“ ช่วยคนแล้ว ก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด เจ้าออกไปบอกพวกเขาในงานเลี้ยงคืนนี้”
“ ขอรับอาจารย์”
เสี่ยวเทียนเดินเข้าไปในห้องโถงที่ ทางผู้น้ำตระกูลจัดงานเลี้ยงต้อนรับหลานทั้งสองคน มีคนในตระกูลมากันมากมาย เสี่ยวเทียนถูกจัดที่นั่งให้อยู่ติดกับ กับมู่ต้า ส่วนอาตี้นั่งติดท่านย่าไม่ยอมห่าง โดยที่เสี่ยวเทียนถูกแนะนำให้รู้จัก ลุงป้าน้าอาคนในตระกูลมู่ จนตาลายไปหมด ประสานมือคารวะแทบไม่ทัน
“ ข้าในฐานะ ผู้นำตระกูล ต้องขอบใจเจ้ามากจริงๆ ที่ได้ช่วยหลานทั้งสองของข้าเอาไว้” ผู้นำตระกูลมู่ชิงเอ่ยขอบคุณอย่างเป็นทางการ
“ มิได้ มิได้ เรื่องนี้ถือว่าเป็นหน้าที่ ของข้าเช่นเดียวกัน” เสี่ยวเทียนเอ่ยวาจาตอบออกไป
“ หน้าที่อะไรรึ?” ลุงใหญ่ของมู่ต้า เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ เรื่องนี้ ข้าเองคงต้องกล่าวโดยไม่ปิดบัง ข้าเองได้รับพระบัญชาจากพระโพธิสัตว์กวนอิม ให้มาช่วยปัดเป่าเคราะห์ร้าย ตามที่ฮูหยินมู่ แม่ ของ มู่ต้ากับมู่ตี้ ได้สวดขอร้องให้เจ้าแม่กวนอิมให้ช่วยเหลือก่อนที่นางจะสิ้นใจ ด้วยแรงศรัทธาอธิฐานนี้ เจ้าแม่เลยส่งข้ามาเพื่อช่วยเหลือเด็กทั้งสองคน
แต่ว่า เรื่องนี้ไม่จบแค่นี้ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีปัญหามาจาก ภายในคฤหาสน์ตระกูลมู่ เมื่อวานหลังจากที่ข้าเขามาพักที่หลังบ้าน ข้าตรวจสอบแล้วพบว่าก่อนหน้านี่สามเดือน พวกท่านน่าจะมีการทำพิธีอะไรบางอย่าง ซึ่งพิธีนั้นทำให้เส้นเลือดมังกรที่ไหลผ่าน บ้านตระกูลมู่ต้องขาดสะบั้น ทำให้เลือดมังกรนั้นเป็นพิษ จะส่งผลเสียต่อตระกูลของท่าน ทำให้อาจถึงต้องสิ้นลูกหลานกันเลยทีเดียว”
พอเสี่ยวเทียนเอ่ยจบ ก็มีเสียงโวยวาย ไม่พอใจ ที่เสี่ยวเทียนเอ่ยออกมา มั่วซั่วเช่นนี้
“ ไอ้หนู อย่ามาพูดจาเหลวไหล เช่นนี้ เมื่องสามเดือนก่อน ท่านผู้เฒ่าป่วยไม่สบาย ข้าพานักพรตหยุนไห่ มาปัดเป่าขับไล่ปีศาจมารร้ายออกจากบ้าน ทำให้ท่านผู้เฒ่าหายป่วย เรื่องนี้มีหลักฐานยืนยันได้” คนพูดนี้คือ อาสามของมู่ต้า
