ผั๊วะ~!
หมัดถูกชกเข้าไปยังท้องน้อยของชายที่กำลังแสดงความไม่พอใจให้กับแอชเชอร์ ด้วยระยะห่างของอายุระหว่างมันกับแอชเชอร์ ทำให้มันไม่คิดกลัว แต่แล้วมันกลับงอตัวเมื่อหมัดที่พุ่งเข้ามาชกท้องหนักหน่วงจนลุกไม่ขึ้น
การที่แอชเชอร์นำผ้าเช็ดตัวพันมือของเขาก่อนนั้น เป็เพราะว่าหมัดของเขาหากชกออกไปจะทิ้งร่องรอยเอาไว้บนตัวของชายที่เขาจะเล่นงาน ด้วยการนำผ้าเช็ดตัวมาพัน อย่างมากที่มันจะาเ็มีเพียงแค่อาการจุกเท่านั้น ด้วยพลังต่อสู้ของเขาที่มีถึง 20 หน่วย รวมกับสถานะความเร็วของเขาที่มี 1 แต้มแล้วยังมีสกิลเชี่ยวชาญหมัดเบื้องต้น ทำให้หมัดเมื่อครู่ที่เขาส่งออกไปหนักหน่วงมากกว่านักมวยชกเสียอีก
“นี่มันเตียงของฉัน หากอยากได้ก็ลุกขึ้นมา”
“แก~!”
ชายที่ถูกชกกัดฟันตะเกียกตะกายลุกยืนขึ้นมามองหน้าแอชเชอร์ เขาที่ให้โอกาสมันได้ออกหมัดชกด้วยแรงที่แทบไม่เหลือแอชเชอร์ก็ได้โยกหลบแล้วชกเข้ากลางท้องน้อยของมันเช่นเดิมจนล้มตัวลงไปนอนบนพื้นด้วยความทรมาน
“จะเอาอีกไหม ไม่แล้วสินะ งั้นมีใครอยากได้เตียงเดี่ยวอีกไหมล่ะ ฉันจะได้จัดการให้มันจบๆ”
สายตาของแอชเชอร์กวาดมองดูชายอีก 3 ที่พึ่งฉีกยิ้ม พวกมันคิดว่าการต่อยตีระหว่างแอชเชอร์กับชายอีกคนคงจะพอทำให้พวกมันมีเื่สนุกๆดูระหว่างรอข้าวเย็น แต่สิ่งที่พวกมันเห็นมีเพียงแค่ความดุร้ายจากแอชเชอร์ที่ส่งไปให้ชายผู้้าสร้างความวุ่นวายให้กับเขา เหล่าคนทั้ง 3 ที่ยืนชิดประตูต่างขนลุกชันราวกับมองตาของเสือร้ายหลังจากตาของพวกเขาสบเข้ากับดวงตาของแอชเชอร์
“ไม่ๆ นายเอาไปเลย พวกเราพอใจในเตียงคู่ ว่าไหม”
“ใช่ ใช่แล้ว”
การสนทนาจบลงอย่างรวดเร็ว คนทั้ง 3 ต่างรีบวิ่งเลือกเตียงของพวกเขา ส่วนชายที่มีเื่กับแอชเชอร์มันทำเพียงแค่มองจ้องเขา พยายามหาวิธีเล่นงานแอชเชอร์ในภายหลัง แม้เขาจะบอกตัวเองว่าจะไม่สร้างปัญหา จะมุ่งเน้นในการสร้างความโดดเด่นในการซ้อมก็ตาม แต่มันคนนี้กลับหาเื่เขาก่อน
แกล็ก~!
ประตูห้องถูกปิดและลงกลอนด้วยฝีมือของแอชเชอร์ ทำให้ทุกคนภายในห้องย่นคิ้วไม่เข้าใจว่าทำไมแอชเชอร์ถึงต้องล็อกห้อง ทันใดนั้นชายทั้ง 3 ก็ได้มองไปยังคนที่คิดจะหาเื่แอชเชอร์ หลังจากพวกเขาเห็นแอชเชอร์เดินตรงเข้าไปหามันด้วยความดุร้าย
“ฉันก็นึกว่าแกจะยอมแพ้แล้วอยู่ใครออยู่มัน แต่สายตาของแกบอกฉันว่าแกไม่ยอมแพ้ งั้นก็อย่าโทษกันเลย”
“อย่าให้มันได้ใจนักนะ แกมันก็แค่..”
