[เพลิงประทีปแผดเผา สังเวยสิ้นหมื่นิญญา!]
สิ้นเสียงประกาศพร้อมกับละอองแสงสีคล้ำราวกับไฟพรายเต้นระบำ
เสียงขับขานจากห้วงมิติว่างเปล่าพลันแว่วมาประหนึ่งกำลังร่วมแซ่ซ้องสรรเสริญการถือกำเนิดของคุณสมบัติอันยิ่งใหญ่!
หอคอยแห่งการทดสอบทั้งชั้นสั่นะเืเลื่อนลั่น!
ราวกับว่าในความว่างเปล่านั้นมีบางสิ่งที่น่าหวาดหวั่นพรั่นพรึงได้กำเนิดขึ้นมาแล้ว!
คุณสมบัติระดับS!
เซียวเยี่ยสะกดกลั้นความตื่นเต้นพลางสูดลมหายใจเข้าลึกเขากดเปิดดูรายละเอียดของคุณสมบัติอย่างช้าๆ
[สังเคราะห์แสงเยียวยา]
[ระดับคุณสมบัติ: S]
[ผลกระทบ: พลังการฟื้นฟูอันแกร่งกล้าของภูตพฤกษาะเมื่ออาบไล้ด้วยแสงสว่าง ผลการฟื้นฟูทั้งหมดของตนเองจะเพิ่มขึ้น 500%!]
[คุณสมบัติเพิ่มเติม: ฟื้นฟูพลังชีวิต 1% ของค่าพลังชีวิตสูงสุดโดยอัตโนมัติในทุกๆวินาที]
“เป็คุณสมบัติระดับ S จริงๆ ด้วย!”
แม้ภูตพฤกษาะจะเป็เพียงบอสขั้นสูงแต่มันกลับมีพลังในการฟื้นฟูที่กล้าแกร่งจนเกือบจะเรียกได้ว่าเป็ระดับสูงสุดในบรรดามอนสเตอร์ทั้งหมด!
ผลการฟื้นฟูเพิ่มขึ้น500%!
สำหรับผู้ปลุกอาชีพที่เป็มนุษย์แล้วไม่เพียงแต่การใช้ยาฟื้นฟูเืจะได้ผลเพิ่มขึ้นถึงห้าเท่าแต่มันยังส่งผลให้ทักษะประเภทดูดเืหรือฟื้นฟูพลังชีวิตมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นห้าเท่าด้วยเช่นกัน!
เซียวเยี่ยยังไม่ทันได้หายตื่นเต้นเสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นข้างหูอีกครั้ง
[ยินดีด้วย! คุณได้สังหารผู้พิทักษ์หอคอยแห่งการทดสอบชั้นที่ 2 เรียบร้อยแล้ว!]
[กำลังเคลื่อนย้ายสู่หอคอยแห่งการทดสอบชั้นที่ 3...]
..........
เพียงชั่วพริบตาเซียวเยี่ยก็ถูกเคลื่อนย้ายจากโถงถ้ำอันมืดมิดอับชื้นมายังบึงน้ำขังกลางแจ้งแห่งหนึ่ง
ในตอนนั้นเองที่เซียวเยี่ยได้รับข้อความแจ้งเตือนอีกครั้ง
[ยินดีด้วยที่คุณได้กลายเป็ผู้ตื่นรู้คนที่ 5 ที่เข้าสู่ชั้นที่3 ของหอคอยแห่งการทดสอบ]
[จำนวนผู้ตื่นรู้ที่เหลืออยู่ในหอคอยแห่งการทดสอบ: 47 คน]
เซียวเยี่ยใจหายวาบเขารู้อยู่แล้วว่าตนเองคงไม่ใช่ผู้ตื่นรู้คนแรกที่สังหารภูตพฤกษาะได้
เพราะอาชีพที่มีพลังโจมตีสูงโดยเฉพาะพวกที่มีพลังโจมตีธาตุอัคคีย่อมมีความได้เปรียบโดยธรรมชาติในการสังหารมอนสเตอร์ธาตุไม้เช่นภูตพฤกษาะ
ทว่าในตอนนี้ภายในหอคอยแห่งการทดสอบกลับเหลือคนอยู่เพียง 47 คนเท่านั้น?
