บทที่ 5
อาหารปรุงสุกมันดีกว่าที่คิด
เหรินห่าวเหรินมองหญิงสาวที่พาเขามาที่ลำธาร แน่นอนว่าทั้งสองคนยังคงสวมชุดแต่งงาน แต่ดูเหมือนว่าหญิงสาวไม่คิดจะสนใจ เธอกำลังสำรวจแหล่งน้ำอย่างตั้งใจ
เขาปล่อยให้เธอสำรวจจนพอใจ เอ่ยถามอะไรเขาก็แค่ตอบ ค่อยๆ อธิบายให้เธอได้เข้าใจ
เขาหยิบเบ็ดไม้ไผ่มาใส่เหยื่อ แล้วหย่อนเบ็ดลงไปในน้ำ หญิงสาวเดินสำรวจจนพอใจก็เดินมานั่งลงข้างๆ เขา
สายตาเธอจับจ้องมองคันเบ็ดไม้ไผ่ในมือเขาอย่างสนใจ ไม่นานเบ็ดไม้ไผ่ก็เริ่มกระตุก เขารู้ได้ทันทีว่าปลากินเหงื่อแล้ว
เหรินห่าวหรานกระตุกเบ็ดแล้วใช้แรงแขนยกมันขึ้นมา
“เฮ้ยๆๆๆ ปลา ฮ่าๆๆ คุณโคตรเก่งเลย สอนฉันบ้างสิ” น้ำเสียงตื่นเต้นของหญิงสาวข้างกายเอ่ยออกมาเสียงดัง
“ตัวใหญ่มากเลยคุณ สุดยอด” ไป๋ถิงถิงส่งยิ้มให้อีกฝ่าย แหล่งโปรตีนและไขมันชั้นยอดมาแล้ว ร่างกายของเธอต้องแข็งแรงขึ้นในเร็ววัน ปลาในลำธารมีเยอะมาก แต่อย่าคิดจับมันด้วยมือเปล่า เธอลองแล้ว พวกมันว่ายน้ำเร็วมาก
หรืออาจจะเป็เพราะเธอยังคงเร็วไม่พอ คิดถึงความว่องไวของร่างกายเดิมของเธอเลย ถ้ามีความเร็วและความว่องไวเหมือนเดิมเชื่อเถอะว่าเธอสามารถจับมันด้วยมือเปล่าได้
แต่ตอนนี้นะเหรอ พึ่งเบ็ดไม้ไผ่ดีที่สุดแล้ว
“เธอเอาเบ็ดไม้ไผ่อีกคันมา” เสียงทุ่มเอ่ยบอกกับหญิงสาว
“จากนั้นนำเหยื่อไส้เดือนดินมาเกี่ยวไว้ตรงนี้” เหรินห่าวหรานสอนอีกฝ่ายทุกขั้นตอน
“จากนั้นก็หย่อนเบ็ดลงน้ำ” เขาสาธิตเป็ตัวจาก ไป๋ถิงถิงทำตามอีกฝ่าย จดจำสิ่งที่เขาสอนได้อย่างแม่นยำ
“รอ”
เวลาผ่านไปราวๆ สามนาทีเห็นจะได้ ไป๋ถิงถิงเริ่มจดจ้องที่ปลาคันเบ็ดไม้ไผ่
“อย่าใจร้อน” เสียงทุ้มเอ่ยบอกเธออีกหนึ่งประโยค จากนั้นเขาก็กระตุกคันเบ็ดในมือ แล้วใช้แรงแขนยกเบ็ดที่มีปลาตัวโตขึ้นมา ทำเอาไป๋ถิงถิงตาโต
“ของฉันไม่เห็นได้เลย” ทั้งๆ ที่ทำตามที่เขาบอก
“ใจเย็นๆ อย่าใจร้อน ตอนผมตกปลาครั้งแรกมันก็ไม่ง่ายเหมือนกัน”
“ก็ได้” ยังไงเขาก็มีประสบการณ์มากกว่าเธอ และที่สำคัญตอนนี้ได้ปลาตัวโตมาสองตัวแล้ว
เวลาผ่านไปอีก 5 นาที ในที่สุดไป๋ถิงถิงก็รู้สึกถึงแรงกระตุกที่ปลายเบ็ด
