"สุนัขผู้ซื่อสัตย์แห่งยมโลกตามตำนานอียิปต์โบราณอนูบิส" ชายหนุ่มกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็า สายตาของเขาจ้องมองไปยังร่างสีดำมหึมาซึ่งมีศีรษะเป็สุนัข "จากที่ััได้กลิ่นอายช่างน่าเกรงขามไม่น้อย แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าข้าก็ไม่ต่างอะไรจากไก่กระเบื้องสุนัขดินเผา"
โครม!
ฟ้าดินเกิดการสั่นะเืขึ้นอย่างรุนแรง บรรยากาศเต็มไปด้วยความหนักอึ้งเหมือนกับโลกจะถล่มทลายลง ในตอนนี้ผู้คนทั้งหลายที่อยู่ด้านล่างหาดดอกเกดต่างก็กำลังหวาดกลัวและหลบหนีกันจ้าละหวั่น
แค่เพียงการกระทืบเท้าครั้งเดียวของชายหนุ่ม ก็ทำให้ออร่าสีทองศักดิ์สิทธิ์บนท้องฟ้าถูกกลบไว้ด้วยกลิ่นอายแห่งการสังหารอันน่าพรั่นพรึง
อนูบิสสุนัขเทพซึ่งเป็ผู้นำทางเหล่าิญญาแห่งยมโลกถึงกับต้องหยุดชะงักฝีเท้าที่เร่งรีบของเขาให้หยุดลงท้ามกลางท้องฟ้าอย่างกะทันหัน เขารู้สึกตื่นตระหนกกัับออร่าแห่งการสังหารของิญญาบาปเบื้องหน้าของเขาเป็อย่างมาก เวลานี้ดวงตาสีทองทั้งสองข้างของเขาจับจ้องไปยังิญญาบาปด้วยความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ
"เ้าไม่ใช่ิญญาดั้งเดิมของโลกใบนี้ ิญญาบาปหนาเช่นเ้าข้ามผ่านอาณาเขตมาจุติบนโลกใบนี้ได้อย่างไร" ถึงแม้ว่าอนูบิสจะใ แต่เขายังคงรักษาท่าทางอัันน่าเกรงขามของเขาเอาไว้ได้
"นั่นเป็คำถามที่ข้าเองก็อยากจะรู้คำตอบเหมือนกัน ข้าจำได้เพียงว่าหลังจากการต่อสู้สุดท้ายกับเหล่าศัตรูที่รุมล้อมโจมตีข้า ครั้งนั้นข้าาเ็จนิญญาแทบแตกสลาย เลยตัดสินใจใช้เคล็ดวิชาหวนคืนิญญาเพื่อลองเสี่ยงดวงดูสักครั้ง ถึงอย่างไรก็ดีกว่านั่งรอคอยความตาย ข้าเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองมาโผล่ที่นี่ได้อย่างไร" ชายหนุ่มเอามือไพล่หลังพลางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยขณะที่เขากล่าว
"อีกอย่างความทรงจำในชาติที่หนึ่งของข้าก็เพิ่งจะกลับมาเมื่อสักครู่นี้เอง แต่ใครจะไปคิดกันละว่าจะถูกผู้นำทางิญญาแห่งยมโลกเข้าจู่โจมในทันทีหลังจากที่ได้ความทรงจำกลับมา ข้าจำเป็ต้องลงมือสังหารผู้นำทางแห่งยมโลกชั้นต่ำนั่นซะ เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเ้านั่นถึงกลับกล้าิ่เกียรติของข้า" ชายหนุ่มลอยตัวเองขึ้นให้อยู่สูงกว่าอนูบิส จากนั้นก็เหลือบมองอนูบิสด้วยสายตาเ็า
"แล้วเ้าล่ะเ้าสุนัขผู้โอหัง เ้าคงไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวข้าขึ้นมาหรอกใช่ไหม" ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มอันแสนเ็าออกมา แววตาของเขาไม่ได้มีความรู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
"ข้าคือเทพโบราณของโลกใบนี้ เป็เทพผู้นำพาเหล่าดวงิญญาไปสู่แม่น้ำแห่งการลืมเลือน ณ ยมโลก เทพผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการตัดสินเหล่าิญญาบาปทั้งหลาย" อนูบิสชี้คฑาสีทองศักดิ์สิทธิ์ไปยังร่างของชายหนุ่ม "เ้าเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น เ้าิญญาผู้บาปหนา"
พลังเทพสีทองแผ่กระจายออกมาจากร่างของอนูบิส พลังเทพสีทองนี้พุ่งเข้าปะทะกับออร่าแห่งการสังหารของชายหนุ่มอย่างไม่หวาดหวั่น พลังทั้งสองผลักกันไปมาทำให้ยากที่จะตัดสินแพ้ชนะได้ในเวลาอันสั้น