แอชเชอร์ใช้สกิละเิฝีเท้าพุ่งเข้าไปหาชายที่กำลังร้องะโด้วยความโกรธ หลังจากรู้ว่าแอชเชอร์จะจัดการกับมัน ทว่าปากที่กำลังอ้ากลับถูกถุงเท้ายัดเข้าไปด้วยความรวดเร็ว ก่อนที่มันจะถูกแอชเชอร์ต่อยไปตามร่างกาย จนทำให้มันเ็ป ด้วยการชกที่เกิดขึ้นแอชเชอร์มั่นใจว่ามันจะไม่ทิ้งรอยช้ำเอาไว้แน่นอน ด้วยกฎห้ามทะเลาะวิวาทในค่ายฝึกก็ไม่สามารถใช้กับเขาได้ ถึงครูฝึกจะยังไม่บอกกฎการอยู่ร่วมกันของพวกเขาก็ตาม แอชเชอร์กลับรู้ทั้งหมด จึงพยายามหลีกเลี่ยง
แล้วการที่เขาใช้ผ้าเช็ดตัวพันมือ ไม่ใช่เขาคนเดียวที่ทำ ในชีวิตก่อนเหล่านักเรียนส่วนมากที่มีเื่กันล้วนทำแบบนี้เพื่อไม่ให้ครูฝึกจับาแของพวกเขาได้
“ร้องสิ ต่อให้แกร้องเมื่อครูฝึกเข้ามาแกก็เป็ได้แค่คนขี้โกหก”
ผั๊วะ ผั๊วะ ผั๊วะ
แอชเชอร์ยังคงต่อยตีต่อไป มันทำได้แค่ขดตัวแล้วใช้มือป้องกันใบหน้าเท่านั้น จากคำขู่ของแอชเชอร์ทำให้มันเชื่อว่าตัวเองจะเป็คนขี้โกหกเพราะการต่อยตีที่เกิดขึ้นไม่มีร่องรอยของการต่อสู้เลย
“แกคิดว่าเพื่อนที่อยู่ในห้องจะช่วยแกไหม” แอชเชอร์หยุดมือแล้วหันมองไปยังชายทั้ง 3 ที่ส่ายหัวด้วยความกลัว ไม่กล้าที่จะเข้าข้างชายที่ถูกซ้อม เขาจึงลงมือต่อยพลางกระซิบบอกมัน
“เห็นไหม ไม่มีใครจะช่วยแกเลย วันหลังแกก็อย่าทำแบบนี้กับฉันอีก”
ผั๊วะ~!
แอชเชอร์หยุดหมัดของเขาแล้วเดินกลับไปนั่งยังเตียง ไม่สนใจใดๆอีก ส่วนชายที่หาเื่เขาก่อนหน้า มันรีบหลบตา จากที่แอชเชอร์ผ่านโลกมามาก ทำให้เขารู้ว่ามันไม่ยอมแพ้แน่นอน ในหัวของมันคงจะมีอีกหนึ่งเส้นทางให้มันเลือก โดยเส้นทางนั้นทำให้มันกล้าที่จะกลับมาหาเื่เขา นั่นก็คือการคิดว่ามันยังสู้เขาได้ หากแรงของมันกลับมา
อย่างไรก็ตามแอชเชอร์กลับหัวเราะเยาะให้กับมัน ภายใน 1 อาทิตย์ที่พวกเขาอยู่ในค่ายฝึกนั้น แทบไม่มีเวลาให้พวกเขาพักฟื้นตัว กล้ามเนื้อทุกๆส่วนจะฉีกขาดจากการซ้อมหนัก ด้วยการซ้อมของครูฝึกนี้เองนั้นจะทำให้มันแทบจะลืมเื่ความขัดแย้งระหว่างพวกเขา แต่จากที่ดูมันคงไม่ใช่คนที่ยอมอะไรง่ายๆ หากครั้งหน้ามีความขัดแย้งขึ้นอีกแอชเชอร์จะใช้ไม้หนัก ขอให้ครูฝึกจัดแมทช์กระชับมิตรระหว่างเขากับมันขึ้น
ชีวิตก่อนที่เขาเป็ครูฝึกแมทช์กระมิตรถูกจัดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง เพื่อให้นักเรียนได้ต่อยตีกันตามความ้า เพื่อระบายสิ่งที่พวกเขาผิดใจกันออกมา แล้ววันนั้นแอชเชอร์จะประกาศให้ทุกๆคนรู้ว่า ตัวของเขาแข็งแกร่งด้วยเช่นกัน นับว่าเป็การได้ประโยชน์สำหรับตัวของเขาด้วย ที่ลงโทษเพื่อนร่วมห้องแล้วยังไปเตะตาผู้มีอำนาจบางคนได้ด้วย
ตึงตึงตึง~!
