(จบ)บันทึกตำนานจักรพรรดิหมิง

    บทที่ 36 ฮองเฮาหม่า: ผู้ที่ต้องการฆ่า ไม่มีใครสามารถขัดขวางได้

            บทที่ 36 ฮองเฮาหม่า: ผู้ที่ต้องการฆ่า ไม่มีใครสามารถขัดขวางได้


            ณ ตำหนักเฟิ่งเทียน ฮ่องเต้จูยังคงต้องข่มอารมณ์เอาไว้


            แม้ในใจจะตื่นเต้นและดีใจเพียงใด ก็ไม่อาจแสดงออกมาแม้แต่น้อย เพราะเขาคือฮ่องเต้แห่งต้าหมิง ต่อหน้าผู้อื่นจำเป็นต้องรักษาความสง่างามของฮ่องเต้แห่งต้าหมิงเอาไว้


            แต่ทันทีที่มาถึงที่ของฮองเฮาหม่า ฮ่องเต้จูก็กลายเป็นจูจ้งปาทันที


            ไม่จำเป็นต้องข่มอารมณ์ของตัวเองอีกต่อไป อยากหัวเราะก็หัวเราะ อยากตะโกนก็ตะโกน


            เช่นเดียวกับตอนนี้


            ฮ่องเต้จูกล่าวอย่างตื่นเต้น “น้องหญิง! วันนี้ข้ารู้สึกดีใจเหลือเกิน นับตั้งแต่ต้าหมิงสถาปนาประเทศมา ข้าไม่เคยรู้สึกดีใจเช่นนี้มาก่อนเลย”


            “พอเถอะ พอเถอะ จ้งปา ตอนนี้ท่านเป็นฮ่องเต้แล้ว ต้องสุขุมหน่อยนะ” ฮองเฮาหม่ากล่าวพลางหัวเราะ


            “เฮ่ ๆ!” 


            ฮ่องเต้จูยิ้มเขินให้กับฮองเฮาหม่า แล้วกล่าวว่า “น้องหญิง ข้าอยู่กับเจ้านี่นา! จะทำอย่างไรก็ได้ เจ้าวางใจเถิด! ข้าจะสุขุมเมื่ออยู่ข้างนอกแน่นอน”


            “น้องหญิง เจ้าไม่รู้หรอก! หลิวปั๋วเหวิน ไอ้แก่บ้านี่ วันนี้มันประจบข้าเสียจริง ฮ่า ๆ ๆ!”


            “น้องหญิง เจ้าคงคาดไม่ถึงว่าหลิวปั๋วเหวินผู้ที่หยิ่งผยองเช่นนี้ จะมาประจบข้า อีกทั้งยังยกย่องข้าอย่างสุดหัวใจ ชื่นชมข้าจนพูดไม่ออก”


            “เจ้าลองจินตนาการสถานการณ์ตอนนั้นสิ! เมื่อข้าเอ่ยถึงกลยุทธ์ชั้นกลางในการแก้ปัญหาการอุปถัมภ์เชื้อพระวงศ์ ดวงตาทั้งสองของ หลิวปั๋วเหวิน ถึงกับเบิกกว้าง เขาอึ้งไป มองข้าด้วยความตกตะลึงอย่างที่สุด”


            “นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าเห็นหลิวปั๋วเหวินเป็นเช่นนี้ และนี่เป็นเพียงกลยุทธ์ชั้นกลางเท่านั้น เมื่อข้าเอ่ยถึงกลยุทธ์ชั้นสูง หลิวปั๋วเหวิน ถึงกับคุกเข่าให้ข้าทันที”


            “ตลอดหลายปีมานี้ ข้าคิดหาวิธีอยู่ตลอดว่าจะทำอย่างไรถึงจะควบคุมหลิวปั๋วเหวินได้ ให้เขายอมรับข้าอย่างจริงใจ บัดนี้ ข้าทำสำเร็จแล้ว”


            “หลิวปั๋วเหวิน เขาก็เป็นเพียงสามัญชนคนหนึ่งเท่านั้นแหละ!”


            “ท่านนี่มัน!” ฮองเฮาหม่ามองดูฮ่องเต้จูด้วยสีหน้าจนปัญญา จากนั้นก็ส่ายหน้า เธอเข้าใจความคิดของฮ่องเต้จูได้เป็นอย่างดี ตลอดหลายปีมานี้ ฮ่องเต้จูคงอัดอั้นตันใจมาตลอด


            ฮ่องเต้จูเริ่มต้นด้วยชามใบเดียว จากนั้นก็ค่อย ๆ ก้าวขึ้นมาเป็นหงอู่มหาราชในปัจจุบัน


            บรรดาขุนนางและแม่ทัพที่ติดตามเขามา ล้วนแต่ยอมรับนับถือฮ่องเต้จูอย่างจริงใจ


            พวกเขาเคารพย่ำเกรงฮ่องเต้จูจากก้นบึ้งของหัวใจ มีเพียงหลิวปั๋วเหวินผู้เดียวที่เคารพย่ำเกรงต่อฮ่องเต้แห่งต้าหมิง แทนที่จะเป็นตัวฮ่องเต้จูเอง ซึ่งทำให้ฮ่องเต้จูรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก


