จอมหมัดราชันย์

    ตอนที่ 14 เข้าเมือง

    ตอนที่ 14 เข้าเมือง
    ดวงจันทร์บนฟ้าส่องประกายแสงที่เหลืองอ่อน สายลมพัดผ่านใบไม้ต้นหญ้าสั่นไหว เนี่ยฟงทะยานร่างบนยอดกิ่งไม้อย่างรวดเร็ว เมื่อหันกลับไปมองจากจุดที่จากมา ปรากฏว่าเขามาไกลหลายลี้ เนี่ยฟงยืนพักหอบหายใจด้วยความเหนื่อย บนใบหน้าของเขายังคงปรากฏซึ่งความตื่นเต้น ก่อนจะมองที่ร่างของตนที่เปียกโชกไปทั้งตัว พร้อมกับเศษดอกไม้ที่ติดไปทั่วทั้งเรือนร่าง เนี่ยฟงปลดปล่อยคลื่นพลังลมปราณจากทั่วร่าง น้ำที่เปียกโชกตามร่างกายถูกผลักดันออกอย่างรวดเร็ว กลายเป็นละอองน้ำ เศษดอกไม้ใบหญ้าปลิวกระจายกลายเป็นผุยผง ตามร่างกายเสื้อผ้าแห้งสนิทราวกับไม่เคยถูกน้ำ“เฮ้อ~! ข้าขอโทษจริงแม่นาง แต่เจ้าคงไม่ฟังคำแก้ตัวของข้า แต่จะว่าไปที่นี่คือที่ใดกัน ดูไปแล้วไม่คุ้นตาแม้แต่น้อย หรือจะกลับไปถามนางดี...อย่าดีกว่า ขืนไปคงได้คมกระบี่เป็นคำตอบ คงต้องไปหาข่าวภายในเมืองที่ใกล้ที่สุด” เนี่ยฟงกระโจนขึ้นสู่ยอดต้นไม้ใหญ่ ในบริเวณนี้มันคือต้นที่สูงที่สุด ดวงตาของเนี่ยฟงสาดส่องไปทั่วบริเวณ ก่อนจะหันไปพบเจอกับแสงไฟสลัวๆ ในทิศทางที่เขาจากมาไม่ไกล ไม่ผิดนั่นคือเมืองแน่นอน เสียงกลืนน้ำลายของเนี่ยฟงดังจนฟังได้ชัดเจน มีความเป็นไปได้หากไปที่เมืองนั้น จะต้องพบกับนางอีกเป็นแน่ เขาจึงส่องสำรวจไปยังทิศทางอื่นๆ แต่กลับไม่ปรากฏเสียงไฟจากเมืองให้เห็น“เป็นไงเป็นกัน อย่างมากก็แค่หนี หากจวนตัวจริงๆ ค่อยขอโทษนางแล้วกัน” ร่างของเนี่ยฟงเลือนหายไปในอากาศ มีเพียงเงาดำที่เคลื่อนไหวบนกิ่งไม้ คล้ายดุจดั่งสายลมที่พัดผ่าน พุ่งทะยานเข้าสู่เมืองอย่างเงียบงันณ เมืองที่กว้างใหญ่ ขนาดของมันกว้างกว่าเมืองซีหนานเกือบเท่าตัว ผู้คนมากมายต่างเดินขวักไขว่จนแน่นขนัด ราวกับมีงานเทศกาลประจำปี เนี่ยฟงเดินก้มหน้าก้มตาเพื่อหลีกเลี่ยงการพบปะกับผู้คน แต่ก็ไม่พ้นสายตาของหญิงสาวหลายคน ที่ตกตะลึงในรูปโฉมของเขา ในอดีตชาติของเขาพบปะกับหญิงสาวมากหน้าหลายตา แต่ก็ไม่เคยถูกจับจ้องถึงเพียง ทำให้เขารู้สึกเขินอายอย่างบอกไม่ถูก เขาจึงรีบหาโรงเตี๊ยมเพื่อทำการพักผ่อนอย่างรวดเร็ว ไม่นานเขาก็มาพบกับโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง แม้ขนาดจะไม่ใหญ่มากแต่ก็อัดแน่นไปด้วยผู้คน เนี่ยฟงรีบเข้าไปหาเถ้าแก่เนี้ยทันที “พักหรือดื่ม?” เถ้าแก่เนี้ยพูดออกมาเสียงเบาๆ มือของนางยังคงดีดลูกคิดโดยไม่หันไปมองเนี่ยฟง “พัก” เนี่ยฟงตอบกลับทันที “สิบเหรียญทองแดง” เนี่ยฟงพยักหน้ารับก่อนจะรีบค้นหาเศษเหรียญในร่างกาย “บันเทิงล่ะ!!! ข้าไม่ได้พกเงินติดตัวมาแต่เหรียญเดียว” เม็ดเหงื่อปรากฏขึ้นบนใบหน้า