ตอนที่ 27
สายลมเย็นสดชื่นหอบเอาฟางหญ้าที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของธรรมชาติ พัดผ่านใบหน้าของชายหนุ่มที่กำลังควบขี่อาชาทมิฬคู่ใจไปตามเส้นทางสายตะวันออกเฉียงเหนือ
เซเวียร์หลับตาลงพลางสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ความรู้สึกโปร่งสบายนี้ช่างแตกต่างจากบรรยากาศในอิกนีเซียที่เต็มไปด้วยเขม่าควันไฟและไอความร้อนจากโรงหลอมอย่างสิ้นเชิง
“นี่แหละ…รสชาติของอิสรภาพ” เขารำพึงกับตัวเอง พลางเหยียดแขนขาบนอานม้าอย่างเกียจคร้าน
ภายใต้ท้องฟ้ากว้างใหญ่ของทุ่งหญ้าที่ดูราวกับไม่มีที่สิ้นสุด เซเวียร์รู้สึกเหมือนได้กลับมาเป็ตัวเองอีกครั้ง หลังจากต้องพัวพันกับการกวาดล้างไล่ตัดตอนฝูงไลแคน
ตอนนี้ไม่มีภาระ ไม่มีกองทัพ และที่สำคัญ…ไม่มีสาวๆ มาคอยคุมประพฤติให้ปวดหัว
ทว่าความสงบสุขนั้นช่างสั้นนัก…
[เซเวียร์!! เ้าอยู่ที่ไหน!?]
เสียงโทรจิตอันคุ้นเคยดังก้องขึ้นในหัว มันเป็น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวลระคนสงสัยของจิณ…พาลาดินสาวผู้ยึดมั่นในระเบียบวินัย
เซเวียร์เลิกคิ้วขึ้น มุมปากกระตุกเป็รอยยิ้มเ้าเล่ห์…แทนที่จะตอบกลับไปดีๆ เขากลับดัดเสียงให้แหลมเล็กและราบเรียบเหมือนพนักงานบริการลูกค้าที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี
[ขออภัยค่ะ…หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้…]
เซเวียร์ตอบกลับผ่านกระแสจิตพลางกลั้นหัวเราะ
[กรุณาฝากข้อความหลังได้ยินสัญญาณ…ติ๊ด!!]
[พูดบ้าอะไรของเ้าน่ะ…เซเวียร์!! ข้ารู้นะว่านั่นเสียงเ้า!!]
เสียงของจิณเริ่มสั่นเครือด้วยความโมโหที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที
เซเวียร์ไม่สนแรงอาฆาตในกระแสจิต เขาบีบจมูกตัวเองเล็กน้อยเพื่อให้เสียงดูสมจริงขึ้นไปอีก
[ตู๊ด…ตู๊ด…ตู๊ด…]
เขายังคงจงใจบิดเบือนกระแสมานาในพันธสัญญาทางจิต ให้กลายเป็จังหวะติดขัดพร่าเลือนราวกับอาคมสื่อสารกำลังพังทลายอย่างต่อเนื่อง
ทิ้งไว้เพียงเสียงกรีดร้องด้วยความโกรธเกรี้ยวของพาลาดินสาว ให้จางหายไปในความว่างเปล่าของจิตสำนึก
ขณะที่เ้าม้าสีนิลพุ่งทะยานตัดผ่านทุ่งหญ้ากว้าง ทิ้งเื้ัความวุ่นวายเพื่อมุ่งหน้าสู่ยอดเขาอันเป็ตำนานของเขาอย่างไม่แยแส
“ฮา…ฮ่าๆๆๆๆๆๆ” เซเวียร์ะเิเสียงหัวเราะออกมาอย่างผู้ชนะ เมื่อตัดการเชื่อมต่อทางจิตกับพาลาดินสาวได้สำเร็จ
เขาไม่สนใจว่าจิณจะกระทืบเท้าด้วยความโมโหอยู่ ณ จุดใด เพราะในตอนนี้เป้าหมายของเขานั้นยิ่งใหญ่และสำคัญกว่าการมานั่งต่อล้อต่อเถียงกับกลุ่มสาวๆ ในสังกัด
เซเวียร์ทอดสายตาคมกริบมองไปยังเส้นขอบฟ้าที่ถูกยึดครองด้วยแนวเทือกเขาขนาดมหึมา