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นจนทุกคนใ แอชเชอร์จึงเป็คนเปิดประตูออกไปดูปรากฎว่าเป็รุ่นพี่ทหารที่นำอาหารเข้ามาให้ อย่างไรก็ตามอาหารที่ว่ากลับไม่ได้ใส่จาน พวกเขาเพียงแค่หยิบแคปซูลเล็กๆคล้ายเม็ดถั่วให้แอชเชอร์ 25 เม็ดเพื่อให้เขาไปแบ่งกันกับเพื่อนในห้อง
“กินให้อร่อยนะรุ่นน้อง”
“ขอบคุณครับ”
ระหว่างที่รุ่นพี่จากไป แอชเชอร์ได้ยินเสียงร้องะโของเพื่อนร่วมรุ่นที่ดังก้องไปทั่วหอพัก สิ่งที่พวกเขากินเรียกว่าอาหารไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เนื่องจากว่ามันไร้รสชาติ แม้มันจะทำให้พวกเขาอิ่มมีสารอาหารที่เพียงพอ การที่พวกเขากินอาหารมากมายเพื่อดับกระหายมาจากข้างนอกแล้วต้องมาลดความอยากด้วยการกินเพียงแคปซูล 5 เม็ด ทำให้หลายคนไม่พอใจคิดอยากจะกินอาหารจริงๆ
โดยสิ่งที่อยู่ในมือของแอชเชอร์ถูกเรียกว่าแคปซูลอาหาร มันใช้งานได้ดีกับเหล่าผู้คนที่ต้องอพยพ แม้จะมีขนาดที่เล็ก แต่เมื่อมันเดินทางถึงกระเพาะอาหาร มันสามารถขยายตัวและมอบสารอาหารให้พอต่อ 1 วัน แต่แคปซูลที่เหล่านักเรียนเตรียมทหารกินกัน ต่างจากนั้นไปมาก
เนื่องจากว่ามันเป็แคปซูลสำหรับปรับแต่งร่างกายของนักเรียนให้พร้อมต่อการซิงโครไนซ์ ภายใน 2 เดือนแรกของหลักสูตรฝึกทหาร นักเรียนจะต้องกินสิ่งที่มีประโยชน์ต่อการซิงโครไนซ์เพื่อเพิ่มโอกาสในการซิงโครไนซ์ให้ได้ระดับสูง
ด้วยแคปซูลที่มีส่วนผสมหลายอย่างสามารถปรับเปลี่ยนร่างกายได้นี้เอง มันจึงถูกนำมาเป็อาหาร 3 มื้อของนักเรียน
ภายใน 2 เดือนแรกของการฝึก พวกเขาจะต้องทนอยู่กับสิ่งที่ไร้กลิ่น ไร้รสชาติ มื้ออาหารแทบจะถูกมองว่าเป็กิจวัตรที่ทำให้พวกเขาเสียเวลา เพราะทุกคนสามารถกินแคปซูลให้แล้วเสร็จได้ในระยะเวลา 5 วินาทีเท่านั้น พวกเขาจะไม่ได้กินผัก ผลไม้ เนื้อ อาหารปกติที่ทุกคนกินเป็ประจำเพราะกองทัพอยากได้ต้นกล้าที่ทำให้มนุษย์มีโอกาสรอดมากกว่านี้ พวกเขาจึงทำให้นักเรียนมีโอการในการซิงโครไนซ์ที่สูงที่สุด
เหล่าคนที่อยู่ในห้องหลังจากได้ส่วนแบ่งอาหารที่เท่ากัน พวกเขาที่เห็นแอชเชอร์กินเข้าไปแล้วไม่บ่น ทุกคนต่างก็เริ่มทำตาม ถึงอย่างนั้นแม้ในความรู้ของแอชเชอร์แคปซูลที่มอบให้นักเรียนกินตลอด 2 เดือนจะไม่มีรสชาติก็ตาม เขากลับรู้สึกได้ถึงกลิ่นสารเคมีปลายลิ้นที่ถูกทิ้งเอาไว้ นับว่าสิ่งๆนี้ทำให้การกินลำบากมากกว่าเดิม อย่างไรก็ตามเขากลับรู้สึกอิ่มหลังจากที่กินมันไปเพียง 5 นาทีเท่านั้น
