“คารวะองค์ชายสามองค์ชายใหญ่และองค์ชายรองมากถึงเมื่อสามวันก่อนแล้ว เชิญองค์ชายสามทางด้านนี้ขอรับ”
เฟยหลงเดินมุ่งหน้าเข้าไปยังพระราชวังทุกที่ในพระราชวังเฟยหลงสามารถรู้จากความทรงจำขององค์ชายสามแม้ว่าเขาจะไม่เคยมาแม้แต่ครั้งเดียว อู๋ซวงทำได้เพียงแค่เดินตามเฟยหลงไปเท่านั้นตอนนี้เขามาในฐานผู้ติดตามขององค์ชายสามโดยใช้ชื่อเปาเปียวผู้ติดตามขององค์ชายสามถูกสังหารไปจนหมดสิ้นทำให้เฟยหลงถือโอกาสนี้แต่งตั้งให้ปู่ของเขาที่มีใบหน้าไม่ต่างจากเด็กหนุ่มคนหนึ่งมาติดตามองค์ชายสามแทน
เมื่อเฟยหลงและอู๋ซวงเดินทางมาถึงยังตำหนักที่พักขององค์ชายสามเฟยหลงจึงได้คนรับใช้ไปแจ้งองค์ราชาของอาณาจักรกาลเวลาแห่งนี้ ว่าเขากลับมาแล้วและขอเข้าพบบิดาของเขาในวันพรุ่งนี้แทน
“เจ้าช่วยไปรายงานพระบิดาของเราด้วยว่าเรามาถึงแล้วและเนื่องจากพวกเราเดินทางมาหลายวันจึงรู้สึกเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง ดังนั้นเราจะไปพบพระบิดาในวันพรุ่งนี้ส่วนวันนี้ห้ามใครมารบกวนข้าอย่างเด็ดขาด ข้าจะพักผ่อน”
“ขอรับองค์ชาย”
เนื่องจากเฟยหลงใช้เวทแปลงกายเป็นองค์ชายสามใกล้ครบเวลาหนึ่งวันแล้วเขาจำเป็นต้องรออีกหนึ่งชั่วโมงจึงจะสามารถร่ายเวทนี้ได้อีกครั้ง
“ท่าน ไม่มีวิธีแก้ไขเวทชั้นสูงนี้ให้สามารถคงอยู่ในสภาพนี้ตามที่เราต้องการได้เลยเช่นนั้นหรือ?”
“ได้สิ แต่หลานเองต้องก้าวไปให้ถึงระดับปราชญ์จอมเวทให้ได้เสียก่อนหาไม่แล้วระดับพลังเวทของหลานจะยังไม่เพียงพอที่จะคงสภาพนี้ในระยะเวลานาน ๆ ได้ยิ่งพลังเวทของเจ้าเลื่อนระดับสูงมากเท่าไหร่ระยะเวลาฟื้นฟูเวทของเจ้าก็จะสั้นลงเรื่อย ๆ เมื่อเจ้าอยู่ในระดับปราชญ์จอมเวทได้ระยะเวลาที่ฟื้นฟูของเจ้าจะอยู่ที่สิบนาทีหรือต่ำกว่านั้นแล้วแต่ความสามารถของหลานเอง”
“เช่นนั้นท่านปู่เองก็สามารถใช้เวทนี้เป็นเวลานานๆ ได้ โดยระยะเวลาฟื้นฟูก่อนจะร่ายเวทได้อีกครั้งของท่านปู่ต้องใช้เวลากี่นาทีหรือ?”
