ย้อนกลับมาที่ออสเล็กน้อย
ในช่วงเช้าวันเดียวกัน
หลังจากที่จูนเดินทางออกไปหาฟ้าออสก็ตั้งใจว่าจะไปลองแวะไปดูสำนักร่างทรงนั่นดูสักครั้งว่ามันเป็นยังไง ทำไมแม่ของฟ้าถึงได้เชื่อนักหนาทำให้ฟ้าต้องปวดหัวมาถึงทุกวันนี้ แต่ก็พบว่าคนของอีฟหาข้อมูลอะไรไม่ได้มากนัก
ตอนนี้ออสกับสาวๆนั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่นรออีฟบอกข้อมูลเท่าที่หามาได้
“พวกนี้ไม่เหมือนพวกในโรงพยาบาลที่เมืองU ทางนั้นมันหาข้อมูลผ่านเอกสารหรือในระบบของรัฐได้เกือบหมดเลยใช้เวลาไม่นาน แต่ไอ้พวกพ่อมดหมอผีนี่มันไม่มีข้อมูลแบบนั้น ต้องไปเดินสืบเอาแถมที่นี่ยังมีพวกสำนักร่างทรง หมอผี ผู้วิเศษ อาจารย์อะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมดคงต้องใช้เวลาสักหน่อย”อีฟอธิบายหลังจากที่เธอถามลูกทีมที่ออกไปหาข้อมูลมา แล้วก็พบว่าทางเหนือของเมืองSนั้นมีพวกนี้อยู่เต็มไปหมดแถมพวกชาวบ้านที่งมงายก็กันเยอะมากทีเดียว
สรุปคือตอนนี้ไม่รู้ว่าไอ้ร่างทรงคนที่บอกฟ้าให้แต่งกับเคนเป็นใครแถมเรื่องมันตั้งแต่ฟ้า5ขวบคนที่รู้อาจจะเหลือแต่คนใกล้ชิดครอบครัวฟ้าแล้ว
“อืม นี่ก็พึ่งผ่านไปวันเดียวเองฉันเข้าใจยังไงก็ฝากด้วยนะ อ๋อแล้วก็ถ้าหาเองไม่เจอจริงๆอย่าไปสืบเอาจากคนใกล้ตัวของครอบครัวฟ้านะ เพราะเดี๋ยวทางนั้นจะสงสัยเอา”ออสสั่ง
เขามีแผนจะให้ร่างทรงนั่นบอกกับแม่ฟ้าว่าเขามีดวงที่ช่วยเหลือฟ้าได้ดีกว่าไอ้เคนนั่น เพราะงั้นถ้าทางนั้นรู้ว่าออสสืบหาร่างทรงนั่นอาจจะสงสัยได้ว่าออสเตี๊ยมกับร่างทรงรึเปล่า ถึงแม้ฟ้าจะบอกว่าแม่เธอเชื่อร่างทรงนั่นแบบไม่ลืมหูลืมตาก็เหอะแต่ระวังไว้ก่อนดีกว่า เพราะต่อให้แม่ฟ้าไม่สงสัยก็อาจจะมีคนอื่นสงสัยก็ได้
“ถ้าไม่รู้จริงๆคงต้องรอฟ้าติดต่อมาก่อน หรือไม่ก็รอจูนที่ลองเข้าไปทำความรู้จักกับทางนั้นหลอกถามมาให้ละกัน”ออสพูดเพราะตอนนี้เขาติดต่อฟ้าไม่ได้เลยโทรไปก็ปิดเครื่องตลอด
“เข้าใจแล้วค่ะ”อีฟตอบรับ แต่เธอก็ไม่ได้นิ่งนอนใจยังคงสั่งลูกน้องที่ถนัดหาข่าวในออกไปสืบเงียบๆอยู่ดี
“เธอบอกว่าแถวบ้านฟ้ามีพวกนี้อยู่เต็มไปหมดเลยใช่มั้ย งั้นเราลองไปดูสักรายดีกว่า ฉันอยากจะเห็นว่ามันเป็นยังไง”ออสตัดสินใจว่าจะลองไปเปิดหูเปิดตาดูสักราย
