King Of The King (กษัตริย์เหนือกษัตริย์)

    ตอนที่ 49 ต้องแบบนี้สิ เขาถึงเรียกว่าสินสงคราม

    ตอนที่ 49 ต้องแบบนี้สิ เขาถึงเรียกว่าสินสงคราม

     

    “ท่านอัศวินหนุ่ม ได้โปรดลดดาบของท่านก่อนข้าโมรันอัศวินศักดิ์สิทธิ์แห่งโบสถ์เฟยเมียร์ในฐานะที่เป็นหัวหน้ารับผิดชอบเขาข้าต้องขออภัยท่านด้วยกับการเสียมารยาทของเขา” โมรันหัวหน้าอัศวินศักดิ์สิทธิ์จากคณะเดินทางจากโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้ได้พูดขึ้น......

     

    หือ?

     

    “ก็ได้! ข้าจะไม่ถือโทษเขาแต่หากเขาแสดงกิริยาไม่เหมาะสมอีก ข้าคงไม่อาจปล่อยเขาไปได้!”

     

    เจมส์วิชมองไปที่อัศวินชายวัยกลางคนที่พูดเมื่อครู่นี้ก่อนที่เขาจะรับรู้ได้ว่าชายคนนี้แข็งแกร่งกว่าตนเองมากเจมส์วิชจึงได้ยอมที่จะลดดาบของเขาลง แต่ในจังหวะที่เขาลดดาบลงนั้นอัศวินหนุ่มโจเซฟก็คิดที่จะใช้โอกาสในตอนนี้เอาคือบ้างแต่ก่อนที่เขาจะได้ขยับตัวเสียงตะโกนของโมรันก็ดังขึ้นอย่างไม่พอใจพร้อมกับคลื่นพลังงานสีทองที่กดทับร่างของโจเซฟเอาไว้......

     

    “หยุดเดียวนี้นะโจเซฟ!!นี่เจ้ายังไม่สำนึกในสิ่งที่ทำลงไปอีกอย่างนั้นรึ? หากเจ้ากล้าขยับแม้แต่เพียงก้าวเดียวข้าจะถือซะว่าเจ้าไม่ใช่อัศวินศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป แล้วข้าจะไม่รับผิดชอบใดๆต่อการกระทำของเจ้าอีก หากว่าเจ้าถูกสังหารหรือถูกทำร้าย!!”

     

    โมรันกล่าวออกมาอย่างจริงจังและหนักแน่นมากในคำพูดเมื่อครู่นี้ซึ่งมันทำให้อัศวินหนุ่มโจเซฟต้องหยุดมือของเขาในทันทีและหันกลับมามองที่โมรันอย่างไม่เข้าใจเขาไม่เข้าใจว่าทำไมโมรันถึงได้ห้ามเขาและถึงได้บอกกับเขาเช่นนั้น.......

     

    “ท่านหัวหน้า?!”

     

    อัศวินหนุ่มโจเซฟพยายามที่จะมองและต้องการคำตอบที่แน่ชัดแต่ไม่ว่าเขาจะมองยังไงโมรันก็ไม่ได้ตอบอะไรเขาเลยสักนิดเดียวนอกจากทำหน้านิ่งอย่างเย็นชาและเมื่ออัศวินหนุ่มเห็นแบบนั้นสีหน้าไม่พอใจของเขาก็บังเกิดขึ้นแต่ถึงจะไม่พอใจเขาก็ทำอะไรไม่ได้ เขาจึงได้ถอยตัวกลับมายืนในกลุ่มคณะเดินทางจากโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ร่วมกับคนอื่นๆ.......

     

    ส่วนเจมส์วิชนั้น เขาเองก็ลดดาบในมือลงเช่นกันเพราะเมื่อครู่นี้เขาเตรียมที่จะใช้ทักษะของเขาสังหารอัศวินหนุ่มผู้นี้แล้วหากเขาขยับตัวมากกว่านี้โชคดีที่หัวหน้าของเขาสั่งให้เขาหยุดก่อน ไม่เช่นนั้นหัวของโจเซฟคงหลุดหล่นไปที่พื้น.......

     

    “ท่านอัศวินศักดิ์สิทธิ์โมรัน ข้าน้อยมีนามว่าเจมส์วิชเป็นอัศวินของฝ่าบาทอากอร์นแห่งเมืองเซนต์จูรี่ที่ข้าน้อยมาที่นี่เพราะเป็นคำสั่งของฝ่าบาทที่ให้มาควบคุมดูแลความปลอดภัยของพวกท่านซึ่งก่อนหน้านี้พวกเราได้พบกองกำลังมากกว่าสามพันนายกำลังดักซุ่มโจมตีพวกท่านอยู่แต่พวกเราได้จัดการพวกมันไปหมดแล้วและข้าจะเป็นคนนำพวกท่านในการเดินทางครั้งนี้เอง”

     

    เจมส์วิชกล่าวนะนำตัวเองอย่างสุภาพ แต่ก็แฝงไปด้วยการกดดันเล็กน้อยๆซึ่งมันเป็นธรรมดาที่เขาจะทำเช่นนั้นต่อหน้าคนเหล่านี้ เพราะเขาไม่ค่อยชื่นชอบคนจากโบสถ์เท่าไหร่นัก......