เทือกเขาไครอสตั้งตระหง่านทอดยาว ราวกับกระดูกสันหลังของัั์ที่นอนพาดผ่านแผ่นดิน ทำหน้าที่เป็กำแพงธรรมชาติกั้นแบ่งความอุดมสมบูรณ์ของทวีปธารินเทียออกจากความเกรี้ยวกราดของทะเลครีกอส
สถานที่แห่งนั้นคือจุดหมายที่เขาโหยหา…ยอดเขาอาร์คานอสที่สลับซับซ้อนทางตอนเหนือและสูงที่สุดในเทือกเขาไครอส ซึ่งเป็ที่ตั้งของปราสาทแวมไพร์
ป้อมปราการศิลาโลหิตที่เขาเคยครองบัลลังก์อย่างยิ่งใหญ่มากว่าสามร้อยปี ก่อนจะเพลี่ยงพล้ำให้กับการรุมสกรัมของเหล่าัเฒ่า จนต้องเข้าสู่การหลับใหลยาวนานเพื่อรักษาดวงิญญา
ปราสาทหลังนั้นถูกโอบล้อมด้วยหมอกนิรันดร์และกับดักเวทมนตร์โบราณอันซับซ้อน หนึ่งในจุดที่กระแสมานาใต้พิภพไหลเวียนเข้มข้นที่สุดในทวีป
และหากมองตามแนวสันเขาที่พาดผ่านลงไปจนถึงริมหน้าผาไกลโพ้น มันคือเส้นทางยาวต่อเนื่องไปสู่จุดที่ปาร์ตี้สามสาวได้ปลุกเขาให้ตื่นขึ้นมาจากการนิทรา
“ยอดเขาอาร์คานอส…บ้านที่แสนคิดถึง”
เซเวียร์พึมพำด้วยน้ำเสียงที่เจือความอาวรณ์
“ป่านนี้พวกหนูที่แอบเข้าไปซ่อนตัวในบ้านของข้า คงจะสร้างรังกันจนรกไปหมดแล้วกระมัง”
อาชาทมิฬควบทะยานไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ท่ามกลางความรื่นรมย์ของอดีตาาที่กำลังวาดฝันถึงการเสวยสุขในปราสาทหรู
ทว่า…สัญชาตญาณแวมไพร์ของเขาก็พลันกระตุกวูบ!!
กลิ่นคาวเืจางๆ ลอยมาตามลม พร้อมกับรังสีอำมหิตที่ััได้อย่างบอกไม่ถูก มันไม่ใช่รังสีฆ่าฟันที่เฉียบคมของนักฆ่า แต่มันคือความกระหายที่ดิบเถื่อนและหิวโซของตัวอะไรบางอย่างที่ดูจะไม่ปกติ
กรุ๊งกริ๊ง…!!
เสียงกระดิ่งเล็กๆ ดังขึ้นท่ามกลางเสียงยอดหญ้าที่เสียดสีกัน เซเวียร์ชะลอความเร็วของม้าลง สายตาคมกริบกวาดมองผ่านกอหญ้าสูงเบื้องหน้าเพื่อค้นหาต้นตอของเสียงนั้น
สิ่งแรกที่เซเวียร์เห็นไม่ใช่คมดาบหรือสัตว์ร้ายในตำนาน แต่เป็ก้อนขนสีขาวประหลาดที่กำลังนอนนิ่งค้างอยู่บนพื้น มันคือแมวเปอร์เซีย…แมวหน้าแบนแต๋เหมือนโดนของแข็งกระแทกมาอย่างแรง จนดวงตากลมโตนั่นดูบึ้งตึงและง่วงนอนตลอดเวลา
เ้าแมวที่ดูเหมือนเพิ่งหลุดออกมาจากร้านตัดขนที่สติไม่ดีนัก มีขนสีขาวที่ถูกโกนจนเกลี้ยงทิ้งไว้เพียงปลายเท้าทั้งสี่และหางที่ฟูฟ่อง
ทว่าสิ่งที่ทำให้เซเวียร์ถึงกับต้องขยี้ตา คือใบหูและขนฟูเ่าั้กลับถูกย้อมจนกลายเป็สีชมพูสะท้อนแสง ตัดกับใบหน้าบึ้งตึงที่มองมายังเขาด้วยสายตาเหยียดหยามราวกับเขามันเป็แค่ทาสชั้นต่ำ
“แมว…หน้าบี้? แถมยังใส่รองเท้าบูทขนสัตว์สีชมพูเนี่ยนะ?”
เซเวียร์เลิกคิ้วมองเ้าก้อนขนหลงยุคตัวนั้นด้วยความฉงน
[นี่คือต้นตอของรังสีอำมหิตเพี้ยนๆ ที่ข้าััได้งั้นหรือ?]
