หลังจากที่ภานุก้าวผ่านธรณีประตูขนาดใหญ่ ประตูเหล็กก็ได้ปิดลงทันที ราวกับว่ามันมีระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวติดตั้งเอาไว้อยู่ ภายในทางเดินที่มืดสลัวนั้นเมื่อภานุต้องมาอยู่กับแบล็คสองต่อสองทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเกร็ง เพราะบรรยากาศรอบตัวของอีกฝ่ายนั้นทำให้ภานุรู้สึกกดดันอย่างบอกไม่ถูก
ทั้งคู่ใช้เวลาไม่นานก็ได้เดินมาจนสุดทางเดิน ซึ่งเป็นประตูอีกบานแต่บานนี้ดูจะธรรมดาไปหน่อยหากเทียบกับประตูเหล็กบานใหญ่ก่อนหน้านี้
“ยินดีต้อนรับสู่โลกใต้ดิน! ”
แบล็คกล่าวจบก็ได้ผลักประตูเหล็กบานนั้นออกไปทันที ซึ่งเกิดเสียงกระหึ่มออกมาทันทีเช่นเดียวกัน มันเป็นเสียงของผู้คนจำนวนมากกำลังโห่ร้องอยู่ แต่ภานุกลับพบว่าเบื้องหลังประตูบานนี้เป็นห้องเล็กๆ ธรรมดาที่มีล็อกเกอร์อยู่เป็นจำนวนมากนับหมด ล็อกเกอร์บางอันก็เปิดอยู่บางอันก็ถูกใส่กุญแจเอาไว้อย่างแน่นหนา
“นี่คือห้องเตรียมตัวของนักสู้ และเป็นห้องเปลี่ยนชุดด้วย เธอมาที่นี่ด้วยการฝากฝังของคุณริก นั่นแสดงว่าคุณริกต้องเห็นอะไรในตัวเธออย่างแน่นอน! ”
แบล็คกล่าวก่อนที่จะมองที่นาฬิกาข้อมือที่ตนสวมอยู่เป็นเวลาชั่วครู่ ในขณะเดียวกันเสียงตะโกนของผู้คนก็ยังคงดังขึ้นเป็นช่วงๆ ซึ่งภานุคาดว่ามันจะดังมาจากในห้องถัดไป
“เธอหาเสื้อในล็อกเกอร์สักล็อกเกอร์แล้วเปลี่ยนมัน เอาชุดเครื่องแบบนักเรียนทหารนั่นไว้ในล็อกเกอร์จะมีแม่บ้านช่วยทำความสะอาดมันให้ ถ้าอยากจะอาบน้ำก็อาบได้เลยห้องอาบน้ำอยู่ทางด้านขวา ถ้าทำทุกอย่างเสร็จแล้วก็รอฉันอยู่ที่นี่ฉันจะไปหาหัวหน้าก่อน ดูเหมือนเขาพึ่งจะกลับมา”
เมื่อแบล็คกล่าวจบภานุก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้ยินว่าตนเองนั้นสามารถอาบน้ำได้ แถมยังไม่เสียเงินแม้แต่แดงเดียว แล้วจะรออะไรอยู่ล่ะ
ในขณะที่ภานุตั้งใจจะหันไปกล่าวขอบคุณแบล็ค แบล็คนั้นก็ได้จากไปเสียแล้วเขาหายไปตอนไหนแม้แต่ภานุก็ยังไม่ทันสังเกตรู้ตัวอีกทีเขาก็อยู่ในห้องเตรียมตัวนี้อย่างโดดเดี่ยวเสียแล้ว
“อาบน้ำดีกว่า…”
……
หลังจากได้อาบน้ำจากฝักบัวสุดหรูภานุก็พอใจอย่างมาก มันมีแม้กระทั่งสบู่และแชมพูสระผมที่มีกลิ่นหอมวิเศษให้เขาใช้ และเขาก็ใช้มันอย่างไม่เกรงใจ เขารู้สึกเหมือนกับตัวเองได้เกิดใหม่ เขาสวมเสื้อผ้าใหม่ที่อยู่ภายในล็อกเกอร์ที่ไม่มีคนอื่นใช้งาน มันเป็นชุดรัดรูปสีดำที่ดูแปลกตา หากนำมันใส่ออกไปเดินข้างนอก อย่างไรก็ตามเมื่อภานุสวมมัน เขาก็รู้สึกว่าชุดมันใส่สบายๆ และออกแบบมาให้สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างสะดวก