“ก็น่าจะราว ๆ สิบสองนาทีได้ เอาหละเหลานพักผ่อนก่อนเถอะปู่จะอยู่เฝ้าหน้าห้องให้หลานเองหลังจากนี้ไปหลานต้องเรียกปู่แบบองค์ชายสามทุกประการเหมือนเช่นตลอดระยะเวลาที่เราเดินทางมา เพื่อไม่ให้ใครต้องมาสงสัยทีหลัง”
เฟยหลงได้เพียงแค่พยักหน้ารับทราบจากนั้นเขาจึงเดินเข้าไปในห้องพักขององค์ชายสามเพียงไม่นาน พลังเวทเริ่มสลายไปทำให้ตัวตนขององค์ชายสามกลับกลายเป็นเฟยหลงเช่นเดิมเฟยหลงนั่งขัดสมาธิฟื้นฟูพลังปราณ และพลังเวทของเขาที่สูญเสียไป หลังจากฟื้นฟูพลังเสร็จเฟยหลงจึงนอนหลับพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวเข้าพบกับกษัตริย์อาณาจักรกาลเวลาในวันพรุ่งนี้
โดยเฟยหลงและปู่ของเขาวางแผนการครั้งนี้ตลอดการเดินทางพวกเขาคิดแผนการต่าง ๆ ไว้มากมายหลายแผนการและสุดท้ายทั้งสองคนเลือกที่จะให้เป็นไปตามสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้าแทนเพราะไม่ว่าพวกเขาจะใช้แผนการใดสุดท้ายพวกเขาก็ต้องพยายามช่วยเหลือบิดาและมารดาที่ถูกขังเอาไว้ออกมาให้ได้
จนกระทั่งรุ่งเช้าเฟยหลงจึงได้ไปเข้าพบกับกษัตริย์ของอาณาจักรกาลเวลาโดยที่มีพี่ชายทั้งสองขององค์ชายสามมารออยู่ก่อนแล้ว
“คารวะเสด็จพ่อ ลูกขออภัยที่เดินทางมาถึงล่าช้า”
“เจ้ากลับมาก็ดีแล้วพี่ชายของเจ้าก็พึ่งมาถึงเมื่อไม่กี่วันก่อน พวกเขาไม่ได้ข่าวคราวใด ๆ ของอู๋ซวงและเด็กคนนั้นเลยแล้วทางเจ้าหละเป็นยังไงบ้างได้ข่าวคราวอะไรบ้างหรือไม่?”
“เรียนเสด็จพ่อเรื่องของเจ้าแก่นั้นกับเด็กคนนั้นลูกได้ลูกมีข่าวมาแจ้งให้เสด็จพ่อทราบด้วยเด็กคนนั้นถูกผู้ติดตามของลูกสังหารไปแล้ว ส่วนตาแก่นั่นหนีรอดไปได้ ส่วนผู้ติดตามของลูกถูกสังหารไปห้าคนโชคดีที่ก่อนหน้านั้นสองลูกได้รับผู้ติดตามใหม่หนึ่งคน เขาชื่อเปาเปียวก่อนที่ตาแก่นั่นจะทำอะไรลูกได้เปาเปียวได้พาลูกหนีออกมาก่อนจึงทำให้ลูกกลับมาหาเสด็จพ่อช้าขอรับ”
“อะไรนะพวกเจ้าสามารถสังหารเด็กคนนั้นได้แล้วเจ้ามีหลักฐานอะไรหรือเปล่าว่าเป็นเด็กคนนั้นจริง ๆ”
“ลูกได้ยินเจ้าแก่นั่นเรียกเด็กคนนั้นว่าเฟยหลงอีกอย่างเจ้าเด็กนั่นก็มีหน้าตาคล้าย ๆ กับบิดาของมันมากลูกคิดว่าคนของลูกคงสังหารไม่ผิดตัวอย่างแน่นอนส่วนเจ้าแก่นั่นก็บาดเจ็บไปไม่น้อยเช่นกัน ลูกยังเก็บแหวนมิติของเจ้าเด็กนั่นเอาไว้อยู่ท่านพ่อลองตรวจสอบดูของด้านในเผื่อว่าจะมีของชิ้นใดที่ท่านพ่อพอจะจดจำได้บ้าง”
เฟยหลงนำแหวนมิติที่เขาได้เตรียมเอาไว้ด้านในเป็นของใช้ส่วนตัวของเขาส่วนหนึ่งและยังมีป้ายประจำตัวที่อู๋ซวงมอบให้อีกอันหนึ่งเก็บเอาไว้ในแหวนมิติวงนั้นด้วยส่งให้กับบิดาขององค์ชายสาม เฟยอ้าวซวงใช้จิตสัมผัสของเขาตรวจสอบแหวนมิติวงนั้นทันที