“ เรื่องนี้ ข้าก็พูดไปตามที่ข้าเห็นเท่านั้น จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจ ข้าบอกได้ว่าเส้นเลือดที่ขาดไปนั้น เป็นเส้นเลือดมังกรเส้นที่สอง ลงมา ดังนั้น ทายาทของตระกูลมู่คนรองจึงต้องดับดิ้นไปก่อน หลังจากนั้นก็ถึงคราวลำดับที่สาม เป็นรายต่อไป หากข้าคำนวนไม่ผิด วันนี้เป็นวันที่ดาวมฤตยู จะปรากฏ ชะตาทายาทลำดับที่สามจะถึงคราวเคราะห์หนัก ขอให้ระวังตัวให้ดีด้วย” เสี่ยวเทียนพูดตามที่อาจารย์ลู่เอินบอก
“ นี่เจ้า กล้าแช่งข้าเชียวหรือ เจ้าเด็กน้อย อย่าคิดว่ามีบุญคุณกับ หลานของข้าแล้วจะพูดอะไรก็ได้นะ” อาสามเริ่มไม่พอใจโวยวายเสียงดัง
“ เอาล่ะ ข้าเองก็แค่มาช่วยตามที่เจ้าแม้บัญชามาเท่านั้น ไม่ได้หวังสิ่งใดเป็นการตอบแทน หากไม่เชื่อข้าก็ตามใจ” เสี่ยวเทียนไม่ใส่ที่จะพูดอีก
“ เดี๋ยวก่อน เรื่องนี้มีวิธีแก้ไขหรือไม่” ผู้นำมู่ชิงรีบเอ่ยถาม
“ ทางเดียวคือ ต้อซ่อมเส้นเลือดมังกรให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม เอาซากศพสัตว์ที่นำมาฝังไว้ในเส้นเลือดมังกรเอาออกจากบ้านไปซะ แล้วข้าจะทำพิธีต่อเส้นเลือดมังกรให้” เสี่ยวเทียนเอ่ยปากบอกไปตามที่อาจารย์บอก
“ ท่านพ่อ ข้าเชื่อที่เสี่ยวเทียนบอกนะ มีใครที่ไหนกันบ้าง เอาซากศพมาไว้ในบ้านกันแบบนี้ แล้วนักพรตนั่นก็เรียกเงินพวกเราไปมิใช่น้อย”
“ พี่ใหญ่ เรื่องนี้ก่อนทำทุกคนก็เห็นด้วย แล้วที่ท่านพ่อหาย ก็เป็นเพราะพิธีฝังร่างสัตว์ เพื่อบูชาเทพเสินหนงมิใช่หรึอ?” คุณชายสามยังไม่เชื่อเสี่ยวเทียนพูดนัก
“ เรื่องนี้ไม่ต้องเชื่อข้าก็ได้ คืนนี้หลังเที่ยงคืน มาดูกัน ว่าสิ่งที่ข้าพูดนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ หากคุณชายสามกับภรรยารอดตาย จนเห็นตะวันในวันพรุ่งนี้ ข้าจะไสหัวตัวเองจากไปในทันที”
สะใภ้สามตกใจรีบเอ่ยถามทันที
“ นี่เจ้าเด็กน้อยทำไมต้องเอาข้าไปเกี่ยวข้องด้วย?”
“ ไม่ใช่แค่เพียงท่าน บุตรชายและบุตรสาวทั้งหมดของท่าน ก็รวมอยู่ในทายาทลำดับที่สาม ต้องตายภายในเที่ยงคืนของวันนี้ทั้งหมด”
“ นี่เจ้ากล้าขู่ครอบครัวข้าเหรอ?” คุณชายสามเอ่ยออกมาด้วยความโกรธ
“ ข้าไม่ได้ขู่ท่าน แต่ข้าต้องเตือนเอาไว้ คนที่ทำพิธี ทำลายเส้นเลือดมังกรนั้น เป็นการฝืนชะตาฟ้า ล้วนมีจุดจบไม่ดีสักราย นักพรตที่ทำพิธีในวันนั้น ข้าคาดเดาว่า จุดจบก็ไม่ได้ต่างกันอย่างแน่นอน”