นั่นหมายความว่านอกจากผู้ที่ขึ้นมาถึงชั้นที่ 3 ทั้ง 5 คน ซึ่งรวมเซียวเยี่ยเข้าไปแล้ว ก็เหลือผู้ตื่นรู้อีกเพียง 42 คนที่ยังคงต่อสู้กับภูตพฤกษาะในชั้นที่ 2 อยู่
อัตราการคัดออกมันช่างรวดเร็วเกินไปแล้ว!
ต้องรู้ก่อนว่าในปีนี้เมืองซ่างจิงมีนักเรียนที่เข้าร่วมพิธีตื่นรู้นับหมื่นคน!
ไม่รู้ว่าใครเป็ผู้ออกแบบหอคอยแห่งการทดสอบในปีนี้แต่กลไกการคัดคนออกนั้นเรียกได้ว่าโเี้ทารุณจนถึงที่สุด!
ชั้นแรกที่มีก็อบลินได้คัดเอาคนที่มีพลังต่อสู้ไม่เพียงพอออกไปถึงครึ่งหนึ่ง
ส่วนชั้นที่2ที่มีภูตพฤกษาะก็ได้คัดเอาพวกอาชีพที่ไม่ใช่สายโจมตีออกไปจนเกลี้ยง!
แล้วในชั้นที่3นี้ จะเป็การทดสอบที่โหดร้ายเพียงใด?
เซียวเยี่ยไม่มีเวลาให้ครุ่นคิดนานนักท่ามกลางบึงโคลนสีดำทมิฬที่เขายืนอยู่พลันปรากฏร่างมอนสเตอร์ที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ขึ้นมาสามตน!
พวกเธอปรากฏกายขึ้นมาจากดินโคลนทว่าทั่วทั้งร่างกลับขาวผ่องไร้ราคี ร่างกายท่อนบนที่เย้ายวนโผล่พ้นจากบึงน้ำจนทำให้เซียวเยี่ยที่อยู่ในวัยหนุ่มฉกรรจ์ถึงกับต้องสะกดกลั้นอารมณ์ที่พลุ่งพล่านเอาไว้!
ใบหน้าอันงดงามพิลาศล้ำของปีศาจนารีเ่าั้ยิ่งชวนให้ลุ่มหลงจนถอนตัวไม่ขึ้น!
ทันใดนั้นเสียงขับขานที่สั่นะเืเป็คลื่นเสียงก็พุ่งตรงเข้าหาเซียวเยี่ย!
“ปีศาจนารีแห่งบึงมรณะ!”
เซียวเยี่ยใสุดขีดเขารีบขยับกายหลบเข้าไปยังกองหินที่ตั้งตระหง่านอยู่รอบๆ ในวินาทีต่อมาคลื่นเสียงโจมตีที่มีรัศมีกว้างสุดลูกหูลูกตาก็เข้าถล่มตำแหน่งที่เขาเคยยืนอยู่จนก้อนหินสั่นะเื
โจมตีด้วยเวทมนตร์งั้นหรือ!?
เป็ไปตามที่เซียวเยี่ยคาดการณ์ไว้มอนสเตอร์ผู้พิทักษ์ในชั้นที่ 3 นี้คือปีศาจนารีแห่งบึงมรณะสามตน!
มอนสเตอร์ประเภทนี้ที่มีรูปร่างงดงามยั่วยวนแต่กลับปลิดชีพผู้ตื่นรู้มานักต่อนักด้วยคลื่นเสียงอันพิลึกพิลั่นที่รับมือได้ยากยิ่ง
สาเหตุเพราะรูปแบบการโจมตีของพวกเธอไม่ใช่การโจมตีทางกายภาพทั่วไปแต่เป็คลื่นเสียงที่มีวงกว้างจนยากจะหลบพ้น!
และในชั้นที่3ของหอคอยแห่งการทดสอบนี้ กลับถูกกำหนดให้เป็บึงน้ำอันกว้างใหญ่โดยมีเพียงพื้นที่ตรงกลางที่ถูกล้อมรอบเท่านั้นที่มีหินขนาดั์พอจะใช้เป็เครื่องกำบังได้
การจะสังหารปีศาจนารีแห่งบึงมรณะเหล่านี้ไม่ใช่เื่ยากขอเพียงเข้าถึงตัวได้ก็จัดการได้แล้วเพราะพลังป้องกันทางกายภาพของพวกเธอก็ไม่ได้สูงส่งอะไรนัก
ทว่าความยากที่แท้จริงคือทันทีที่คุณปรากฏกายเพื่อโจมตีตนใดตนหนึ่งคุณก็จะถูกปีศาจนารีอีกสองตนที่เหลือระดมโจมตีด้วยคลื่นเสียงใส่ทันที!