เขาจะพกเงินมาได้อย่างไร ในเมื่อเขาถูกไล่ล่าจนตกผา ไม่ได้ออกมาท่องเที่ยวแต่อย่างใด การที่เขาเลือกพักที่โรงเตี๊ยม ก็เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับเมืองเมื่อเวลาผ่านไม่กี่ลมหายใจ เถ้าแก่เนี้ยไม่เห็นเงินค่าที่พัก นางก็เงยหน้ามองเนี่ยฟงที่มีเม็ดเหงื่อบนใบหน้า เผยให้เห็นใบหน้าของนางที่เด่นชัด อายุอานามของนางดูไปแล้วไม่น่าเกินยี่สิบห้าปี ดวงตาที่เป็นประกายของนางชวนให้ผู้จ้องมองต้องหลงใหล ริมฝีปากที่แดงราวกับกลีบกุหลาบที่บานสะพรั่ง เสื้อเปิดไหล่ของนางเผยให้เห็นร่องหน้าอกที่ขาวผ่องเป็นยองใย กลิ่นหอมจางๆ จากเรือนร่างทำให้หนุ่มๆ ต้องชวนฝัน เมื่อนางมองเห็นใบหน้าของเนี่ยฟงที่ใกล้แค่เอื้อมมือ หัวใจของนางก็สั่นไหวอย่างรุนแรง รอยยิ้มที่หวานปานน้ำผึ้งก็ปรากฏบนใบหน้าทันที“พ่อหนุ่ม...เจ้าไม่มีเงินติดตัวรึ หรือว่าถูกปล้นชิงไป” “ข้าไม่ได้ถูกปล้น แต่ข้าลืมเอามันมาจากบ้านเท่านั้น” “ช่างน่าเห็นใจยิ่งนัก หากเจ้าไม่ว่าอะไร ข้ามีห้องพักอยู่ห้องหนึ่งที่สามารถให้เจ้าพักได้ เพียงแต่ว่า...” “เพียงแต่...เพียงแต่สิ่งใด” เนี่ยฟงถามด้วยสีหน้าที่สงสัย“เพียงแต่ต้องนอนเบียดกับข้านิดหน่อยเท่านั้น” นิ้วมือที่เรียวงามของนาง กรีดไปตามท่อนแขนของเนี่ยฟงอย่างเบาบาง สายตาของนางจับจ้องเนี่ยฟงราวกับจะกลืนกิน เนี่ยฟงก้าวถอยอย่างรวดเร็ว เม็ดเหงื่อหลั่งเย็นไหลผ่านที่กลางหลัง เมื่อเห็นอาการของเนี่ยฟงที่ตื่นตกใจ เถ้าแก่เนี้ยก็เปล่งเสียงหัวร่อคิกคักออกมา“เจ้าคงไม่เคยเรื่องอย่างว่าอย่ากังวลไป ข้าเพียงล้อเจ้าเล่นเท่านั้น เจ้าพกของมีค่ามาบ้างหรือไม่ เจ้าสามารถนำมันไปขายได้ที่สมาคมจันทรา ที่นั่นไม่ว่าอะไรก็รับซื้อและไม่ว่าอะไรก็มีขาย และยังให้ราคาที่เป็นธรรม แต่ข้าแนะนำเจ้าเพื่อความปลอดภัย เจ้าควรหาอะไรปกปิดใบหน้า เมื่อยามออกมาจะได้ไม่ถูกปล้นกลางทาง” เนี่ยฟงถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะสอบถามทางไปสมาคมจันทรา อย่างน้อยแก่นอสูรคงมีราคาเพียงพอให้เขาได้เข้าพัก ไม่ต้องไปนอนกลางดินกินกลางทรายดังเก่าก่อน เมื่อได้เส้นทางที่ชัดเจน เนี่ยฟงก็เตรียมจะออกจากห้องพักทันที ในขณะที่กำลังเดินจากไป เถ้าแก่เนี้ยก็ทักออกมา “แต่หากเจ้าอยากพักห้องเดียวกับข้า ข้าก็ไม่ปฏิเสธเจ้านะ คิกคิก!” เนี่ยฟงยิ้มเจื่อนๆ ก่อนจะเดินออกมาจากโรงเตี๊ยม พลางคิดในใจหากเป็นเพื่อนเด่น ป่านนี้มันคงได้สุขสมกับนางจนถึงเช้า เมื่อคิดถึงเด่นขึ้นมา ใบหน้าของเขาก็ปรากฏความเศร้าสร้อย คิดถึงเพื่อนเก่าที่จากมาเนี่ยฟงเดินไปตามเส้นทางที่เถ้าแก่เนี้ยบอกอย่างแม่นยำ ผ่านไปไม่นานก็มาถึงหอคอยสูงสามชั้น