"หากเ้ายอมติดตามข้าไปยังยมโลก และก้าวเข้าสู่แม่น้ำแห่งการลืมเลือน ข้าให้สัญญาว่าจะมอบสิทธิ์ในการกลับชาติมาเกิดในชาติที่สามกับเ้า แต่ถ้าหากเ้าดื้อรั้นขัดขืนไม่ยอมทำตามในสิ่งที่ข้าบอก เช่นนั้นวันนี้ข้าจะทำให้ิญญาของเ้าต้องแหลกสลาย"
ชายหนุ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยแล้วมองอนูบิสด้วยความเหยียดหยาม "ฝากอนาคตไว้ในกำมือของผู้อื่นไม่ใช่วิถีของข้า อนาคตของข้ามีข้าเป็ผู้กำหนด ไม่ว่าจะเป็เทพปีศาจมาจากไหน ก็บงการอนาคตและชีวิตของข้าไม่ได้ จะให้ข้าติดตามเ้าไปยังยมโลกอย่างงั้นเหรอ..เหอะ! ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ"
ชายหนุ่มกำมือเข้าหากันเหลือเพียงนิ้วชี้และนิ้วกลางที่ยื่นออกไปเบื้องหน้า สองนิ้วประหนึ่งดาบที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้าออร่าแห่งการสังหารยิ่งทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นไปอีก
พริ้ง~~
เสียงปราณดาบสัั่นไหวเหมือนโลหะกระทบกันดังกระจายไปทั่วท้องฟ้า
"วิชาดาบปีศาจเงามัจจุราชกระบวนที่หนึ่ง" ชายหนุ่มสะบัดข้อมือโจมตีไปยังอนูบิส "มาร์ดับสลาย"
ชิ้ง~~
แสงดาบสีแดงอาบย้อมไปทั่วท้องฟ้ายามค่ำคืน มันตัดผ่านลำแสงสีทองศักดิ์สิทธิ์ของอนูบิสไปอย่างง่ายดาย แสงดาบรวดเร็วประหนึ่งสายฟ้าฟาดมันพุ่งเข้าหาอนูบิสด้วยพลังอันน่าหวาดหวั่น
"ออกกระบวนท่าโจมตี แต่พลังเพียงเท่านี้ทำอะไรข้าที่เป็ผู้นำทางเหล่าดวงิญญาแห่งยมโลกไม่ได้หรอก"
เปรี้ยง!
ตูม!
ร่างอันใหญ่โตมโหฬารของอนูบิสพุ่งลงจากท้องฟ้าประหนึ่งดาวตก มันพุ่งลงกระแทกกับผืนน้ำในหาดดอกเกดเขื่อนลำปาวจนทำให้เกิดคลื่นสูงหลายสิบเมตร
จากแรงสั่นะเืในครั้งนี้ทำให้กำแพงเขื่อนลำปาวเกิดการแตกพังทลาย และยังมีผู้คนจำนวนมากถูกคลื่นั์ซัดจนหายไป
"กล้ารับการโจมตีของข้าโดยตรง อีกทั้งยังใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ปกป้องผู้คนจำนวนมากเพื่อไม่ให้เกิดการาเ็ล้มตาย ช่างเป็สุนัขที่มีจิตใจเมตตา" ชายหนุ่มเหลือบมองร่างสุนัขสีดำขนาดมหึมาที่นอนจมกองเือยู่กลางท้องน้ำ
คฑาสีทองในมือของอนูบิสบัดนี้ถูกฟันจนขาดสะบั้น อีกทั้งหน้าอกของเขายังมีรอยดาบอันน่าหวาดกลัวฝังลึกเอาไว้ โลหิตสีทองไหลทะลักออกมาจากร่างของเขาเป็จำนวนมาก
"แค่ก แค่ก ช่างเป็ิญญาบาปที่น่ากลัวจริงๆ แต่เ้าได้ฝ่าฝืนกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้แล้ว ข้าไม่จำเป็ต้องลงมือกับิญญาบาปอย่างเ้าอีกต่อไป" อนูบิสเอามือกดาแยาวกลางหน้าอกของเขาพร้อมกับสำลักโลหิตสีทองออกมา
ชายหนุ่มหรี่ตาลงเล็กน้อย เขาพยายามจับท่าทางการเคลื่อนไหวของอนูบิส หากมีสิ่งใดไม่ชอบมาพากลเขาก็จำเป็ต้องตวัดดาบอีกครั้ง
"หมายความว่ายังไง" ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเ็า
"หันไปมองเื้ัสิ แล้วเ้าจะเข้าใจทั้งหมด" อนูบิสกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง "เ้าไม่ใช่ิญญาดั้งเดิมของโลกใบนี้ แต่กลับกล้าใช้พลังิญญามหาศาลจู่โจมผู้นำทางิญญาแห่งยมโลกเช่นข้า ช่างไม่รู้จักเจียมตัวเลยจริงๆ กฎเกณฑ์สูงสุดของโลกใบนี้ไม่อนุญาตให้ตัวตนที่ผิดแผกเช่นเ้า ฝืนดำรงอยู่ในโลกแห่งนี้ได้อีกต่อไป"
คลืน!