“คุณๆ มันกินแล้ว” น้ำเสียงเอ่ยออกมาด้วยความตื่นเต้น
“ใช้แรงดึงมันขึ้นมา ก่อนที่มันจะหลุดไป” เขาบอกกับเธอ ไป๋ถิงถิงรีบทำตาม เธอจำตอนที่ดูเขาตกปลาตัวแรกได้ ทำตามที่เธอสังเกต
พรึ่บ
“เย้ๆ ได้มาแล้ว ถึงจะตัวไม่ใหญ่เท่าที่คุณตกได้ก็เถอะ” ไป๋ถิงถิงมองปลาที่เธอตกได้ ใช้มือปลดเบ็ดออกจากปากของปลา นำมาร้อยในเส้นใยของต้นไม้อะไรสักอย่างที่ชายหนุ่มเตรียมไว้ก่อนมาตกปลา
“ขอลองตกอีกได้ไหม?” เมื่อมีตัวแรกก็ต้องมีตัวที่สอง ไป๋ถิงถิงเริ่มตกปลาตัวที่สอง แต่น่าเสียดายที่มันหลุดตอนที่เธอดึงเบ็ดขึ้นมา
“ลองใหม่” เห็นสีหน้าเสียดายของเธอ เขาก็บอกให้เธอลองใหม่ จนผ่านไปครั้งที่สี่ ในที่สุดเธอก็ตกได้ตัวที่สอง
“คุณๆ ฉันทำได้ ฮ่าๆ” มันต้องใช้เวลานิดหน่อย แต่มันก็ไม่ได้อยากเลย
“อืม เรากลับกันเถอะ” วันนี้ได้ปลากลับมาห้าตัวเหรินห่าวหรานตกได้สามตัว เธอตกได้สองตัวรวมเป็ห้าตัว
ไป๋ถิงถิงเดินกลับบ้านด้วยความเบิกบานใจ เธอไม่ลืมที่จะประคองชายหนุ่มให้เขาเดินได้สะดวกมากขึ้น จนในที่สุดทั้งสองคนก็มาถึงบ้าน
“คุณจะทำอะไร? ไปนั่งเลย” ไป๋ถิงถิงบอกกับอีกฝ่าย
“เธอทำปลาเป็เหรอ?” ได้ยินคำถามที่เขาเอ่ยถามออกมาก็ได้แต่ส่ายหน้า
“แฮะๆ ทำไม่เป็”
“แต่คุณบอกฉันได้ว่าทำยังไง” เขาไม่ควรนั่งย่องๆ เป็เวลานานเกินไป
“ฉันไหว จะทำให้ดูเธอจะได้เรียนรู้เอาไว้ ไม่ดีเหรอ?”
“ก็ได้” ยอมให้เขาทำ ส่วนเธอก็มีหน้าที่คอยช่วยและถามในสิ่งที่สงสัย
“เกล็ดปลากินไม่ได้เหรอ?” เหมือนว่ามันจะมีสารอาหารที่จำเป็ต่อร่างกายอยู่ น่าแปลกที่เขาเอามันออกจนหมด
“เราไม่กินเกล็ดปลา เรากินเนื้อปลา” เขาบอกกับเธอ อาเกล็ดปลาออก จากนั้นแร่ตรงท้องปลา เอาไส้และกระเพราะอาหารของปลาออก
“ล้างน้ำให้สะอาด”
“เข้าใจแล้ว ที่เหลือฉันจะทำเอง” ไป๋ถิงถิงไม่รอช้าทำตามทีเขาทำ มันอาจจะดูทุลักทุเลเล็กน้อย แต่มันก็ผ่านมาได้ด้วยดี
“แล้วทำไมสองตัวนี้ถึงไม่เอาเกล็ดปลาออก” เขาบอกให้เธอเอาแค่อวัยวะภายในออก แล้วนำเอาใบอะไรไม่รู้คล้ายหญ้ามายัดใส่ลงไปแทน
“สองตัวนี้จะเอาไปทำปลาเผา”