เซเวียร์ส่ายหน้าขำในความประหลาดของเ้าก้อนขนตรงหน้า เขาตัดสินใจโดดลงจากหลังม้าแล้วย่อตัวลงนั่งยันเข่า พลางหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้เมื่อเห็นใบหน้าบึ้งตึงของมันในระยะประชิด
“ฮา…ฮ่าๆๆๆๆๆๆ นี่เ้าไปโดนกระทะฟาดหน้ามาหรือยังไง? แล้วดูสีขนสีหูนั่นสิ เ้าของเ้านี่ท่าทางจะสติไม่สมประกอบเอามากๆ เลยนะเนี่ย…”
ทว่าในจังหวะที่เซเวียร์กำลังเพลิดเพลินกับการวิจารณ์แมวอยู่นั้น สัญชาตญาณที่เคยเฉียบคมกลับทำงานช้าไปเพียงเสี้ยววินาที
ตึงงง!!
เสียงกัมปนาทดังสนั่นจนแผ่นดินะเื พื้นดินใต้ร่างของเซเวียร์ยุบตัวลงเป็หลุมลึก จากการถูกของแข็งขนาดมหึมาทุบกระแทกจาก้าอย่างรุนแรง
ศีรษะของาาแวมไพร์ถูกบดขยี้ จนร่างทั้งร่างแบนติดลงไปในดินที่ยุบตัวลงอย่างน่าสยดสยอง
ฝุ่นควันม้วนตัวตลบอบอวล พร้อมกับการปรากฏตัวของปีศาจสาวผู้จู่โจม
เธออยู่ในสภาพเปลือยเปล่าเรือนร่างเย้ายวน ผิวพรรณขาวซีดตัดกับเส้นผมสีพีช และมีเขาสีแดงสดสองข้างงอกออกมาจากศีรษะ
มือทั้งสองของเธอกำลังกุมด้ามค้อนปอนด์ขนาดั์เอาไว้แน่น โดยที่ตัวค้อนยังคงทับร่างแบนๆ ของเซเวียร์ให้จมมิดอยู่ใต้ดิน
“หวะ…ฮะๆๆๆๆๆ หวะ…ฮะๆๆๆๆๆ”
ปีศาจสาวะเิเสียงหัวเราะที่ฟังดูบ้าคลั่งและหลงตัวเองแบบสุดโต่งออกมา เธอเชิดหน้าขึ้นฟ้าพลางประกาศก้องด้วยท่าทางโอหัง
“เห็นความยิ่งใหญ่ของข้าหรือยังเ้าสวะ!! ไม่มีใครรอดพ้นจากแผนการลอบสังหารระดับอัจฉริยะของข้าไปได้หรอก!! ข้านี่แหละคือปีศาจที่เก่งกาจและฉลาดที่สุดในโลก!! หวะ…ฮะๆๆๆๆๆ หวะ…ฮะๆๆๆๆๆ”
เธอก้มลงมองเ้าแมวเปอร์เซียที่ยังคงนอนนิ่งอยู่ข้างๆ พลางแสยะยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
“ทำได้ดีมากหน้าบี้!! เ้าเหยื่อตัวนี้โง่เง่าเป็บ้า แค่เห็นหน้าเ้ามันก็หัวเราะตัวสั่นเปิดช่องว่างให้ข้าทุบหัวแบะได้ง่ายๆ หวะ…ฮะๆๆๆๆๆ หวะ…ฮะๆๆๆๆๆ คืนนี้เราจะมีเนืุ้์กินกันจนพุงกางแล้ว!!"
ทว่า…ในขณะที่เธอกำลังคุยโวอย่างเมามัน แรงสั่นะเืจากใต้ค้อนั์ก็ทำให้เธอต้องชะงัก
ปึ๋งงง!!
ร่างที่เคยแบนราบเป็กระดาษของเซเวียร์ อยู่ดีๆ ก็ดีดตัวเด้งขึ้นมาอย่างกาวๆ เขาใช้หัวดันค้อนั์ให้กระดอนขึ้นไปในอากาศ ก่อนจะสะบัดหัวไล่ดิน และคืนรูปทรงเดิมได้อย่างรวดเร็วราวกับร่างกายทำมาจากยาง
“ไอ้ปีศาจสติเฟื่องนี่!! มันเจ็บนะโว้ยยยย!!”
เซเวียร์ถลึงตาแหกปากด่าทอพลางลูบหัวตัวเองที่ยังมีรอยบุบเล็กน้อย
“ข้าเข้าไปทักทายแมวเ้าดีๆ แต่เ้ากลับเอาค้อนมาทุบหัวข้าเนี่ยนะ!? เสียมารยาทที่สุด!!”