“ นี่เจ้าหมายถึงนักพรตหยุนไห่ใช่ไหม?” คุณชายใหญ่ทำเสียงตกใจ
“ ใช่”
“ น้องสาม ท่านนักพรตหยุนไห่ ข้าได้ข่าว่าเวลานี้ เป็นอัมพาตเป็นจริงหรือไม่”
“ ใช่...แล้ว.. แต่ว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันนะ” คุณชายสามเอ่ยเสียงเบาลง
โครม !! เสียงคุกเข่า ของสะใภ้สาม กับบุตรชายทั้งสองคุกเข่าลงพร้อมกัน
“ คุณชายเฉิน กรุณาช่วยพวกเราด้วยเถอะ พวกเรายังไม่อยากตาย” สะใภ้สามไม่สนใจสิ่งใดแล้ว รีบเอ่ยปากขอร้องเสี่ยวเทียนทันที
“ เหลือเวลาอีกเพียง 1 ชั่วยาม เรื่องนี้อยู่ที่ท่านหัวหน้าตระกูลแล้ว”
“ส่งคนไปขุดซากศพหลังบ้านเอาไปทิ้งให้หมด เสี่ยวเทียนเจ้ายังต้องการอะไรอีกบอกมาได้เลย” ผู้นำตระกูลสั่งออกไปทันที
“ ช่วยจัดแท่นพิธี ให้ข้าด้วย ข้าจะใช้พลังฟ้าดิน ช่วยต่อเส้นเลือดมังกรให้เข้ากัน”
แล้วเสี่ยวเทียนก็บอกว่าของที่ใช้นั้นมีอะไรบ้าง พ่อบ้านจดทุกอย่างแล้วรีบไปจัดการอย่างรวดเร็ว หลังจากนำซากศพสัตว์ไปทำลายจนหมดแล้ว เสี่ยวเทียนสวมชุดนักพรตน้อย เดินไปมาอยู่หน้าแท่นพิธี แล้วจุดธูป 100 ดอก แล้วปักเข้าใส่กระถางธูป ควันธูปลอยไปบนท้องฟ้ากลายเป็นกลุ่มควันก้อนใหญ่ เสี่ยวเทียนกระทืบเท้าสามที แล้วชี้กระบี่อัสนีไปบนฟ้าปรากฏว่าแสงสายฟ้าส่งลงมา ผ่านกระบี่อัสนี แล้วปล่อยผ่านไปที่หลุม ที่ตัดเส็นเลือดมังกรขาดหายไป เพื่อทำการเชื่อมต่อให้เหมือนเดิม หลังจากเชื่อมต่อเสร็จ ก็มีเงามังกร วิ่งผ่านไปมา แล้วก็ค่อย ๆหายไป สร้างความตะลึงให้กับทุกคนเป็นยิ่งนัก
“ เรียบร้อย เสร็จพิธี”
“ ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้วใช่ไหม” ผู้นำตระกูลเอ่ยถามอีกครั้ง
“ ใช่ แต่ว่าทายาทรุ่นสอง มู่ต้า กับ มู่ตี้ ยังมีภัยอยู่ ซึ่งเภทภัยนั้นกำลังมา แต่ไม่ต้องห่วง ข้าจะอยู่คอยปกป้องภัยนั้นเอง” เสี่ยวเทียนก็สงสัย ว่าคือเภทภัยอะไรเช่นกัน เพราะอาจารย์ลู่เอินยังไม่บอกเขาออกมา
สำนักราชทัณฑ์
“ มันคือคนที่มาจากดินแดภายนอก ข้าเองไม่คิดว่ามันจะเป็นคนสังหารเจ้าเมืองสุ่ยได้ มันเพิ่งจะเก้าขวบเองมิใช่รึ?”