เมื่อส่งจิตสัมผัสเข้าไปในแหวนมิติวงนั้นเขาสะดุดเข้ากับแผ่นป้ายเล็ก ๆ แผ่นหนึ่งในทันทีแผ่นป้ายที่อู๋ซวงมอบให้กับเฟยหลงก่อนที่จะมาถึงเมืองหลวงอาณาจักรกาลเวลาแห่งนี้นั่นเอง
เฟยอ้าวซวงเรียกแผ่นป้ายหยกอันนั้นออกมาในทันทีเขาตรวจสอบและมองดูมันอยู่นานก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความดีใจ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าทำได้ดีมาก ครั้งนี้เจ้าทำได้ดีมากคนของเจ้าสังหารนั้นไม่ผิดตัว เขาคือเฟยหลงจริง ๆ นี่เป็นป้ายประจำตัวของเด็กคนนั้น ตอนเด็ก ๆข้าเคยเห็นเจ้าเฟยอู่หลานมันมอบให้ลูกของมันกับตาของข้า ข้าจำมันได้อย่างแม่นยำป้ายนี้ไม่ใช่ของปลอมอย่างแน่นอนเพราะมันเป็นป้ายหยกที่มีแต่ราชวงศ์ของเราเท่านั้นที่มีมันอยู่คนละหนึ่งชิ้นเช่นเดียวกับของพวกเจ้าที่มีกันคนละชิ้นเช่นกันและป้ายหยกนี้ไม่สามารถทำเลียนแบบได้อย่างแน่นอน”
“ว่าแต่เจ้าไปพบกับเจ้าแก่นั่นที่ไหนพวกเราจะได้ส่งกองกำลังออกติดตามเจ้าแก่นั่นโดยเร็วที่สุด”
“พระบิดา ลูกพบกับพวกเขาที่ภูเขาเมฆาทมิฬ ตรงน้ำตกขนาดใหญ่ ด้านในจะมีถ้ำขนาดใหญ่อยู่ตอนแรกลูกและผู้ติดตามของลูกตามหาทั้งสองไม่เจอ เลยคิดไปจับสัตว์อสูรมาเป็นสัตว์พาหนะหนึ่งในผู้ติดตามของลูกได้แนะนำให้ลูกไปที่นั่นแต่เมื่อลูกและผู้ติดตามไปถึงที่นั่น ลูกกลับพบกันตาแก่อู๋ซวงที่นั่น ลูกจึงได้แอบดูพวกมันอยู่สองวันจึงรู้ว่าที่แท้แล้วพวกมันอาศัยอยู่ในถ้ำหลังน้ำตกนั่นเอง”
“หลังจากที่แน่ใจแล้ว ลูกจึงได้ให้คนของลูกวางค่ายกลจัดการกับตาเฒ่าอู๋ซวงนั่นส่วนลูกและผู้ติดตามอีกสองคนแอบเข้าไปในถ้ำนั้นเมื่อคนของลูกสังหารเจ้าเด็กนั่นได้ ผู้ติดตามของลูกที่ต่อสู้กับตาเฒ่าอู๋ซวงเองก็ถูกสังหารเช่นเดียวกันมันโกรธแค้นลูกและคนของลูกเป็นอย่างมากมันคิดจะสังหารลูกเช่นเดียวโชคดีที่เปาเปียวช่วยลูกออกมาได้ แต่ผู้ติดตามคนอื่น ๆ ของลูกกลับถูกตาเฒ่าอู๋ซวงสังหารทั้งหมด”
“ลูกและเปาเปียวต้องหลบหนีอยู่หลายวันกว่าจะเดินทางมาถึงอาณาจักรของพวกเราได้”
“มิน่าพวกเราตามหายังไงก็หาพวกมันไม่เจอ ที่แท้เจ้าแก่อู๋ซวงนั่นกลับพาเด็กคนนั้นไปซ่อนไว้ที่อันตรายแบบนั้นนั่นเอง”
“ท่านพ่อผู้ติดตามของลูกก็เหลือเพียงคนเดียวแล้วท่านช่วยหาผู้ติดตามเพิ่มให้ลูกได้ไหมลูกไม่กล้าออกไปไหนหากมีผู้ติดตามเพียงคนเดียวเช่นนี้”