ที่ตกแต่งอย่างหรูหราโอ่อ่า ประตูทางเข้าแกะสลักด้วยหงส์คู่มังกร เหนือบานประตูเขียนว่าสมาคมจันทราอย่างชัดเจน ผู้คนต่างพากันเดินเข้าเดินออกไม่ขาดสาย ซึ่งแต่ละคนก็ล้วนแต่สวมใส่หมวกที่ผ้าม่านคลุมใบหน้าอย่างมิดชิด แต่กลับกันเนี่ยฟงไร้หมวกปิดบังใบหน้า จะมีได้อย่างไรแม้แต่เงินค่าที่พักยังไม่มี แล้วจะนำเงินที่ไหนไปซื้อหมวกมาสวมใส่ เนี่ยฟงมองซ้ายมองขวาตรวจดูมีผู้ใดอยู่ใกล้เคียงหรือไม่ เมื่อไม่มีใครเขาก็เข้าไปในซอกซอยที่มืดทึบ เวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป ปรากฏร่างของชายชราผมขาว เดินออกมาจากซอกซอยที่เนี่ยฟงเข้าไป ไม่ผิดชายชราผู้นี้คือเนี่ยฟงนั่นเอง เขาใช้เคล็ดปลอมแปลงใบหน้า ที่เรียนรู้มาจากถังต้าเหลียนมาใช้ ซึ่งตั้งแต่ได้มานั้นเขาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ใช้จริงๆ เนี่ยฟงเดินเข้าสมาคมการค้าอย่างเชื่องช้า ทุกสายตาต่างจับจ้องเนี่ยฟงอย่างไม่ลดละ จะมีผู้ใดหาญกล้าเปิดเผยตัวตนในการซื้อขาย หากไม่ใช่ผู้มีอำนาจบาตรใหญ่จนผู้คนต้องยำเกรง ก็ต้องเป็นผู้มีลมปราณขั้นสูงจนไม่เกรงกลัวต่อผู้ใด ไหนเลยต้องมาหวาดกลัวโจรกระจอกข้างทาง ภายในสมาคมตบแต่งหรูหรา ผิดกับประตูทางเข้าราวกับฟ้ากับเหว ของมีค่ามากมายถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ ไม่เกรงผู้ใดจะฉกชิงแม้แต่น้อย ในขณะที่เนี่ยฟงกำลังจดๆ จ้องๆ ว่าจะทำสิ่งใดต่อไป ก็มีหญิงสาวในชุดกี่เพ้าสีแดงสด ที่บีบรัดรูปร่างอวดทรวงทรง ชายกระโปรงที่ผ่าขึ้นมา เผยให้เห็นขาอ่อนที่ขาวผ่อง เดินเข้ามาหาด้วยรอยยิ้มที่สดใส “นายท่านต้องการซื้อหรือการขาย” เนี่ยฟงกระแอมไอสองสามครั้ง ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า “ขาย” ไม่เพียงแต่ปลอมแปลงรูปโฉม แม้แต่เส้นเสียงก็ถูกดัดแปลง ใครจะคาดคิดว่าชายชราที่อยู่เบื้องหน้า จะมีอายุเพียงสิบเจ็ดปีเท่านั้น เนี่ยฟงหยิบแก่นอสูรพยัคฆ์ออกมา ก่อนจะส่งให้หญิงสาวเพื่อตรวจดู“แก่นอสูรรับลมปราณก่อกำเนิด?” ไม่ทันจะรับแก่นอสูร ใบหน้าของหญิงสาวที่ยิ้มอย่างอ่อนโยน แปรเปลี่ยนเป็นหุบยิ้มอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเหลือบมองเนี่ยฟงต้องแต่หัวจรดปลายเท้า นางรู้สึกผิดหวังที่เสนอหน้ามาต้อนรับเนี่ยฟง หลงนึกว่าจะเป็นผู้มีอำนาจบาตรใหญ่ ที่เปิดเผยตัวตนไม่เกรงกลัวฟ้าดิน แต่ที่ไหนได้กลับเป็นเพียงชายชราที่แสนจะธรรมดา เอาแก่นอสูรมาขายเพื่อแลกเศษเงินไม่กี่เหรียญ ด้วยสายตาของนาง แก่นอสูรก้อนนี้คงมีค่าไม่กี่สิบเหรียญเงินเท่านั้น “ข้าเป็นเพียงคนงานต้อนรับเท่านั้น เชิญท่านหาโต๊ะที่ว่างแล้วให้เสมียนประจำร้านดูเถอะ อาจจะต้องใช้เวลาบ้าง