“ ท่านชายเย่วเหอ ต้องการทราบข้อมูลของมันเท่านั้น ส่วนเด็กที่เหลืออีก 5 คนไม่ทราบว่า ท่านผบ.ราชทัณฑ์ทราบหรือไม่ว่าพวกมันเป็นใคร บ้านอยู่ที่ไหน”
รองเจ้าเมืองสุ่ย เอ่ยถามรายละเอียดเพื่อตามหาตัวเสี่ยวเทียน
“ ตามรายงาน มีสองคนเป็นเด็กจากบ้านตระกูลมู่ ข้าเพิ่งรู้ว่า พวกหุบเขาทมิฬมันฆ่าคุณชายรองมู่กับภรรยา แล้วดันส่งเด็กทั้งสองมาขายที่นี่ บัดซบเอ้ย ใบสั่งฆ่าบอกให้สังหารให้หมด ดันเก็บเอาไว้อีก เวลานี้พวกมันกลับเข้าไปอยู่ที่ตระกูลมู่แล้ว บอกท่านชายเยว่เหอด้วย หากมีอะไรให้ข้าช่วยก็บอก” ผบ.ราชทัณฑ์เอ่ย
“ เรื่องนี้ ท่านชายเย่วเหอ จะจัดการด้วยตัวเอง ไม่ต้องรบกวนท่าน ได้ข้อมูลเท่านี้ก็เพียงพอที่จะฆ่าพวกมันทั้งตระกูลได้แล้ว
“ บอกท่านเย่วเหอด้วย ทางผู้นำตระกูลมู่ชิง มีบรรพบุรุษอยู่คนหนึ่งเป็นเซียนจักรพรรดินามว่า มู่หวายอิง อยู่ที่สำนักปราชญเทวะ หากเขาคิดจะล้างตระกูลมู่ คงไม่ง่ายนัก”
ผบ. ราชทัณฑ์เอ่ยเตือน
“ ขอบคุณท่านผบ.ที่กล่าวเตือน ข้าจะไปเรียนให้ท่านชายเย่วเหอทราบ”
ณ จวนเจ้าเมืองสุ่ย
“ ตระกูลมู่เหรอ ? พวกมันเกี่ยวข้องอะไรกับ เซียนจักรพรรดิมู่หวายอิง สำนักปราชญเทวะ” อาจารย์ของท่านชายเยว่เหอ เอ่ยถามรองเจ้าเมืองที่มารายงาน
“ รู้แต่เพียงว่า ท่านเซียนจักรพรรดิมู่หวายอิง เป็นบรรพบุรุษของตระกูลมู่ แต่พวกเขาไม่ได้ไปมาหาสู่กันนาน ท่านเซียนจักรพรรดิ ก็กักตนอยู่แต่ในสำนักไม่ออกมาพบผู้คน รายละเอียดก็มีเท่านั้นขอรับ”
“ จัดการคนก่อเหตุ เพียงคนเดียวดีกว่า อย่าไปเตะต้องคนของตระกูลมู่เลย” อาจารย์เย่วเหอแนะนำ
“ เรื่องนี้พวกมันทั้งหมดต้องชดใช้ แน่แต่ข้ารอได้ ไว้ข้าสำเร็จขั้นเซียนฟ้า ข้าจะมาล้างตระกูลมู่เอง พวกเราเดินทางเถอะ ข้าทนรอที่จะจัดการคนที่มันฆ่าท่านพ่อ กับ ท่านปู่ไม่ไหวแล้ว” เยว่เหอเอ่ยจบ ก็รีบเดินทางไปเมืองหลวงหนันฉีทันที
ณ บ้านตระกูลมู่
เสี่ยวเทียนกำลังนั่งกินข้าวร่วมโต๊ะกับท่านผู้นำตระกูล และบุตรหลานที่อยู่กันพร้อมหน้า มีคนรับใช้มารายงานว่า
“มีคนชื่อ ชายชราชื่อทากิ มาขอพบคุณชายเฉินเสี่ยวเทียนขอรับ”
เสี่ยวเทียนรีบออกไปพบทันที เห็นหน้าปู่ทากิ กำลังยืนอย่างกระวนกระวายใจ
“ ท่านปู่ทากิ นี่ท่านรู้ได้อย่างไรข้ามาอยู่ที่นี่”
“ เสี่ยวเทียนเกิดเรื่องใหญ่แล้ว ท่านผบ.ราชทัณฑ์บอกข้าว่า เจ้าสังหารเจ้าเมืองสุ่ยจริงหรือไม่”