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จแล้วเขาก็เห็นว่าแบล็คยังคงไม่ปรากฏตัวเขาจึงได้นอนรอที่เก้าอี้ยาวที่ตั้งอยู่กลางห้องเพื่อฆ่าเวลา
“ปัง! ”
ในขณะที่ภานุกำลังจะเข้าสู่การงีบนั้นเสียงบางอย่างก็ดังขึ้นทำให้เขาสะดุ้งพลิกตัวจนตกเก้าอี้
“โอ้ย! ”
ก้นของชายหนุ่มกระแทกพื้นอย่างรุนแรงก่อนที่เขาจะมองไปที่ต้นเหตุของเสียงด้วยความหงุดหงิดพร้อมกับลุกขึ้นยืนและเอามือลูบคลำก้น โชคดีที่สุดคือมันไม่ได้หัก
เสียงเกิดจากประตูถูกเปิดอย่างรุนแรงจนกระแทกเข้ากับผนัง ร่างที่ปรากฏขึ้นนั้นเป็นผู้หญิงหากมองจากรูปร่างและส่วนโค้งเว้าของเธอ เธอสวมหน้ากากสัตว์ที่เหมือนกับกระรอก ท่าทางของเธอมองไปยังรอบห้องอย่างลนลานราวกับค้นหาอะไรบางอย่าง ก่อนที่เธอจะหันมามองที่ภานุซึ่งสวมหน้ากากคนปวดอึ
“คุณ…คุณนักสู้หมายเลข 19 โค้ดเนม ‘บ้าคลั่ง’ ”
“ไม่ใช่…”
ภานุยังกล่าวไม่ทันจบก็ถูกหญิงสาวที่สวมหน้ากากกระรอกคนนั้นดึงแขนของเขาพร้อมกับลากเขาพุ่งออกจากห้องแต่งตัวแห่งนี้ไปทันที ภานุพยายามจะใช้แรงทั้งหมดเพื่อหยุดหญิงสาวอย่างไรก็ตามแรงของเธอนั้นมากเกินไปจนเขาไม่สามารถทำอะไรได้
‘นี่มันบ้าอะไรกัน ผู้หญิงแรงควายแบบนี้โผล่มาจากไหน!?’
ภานุอดไม่ได้ที่จะกล่าวขึ้นในใจ ชายหนุ่มที่จะพยายามใช้แรงของตนเองเขาหันไปใช้คำพูดแทน
“คุณช่วยปล่อยผมได้ไหม ผมไม่ใช่นักสู้หมายเลขสิบเก้า และโค้ดเนมของผมคือ ยักษ์! ”
เมื่อภานุกล่าวจบเขาก็คิดว่าหญิงสาวนั้นจะปล่อยเขาไปอย่างไรก็ตามเธอกลับหันกลับมาและกำข้อมือของภานุแน่นกว่าเดิมราวกับกลัวว่าเขาจะหนีไป
“คุณเลิกโกหกเถอะ! หลายครั้งแล้วอาทิตย์นี้ที่คุณหนี คุณกำลังผิดสัญญาว่าจ้างและทำให้คนอื่นเดือดร้อนนะ! ”
“บ้าอะไรวะเนี่ย! ”
ตลอดทางภานุพยายามจะอธิบายให้หญิงสาวหน้ากากกระรอกผู้นี้เข้าใจอย่างไรก็ตามเขากลับถูกเมินไม่ว่าจะกล่าวสิ่งใดออกไปก็ตาม ชายหนุ่มได้ละเลยสภาพแวดล้อมไปในขณะที่ต่อล้อต่อเถียงกับหญิงสาว เขารู้ตัวอีกทีก็พบว่าตนเองกำลังอยู่ท่ามกลางผู้คนนับพันที่ที่นั่งล้อมรอบบนอัฒจันทร์ พวกเขาล้วนแต่สวมหน้ากากแต่เห็นได้ชัดว่าพวกเขากำลังตื่นเต้นกับอะไรบางอย่างที่อยู่เบื้องหน้าชายหนุ่ม
“เฮ้…..”