“ได้สิ ครั้งนี้เจ้าและคนของเจ้าทำผลงานได้ดี ข้าจะมอบรางวัลให้เจ้าและผู้ติดตามของเจ้าผู้ติดตามของเจ้าข้าจะแต่งตั้งให้เป็นองครักษ์ประจำตัวของเจ้าและเพิ่มผู้ติดตามให้เจ้าอีกเก้าคน ส่วนเปาเปียวนั้นให้แต่ตั้งเป็นหัวหน้าองครักษ์พวกเจ้าสามารถไปรับเงินรางวัลได้คนละห้าแสนเหรียญทอง และที่ดินอีกหนึ่งร้อยไร่ เป็นรางวัลสำหรับพวกเจ้า”
“ขอบคุณเสด็จพ่อ”
“ขอบพระทัยฝ่าบาท ”
องค์ชายใหญ่และองค์ชายรองต่างจ้องเฟยหลงตาเป็นมันพวกเขาไม่คิดว่าบิดาของเขาจะมอบรางวัลให้มากมายเช่นนี้ หากพวกเขารู้เช่นนี้พวกเขาคงทุ่มเทตามหาอู๋ซวงและเด็กคนนั้นอย่างเต็มที่อย่างแน่นอน
แต่คิดได้ตอนนี้ก็สายไปเสียแล้วเพราะน้องชายของพวกเขาทำผลงานแซงหน้าพวกเขาที่มัวแต่เที่ยวเตร็ดเตร่ไปวัน ๆ ไปแล้วไม่แน่ในอนาคตหากน้องชายของเขายังคงทำผลงานได้ดีเช่นนี้อีกพวกน้องชายของเขาอาจจะกลายเป็นองค์รัชทายาทก็เป็นได้พวกเขาเพียงได้แต่มองด้วยความอิจฉา ไม่กล้าที่จะทำอะไรน้องชายของตนเองเพราะบิดาของเขาได้กำชับเอาไว้แล้วว่าห้ามไม่ให้พี่น้องฆ่ากันเองหรือแอบทำร้ายกันโดยเด็ดขาด หากใครฝ่าฝืนจะถูกสังหารในทันทีโดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น
ซึ่งทำให้องค์ชายใหญ่และองค์ชายรองไม่กล้าแม้แต่จะคิดทำอะไรองค์ชายสามเลยแม้แต่น้อย
“เสด็จพ่อแล้วพวกเราจะทำยังไงต่อไปกันดีตอนนี้ตาแก่อู๋ซวงคงตามหาตัวลูกให้วุ่นแล้ว อีกอย่างตาแก่นั่นก็บาดเจ็บไม่น้อย”
“เรื่องนั้น เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง พ่อจะให้คนออกตามล่าตาแก่อู๋ซวงนั่นเองส่วนตัวเจ้าช่วงนี้ก็เก็บตัวอยู่แต่ในเมืองหลวงนี้ไปก่อนอย่าได้ออกไปต่างเมืองหรืออาณาจักรอื่นโดยเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัยของตัวเจ้าเอง”
“พะยะค่ะ เสด็จพ่อ ลูกจะอยู่แต่ในเมืองหลวงของเราไม่ออกไปที่อื่นโดยเด็ดขาดพะยะค่ะ”
“เอาหละพวกเจ้าไปได้แล้ว พวกเจ้าเหน็ดเหนื่อยมาหลายปีแล้วพวกเจ้าสองคนเองก็ไปรับรางวัลคนละหนึ่งแสนเหรียญทองพ่อต้องขอบใจที่หลายปีมานี้ต้องทำให้พวกเจ้าต้องเหน็ดเหนื่อยเมื่อเรื่องทุกอย่างจบ พวกเจ้าก็จะสุขสบายไปตลอด”
“ขอบคุณเสด็จพ่อ”
หลังจากที่เฟยหลงและทุกคนออกไปแล้ว เฟยอ้าวซวงเดินตรงไปยังตำหนักที่อยู่ไม่ไกลจากที่นั่นเพื่อไปพบกับพี่ชายของเขาเฟยอู่หลานและหลิวเซียงทั้งสองถูกกักบริเวณอยู่แต่ภายในตำหนักนี้เท่านั้นมีเวรยามเฝ้าอยู่ตลอดเวลาอย่างแน่นหนาน้อยคนนักที่จะสามารถเข้าไปยังตำหนักแห่งนี้ได้แม้กระทั่งเหล่าองค์ชายทั้งหลายก็ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในตำหนักนี้ได้มีเพียงบางครั้งบางคราวเท่านั้นที่พวกเขาจะได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้