“แล้วอีกสามตัวละ?” ไม่เอาไปทำอาหารปรุงสุกเหรอ เขาคงไม่ให้เธอกินทั้งดิบๆ หรอกใช่ไหม? กลิ่นมันคาว
“เอาไว้ทำอาหารพรุ่งนี้เช้า”
“อื้มๆ แล้วต้องทำอะไรต่อ”
“ก่อไฟ”
“ฉันทำได้” ไป๋ถิงถิงอาสา
“ฉันจะเอาปลาไปหมักเกลือ ส่วนเธอก่อไฟก็แล้วกัน”
“ได้ไม่มีปัญหา”
ไป๋ถิงถิงก่อไฟ จากนั้นก็ข้าไปช่วยชายหนุ่มในครัว แต่เขาบอกให้เธอไปอาบน้ำและเก็บของ ก็เลยนึกขึ้นมาได้ว่าของที่แม่และพี่สะใภ้เก็บมาให้ยังไม่ได้จัดเลย
บ้านหลังนี้มีห้องนอนเพียงห้องเดียว ไป๋ถิงถิงไม่คิดมากเื่นอนร่วมเตียงกับอีกฝ่าย ก็แค่นอนเท่านั้นเอง ใช่ว่าจะมีเื่อย่างอื่นด้วยเสียหน่อย สำหรับเธอไม่มีอะไรต้องคิดมา แต่ไม่ใช่กับเ้าของบ้านที่กำลังย่างปลาอยู่ในครัว เขากำลังคิดไม่ตกว่าคืนนี้คงต้องนำผ้ามาปูนอนที่พื้นไปก่อน
ไป๋ถิงถิงใช้เวลาราว ๆ ครึ่งชั่วโมงในการจัดของส่วนตัวและอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
“คุณไปอาบน้ำเถอะ แต่ก่อนไปบอกก่อนว่าฉันต้องทำอะไรบ้าง” ไป๋ถิงถิงเอ่ยถามกับเขา มองปลาที่ส่งกลิ่นหอม สีของปลาเปลี่ยนไปจากตอนแรกมันมีรอยไหม้คงเกิดจากความร้อนของถ่าน
“คอยพลิกปลา อย่าให้มันไหม้ แล้วฉันเผามันเทศเอาไว้ด้วย” ชายหนุ่มบอกกับเธอ อธิบายให้ฟังอย่างละเอียดแล้วขอตัวมาอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้า
ใช้เวลาราวๆ 20 นาทีเขาก็ออกมา
“มันไหม้แล้ว เอาออกมาใส่จาน” เขาบอกกับหญิงสาว
“แล้วมันเทศละ ได้หรือเปล่า”
“ได้” ถือว่าเธอได้เรียนรู้และเข้าใจสิ่งที่เขาพูด
อาหารเย็นในวันนี้ก็มีปลาย่างและมันเทศเผาคนละสองหัว เหรินห่าวหรานแบ่งปลาและมันเทศแบ่งเป็สองจาน
“กินยังไง?” ไป๋ถิงถิงเอ่ยถาม กลิ่นมันหอมมาก ไม่คิดว่าจะได้กลิ่นหอมจากอาหารปรุงสุกที่หน้าตาดูไม่ค่อยจะน่ากินอย่าง
“…”
มือหนาค่อยๆ ใช้ตะเกียบคีบดึงหนังปลาที่ผ่านการเผาจนสีดำออก เผยให้เห็นเนื้อปลาที่แสนชุ่มฉ่ำด้านใน
ก่อนจะเลื่อนจานของตัวเองไปให้หญิงสาว
“ระวังอย่ากินก้างเข้าไป”
“ขอบคุณ” ไป๋ถิงถิงบอกกับอีกฝ่ายก่อนจะค่อยๆ ใช้ตะเกียบคีบเนื้อปลาสีขาวเข้าปาก
แล้วพบว่ารสชาติอาหารปรุงสุกมันช่างอร่อยเช่นนี้