     

    “ข้า โมรันหัวหน้าอัศวินศักดิ์สิทธิ์รับหน้าที่ในการคุ้มกันท่านนักบวชชั้นสูงและคณะเดินทางจากโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์เฟยเมียร์เดินทางไปยังเมืองเซนต์จูรี่ในครั้งนี้ตามคำสั่งจากโบสถ์หลักในเมืองหลวงปารีสซึ่งพวกเราได้เดินทางมาทั้งหมดหนึ่งร้อยคน” โมรันเองก็กล่าวแนะนำตัวเช่นกันซึ่งเขาได้บอกรายละเอียดคร่าวๆเกี่ยวกับจำนวนคนที่มาด้วยให้กับเจมส์วิชได้รู้.......

     

     

    “อื้ม! ตอนนี้มันก็สายมากแล้ว พวกเราออกเดินทางกันเถอะหากยังอยู่ที่นี่คงมีกองทหารอื่นที่ไม่หวังดีมาเพิ่มอีกจำนวนมากแน่ๆ!” เจมส์วิชพยักหน้าและเสนอความคิดเห็นให้ทุกคนเริ่มออกเดินทางต่อได้เพราะเขากลัวว่าหากยังอยู่ที่นี่นานเกินไปเมืองฮาฟดี่อาจจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับกองทัพทั้งสามพันคนของพวกมันก็เป็นได้.......

     

    “อื้ม! ตกลง เช่นนั้นก็ออกเดินทางเถอะ” โมรันเองก็พยักหน้าเห็นด้วยเช่นกันเพราะเขาได้กลิ่นคาวเลือดจำนวนมากลอยมาทางเขาจากทิศทางที่เจมส์วิชปรากฏตัวออกมา......

     

    หลังจากที่ตกลงกันเสร็จแล้วเจมส์วิชก็สั่งให้ทหารของเขากระจายกำลังกันล้อมรอบคณะเดินทางจากโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้เอาไว้เพื่อคอยคุ้มกันความปลอดภัยให้ก่อนจะออกเดินทางไปตามเส้นทางที่ปลอดภัยที่สุดและใกล้ที่สุดในการไปให้ถึงเมืองเซนต์จูรี่.......

     

    หลังจากที่เจมส์วิงออกเดินทางได้ไม่นานกองกำลังทั้งเก้าร้อยนายของเขาก็เคลื่อนขบวนออกมาจากป่าพอดีพร้อมกับรถลากจำนวนมากที่ขนพวกอาวุธและชุดเกราะ รวมถึงสิ่งของที่สามารถใช้ได้ตามที่เจมส์วิชได้บอกเอาไว้ออกมาด้วย.......

     

    ซึ่งภาพเหตุการณ์นี้ทำให้เหล่าคณะเดินทางจากโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ถึงกับมีสีหน้าตกใจจนบอกไม่ถูกเลยเพราะถึงจำนวนทหารเหล่านี้จะไม่ได้มากแต่แรงกดดันในพวกเขากับทำให้โมรันและอัศวินคนอื่นๆ รู้สึกหายใจไม่สะดวกเลย.......

     

    ..............................

     

    กลับมาที่เมืองเซนต์จูรี่ ณ ห้องประชุมใหญ่ในอาคารชั่วคราว.......

     

    “การยกทัพไปเมืองแซนดี่ในครั้งนี้ทำให้เราได้ทุนทรัพย์กลับมาเป็นจำนวนมาก แถมเรายังได้รับอาวุธและชุดเกราะรวมถึงสิ่งของมีข้าอีกนำไม่ถ้วนกลับมาด้วยทำให้การพัฒนาเมืองสามารถไปได้อย่างรวดเร็วและทั้งหมดนี้ต้องขอบใจในการทำงานของทุกคนมาก”

     

    อากอร์นที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่กลางห้องได้พูดขึ้นอย่างพึงพอใจกับจำนวนสิ่งของที่เขาได้ขนกลับมาด้วยในครั้งนี้.......