“ จริง มันให้ร้ายพ่อของมันที่เป็นโรคจิตทำร้ายเด็กหญิงมาหลายคนแล้ว เห็นแล้วอดไม่ได้ เลยจัดการพวกมันทั้งพ่อลูกเลย”
“ เฮ้อ เจ้าแย่แล้ว ลูกชายของเจ้าเมืองสุ่ย คือท่านชายเยว่เหอ เป็นเทพบุตรของวังเทพบิดร เป็นว่าที่เจ้าวังคนใหม่ในอนาคต เวลานี้เขากำลังมาหาเจ้าที่นี่เพื่อแก้แค้น เจ้ารีบหนีไปซะ ข้ามาเตือนเจ้าได้เพียงเท่านี้” ปู่ทากิ เอ่ยบอกกันเสี่ยวเทียนอย่างร้อนรน
“ไม่ต้องห่วง ข้าจะรีบไป ท่านปู่ทากิกลับไปก่อนเถอะ แล้วข้าค่อยหาเวลาไปหาท่านนะ”
“ดี เจ้ารีบหนีไปให้ไกลเลยนะ” ปู่ทากิมาบอกเสี่ยวเทียนแล้วก็ค่อยๆ เดินจากไปอย่างรู้สึกสบายใจ พอเสี่ยวเทียนนำเรื่องนี้ไปบอกกับทุก ๆ คน ทำให้ทุกคนล้วนแตกตื่นตกใจกันอย่างยิ่ง
“ ท่านพ่อ เรื่องนี้พวกเราต้องขอความช่วยเหลือไปที่ ท่านบรรพบุรุษมู่หวายอิงดีกว่า มิเช่นนั้น หากท่านชายเย่ยเหอพิโรธ ตระกูลของเราไม่สามารถแบกรับเอาไว้ได้แน่” คุณชายใหญ่รีบเอ่ย
“ เรื่องนี้ใครเป็นคนทำ ก็ให้คนนั้นรับไปซิ พวกเราไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยสักหน่อย”
คุณชายสามเอ่ยโพล่งออกมา
“ ได้ยังไง เสี่ยวเทียนมีบุญคุณต่ออาต้า กับอาตี้ รวมทั้งครอบครัวของเจ้าด้วยนะ
เจ้าคิดอย่างนี้ ได้ยังไง สมเป็นลูกหลานตระกูลมู่ของเราไหม” พี่ใหญ่เอ่ยด้วยความไม่พอใจ
“ ข้าเพียงพูดไปตามความจริงเท่านั้น”
“ พอ เจ้าใหญ่ส่งพิราบสื่อสารไป หาท่านบรรพบุรุษ ขอร้องให้ท่านส่งมาช่วยเราด้วย” หัวหน้าตระกูลมู่ชิงตัดบท แล้วสั่งการออกไป
“ เรื่องนี้พวกท่านไม่ต้องห่วงกังวล ข้าเป็นคนก่อเรื่อง ข้าต้องรับผิดชอบได้อยู่แล้วไม่ต้องห่วง ว่าแต่ เทพบุตรเย่วเหอ วังเทพบิดรนี่ ใหญ่มากเลยหรือ?”
“ ต้นเหตุมาจากตระกูลของเราจะให้เจ้ารับผิดคนเดียวได้อย่างไร เจ้าไม่ต้องห่วง ท่านบรรพบุรุษจะต้องส่งคนมาช่วยพวกเราแน่ สำหรับวังเทพบิดรนั้น เป็นหนึ่งในสำนักยุทธ์ที่มีอิทธพลสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในดินแดนบูรพาเทวะ รองลงมาก็เป็นสำนักปราชญเทวะ และ สำนักวิหารศักดิสิทธิ์หนันหมิง ดังนั้นหากใครมีปัญหากับสามสำนักเหล่านี้ล้วนไม่มีใครพบจุดจบที่ดีสักราย ส่วนท่านชายเย่วเหอ ได้ถูกวางตัวเป็นทายาทของวังเทพบิดร ดังนั้น เขาต้องถูกปลูกฝัง บ่มเพาะพลังอย่างดีที่สุด
คนธรรมดาไม่อาจเอื้อม ทำอะไรเขาได้ เขามีอาจารย์ประจำตัวคนหนึ่งชื่อว่า หวังเต้าเป็นเซียนระดับจักรพรรดิมีฉายากระบี่ห้วงมหรรณพ ว่ากันว่า หากเขาชักกระบี่ออกมา คนที่เห็นแค่เงากระบี่ก็จะตายในทันที” หัวหน้าตระกูลมู่ชิง เอ่ยอธิบาย
