บรรยากาศในสวนหย่อมหลังโรงแรมเย็นเยียบจนถึงกระดูก ไอสีดำทมิฬจากไม้เท้าของ อาจารย์กุมภ์ ก่อตัวเป็นรูปลักษณ์ของอสูรกายที่กระหายเลือด เขาบริกรรมคาถาขั้นสูงสุดที่เป็น "อาคมสังหารเทพ" ซึ่งฝึกฝนมาจากการบำเพ็ญตบะในป่าช้านับสิบปี เพื่อหวังจะดับแสงแห่งพรสวรรค์ในตัวของเสี่ยวเป่าให้สิ้นซาก
"ดับสูญไปซะ! จิตเทพที่แสนโสภา!" อาจารย์กุมภ์คำรามพลางฟาดไม้เท้าลงกับพื้นดิน แสงสีม่วงดำคล้ายอสนีบาตพุ่งเข้าหาเสี่ยวเป่าด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายตามนุษย์จะมองทัน
เสี่ยวเป่า ที่ยังเยาว์วัยยืนอึ้งด้วยความตกใจ หนูน้อยยังไม่ทันได้ตั้งตัวและไม่นึกเลยว่าอาคมนี้จะร้ายกาจเกินกว่าที่บาเรียสีทองจะต้านทานได้ทัน ทว่าในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นตายนั้นเอง...
"ไม่นะ! อย่าทำลูกฉัน!"
ซูหว่าน พุ่งตัวออกไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต เธอใช้ร่างกายของตัวเองเป็นโล่มนุษย์บดบังร่างของลูกสาวไว้ อาคมสังหารพุ่งเข้าปะทะกลางแผ่นหลังของเธออย่างจัง เสียงดัง ปึก! ราวกับค้อนปอนด์ทุบลงบนเนื้อสด ร่างของซูหว่านกระเด็นไปตามแรงปะทะ แผ่นหลังของเธอไหม้เกรียมเป็นรอยยันต์สีดำทมิฬที่กัดกินเข้าไปถึงดวงวิญญาณ
"แม่จ๋า!!!" เสี่ยวเป่ากรีดร้องลั่นเมื่อเห็นร่างของซูหว่านทรุดฮวบลงต่อหน้าต่อตา เลือดสีแดงฉานไหลออกจากมุมปากของแม่จ๋าที่พยายามจะยิ้มให้เธอเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ดวงตาจะเริ่มพร่ามัว "แม่... แม่จ๋า อย่าทิ้งเสี่ยวเป่าไป!"
ความพิโรธของเทพน้อย
ความโศกเศร้าเสียใจอย่างสุดระงับแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงโทสะที่ร้อนแรงเกินกว่าจะควบคุม ดวงตาของเสี่ยวเป่าเปลี่ยนจากสีน้ำตาลอ่อนกลายเป็นสีทองโชติช่วงราวกับดวงอาทิตย์ พลังเทพในตัวที่เคยอ่อนโยนกลับกลายเป็นกราดเกรี้ยว หนูน้อยลุกขึ้นยืนพลางชูมือขึ้นฟ้า
"คนใจร้าย... แกทำแม่จ๋าเจ็บ... แกต้องชดใช้!!!"
คลื่นพลังสีทองมหาศาลระเบิดออกจากตัวเสี่ยวเป่าเป็นวงกว้าง ปะทะกับอาคมของอาจารย์กุมภ์จนกำแพงนะจังงังแตกละเอียด เสี่ยวเป่าชี้นิ้วไปที่อาจารย์กุมภ์ แสงเทพพุ่งออกไปเป็นเส้นตรงปะทะเข้าที่ทรวงอกของหมอผีเฒ่าจนกระดูกซี่โครงลั่นกร๊อบ อาจารย์กุมภ์กระอักเลือดสีดำออกมาคำโต ร่างของเขาถูกตรึงไว้ด้วยอำนาจสวรรค์จนไม่อาจขยับเขยื้อนได้
กัมปนาทแห่งมังกร
ในจังหวะที่อาจารย์กุมภ์กำลังจะใช้อาคมเฮือกสุดท้ายสู้ตาย เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของ มู่เฉิง ที่ฝ่าวงล้อมเข้ามาได้ทันเวลา ใบหน้าของเขาถมึงทึงดุจพญายามเมื่อเห็นสภาพของซูหว่านที่นอนจมกองเลือด
"แก... ไอ้หมอผีใจทราม!" มู่เฉิงตะโกนก้องด้วยความแค้นที่สุมทรวง
เขาไม่ลังเลที่จะชัก "ปืนอาคม" ที่แอบนำไปปลุกเสกด้วยโลหิตของนักพรตผู้มีอาคมขาวและลงอักขระทองคำไว้ที่ตัวลำกล้อง มู่เฉิงเล็งไปที่กลางแสกหน้าของอาจารย์กุมภ์ที่กำลังถูกพลังของเสี่ยวเป่าสะกดไว้
"นี่คือโทษทัณฑ์ที่แกบังอาจมาแตะต้องครอบครัวของข้า!"
เปรี้ยง!!!
เสียงปืนอาคมดังสนั่นกึกก้องยิ่งกว่าเสียงฟ้าผ่า กระสุนอาคมพุ่งทะลวงผ่านเกราะมนต์ดำของอาจารย์กุมภ์เข้าไปปะทะกับไหล่และจุดยุทธศาสตร์ของอาคมจนระเบิดออก อาจารย์กุมภ์กรีดร้องอย่างโหยหวนเมื่อวิชาอาคมที่ฝึกมาถูกทำลายสิ้น ร่างของเขากระเด็นไปไกลจนแน่นิ่งอยู่ใต้เงาไม้มืด
มู่เฉิงไม่สนใจศัตรูอีกต่อไป เขาโยนปืนทิ้งแล้วพุ่งเข้าไปอุ้มร่างของซูหว่านขึ้นมาแนบอก "หว่านเอ๋อร์! ตื่นสิ! ผมมาช่วยคุณแล้ว!"
เสี่ยวเป่าถลาเข้าไปกอดขาแม่จ๋าพลางสะอึกสะอื้น พลังสีทองที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดพยายามจะไหลเวียนเข้าสู่ร่างของซูหว่านเพื่อยื้อดวงวิญญาณที่กำลังจะหลุดลอยให้กลับคืนมา ท่ามกลางหยาดน้ำตาและรอยเลือด สงครามครั้งนี้จบลงด้วยชัยชนะที่ขมขื่น และความแค้นที่มู่เฉิงมีต่อหลิวจื่อหาน... บัดนี้มันได้กลายเป็นความแค้นที่ต้องชำระด้วยชีวิตเท่านั้น!