     

    “มันเป็นธรรมดาที่เราจะได้เงินและสิ่งของมีค่ากลับมาเยอะเพราะเมืองแซนดี่นั้นมีอยู่มาหลายปีแล้วแถมพวกมันยังได้รับการสนับสนุนจากเมืองต่างๆ และเคานต์ญาติของมันอีกการที่ในเมืองของมันจะมีทรัพย์จำนวนมากมันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่เงินที่ได้มากขนาดนี้เพราะท่านได้ให้พวกเราปล้นพวกชาวบ้านและทุกคนที่อยู่ในเมืองมาด้วยต่างหาก”

     

    เรเว่นที่นั่งอยู่ข้างๆ กับอากอร์นได้พูดออกความคิดเห็นของเขาออกมาซึ่งคำพูดของเขาได้ทำให้ทุกคนที่อยู่ในห้องประชุมนี้อดที่จะขำไม่ได้......

     

    “ถูกอย่างที่ลุงเรเว่นบอกเลยเพราะฝ่าบาทเล่นกวาดซะเกลี้ยงแบบนี้ ไม่ได้มาเยอะก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว หากว่าฝ่ายาทสามารถยกมาได้ทั้งหมดฝ่าบาทคงทำได้แล้วละ ทุกคนว่าไหม?!” เจสสิก้าพูแทรกขึ้นมาในทันทีด้วยน้ำเสียขี้เล่นและหน้าตาที่ดูกวนๆ เล็กน้อย......

     

    ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!

     

    “เจ้านี้พูดตรงจังเลยนะเจสสิก้าแต่ที่เจ้าพูดมามันก็เป็นเรื่องจริง หากว่าฝ่าบาทสามารถยกมาได้ทั้งเมืองฝ่าบาทคงทำไปแล้ว!”ฮอล์สันเองก็พูดเสริมอย่างเห็นด้วยอีกคน.......

     

    “พอเลย พอเลย!! พวกเจ้านี้ชักจะเอาใหญ่แล้วนะ!ที่ข้าทำไปทั้งหมดนั้นก็เพราะว่าข้ามีเหตุผลจำเป็นต่างหากละหากข้าไม่ปล้นมาทั้งหมดไอ้พวกพันธมิตรทั้งสี่และไอ้เฒ่านั้นคงจะเกิดความสงสัยขึ้นมาแน่ๆเพราะกลุ่มโจรขนาดใหญ่แบบนั้นบุกเข้าเมืองแต่ไม่ปล้นชาวบ้าน มันคงไม่ใช่โจร!!”

     

    อากอร์นรีบพูดแก้ต่างให้กับตัวเองในทันทีพร้อมกับยกเอาเหตุผลที่ฟังดูน่าเชื่อถือที่สุดออกมาพูดให้กับทุกคนฟังถึงแม้ว่าทุกคนจะรู้ว่ามันเป็นข้อแก้ตัวของเขาที่ยกขึ้นมา แต่เขาก็ยังพูดมันออกไปเพื่อทำให้ตัวเองดูดี.......

     

    “ว่าแต่ฝ่าบาทจะทำยังไงต่อกับเรื่องนี้?” ทันใดนั้นมอแกรนก็ยังเปลี่ยนหัวข้อการสนทนาใหม่เป็นจริงจังขึ้นเกี่ยวกับการรับมือในครั้งนี้.......

     

    “พวกเรายังไม่ต้องทำอะไรในตอนนี้ข้าเชื่อว่าจะไม่มีใครรู้ว่าเราเป็นคนทำ ถึงไอ้พวกพันธมิตรทั้งสี่จะไม่ชอบพวกเราแต่พวกมันก็ไม่กล้าที่จะลงมือกับเราในตอนนี้แน่ เพราะในวันพรุ่งนี้คณะเดินทางจากโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์จะมาถึงแล้วและเมื่อเรามีคนจากโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์อยู่พวกมันก็จะไม่กล้าทำอะไรที่สุ่มเสี่ยงทำให้พวกโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ไม่พอใจ”

     

    อากอร์นหันไปตอบมอแกรนอย่างจริงจังเกี่ยวกับเรื่องรับมือที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ ซึ่งเขาได้ยกเอาเรื่องคนจากคณะเดินทางจากโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาบอกให้ทุกคนเข้าใจถึงเหตุผลที่เขาได้สั่งให้สร้างโบสถ์ขนาดใหญ่ไว้รอต้อนรับคณะเดินทางจากโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ที่มาครั้งนี้......

     

    “ฝ่าบาทช่างฉลาดหลักแหลมนักถึงว่าทำไมท่านถึงได้สั่งให้สร้างโบสถ์ก่อน” ทันใดนั้นเจสสิก้าก็พูดขึ้นอย่างเข้าใจนางเข้าใจแล้วว่าทำไมอากอร์นถึงได้สั่งให้นางเร่งสร้างโบสถ์ก่อน......