ผู้คนต่างร้องเชียร์ดังสนั่น ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่จะนั่งติดเก้าอี้ในจังหวะนั้น
“ปัง! ”
เสียงบางอย่างดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางเสียงเชียร์ของผู้คนก่อนที่ภานุจะหันกลับไปมองที่ต้นเสียงเขาก็พบกลับเศษฟันที่เปื้อนเลือดกระเด็นมากระทบกับเท้าของเขา
“เอ๊ะ? ”
ภานุรู้สึกประหลาดใจในขณะเดียวกันเขาก็เงยหน้าขึ้นและพบกับเวทีประลองขนาดใหญ่ที่ถูกล้อมรอบไปด้วยกรงเหล็กทรงสี่เหลี่ยม ข้างในนั้นมีร่างของชายผู้หนึ่งนอนนิ่งอยู่ ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยเลือดที่ปกคลุมอยู่ทั่ว พร้อมกับหน้ากากที่เขาสวมนั้นบิดเบี้ยวซึ่งเกิดจากแรงกระแทก ซึ่งแม้แต่ภานุก็ดูไม่ออกว่ามันคือหน้ากากอะไร
ในขณะเดียวกันบุคคลที่ยืนอยู่ตรงข้ามกลับเป็นหญิงรูปร่างสูงและมีขนาดหน้าอกมหึมา ผมสีเทาสั้น ใบหน้าถูกปิดบังด้วยหน้ากากกระต่ายหน้าตาน่ารัก อย่างไรก็ตามกำปั้นของเธอกลับชุ่มไปด้วยเลือดผิดกับรูปร่างที่น่าดึงดูดและหน้ากากกระต่ายน่ารักของเธอ
[การประลองระดับ S ระหว่างบันนี่เกิร์ล และ คิงคอง จบลงแล้วบันนี่เกิร์ลเป็นฝ่ายชนะไปได้อย่างขาดลอย สุดยอด!]
เสียงประกาศจากเครื่องขยายเสียงคุณภาพสูงดังขึ้นกระหึ่มทั่วบริเวณทำให้ผู้คนต่างโห่ร้องออกมาอย่างตื่นเต้น
“การประลองระดับ S มันคืออะไรกัน? ”
แม้ว่าภานุจะสงสัยแต่เขาก็ยังไม่ได้คำตอบอยู่ดีเพราะตอนนี้สถานการณ์ของเขาไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก หลังจากที่เจ้าหน้าที่ชุดสูทดำได้ลากร่างที่หมดสติออกจากเวที นักสู้ที่มีโค้ดเนมว่าบันนี่เกิร์ลเองก็ได้เดินออกมาด้วยเช่นเดียวกัน ภายใต้เสียงเชียร์ของผู้คนที่ตะโกนไล่หลัง
“บันนี่เกิร์ล! บันนี่เกิร์ล! บันนี่เกิร์ล! ...”
ในขณะที่ภานุกำลังตื่นเต้นกับสภาพแวดล้อมอยู่นั้น หญิงสาวผู้สวมหน้ากากกระรอกก็ได้กล่าวขึ้น
“สแกนนิ้วมือตรงนี้! ”
ไม่รอให้ภานุได้ปฏิเสธนิ้วของเขาก็ถูกดึงมาวางไว้บนแท่นสแกน ก่อนที่ร่างของเขาจะถูกดันไปเบื้องหน้าหญิงสาว และถูกผลักเข้าไปภายในกรงเวทีประลอง
“เดี๋ยว! ปล่อยผมออกไปผมไม่ใช่คนที่คุณตามหาคนนั้น คุณกำลังเข้าใจผิดนะ! ”
“ไปตายซะ! ”
หญิงสาวกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่หยาบคายก่อนที่จะชูนิ้วกลางให้กับภานุและหันหลังจากไป
“อะไรกันวะ! ”