“อร่อยมากเลย เกิดมาเพิ่งเคยได้กิน”
“ระวังก้าง”
“คุณก็กินสิ กินเยอะๆ แหล่งโปรตีนชั้นดีเลยนะ” เธอบอกกับอีกฝ่าย ก่อนจะก้มหน้าก้มตากินปลาจนหมดตัว เหลือแค่ก้างปลาและหัวปลา
“มันเทศ ต้องเอาเปลือกมันออกก่อน ระวังร้อน” เธอฟังที่เขาบอก และทำตามเขา พบว่าด้านในของมันเทศมีสีส้ม เนื้อดูฉ่ำมากๆ กลิ่นหอมด้วยพอเอาเข้าปากก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึงกับรสชาติอาหารที่ได้รับ
บ้าไปแล้ว
เธอกินมันเข้าไปอีกหนึ่งคำ มันอร่อยมากหอมหวานละมุน อาหารปรุงสุกรสชาติโคตรดี โปรตีนจากแม่ไก่ของเธอเทียบไม่ติดเลย
“อร่อยมาก”
“อร่อยสุดๆ” ไป๋ถิงถิงชื่นชอบรสชาติของมันเทศเป็อย่างมาก แค่เขามันไปให้ความร้อน รอให้มันสุกจนเริ่มนิ่ม รสชาติก็ออกมาอร่อยแบบนี้ แทบไม่ต้องทำอะไรเลย ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดเอาไว้
คงต้องวางแผนปลูกเ้ามันเทศแสนมหัศจรรย์ให้มากหน่อยเพราะเธอชื่นชอบมันมาก เป็แหล่งคาร์โบไฮเดรตชั้นดีเลยมีทั้งแป้งและน้ำตาลตามหลักคาร์โบไฮเดรตที่ดี ส่วนปลาให้โปรตีนและไขมันมื้อนี้นับเป็อาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุดเท่าที่เคยกินมา ั้แ่มาอยู่ในร่างของไป๋ถิงถิงเลยก็ว่าได้
อิ่มอร่อย อิ่มท้องด้วย
เมื่อกินจนหมดก็เก็บจาน ล้างจาน เธอไม่อยากรบกวนเ้าของบ้าน เขาเดินเหินไม่สะดวก
ใช้เวลาราวๆ ไม่นาน ไป๋ถิงถิงก็เข้ามาในตัวบ้าน เห็นว่าเ้าของบ้านปูผ้าที่ด้านล่างอยู่
“เดี๋ยวๆ คุณจะทำอะไร”
“ปูที่นอน”
“คุณจะนอนบนพื้นนี่นะเหรอ?”
“ใช่”
“ไม่ได้ คุณควรนอนบนเตียง” เธอบอกกับเขาด้วยสีหน้าจริงจัง
“แล้วเธอละ?” ถ้าเขานอนบนเตียงแล้วเธอจะนอนที่ไหน เหรินห่าวหรานเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ฉันก็นอนบนเตียงไงคุณ จะนอนข้างล่างทำไม ผ้าห่มก็มีแค่ผืนเดียว เตียงก็ออกจะกว้างนอนสองคนได้สบายๆ” ประโยคที่ออกจากปากของเธอทำเอาเขาอึ้งเล็กน้อย อึ้งกับท่าทีของเธอมากว่า เธอแสดงท่าทีว่ายินดีนอนเตียงเดียวกับเขา
“ไป๋ถิงถิง ถึงเราจะแต่งงานกัน แต่ว่า...”