     

    “แต่หากพวกมันไม่สนใจคนจากโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ละขอรับฝ่าบาท?”ชายหนุ่มการ์ลอสส่งเสียงถามขึ้นอย่างสงสัยถึงความคิดเห็นที่ต่างออกไปเขาไม่รู้ว่าอำนาจของโบสถ์มีมากขนาดไหนดังนั้นเขาจึงได้ถามออกไปว่าอย่างอยากรู้อยากเห็น.......

     

    “หากพวกมันไม่สนใจ ก็ให้พวกมันเข้ามาเลยแต่ถึงตอนนี้เมืองของเราก็คงมีทหารมากกว่าสองหมื่นห้าพันคนไปแล้วละมั้งไหนจะเครื่องป้องกันเมือง เครื่องบาเลสต้าหรือแม้แต่เครื่องมือพิเศษจากนักเล่นแร่แปรธาตุของเราอีก!” อากอร์นแสดงสีหน้ายิ้มๆอย่างชั่วร้ายออกมาหลังจากที่ตอบคำถามการ์ลอสกลับไป......

     

    แน่นอนว่าคำตอบของเขานั้นทุกคนต่างก็เข้าใจเพราะการที่ได้เงินทุนจำนวนมากมานั้นมันสามารถทำให้อากอร์นสามารถพัฒนาบุคลากรทางทหารที่เชี่ยวชาญด้านต่างๆให้ดีขึ้นได้อย่างมาก แถมยังสามารถจัดซื้อหาอุปกรณ์ป้องกันเมืองดีๆหรือแม้แต่ซื้อเทคนิคการต่อสู้ดีๆ มาให้คนของเขาได้ฝึกกันยังได้ไม่เพียงแค่นั้นพวกเขายังสามารถซื้อพาหนะสายเลือดสัตว์ร้ายได้อีกด้วย......

     

    “เอาละ! ตอนนี้ทุกคนกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองเถอะข้ายังมีเรื่องที่ต้องจัดการเล็กน้อย!” เมื่อพูดอธิบายจบแล้วอากอร์นก็สั่งให้ทุกคนออกไปทำหน้าที่ของตนเอง เพราะเขาต้องทำงานของเขาต่อแล้วซึ่งมันก็คือการตรวจนับเงินและสมบัติที่เขาได้รับมาทั้งหมด.......

     

    ดารตรวจสอบสิ่งของที่อากอร์นได้มานั้นใช้เวลาไม่นานมากเท่าไหร่นักเพราะเขาได้คัดแยกสิ่งของที่เป็นพวกอาวุธ ชุด เสื้อผ้า หรือพวกอุปกรณ์ต่างๆที่มีค่าออกไปหมดแล้ว ดังนั้นจึงเหลือแค่เงินและพวกแร่ชนิดต่างๆและหนังสือทักษะและสิ่งของลึกลับบางอย่างเท่านั้นที่ต้องมานับ........

     

    ซึ่งภายในพื้นที่เก็บของของเขานั้นเต็มไปด้วยหีบสมบัติจำนวนหลายพันใบที่บรรจุเหรียญเงินเอาไว้และอีกหลายร้อยใบที่เป็นเหรียญทองและมีอีกหนึ่งหีบที่เป็นเหรียญหยกซึ่งหากนับมูลค่าโดยรวมเป็นเหรียญทองแล้วมันจะค่าหลายสิบล้านเหรียญทองเลยทีเดียว.......

     

    แต่จำนวนตัวเลขนี้ยังเป็นเพียงแค่ตัวเลขคร่าวๆที่อากอร์นประมานการขึ้นมาเท่านั้น แต่ถึงจะไม่รู้จำนวนที่แน่นอนของเงินทั้งหมดแต่มันก็ทำให้เขายิ้มจนไม่อาจที่จะหุบปากลงได้แล้วหากไม่เอาอะไรมายึดดึงให้มันหุบเข้าหากัน.......

     

    “สมแล้วที่เจ้าอ้วนนี้เป็นญาติกับไอ้เฒ่าเคานต์นั้น แม้แต่เมืองพันธมิตรทั้งสี่มันคงไม่อาจจะมีเงินและทรัพย์สินได้มากเท่านี้หากว่านับรวมราคาของพวกอาวุธและชุดเกราะหรือเครื่องมือการทหารอื่นๆที่ได้เอากลับมาด้วยละก็.......ต้องแบบนี้สิ เขาถึงเรียกว่าสินสงคราม หึ หึ หึ!!”

     

    คล้ายกับเรื่องKing Of The King (กษัตริย์เหนือกษัตริย์) ที่คุณอ่าน

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    450K 1842
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    271K 1043
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    215K 948
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    นิยาย แฟนตาซี
    235K 400