“แย่แล้ว แย่แล้ว ไป่หลิง องค์หญิงเซียน่าแห่งเปอร์เซียถูกลักพาตัวไปน่ะ” ต่งหนานโวยวาย
“อ่ะ ทานยาเสียก่อนนะ” “และเื่นี้ ก็ปล่อยให้ทางการเขาจัดการเถอะ พวกเราอย่าไปยุ่งเลย” ไป่หลิงยื่นถ้วยยาให้
ต่งหนานรับยาไปทานจนหมด แล้วบอกว่า “ป่านนี้ยังหาองค์หญิงไม่เจอเลยนะ เื่นี้มันเป็เื่ระหว่างแคว้นเสียด้วย หากไม่เจอตัวองค์หญิง อาจจุดชนวนาได้นะ ไป่หลิง”
“เ้ามาบอกข้า แล้วข้าจะช่วยอะไรได้” ไป่หลิงกล่าว
“ข้ารู้ว่าเ้ามีความสามารถ ขอแค่เ้ายื่นมือมาช่วยเท่านั้นเอง” ต่งหนานเกลี้ยกล่อม
“อย่ายอข้ามากขนาดนั้นเลย ต่งหนาน เอาล่ะ งั้นเรามาพนันก้น”
“โอ๊ย เื่ใหญ่ขนาดนี้ ยังจะมาท้าพนันอีกหรอ” ต่งหนานกล่าว
“ก็ให้์กำหนดแล้วกัน ว่าพวกเราควรยุ่งกับเื่นี้รึเปล่าน่ะ ดีไม่ดีพวกเราไปยุ่งอาจทำให้เื่มันแย่ลงก็ได้นะ” “ในมือของข้ากำเหรียญอยู่ เ้าจงบอกว่าเหรียญอยู่ในมือข้างไหน ถ้าเ้าทายถูก ข้าจะช่วยสืบหาองค์หญิง”
“มือข้างซ้ายแล้วกัน” ต่งหนานเดา
แล้วไป่หลิงก็แบมือ พบว่ามีเหรียญจริงๆ ทำให้ต่งหนานดีใจมาก แต่ความจริงแล้วทั้งสองมือมีเหรียญทั้งสองข้าง ไป่หลิงตั้งใจจะช่วยสืบหาอยู่แล้ว แค่ไม่อยากแสดงออกให้ต่งหนานรับรู้เท่านั้น
“งั้นเ้าเล่าเหตุการณ์มาก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น” ไป่หลิงถาม
“คือว่า ก่อนที่องค์หญิงจะก้าวเข้าไปในวัง อยู่ดีๆ ก็มีคนชุดดำวรยุทธ์สูงเข้ามาฆ่าทหารและลักพาตัวองค์หญิงไป ทางการพยายามตามหาจนทั่วเมืองหลวง ก็ยังไม่รู้เบาะแสเลย”
“ในเหตุการณ์นั้น มันมีอะไรที่ผิดสังเกตหรือเปล่า” ไป่หลิงถาม
“ทหารบอกว่า คนชุดดำมีกลิ่นเครื่องหอมของผู้หญิงด้วยนะ”
“งั้นเ้าไปพาตัวทหารที่ได้กลิ่นเครื่องหอมมาก่อน” ไป่หลิงกล่าว
“ได้สิ รอข้าก่อนนะ เดี๋ยวข้าพามา”
ต่งหนานจึงไปพาตัวทหารคนที่อยู่ในเหตุการณ์มา หลังจากนั้นไป่หลิงจึงพาทหารคนนั้นกับต่งหนานไปร้านเครื่องหอม แต่ก็ไม่มีกลิ่นไหนที่เหมือนเลย ดังนั้นตกดึกไป่หลิงจึงตัดสินใจพาทหารคนนั้นไปหอคณิกา ต่งหนานรู้สึกขยาดไม่กล้าเข้าไปอีกแล้ว ไป่หลิงจึงให้ต่งหนานกลับจวนอำมาตย์เพื่อรอฟังข่าว แล้ววันพรุ่งนี้จะบอกความคืบหน้าให้