“นี่เรามาแนะนำตัวกันไหม”
ชายผมตั้งเริ่มเอ่ยปากหลังจากพบว่าห้องมันเงียบเกินไป อีกอย่างพวกเขาจะต้องทำความรู้จักกันไว้ เพราะต่อจากนี้ไปหากเพื่อนร่วมห้องหายไป พวกเขาจะต้องซวยอย่างแน่นอน ซวยเพราะไม่รู้จักชื่อเพื่อนที่หายไปมันตรงกับเพื่อนในห้องพักของตัวเอง
“แอชเชอร์” แอชเชอร์ตอบด้วยน้ำเสียงห้วนๆ ตามด้วยชายผมตั้งที่อยากให้ทุกคนแนะนำตัว เอ่ยชื่อของมันออกมา
“ฉันดิวโก้ ยินดีที่ได้รู้จัก”
“ฉันโจ้” ชายร่างผอมพูดด้วยน้ำเสียงเหน็ดเหนื่อย ด้วยร่างกายผอมแห้งของมัน จึงทำให้มีแรงที่น้อยกว่าคนปกติทั่วไป
“ฉันเลโอ” ชายสวมแว่นขยับขาแว่นเล็กน้อยเพื่อแนะนำตัวเอง ทันใดนั้นทุกคนต่างมองไปยังชายที่เป็นักเลงเพื่อรอฟังชื่อ แอชเชอร์จึงกระตุ้นมันเล็กน้อยด้วยการกระแอ่มไอจนมันบอกชื่อด้วยน้ำเสียงที่ห้วน
“ปีเตอร์”
“โอเค มีใครอยากเล่าชีวิตตัวเองไหม ทำไมถึงต้องมาเป็นักเรียนเตรียมทหารแบบนี้” ชายผมตั้งพูดขึ้นมาอีกเช่นเดิม แอชเชอร์กลับไม่สนใจ เขาทำเพียงแค่คิดหาหนทางที่จะทำให้เขาได้ประโยชน์สูงสุดภายในการฝึก 10 เดือนในค่ายฝึกแห่งนี้
สิ่งที่เขา้าคือการถูกผู้มีอำนาจเพ่งเล็ง มันจะเป็ประโยชน์ต่อตัวของเขาที่แสดงศักยภาพออกมาให้เห็น แล้วเขายังอยากรู้วิธีการฝึกสกิลด้วย จึงต้องวางแผน
“พรุ่งนี้ก็ปฐมนิเทศ จากนั้นก็จะมีเพียงแค่การฝึกและฝึกสินะ”
แอชเชอร์รำลึกความหลังของ 10 เดือนแห่งการฝึก ่ชีวิตก่อนของการเป็ครูฝึกของเขาจะมี่เปลี่ยนแปลงอยู่ 4 จุดด้วยกัน หนึ่งตอนเข้ามาในค่ายฝึกเดือนแรก สอง่ที่ทุกคนได้รับการซิงโครไนซ์นั่นก็คือเดือนที่ 3 ของการฝึก มันจะเป็ตัวตัดสินใจให้แมวมองเข้ามาสอดส่องมองหาลูกทีมหลังจากนักเรียนจบออกไปเป็ทหาร
สาม่ออกพื้นที่จริงที่ทหารเตรียมเอาไว้ พวกเขาจะต้องเอาชีวิตรอดภายในพื้นที่รกร้างที่กองทัพเป็ฝ่ายจัดหา ่ที่สี่ วันสุดท้ายของการบรรจุเข้าเป็ทหาร ใน่นี้นับว่าเป็การเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่เพราะทุกๆคนจะได้รู้ตำแหน่งที่พวกเขาจะได้เดินทางไปทำงาน
ในระหว่างที่แอชเชอร์กำลังนึกถึงสิ่งหลักๆที่จะได้ทำในค่ายฝึกนี้เองนั้น เพื่อนภายในห้องก็เริ่มเล่าสาเหตุที่ทำให้พวกเขาต้องมาเป็ทหาร แต่เขากลับไม่สนใจเลือกที่จะนอนพัก ชายที่เป็นักเลงก็เงียบเช่นกัน ทำให้การเล่าเื่มีเพียงแค่ชายผมตั้ง ชายสวมแว่นและชายร่างผอมเล่าสู่กันฟัง