“แค่นอน คุณจะคิดมากทำไม ไม่เคยนอนกับเพื่อนคุณเหรอ คุณซะว่าฉันเป็เพื่อนคุณก็สิ้นเื่ นอนข้างล่างพื้นมันแข็งปวดหัวแน่ๆ นอนด้วยกันนี้แหละ จบนะ” ไป๋ถิงถิงพูดประโยคยาวๆ และสรุปข้อตกลง จนไม่มีช่องให้เหรินห่าวหรานได้เอ่ยปากปฏิเสธ
เธอดึงพาปูที่นอน แล้วประคองเขาไปที่เตียง
“ไม่ต้องคิดมาก แค่นอน”
จะไม่คิดมากยังไง มันคือการนอนร่ามเตียงเดียวกัน แม้ว่าเธอและเขาจะแต่งงานกันแล้ว แต่เราสองคนไม่ได้มีใจรักใครอยากใช้ชีวิตเป็สามีภรรยากันแต่แรก ทำแบบนี้ก็เท่ากับการทำให้เธอเสื่อมเสีย แม้ว่าจะแต่งงานกันแล้วก็ตาม
“ไม่ต้องคิดมาก เราแต่งงานกันแล้ว แค่นอนเฉยๆ ไม่ได้มีเซ็กส์กันซะหน่อย” ใบหน้าของเหรินห่าวหรานแดงขึ้นเล็กน้อย ผู้หญิงคนนี้พูดประโยคน่าอายเมื่อครู่ออกมาได้หน้าตาเฉย
“ขอดูข้อเท้าคุณหน่อยได้ไหม?” เธอเอ่ยปากขออนุญาตเขา อีกฝ่ายเพียงพยักหน้าตอบตกลงเท่านั้น
เพราะสีหน้าและแววตาของหญิงสาวตรงหน้า ไม่ได้มองเขาด้วยแววตาสมเพชเหมือนที่หลายๆ คนมอง
มือเรียวกดลงตำแหน่งข้อเท้าข้างซ้ายของอีกฝ่าย
“เจ็บหรือเปล่า?” ที่จริงอาการาเ็ของเขาแค่กระดูกข้อเท้าผิดรูป เกิดจากการปล่อยให้าเ็นานเกินไปกว่าจะได้รับการรักษา ทำให้เกิดการผิดรูปขึ้น เวลาเดินจะรู้สึกเจ็บเล็กน้อย ถ้ามีโพชั่นในยุคของเธอเขาจะกลับมาเดินได้ในสองวัน ไม่สิหนึ่งวันถ้าเป็โพชั่นระดับสูง
ถึงแม้จะรู้วิธีการสังเคราะห์โพชั่นเบื้องต้น แต่ด้วยเทคโนโลยีในยุคนี้มันแทบจะเป็ไปไม่ได้เลยที่จะสร้างโพชั่นขึ้นมา
ขนาดแหล่งพลังงานไฟฟ้ายังเข้ามาไม่ถึงหมู่บ้าน ไม่ต้องคิดถึงแหล่งพลังงานอื่นๆ เลย
เข้านอนั้แ่หนึ่งทุ่ม เร็วที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ อยู่นานกว่านี้ก็เปลื้องน้ำมันตะเกียง เพราะฉะนั้นนอนดีกว่า
การนอนเป็การพักผ่อนที่ดีที่สุด ร่างกายของเราจะฟื้นฟูตัวเอง โดยการทำงานอัตโนมัติของเซลล์ในร่างกาย
ไม่นานทั้งสองคนก็นอนหลับไปในที่สุด
พรึ่บบบ
ไป๋ถิงถิงลืมตาตื่นขึ้นมา ััได้ถึงแรงโน้มถ่วงรอบๆ ตัว
“หลุมดำ” ไม่ผิดแน่ เธอเข้ามาอยู่ในหลุมดำเฮงซวยอีกแล้ว
“โอ๊ยย” เพื่อเป็การยืนยันว่าไม่ได้ฝันไปจริงๆ แต่บางทีอาจจะฝันอยู่ แบบฝันซ้อนฝันอะไรทำนองนั้น ฝันโดยที่เราไม่รู้ว่าตัวเองฝัน
ฝันที่เป็เหมือนความจริง เหมือนว่าตัวเราถูกดึงดูดมาอีกมิติหนึ่ง โดยที่เราไม่รู้ตัว
ไอ้หลุมดำเ้าปัญหา ไอ้หลุมดำปริศนา ไอ้หลุมดำเฮงซวย ด่าไปหลุมดำก็ไม่ได้รับรู้ความกราดเกรี้ยวที่เธอมีต่อมัน
“มาที่นี่อีกแล้ว”
“ฝันบ้าอะไรวะ” จำได้ว่านอนหลับบนเตียงนอนในห้องกับเหรินห่างหราน แต่ลืมตาตื่นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ในหลุมดำ