“ โอ้โฮ เก่งขนาดนั้นเชียว” เสี่ยวเทียน รู้สึกอยากเห็นเพลงกระบี่แบบนี้อยากรู้ว่าหากเจอกับ พลังมโนทัศน์กระบี่อัสนี ใครจะเหนือกว่ากัน
“ เวลานี้ก็หวังแต่ให้ทาง สำนักปราชญ์เทวะ ช่วยส่งคนมาให้ถึงทันเวลาเท่านั้น”
หัวหน้าตระกูลเอ่ยออกมาอย่างมีความหวัง
ในขณะที่ มู่ตี้ดึงแขนเสี่ยวเทียนออกมาด้านนอกแล้วรีบบอกว่า
“ เสี่ยวเทียน เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้าเลย เจ้ารีบหนีไปเสียเถอะ”
“ ได้อย่างไรกันเล่า ! หากเทพบุตรอะไรนั่นโมโห ขึ้นมาทำร้ายตระกูลมู่ของท่าน ข้าก็เสียแรงที่ได้ช่วยพวกท่านเอาไว้น่ะซิ ไม่เป็นไรเชื่อใจข้าเถอะ” เสี่ยวเทียนเอ่ยยิ้มๆ แล้วตบไหล่มู่ตี้เบาๆ แล้วเดินกลับไปห้องพัก
แล้วก็กลับเข้าไปในมิติฟ้าคราม นั่งสมาธิใน สระเทพเจ้า ที่มีกระดูกสันหลังเทพเจ้า ฝังอยู่ใต้สระน้ำ
“ นำแก่นเลือดเทพเจ้า ดูดซับไปอีก 100 ขวด” เสียงอาจารย์ลู่เอินสั่ง
เสี่ยวเทียนเปิดฝาขวดแก่นเลือดแล้วก็ดูดซับเข้าไปในทันที คราวนี้ หยดเลือดทั้ง 100 พุ่งเข้าไปในหน้าผากของเสี่ยวเทียน พร้อมกัน เสี่ยวเทียนรับพลังจากเลือดและกระดูกพร้อมกัน ร่างของเสี่ยวเทียนสั่นขึ้นมาในทันที บรรยากาศรอบๆ เสี่ยวเทียนเกิดความร้อนขึ้น กลายเป็นไอ ร่างกายของเสี่ยวเทียนขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่าเดิม ไอพลังหมุนติ้วๆ พลังงานเข้าไปรวมในจุดตันเถียนจนเต็ม แล้วในที่สุดเสี่ยวเทียนก็ระเบิดพลังออกมา ตูม !! ขั้นพลังปราณเพิ่มอีก 10 ระดับมาถึง ระดับ ปราณจักรพรรดิพรรดิที่ 91 แล้ว
“ ในดินแดนแห่งนี้ เป็นมิติดินแดนที่เปิดกว้างไม่จำกัดพลัง ดังนั้น ด้วยพลังของเจ้าอาจเป็นแค่มดปลวก เมื่อเจอกันขั้นเซียน วิชาทั้งหลายที่เจ้าฝึกฝนไม่สามารถใช้ทำลายพลังเซียนได้เลย ดังนั้น สิ่งที่จะเอาชนะได้ ก็คือ ปราสาทเทพเซียน
ซี่งมันมีพลังระดับเซียนสวรรค์ขั้นต้นแล้ว ดั้งนั้นเจ้าสามารถเรียกใช้มันให้จัดการกับศัตรูของเจ้าได้ และก็ พลังอัญเชิญเทพ แปดกร แต่ว่าเจ้าสามารถดึงพลังได้เพียงไม่นาน หากจะใช้ต้องสั้นและกระชับที่สุด แล้วอันสุดท้ายคือ เข็มพิษสามเซียน หากพวกมันโดนเข้าไปแล้วละก็ ถ้าไม่ถึงเซียนฟ้า ไม่รอดอย่างแน่นอน แต่เจ้าต้องทำลายร่างเซียนของมันให้ได้ก่อนเท่านั้น” อาจารย์ลู่เอินถึงวิธีการต่อสู้กับเหล่าเซียนที่อาจจะเกิดขึ้นในอีกไม่นาน....