ปีศาจสาวเบิกตากว้างจนแทบถลน เธอรีบตะครุบด้ามค้อนที่เด้งกลับมาถือไว้ด้วยสองมือ พลางถอยหลังไปก้าวหนึ่ง พ่นลมหายใจออกมาแรงๆ ด้วยท่าทางพยศแบบสุดขีด
“โห…!!”
เธอง้างค้อนขึ้นเหนือหัวอีกครั้งพร้อมกับถลึงตามอง
“ยังไม่ตายอีกรึเ้ามนุษย์ชั้นต่ำ!! หนังเหนียวนักนะ…ข้าจะทุบเ้าให้กลายเป็ปุ๋ยไปเลย!!”
“มนุษย์ชั้นต่ำบ้านเ้าสิ!! แหกตาดูให้ดี ยัยปีศาจสติไม่สมประกอบ ข้าคือเซเวียร์ าาแวมไพร์…ผู้สง่าผ่าเผยและทรงเกียรติที่สุดในธารินเทียเฟ้ย!!”
เซเวียร์แผดเสียงเถียงกลับสุดตัวจนเส้นเืที่ขมับปูดโปน เขาไม่ยอมให้ใครมาด้อยค่าศักดิ์ศรีของอดีตาาผู้ยิ่งใหญ่เด็ดขาด
“แวมไพร์รึ? มันคือตัวอะไรกัน!? ข้าไม่เห็นจะเคยได้ยินชื่อบ้านนอกพรรค์นั้นมาก่อนเลย!!”
ปีศาจสาวตะคอกถามอย่างถือดี ก่อนจะยืดอกแบนๆ ของเธอขึ้นแล้วเชิดหน้าประกาศก้อง
“จงจำชื่อของผู้ที่จะปลิดชีพเ้าไว้ให้ดี ข้าคือบลัดดี้…ปีศาจที่ฉลาดและแข็งแกร่งที่สุดในปฐี!! ส่วนเ้าก้อนขนที่เป็คู่หูของข้าชื่อว่าหน้าบี้ เห็นความน่าเกรงขามของพวกข้าแล้วหรือยัง หวะ…ฮะๆๆๆๆๆ”
“ช่างมันเถอะ…ว่าแต่รูปร่างของเ้าเนี่ย ถึงจะดูแบนราบไปหน่อยก็เถอะ…”
เซเวียร์จ้องมองไปยังทรวงอกภายใต้ปอยผมยาวสีพีชที่ปกปิดส่วนสำคัญเอาไว้เพียงิ่เหม่
“แต่ก็นับว่ายั่วยวนปลุกเร้าอารมณ์ข้าได้ไม่เลว สนใจมาเข้าร่วมฮาเร็มของข้าไหมล่ะ?”
“ฮาเร็มรึ? แล้วที่นั่นมีเนื้อให้ข้ากินทุกวันหรือเปล่า? ต้องมีเผื่อเ้าหน้าบี้ด้วยนะ!!”
ปีศาจสาวผู้หลงใหลในสติปัญญาอันน้อยนิดของตนเองเลิกคิ้วขึ้นสูง
“มีสิ!! ไม่ว่าจะเป็ทูน่า แซลมอน หรือแม้แต่ซาบะชั้นเลิศ เ้ากับแมวของเ้า จะไม่มีวันต้องทนหิวโซอีกต่อไป”
าาแวมไพร์ผู้ยืนอวดร่างกำยำกลางทุ่งกว้าง ร่ายรายการอาหารขึ้นมาหลอกล่อ ด้วยสีหน้าท่าทางที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจเกินร้อย ราวกับเป็เ้าของภัตตาคารหรู
“โฮ…!! เอาสิ…ข้าตกลง!! แล้วต้องทำยังไงถึงจะได้เข้าฮาเร็มของเ้าล่ะ?” บลัดดี้ถึงกับเนื้อเต้นเมื่อได้ยินชื่อเมนูอาหาร
“ก็แค่ยอมให้ข้าเอาไอ้เ้านี่”
เซเวียร์ใช้นิ้วหัวแม่มือชี้ไปยัง ‘ศาสตราลับ’ ประจำกาย ที่บัดนี้มันผงาดง้ำท้าทายแสงแดดอย่างองอาจ
“ยัดเข้าไปในตัวเ้า แล้วแช่เอาไว้จนกว่าน้ำอุ่นๆ มันจะพรั่งพรูออกมา”
แวมไพร์หนุ่มเปลี่ยนมาใช้นิ้วชี้วาดเป้าหมาย ระบุพิกัดไปยังจุดยุทธศาสตร์กึ่งกลางกายของปีศาจสาว ด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่มีเลศนัยแฝงอยู่อย่างเต็มเปี่ยม
“หา…? ง่ายๆ แค่นั้นเองรึ? แล้วไอ้ที่ว่านานน่ะ มันต้องนานแค่ไหนกัน?”