ภายใต้ภูมิประเทศที่เป็บึงน้ำผู้ทดสอบจะถูกลดความเร็วลงอยู่แล้วในขณะที่รัศมีการโจมตีด้วยคลื่นเสียงของพวกเธอนั้นกว้างมากจนแทบเป็ไปไม่ได้เลยที่จะหลบหลีกได้พ้น ยังไงก็ต้องได้รับความเสียหายแน่นอน!
ดังนั้นในด่านนี้สิ่งที่บททดสอบ้าจะวัดก็คือความสามารถในการเคลื่อนที่หลบหลีกของผู้ทดสอบ!
หรือไม่ก็วัดค่าความอึด!
เมื่อเข้าใจถึงจุดประสงค์ของผู้ออกแบบชั้นที่3แล้ว มุมปากของเซียวเยี่ยกลับผุดรอยยิ้มพึงพอใจขึ้นมาเสียอย่างนั้น
หากวัดกันที่ความสามารถในการหลบหลีกเซียวเยี่ยในตอนนี้อาจจะสู้พวกผู้ตื่นรู้อาชีพสายความคล่องตัวระดับ Aหรือระดับ S ไม่ได้
แต่ถ้าหากวัดกันที่ความอึดและการฟื้นฟูเซียวเยี่ยที่เพิ่งได้รับคุณสมบัติเสริมพร์อย่างสังเคราะห์แสงเยียวยามาหมาดๆย่อมมั่นใจว่าในระดับนี้ไม่มีใครเทียบเขาติด!
แม้การโจมตีด้วยคลื่นเสียงของปีศาจนารีแห่งบึงมรณะจะมีรัศมีกว้างขวางแต่พลังทำลายล้างของมันก็ไม่ได้รุนแรงถึงชีวิต
ตราบใดที่เซียวเยี่ยยอมกัดฟันรับการโจมตีสักสองสามครั้งแลกเืเพื่อเข้าไปประชิดพวกเธอให้ได้
จากนั้นก็ถอยกลับมาที่กองหินตรงกลางอาศัยผลของสังเคราะห์แสงเยียวยาเพื่อฟื้นฟูเืให้เต็ม แล้วค่อยออกไปลุยใหม่!
ด้วยแผนการที่แสนจะไร้ยางอายนี้การผ่านชั้นที่ 3 ของหอคอยแห่งการทดสอบก็กลายเป็เื่ง่ายดายเหมือนหยิบของในกระเป๋า!
คิดได้ดังนั้นเซียวเยี่ยก็ทะยานร่างออกไปทันทีเขาพุ่งตรงไปยังปีศาจนารีแห่งบึงมรณะตัวที่ใกล้ที่สุดแม้ฝีเท้าจะช้าลงเพราะติดสถานะลดความเร็วจากบึงน้ำแต่จิตสังหารของเขากลับไม่ลดทอนลงแม้แต่น้อยเขาสะบัดหอกเหล็กหยาบในมือแทงออกไปอย่างดุดันจนปีศาจนารีตนนั้นถึงกับหน้าถอดสีด้วยความหวาดกลัว
[-137!]
หลังจากนั้นเซียวเยี่ยก็ชักหอกกลับแล้วโกยอ้าวทันทีไม่มีความคิดที่จะรุกต่อแม้แต่น้อย
ในวินาทีนั้นเองคลื่นเสียงโจมตีของปีศาจนารีอีกสองตนจากทิศทางอื่นก็ซัดสาดเข้ามา!คลื่นพลังกระแทกเข้าที่ศีรษะของเขาอย่างจัง!
เซียวเยี่ยรู้สึกได้ถึงแรงสั่นะเืบนศีรษะพร้อมกับตัวเลขค่าความเสียหายสองชุดที่ผุดขึ้นมาจากร่างกาย:
[-150!]
[-150!]
เซียวเยี่ยซึ่งปัจจุบันมีระดับ8มีพลังชีวิตรวมทั้งหมด 500 แต้มเมื่อรับการโจมตีไปสองครั้ง เืของเขาก็เหลืออยู่ไม่ถึงครึ่งแต่หอกที่เขาแทงไปเมื่อครู่ก็ได้พรากพลังชีวิตของปีศาจนารีตนนั้นไปเกือบหนึ่งในสามแล้ว
ขณะที่ซ่อนตัวอยู่หลังโขดหินผลของสังเคราะห์แสงเยียวยาก็เริ่มทำงานพลังชีวิตของเซียวเยี่ยพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าที่เหลือก็แค่รอให้เืเต็ม แล้วออกไปทำแบบเดิมอีกครั้ง!