จริงๆในเมืองZที่แถวบ้านเขาก็เคยได้ยินว่ามีเหมือนกันแต่ออสก็ไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย เขาเคยเห็นพวกนี้แต่ในหนังในละครไม่เคยหรือไม่่ก็ในข่าวเท่านั้น
“ถ้าพวกหมอดู หมอผี ร่างทรง อะไรแบบนี้หละก็มีเยอะจริงๆแหละ ฉันยังเคยลองไปดูมาเลยสมัยก่อน”มะลิที่มีบ้านเกิดอยู่ที่เมืองนี้ยืนยันอีกเสียง
“หรอแล้วเป็นยังไงบ้างหละ”
“ไร้สาระ งมงายหนะสิคะ จริงๆฉันเองก็เชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติ อย่างเรื่องผีหรืออะไรแบบนี้นะ แต่ฉันไม่เชื่อ คน ที่อ้างว่ามีของหรือว่ามีทรง โกหกทั้งนั้นแหละ ถ้าผี เทพ เทวดา มีอยู่จริงก็คนไม่่อยากจะสิงร่างคนพวกนั้นหรอก แต่ละคนน่าขยะแขยงจะตาย สักเต็มตัวบ้างหละแถมไม่ใช่รอยสักสวยเท่ๆด้วยนะ ทำตัวบ้าๆบอๆอย่างกับพวกสติไม่ดีบ้างหละ”เมื่อได้โอกาสมะลิก็ใส่มาเป็นชุดด้วยความรังเกียจ เธอเคยอยู่ที่เมืองนี้มาก่อนแล้วก็เป็รส่วนน้อยที่ไม่ชอบพวกไสยศาสตร์พวกนี้ด้วย
“เอ่องั้นหรอ มะลิมากับฉันส่วนคนอื่นรออยู่ที่นี่ก่อนก็แล้วกัน”ออสมองดูสาวเมืองเหนือข้างๆที่กำลังแสดงสีหน้าบูดๆตอนที่พูดถึงพวกหมอผี ร่างทรงทั้งหลาย
แต่่เขาก็ยังจะให้มะลิไปด้วยอยู่ดีเพราะเธอเคยอาศัยที่เมืองSมาก่อนน่าจะรู้ข้อมูลอะไรอยู่ไม่น้อย
พอตกลงกันเรียบร้อยแล้วก็ส่งข้อความบอกจูนเอาไว้ให้ถามฟ้ามาด้วยว่าร่างทรงที่เป็นปัญหาคือใคร หลังจากนั้นก็เดินทางออกจากโรมแรมไป
…
ออสยืนอยู่หน้าสำนักร่างทรงแห่งหนึ่ง
ตอนนี้ข้างๆเขามีมะลิที่มาด้วยกับทีมคุ้มกัน2คนคืออีฟกับริกกี้ อีฟบอกเขาว่ารอบๆนี้ยังมีคนอื่นอีกเผื่อเอาไว้ก่อนเพราะต้องเข้าไปที่คนเยอะ ออสสังเกตุดูก็เห็นทีมของอีฟ2-3คนที่เขาคุ้นหน้าเนียนไปกับคนที่มาหาร่างทรงสำนักนี้
ดูๆไปแล้วน่าจะมีเกือบ50คนได้ ถือว่าเยอะพอสมควรสำหรับเรื่องงมงายแบบนี้หละนะ
“เข้าไปกันเถอะ”ออสหันไปพูดกับ3คนที่อยู่ข้างๆแล้วก็จับมือมะลิแล้วเดินเข้าไปอีฟกับริกกี้ก็เดินตามเข้าไปทันที
“นี่คราวก่อนยัยกระถินได้เลขเด็ดไปจากที่นี่โดนเต็มๆเลย3ตัวแหละ”
“จริงหรอดีครั้งนี้ฉันจะซื้อเยอะๆเลยคอยดู”
“แกจริงมั้ยวะ ที่รอบนี้มีคนพาเด็กผีเข้ามาให้ช่วยด้วย”
“จริงหรอวะ แบบนี้ไว้มาวันอื่นไม่ดีกว่าหรอเกิดอาจารย์ไล่ผีแล้วมันออกมาสิงพวกเราหละ”