ไป่หลิงปลอมเป็ชาย ส่วนทหารคนนั้นแต่งเป็พ่อค้าดูมีเงิน พากันเข้าในหอนางโลม มีสาวๆ เข้ามาต้อนรับจำนวนมาก แต่ที่ไป่หลิงดูจะขัดใจไม่ใช่น้อยตรงที่ต้องมาเจอเสนาบดีที่นี่ด้วย ซึ่งในตอนนี้มันไม่ใช่เวลามาแก้แค้นหรือต้องมาสนใจท่านเสนาฯ เลยทำเป็ไม่สนใจ
ไป่หลิงแอบกระซิบถามว่า “มีกลิ่นที่ตรงหรือยังท่าน”
“ไม่มีเลยจริงๆ ข้าพยายามแล้วจริงๆ แต่ก็ยังไม่มีกลิ่นผู้หญิงคนไหนที่เหมือนเลยสักคน”
“ข้าเบื่อแล้ว พวกเราออกไปกันเถอะ” ไป่หลิงไม่อยากเห็นท่านเสนาบดีในตอนนี้
“แล้วพวกเราจะทำยังไงดีล่ะท่าน”
สักพักไป่หลิงก็นึกออกว่า คนที่มีวรยุทธ์สูงและมีกลิ่นเครื่องหอมของผู้หญิงอาจจะเป็คนในพรรคบุปผาผกาหอม เลยพาทหารคนนั้นไปที่ต้นดอกราตรีที่อยู่ในป่าใกล้สุสาน
“ใช่จริงๆ ท่าน เป็กลิ่นนี้จริงๆ” ทหารกล่าว
“นี่คือกลิ่นของดอกราตรี ซึ่งเป็ไปได้ว่าคนร้ายที่ลักพาตัวองค์หญิงอาจจะเป็คนในพรรคบุปผาผกาหอม แต่เป็เพียงข้อสงสัยเท่านั้นนะ ท่านไปก่อนเถอะ ขอบคุณท่านมาก” ไป่หลิงกล่าว
“ครับ แม่นางไป่หลิง”
ท่านเสนาบดีได้ลอบติดตามไป่หลิงกับชายที่แต่งเป็พ่อค้ามาที่ป่าแห่งนี้ด้วย ทำให้รู้เบาะแสของคดีนี้เพิ่มเติมจากการสนทนากันระหว่างไป่หลิงกับชายคนนั้น
หลังจากเดินแยกตัวออกมา ไป่หลิงยังคงเดินสำรวจบริเวณนั้น สักพักก็ได้ยินชายคนเก็บฟืนวิ่งออกมาจากป่า
“ช่วยด้วย ช่วยด้วย ข้าโดนผีผู้หญิงหลอก” ชายคนเก็บฟืนกล่าว
“ลุงใจเย็นๆ ข้าเป็คน ท่านไปเจออะไรมา” ไป่หลิงสอบถาม
“ข้าเห็นผีหญิงสาว วนเวียนอยู่แถวๆ สุสานบรรพบุรุษของท่านอำมาตย์ ข้าไม่อยู่แล้ว ข้าไปก่อนนะ” ลุงรีบวิ่งกลับบ้านทันที
ไป่หลิงไม่เชื่อเื่ภูตผีปิศาจ จึงเดินไปดูแถวสุสาน โดยไม่รู้เลยว่าท่านเสนาบดีได้ติดตามนางอยู่ห่างๆ
ไป่หลิงซ่อนตัวตรงพุ่มไม้ แล้วสังเกตเห็นมีหญิงสาวหลายคนเดินวนเวียนแถวสุสานจริงๆ สักพักพวกเขาก็เดินเข้าไปในสุสานกันจนหมด แล้วประตูสุสานก็ปิด ไป่หลิงไม่รู้กลไกการเปิดประตู เลยตั้งใจจะกลับไปปรึกษาต่งหนานก่อน เพราะนี่คือสุสานประจำตระกูลของนาง นางย่อมรู้กลไกค่ายกลนี้เป็อย่างดี
ท่านเสนาบดีนึกชื่นชมไป่หลิงที่ทำให้รู้เบาะแสเพิ่มเติม แต่อีกใจก็เป็ห่วงกลัวนางเสี่ยงอันตราย