ดังนั้นในชั้นที่ 3 ของหอคอยแห่งการทดสอบจึงปรากฏภาพอันน่าประหลาดเด็กหนุ่มที่ถือหอกเหล็กหยาบยอมทนรับการโจมตีด้วยคลื่นเสียงจากด้านหลังพุ่งเข้าไปแทงปีศาจนารีแห่งบึงมรณะทีหนึ่งแล้ววิ่งหางจุกตูดกลับมาที่กองหินตรงกลางจากนั้นก็นั่งทำตัวลีบรอให้เืเต็ม แล้วก็พุ่งออกไปอีกรอบอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย...
สิบกว่านาทีต่อมาเซียวเยี่ยที่ยันหอกเหล็กหยาบไว้กับพื้นก็ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างยาวเหยียดด้วยแผนการที่ทั้งไร้ยางอายและขี้ขลาดเช่นนี้ในที่สุดเขาก็สามารถจัดการกับปีศาจนารีแห่งบึงมรณะทั้งสามตนได้อย่างปลอดภัย!
แสงสีขาวของค่าประสบการณ์สว่างวาบขึ้นเซียวเยี่ยยกระดับขึ้นเป็ระดับ 11 ในทันที
“สังเวยปีศาจนารีแห่งบึงมรณะ!”
เซียวเยี่ยเริ่มพิธีสังเวยอีกครั้งเพลิงประทีปของปีศาจนารีทั้งสามตนค่อยๆ สลายกลายเป็ละอองแสงรอบตัวเขา
[สังเวยเพลิงประทีปปีศาจนารีแห่งบึงมรณะสำเร็จ!]
[ได้รับทักษะ... ก้าวย่างกระแสวารี]
“ทักษะที่สอง!”
เซียวเยี่ยรีบเปิดแผงทักษะของตนเองดูนอกเหนือจากทักษะเือสูรเดือดพล่านแล้วทักษะที่สองก็ปรากฏขึ้นในช่องทักษะด้วยเช่นกัน
[ก้าวย่างกระแสวารี]
[ระดับทักษะ: B]
[ผลกระทบ: ทักษะพร์เฉพาะตัวของเผ่าพันธุ์วารีอัญเชิญกระแสน้ำห่อหุ้มร่างกายสามารถต้านทานผลการควบคุมประเภทลดความเร็วได้เกือบทั้งหมด]
[ผลกระทบติดตัว: เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ 15%]
“เป็ทักษะสายสนับสนุนที่ช่วยต้านทานการควบคุม”
ในตอนนี้เซียวเยี่ยยังไม่เฉลียวใจเลยว่าทักษะที่ไม่สร้างความเสียหายซึ่งดูเหมือนจะธรรมดาสามัญนี้กลับจะเป็ตัวช่วยสำคัญที่ทำให้เขาผ่านพ้นวิกฤตในชั้นที่ 4ของหอคอยแห่งการทดสอบไปได้!
[ยินดีด้วย! คุณได้สังหารผู้พิทักษ์หอคอยแห่งการทดสอบชั้นที่ 3 เรียบร้อยแล้ว]
[กำลังเคลื่อนย้ายสู่หอคอยแห่งการทดสอบชั้นที่ 4...]
[คำชี้แนะ: ในชั้นนี้ไม่จำเป็ต้องสังหารมอนสเตอร์ผู้พิทักษ์ทั้งหมดแค่เอาชีวิตรอดไปจนถึงแท่นเคลื่อนย้ายตรงกลางให้ได้ก็พอ]
“ไม่จำเป็ต้องสังหารมอนสเตอร์ผู้พิทักษ์?”
เซียวเยี่ยพลันเกิดความสงสัยขึ้นในใจและเมื่อได้เห็นเจตนาอันชั่วร้ายของผู้ออกแบบหอคอยใน 3ชั้นแรกมาแล้วเซียวเยี่ยจึงยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นไปอีก
หอคอยแห่งการทดสอบชั้นที่4นี้... ต้องมีแผนสกปรกอะไรรออยู่อย่างแน่นอน!