เมฆดำก่อตัวขึ้นบนท้องฟ้าอีกครั้ง คราวนี้อำนาจของมันปกคลุมไปทั่วทั้งโลก ยามนี้ทั่วทั้งโลกตกอยู่ในความมืดมิด ในทวีปที่พระอาทิตย์กำลังขึ้นตอนนี้กลับถูกเมฆดำประหลาดบทบังจนมองแสงอาทิตย์ไม่เห็น
"ดวงิญญาที่แข็งแกร่งเอ๋ย จงกลับไปยังที่ที่เ้าจากมา ที่แห่งนี้ไม่อาจรองรับพลังของเ้าได้ จงไปซะ!"
"อึก!" เสียงลึกลับพุ่งเข้าโจมตีิญญาของชายหนุ่มอย่างรุนแรง เขากัดฟันเพื่อไม่ให้ตนเองส่งเสียงร้องออกมา ขณะเดียวกันก็แหงนหน้ามองฟ้าอย่างไม่หวาดกลัว
"ก็มาสิข้าจะมีชีวิตอยู่ แม้แต่์ก็สังหารข้าไม่ได้"
ชายหนุ่มตวัดข้อมือใช้วิชาดาบปีศาจเงามัจจุราชกระบวนที่หนึ่งโจมตีออกไปอีกครั้ง แสงดาบสีแดงทะลวงฝ่าเข้าไปยังชั้นเมฆสีดำทำให้เกิดปรากฏการณ์ท้องฟ้าถูกผายแยกอีกครั้ง
แต่เพียงแค่พริบตาเดียวเมฆดำบบนท้องฟ้าก็จับกลุ่มกันใหม่อย่างรวดเร็ว ครู่ต่อมาฝ่ามือสีดำขนาดใหญ่ก็พุ่งลงมาจากกึ่งกลางเมฆสีดำบนท้องฟ้า
"ทำลาย" ชายหนุ่มร้องคำราม ขณะเดียวกันก็พุ่งเข้าใส่ฝ่ามือสีดำอย่างไม่หวาดกลัว เขาโจมตีด้วยเคล็ดวิชาดาบออกไปอย่างต่อเนื่อง ทำให้แสงดาบสีแดงถูกอาบย้อมไปทั่วท้องฟ้าอันมืดมิด กลิ่นอายแห่งการสังหารปกคลุมไปทั่วพื้นดินและท้องฟ้า
เปรี้ยง!
แสงดาบสีแดงที่อาบย้อมไปด้วยกลิ่นอายแห่งการเข่นฆ่าสังหาร พุ่งผ่านทะลุฝ่ามือสีดำนั้นออกไปอย่างว่างเปล่า แต่ในขณะเดียวกันนั้นฝ่ามือสีดำอันน่าหวาดหวั่นข้างนั้นกลับปะทะเข้ากับร่างิญญาของชายหนุ่มอย่างจัง ทำให้เกิดเสียงคำรามดังไปทั่วท้องนภายามราตรี
เมื่อฝุ่นควันจางหายเมฆดำบนท้องฟ้าก็เริ่มสลายตัว พร้อมกับร่างิญญาของชายหนุ่มที่หายไปจากโลกใบนี้