสูรนักรบที่อยู่ตรงหน้าด้วยเพลงดาบประจำตระกูลยางิวในกระบวนท่าต่างๆ แต่มันก็ยังสามารถหลบหลีก และป้องกันการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทั้งหมด
ส่วนทางด้านยาสุเกะนั้นก็จะรีบทำการตวัดคมดาบสั้นวากิซาชิติดโซ่ทั้งสองเล่ม เพื่อที่จะฟาดฟันใส่พวกวิญญาณอสูรนักรบที่อยู่ตรงหน้าจากในระยะไกล โดยที่ดาบสั้นทั้งสองเล่มนั้นได้ทำการเสกเปลวไฟลงบนนั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอก จากนั้น เขานั้นยังรีบพุ่งเข้าไปฟันใส่พวกวิญญาณอสูรนักรบที่อยู่ตรงหน้าด้วยขวานด้ามยาวที่ได้ทำการเสกเกล็ดน้ำแข็งอันเย็นยะเยือกลงบนนั้น พร้อมกับมีการควงด้ามของมันด้วยความชำนาญและพริ้วไหว
ส่วนทางด้านมาเรียนั้นก็จะรีบพุ่งเข้าไปจัดการกับพวกวิญญาณอสูรนักรบที่อยู่ตรงหน้า ด้วยคมดาบที่อยู่ตรงบริเวณปลายกระบอกปืน ในระหว่างนั้น เธอก็ได้มีการยิงกระสุนเงินออกมาจากปากกระบอกปืนศักดิ์สิทธิ์ใส่พวกมันอย่างไม่ยั้งด้วย
และทางด้านกราเซียนั้นก็จะรีบพุ่งเข้าไปจัดการกับพวกวิญญาณอสูรนักรบที่อยู่ตรงหน้า ด้วยตะขอที่ติดอยู่กับแหลนเพลิงศักดิ์สิทธิ์ และในระหว่างนั้น เธอก็มีการยิงลูกระเบิดออกมาจากปลายกระบอกแหลนเพลิงใส่พวกมันอย่างต่อเนื่องด้วย จนทำให้พื้นที่บริเวณตรงนั้นได้เกิดแรงระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น แรงระเบิดนั้นได้แผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง
ในระหว่างนั้นเอง เหล่าพวกพ้องฝ่ายอันจินนั้นก็ได้มีการอัญเชิญเหล่าภูติพิทักษ์ประจำกายของแต่ละคนให้ออกมาช่วยพวกเขาในการจัดการกับเหล่าวิญญาณอสูรนักรบที่อยู่ตรงหน้า
จนกระทั่งพวกมันนั้นก็ได้ค่อยๆ ทยอยพากันดับสลายหาย ไปจนหมดสิ้น ส่วนทางด้านมาซามุเนะที่อยู่ในร่างโอกามิ-มุฉะนั้นก็ยังคงเข้าเผชิญหน้าอยู่กับเจ้านางอสูรฮันเนีย-อายาคาชิ หรือโยชิฮิเมะ ผู้เป็นแม่ของเขาที่อยู่ตรงหน้า ศึกสายเลือดระหว่างแม่กับลูกนั้นยังคงเป็นไปอย่างดุเดือด
เจ้านางอสูรฮันเนียได้ทำการพ่นไฟอันร้อนระอุออกมาในรูปแบบต่างๆ เพื่อที่จะโจมตีใส่ผู้เป็นบุตรชายในไส้ของตัว เอง นอกจากนั้นแล้ว เจ้านางอสูรฮันเนียยังได้มีการร่ายมนต์ดำชนิดต่างๆ เพื่อที่จะใช้ในการโจมตีใส่เขาด้วย แต่มาซามุเนะนั้นก็ยังสามารถป้องกัน และหลบหลีกการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทั้งหมด
ส่วนทางด้านมาซามุเนะก็ได้ทำการตวัดปล่อยคลื่นดาบที่มีขนาดยาวออกมา เพื่อที่จะจัดการกับเจ้าฮันเนีย-อายาคาชิที่อยู่ตรงหน้า
นอกจากนั้น ยังได้มีการปล่อยพลังออกมาในรูปแบบต่างๆ ที่มาจากร่างโอกามิ-มุฉะ เพื่อที่จะโจมตีใส่อย่างไม่ยั้ง ผ่านดาบยาวคู่ใจ แต่เจ้านางอสูรฮันเนียนั้นก็ยังคงสามารถป้องกัน และหลบหลีกการโจมตีของผู้เป็นบุตรชายเอาไว้ได้ทั้งหมด
หลังจากที่ศึกสายเลือดระหว่างแม่กับลูกได้ดำเนินมาได้สักระยะ เจ้าอสูรฮันเนีย-อายาคาชิก็ได้เสียท่า และพ่ายแพ้ให้ กับมาซามุเนะ ผู้เป็นบุตรชายของนางอย่างราบคาบ กายสังขารของเจ้าอสูรฮันเนียนั้นก็ได้ค่อยๆ ดับสลายหายไป โยชิฮิเมะก็ได้กลับคืนสู่ร่างมนุษย์เหมือนเดิมอีกครั้ง