ยัยปีศาจผู้สถาปนาตนว่าเป็มหาปราชญ์อัจฉริยะหนึ่งเดียวในปฐี เอ่ยถามกลับด้วยความใสซื่อ หรือจะพูดให้ถูกคือซื่อบื้อจนกู่ไม่กลับ ตามสไตล์อัจฉริยะกำมะลอ ที่มั่นใจในไอคิวอันน้อยนิดของตัวเองเป็ที่สุด
“มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเ้าจะตอบสนองต่ออารมณ์ความรู้สึกได้ดีแค่ไหน อย่างเร็วก็สักห้านาที แต่ถ้าช้าหน่อยก็อาจจะเป็ชั่วโมงได้”
เซเวียร์ยิ้มเ้าเล่ห์อย่างผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า
“ก็ไม่เห็นจะนานตรงไหนเลยนี่นา ข้าตกลง!!”
บลัดดี้ตอบรับทันทีโดยไม่เสียเวลาคิดให้ปวดหัว
“วิเศษ!! งั้นเรามาเริ่มกันเลย เ้าจงเอาค้อนั์นั่นปักลงบนผืนดินให้มั่น จากนั้นก็ขึ้นไปนอนหงายรอข้าอยู่บนนั้น…เตรียมตัวรับััจากราชันแวมไพร์ผู้นี้ได้เลย”
มุมปากของาาแวมไพร์เหยียดยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ เมื่อแผนการร้ายสุดแสนจะพิเรนทร์พลันผุดขึ้นในมโนสำนึกของเขา
“เื่แค่นี้มันจะไปยากอะไรสำหรับอัจฉริยะอย่างข้า!!”
บลัดดี้ะเิเสียงหัวเราะอย่างลำพองใจ
เธอออกแรงหมุนค้อนวนเหนือหัวราวกับมันเป็เพียงไม้จิ้มฟัน ก่อนจะปักส่วนด้ามค้อนลงไปในพื้นดินด้วยแรงมหาศาล
“ย่าาา!!”
ตึงงง!!
ครึ่งหนึ่งของด้ามค้อนฝังลึกลงไปในชั้นดินจนแน่นปึ้ก ส่งผลให้ส่วนหัวค้อนเหล็กกล้าขนาดมหึมาชูชันขึ้นสู่ท้องฟ้ากลายเป็แท่นเหนือพื้นดิน
ปีศาจสาวไม่รอช้า เธอใช้ความคล่องแคล่วปืนป่ายขึ้นไปบนยอดค้อนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนหงายแผ่หลาอยู่บนสันด้านข้างของค้อน อย่างไม่เกรงใจสายตาใคร
“โฮ…!!”
เรือนผมสีพีชแผ่สยายลงบนพื้นผิวเหล็กเย็นเฉียบของหัวค้อนที่ชูชันขึ้นฟ้า ปีศาจสาวนอนทอดกายแหงนมองหมู่เมฆ พลางจมดิ่งลงไปในจินตนาการถึงกองทัพปลาซาบะแสนโอชะ โดยมีเซเวียร์ยืนเปลือยกายอวดความผงาดอย่างมั่นหน้าอยู่ที่ตีนค้อนเบื้องล่าง
“ข้าขึ้นมานอนรอแล้ว!! ไหนล่ะปลาซาบะของข้า? ถ้าน้ำอุ่นๆ ของเ้ามันไม่พรั่งพรูออกมาตามสัญญา ข้าจะทุบเ้าให้กลายเป็เศษอาหารของหน้าบี้เลย!!”
เ้าแมวหน้าบี้ที่นอนเลียขนสีชมพูอยู่ด้านล่าง เงยหน้ามองทาสสาวของมันด้วยสายตาเฉื่อยชา ราวกับจะบอกว่า ‘ทำอะไรของพวกแกฟะ’
สายลมแห่งทุ่งหญ้าพัดผ่านร่างอันเปลือยเปล่าของทั้งสอง ที่ต่างฝ่ายต่างมั่นใจในตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม บทเรียน ‘รับน้อง’ สุดพิสดารเหนือยอดค้อนั์ ที่ปักชันสู้ฟ้ากำลังจะเริ่มต้นขึ้น!!