หากท่านรอไม่ไหวขอให้กลับมาขายใหม่ในวันพรุ่ง” หญิงสาวเดินสะบัดก้นจากไป ไร้ทีท่าที่อ่อนน้อมดังเก่าก่อน ทันใดนั้นก็ปรากฏเสียงหนึ่งขึ้นมา “มาให้ข้าตีราคาให้ท่านเถอะ” ทำให้นางต้องหยุดเดินทันที พร้อมกับเดินไปหาที่ต้นเสียงอย่างรวดเร็ว การปรากฏของตัวเขาทำให้ผู้คนในสมาคมต้องแตกตื่น แม้ว่าเขาจะเป็นชายชราที่ร่างกายผอมบาง แต่กลับรู้สึกได้ถึงพลังที่แข็งแกร่งดวงตาที่อ่อนโยนของเขาจ้องมองมาที่เนี่ยฟง พร้อมกับส่งยิ้มที่อบอุ่นมาให้ หญิงผู้นั้นรีบเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะถอนสายบัวอย่างช้าๆ เพื่อแสดงความเคารพ “ท่านผู้อาวุโส สิ่งนั้นเป็นเพียงแก่นอสูรลมปราณก่อกำเนิดธรรมดาเท่านั้น ท่านไม่ต้อง..” “หุบปากเจ้าซะ! ไม่ว่าสินค้าจะคืออะไร ลูกค้าจะอยู่ในชนชั้นไหน เจ้าก็ปฏิบัติต่อลูกค้าให้ดีที่สุด จงจำการกระทำของเจ้าในวันนี้ไว้ หากมีครั้งหน้าอีกข้าจะไล่เจ้าออก ไสหัวไป!” เม็ดเหงื่อปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหญิงสาว นางถอนสายบัวหนึ่งครั้งก่อนจะจากไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็อยู่ไม่ห่างจากพวกเขามากนัก ทำให้นางสามารถได้ยินสิ่งพวกเขาคุยกันได้อย่างชัดเจน ชายชราก้าวเดินหาเนี่ยฟงอย่างช้าๆ ก่อนจะประสานมือทั้งสองข้างขึ้นที่เบื้องหน้า “ข้าขออภัยแทนคนงานของข้า ที่แสดงกิริยาไม่เหมาะสม หวังว่าท่านจะให้อภัย ตัวข้ามีนามว่า หูเกอ เป็นผู้จัดการสมาคมจันทรา ที่สาขาแห่งนี้ ขอให้ข้าได้ตรวจดูแก่นอสูรของท่านด้วยเถอะ” เนี่ยฟงส่งแก่นอสูรให้หูเกออย่างช้าๆ เมื่อเห็นทีท่าของหญิงสาวที่แสดงต่อตน ทำให้คิดว่ามันคงมีราคาไม่มาก ถึงอย่างไรมันก็เป็นแก่นอสูร อย่างน้อยมันก็คงเพียงพอต่อค่าที่พัก หูเกอรับแก่นอสูรมาอย่างแผ่วเบา ก่อนจะหลับตาลงแล้วลูบไล้มันอย่างช้าๆ และในทันทีที่สีหน้าของหูเกอแปรเปลี่ยน เขาจ้องมองดูแก่นอสูรด้วยสายตาที่ไหวหวั่น ท่ามกลางความสะใจของหญิงสาวที่กำลังแอบดูอยู่ไม่ห่าง คาดคิดว่าสิ่งที่นางพูดไปไม่ผิด และทำให้หูเกอต้องอับอาย“ไม่ผิดจริงๆ ถึงมันจะเป็นแก่นอสูรลมปราณก่อกำเนิด...แต่นี่มัน...นี่มัน...มันคือแก่นอสูรของพยัคฆ์ขาว!!! ไม่ใช่มันหมดสิ้นไปจากโลกแล้วหรือ มิหนำซ้ำมันยังมีอายุถึงพันปี แม้พลังลมปราณจะแค่ก่อกำเนิด แต่มันก็เทียบเคียงไม่น้อยไปกว่าขั้นพิภพแม้แต่น้อย และยังมีความสามารถที่ตื่นตระหนกอยู่ภายในอีก มีตาหามีแววไม่!!”
    *หมายเหตุคำขีดเส้นใต้*ลี้ = มาตรวัดระยะทางของจีน หนึ่งลี้ประมาณห้าร้อยเมตร (ข้อมูลจาก google) เถ้าแก่เนี้ย = เถ้าแก่ผู้หญิง, หญิงชาวจีนผู้เป็นเจ้าของกิจการ, ภรรยาเถ้าแก่ (ข้อมูลจาก google)