“โธ่เอ้ยระดับอาจารย์เขาจะปล่อยให้มันเข้าคนอื่นได้ยังไง”
ทันทีที่เดินเข้าไปก็ได้ยินเสียงของชาวบ้านพูดคุยกันมีทั้งเรื่องแปลกๆที่อธิบายตามหลักวิทยาศาสตร์ไม่ได้ ไหนจะพวกโม้เรื่องความเก่งของร่างทรงคนนี้ อ่อโดยเฉพาะเรื่องหวยเนี่ยเป็นหลักเลยหละ
“เหอะ ปัญญาอ่อน"มะลิสบดด่าออกมาเบาๆกับความงมงายของชาวบ้านแถวนี้
“เอาน่าชาวบ้านก็แบบนี้แหละตามน้ำไปก่อน เผื่อจะคิดอะไรดีๆเอาไว้ใช้กับไอ้คนที่แม่ฟ้าเชื่ออยู่”ออสหันไปพูดให้มะลิใจเย็นๆ
หลังจากนั้นออสจูงมือมะลิแล้วนำคนอื่นๆเข้าไปนั่งอยู่มุมหนึ่งด้านในสำนัก
พอมองไปรอบๆแล้วก็พบพวกเครื่องรางของขลังมากมายเต็มไปหมด ด้านบนมีติดป้ายด้วยอักษรที่ดูเป็นลายเส้นแบบโบราณเขียนว่า พญาเต่าดำ
ไม่นานก็มีชายอายุราวๆ50ต้นๆใส่ชุดขาวทั้งตัวเดินออกมาหนวดเฟิ้มสักเต็มตัวไปหมดดูสกปรกอย่างกับพวกไม่ได้อาบน้ำมาเป็นปี
“เข้าใจเลยว่าทำไมเธอถึงได้บอกว่าเทพ เทวดาไม่อยากจะสิงร่างพวกนี้หรอก”เห็นแบบนั้นออสก็นึกถึงก่อนหน้านี้ที่มะลิบ่นยาวๆออกมา
“สวัสดีทุกๆคนเอาหละเข้ามาๆนั่งให้เรียบร้อย”ชายคนนั้นบอกกับชาวบ้านที่มาหาตน
ชาวบ้านได้ยินก็ทยอยมานั่งแล้วเงียบเสียงที่คุยกันอยู่ลง
“ชักอยากรู้แล้วว่าในเอกสารชาวบ้านพวกนี้ระบุว่านับถือศาสนาอะไร”ออสหันไปพูดกับมะลิที่นั่งอยู่ข้างๆเบาๆด้วยความสงสัย มือของออสยังจับอยู่ที่มือมือเนียนนุ่มของสาวใช้คนสวยทำเอาเธอหน้าแดงเล็กน้อยถึงจะโดนจับอะไรที่มันมากกว่านี้มาแล้วแต่มันก็ยังรู้สึกเขิลๆอยู่ดี
“ก็คง ดรูน ไม่ก็ โพธา ที่เป็นศาสนาหลักนั่นแหละแต่ก็ใส่ไปแบบนั้นเองพวกนี้ต้องบอกว่านับถือผีน่าจะใกล้เคียงที่สุดแล้ว”มะลิตอบกลับ
ออสได้ยินก็พยักหน้ารับ
“เอาหละเหมือนเดิมนะพอท่านพญาเต่ามาแล้วก็ถามแต่พวกขอเลขนี่เอาไว้ทีหลังเข้าใจมั้ย”เมื่อเห็นว่าทุกคนมานั่งแล้วร่างทรงที่ออสได้ยินชาวบ้านคุยกันว่าชื่อ เก่ง ก็พูดกับชาวบ้าน
“เข้าใจจ้า”หลายคนร้องตอบ
“ดี”
พอตอบร่างทรงเก่งก็นั่งลงแล้ววางมือสองข้างไว้ที่เข่าก่อนจะสวดอะไรสักอย่างที่ออสไม่ได้ยินหรือต่อให้ได้ยินก็คงฟังไม่รู้เรื่อง
แล้วไม่นานอยู่ดีๆร่างของร่างทรงก็เริ่มสั่นไม่หยุด
มะลิเห็นก็ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา
“มา…พวกมึงอยากจะถามอะไรกูก็ถามมา”