เป็ความคิดฟุ่งซ่านของเธอที่มีต่อหลุมดำหรือเปล่า? ไป๋ถิงถิงได้แต่สงสัย แต่ก็ไม่อาจจะหาคำตอบให้กับตัวเองได้
หลุมดำมีบันทึกเอาไว้ในดาต้าเบสของระบบดวงดาว มีมายมากหลายแบบ มีเป็แสนๆ ลักษณะ จำแนกเป็ล้านๆ แบบ แต่หลุมดำที่เธอเจอไม่มีบันทึกเอาไว้เลย เป็หลุมดำตกการสำรวจหรืออาจจะเพิ่งพบเจอครั้งแรก คงเป็ทั้งสองรวมกันมากกว่า ทำไมถึงลืมตาแล้วมาอยู่ในนี้อีกแล้ว
“ลองนอนดูดีกว่า เพื่อว่าลืมตาตื่นขึ้นมาในบ้านของเหรินห่าวหรานเหมือนเดิม” เหมือนตอนที่อยู่ในบ้านไป๋ครั้งก่อน
แล้วเธอก็หลับไปจริงๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาพบว่าร่างกายมีเรี่ยวแรงขึ้นกว่าสามวันก่อนมาก อาจจะเป็เพราะอยู่ในหลุมดำ
“ฝึกร่างกายดีไหม? ไหน ๆ ก็ไม่มีอะไรทำ” นอนจนเกินพอแล้ว ลืมตาก็ยังอยู่ในหลุมดำเหมือนเดิม
“เอาวะ ลองสักหน่อย” เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้ร่างกาย แรงโน้มถ่วงในหลุมดำทำให้ร่างกายไม่รู้สึกเหนื่อยมากจนเกินไป
“เริ่มจากการยืดเส้นสายก่อนแล้วกัน” ไป๋ถิงถิงบอกกับตัวเอง
ก่อนจะค่อยๆ วอร์มร่างกาย จากนั้นก็เริ่มวิ่งจ๊อกกิ่ง
วิ่งไปได้นานพอสมควรร่างกายเริ่มเหนื่อยหอบ ก็กลับมายืดเส้นยืดสายเป็การคลายเส้นอีกครั้ง
“เฮ้อ แค่สองชั่วโมงร่างกายก็เริ่มไม่ไหวแล้ว”
เมื่อเหนื่อยจากการวิ่งก็ทิ้งตัวลงนอนตามแรงโน้มถ่วงของหลุมดำที่ว่างเปล่า
แกร๊ก
เสียงดังมากจากด้านนอกทำให้ไป๋ถิงถิงรู้สึกด้วย ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาพบว่านอนอยู่บนเตียง
“แบบนี้อีกแล้ว” เธอพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะดันตัวลุกขึ้นจากเตียงนอน บิดี้เีเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกมาจากห้องนอน
“เธอตื่นแล้วเหรอ”
“อื้ม”
“ยังเช้าอยู่เลย จะนอนต่อก็ได้”
“ไม่ละ นอนมาพอแล้ว” ไม่รู้สึกง่วงเลยสักนิด
“ว่าแต่คุณทำอะไร”
“สานตะกร้าไม้ไผ่”
“อ่อ” ที่แท้การเอาไม้ไผ่มาทำสิ่งของก็ต้องนำมันมาสาน แต่ก่อนจะสานคงต้องนำไม้ไผ่มาทำให้มีลักษณะเป็เส้นๆ แบบที่อยู่ในมือเขาเสียก่อน
“ฉันทำอาหารเช้าไว้แล้ว”
“คุณตื่นแต่เช้ามืดเลยเหรอ?” เพราะเขาบอกว่าทำอาหารเสร็จแล้ว เขาต้องตื่นก่อนเธอ
“ฉันเคยชิน”
“แล้วมีอะไรให้ฉันช่วยไหม ไม่ใช่ว่าคุณจะเพาะปลูกหรอกเหรอ?” ตื่นมาร่างกายก็ต้องออกแรงเสียหน่อยจะได้เคยชินกับการทำงาน
อีกอย่างเธออยากเรียนรู้การปลูกมันเทศ จะปลูกให้มากหน่อย มันอร่อยจนนึกอยากกินขึ้นมาอีก ไม่รู้ว่าในบ้านมีเหลืออยู่มากแค่ไหน ยังไงก็ต้องปลูกเพิ่ม นี่ก็กลางเดือนเจ็ดแล้ว นั้นหมายความว่ามีเวลาอีกสามเดือนกว่าๆ ก่อนที่ฤดูหนาวจะมาเยือน ไม่รู้ว่ามันเทศต้องใช้ระยะเวลาการปลูกนานแค่ไหน
คงต้องรีบแล้ว
.......................