            เขาพยายามหาวิธีที่จะทำให้หลิวปั๋วเหวินยอมจำนนโดยสิ้นเชิง แต่ก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จ


            ฮองเฮาหม่ารู้ดีว่าหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป หลิวปั๋วเหวินอาจจะตกอยู่ในอันตราย บางครั้งฮ่องเต้จูก็มีนิสัยคับแคบ ไม่เช่นนั้นหลิวปั๋วเหวินคงไม่ได้เป็นแค่ท่านโหว


            ตอนนี้ดีแล้ว ความขุ่นเคืองในใจของฮ่องเต้จูหายไป หลิวปั๋วเหวินก็จะปลอดภัย


            “ยังมีอีกนะ!” ฮ่องเต้จูดื่มน้ำหนึ่งอึก แล้วกล่าวต่อว่า “น้องหญิง เจ้าไม่เห็นปฏิกิริยาของเจ้าห้าตอนที่ข้าพูดถึงสองแผนนี้ เขาทั้งคนถึงกับตาค้างไปเลย”


            “ฮ่า ๆ ๆ ให้ไอ้หนูเจ้ากรรมนี่ดูถูกพวกเรา ยังคิดจะซ่อนเร้นอีก”


            “ข้ายังสั่งให้กองทหารองครักษ์วาดภาพสีหน้าของเจ้าห้าตอนนั้นเอาไว้ด้วย”


            “จ้งปา นี่มันจำเป็นด้วยหรือ!” ฮองเฮาหม่าอดไม่ได้ที่จะพูด ทั้ง ๆ ที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว ทำไมยังทำตัวเหมือนเด็ก ๆ อยู่อีก


            “จำเป็นสิ! จำเป็นมากด้วย!”


            “ในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ ไม่บันทึกเอาไว้ได้อย่างไรเล่า!” ฮ่องเต้จูหัวเราะกล่าว


            “อ้อใช่ จ้งปา” ฮองเฮาหม่าพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “เรื่องนี้พวกเราต้องขอบคุณเจ้าห้าด้วย หากไม่ใช่เพราะเขา พวกเราคงไม่มีทางค้นพบวิกฤตที่แอบแฝงอยู่ในนโยบายการอุปถัมภ์ราชวงศ์ของท่าน แม้ว่าจะค้นพบ ก็คงไม่สามารถแก้ไขได้อย่างสมบูรณ์ เรื่องนี้ถือเป็นความดีความชอบของเจ้าห้าทั้งหมด ท่านอย่าได้ลืมเชียวนะ!”


            “น้องหญิง เจ้าพูดเรื่องนี้ พวกเราล้วนรู้กันดี ความดีความชอบของเจ้าห้า พวกเราจำได้แม่นยำ อย่างมากที่สุด เมื่อถึงเวลาที่เขาไปรับตำแหน่งเจ้าเมือง ข้าจะให้เสบียงและกองทัพแก่เขาบ้าง แล้วก็เพิ่มอำนาจให้เขาอีกหน่อย”


            “นั่นพอจะใช้ได้!” ฮองเฮาหม่ากล่าว


            “แต่ว่า ยังมีปัญหาอีกอย่าง จ้งปา ท่านเคยคิดถึงเรื่องหนึ่งหรือไม่ ตอนนี้เจ้าห้ายังไม่รู้ว่าท่านสามารถแอบอ่านบันทึกของเขาได้ แต่เรื่องนี้คงไม่สามารถปิดบังไปได้ตลอดกระมัง! สักวันหนึ่งเจ้าห้าต้องรู้เรื่องนี้แน่ หากวันนั้นมาถึง ท่านจะทำอย่างไร?” ฮองเฮาหม่าถาม


            “เรื่องนี้น่ะหรือ?” คำถามของฮองเฮาหม่าทำให้ฮ่องเต้จูงุนงงไปชั่วขณะ


            ‘จะทำอย่างไรดีล่ะ?’


            จูซู่มีพลังมากแค่ไหน เขาได้ประเมินไว้ในใจหลายครั้งแล้ว หากจูซู่ก่อกบฏขึ้นมา เขาคงไม่มีความสามารถต่อต้านได้แม้แต่น้อย พลังของจูซู่นั้นแก้ไขไม่ได้เลย


            แต่ลูกคนนี้ยังอยู่ข้างกายเขา และยังจัดวางมือสังหารลับไว้หลายสิบคน


            หลังจากรู้เรื่องนี้ ไม่กี่วันมานี้ ฮ่องเต้จูไม่เคยนอนหลับสบายเลยสักคืน


            เขาสั่งให้เหมาเซียงไปสืบอยู่หลายวัน แต่ก็ไม่พบข่าวที่เป็นประโยชน์เลยแม้แต่น้อย


            ถึงขนาดนั้น!


            เหมาเซียงได้สืบทุกคนในวังหลวง ไม่ว่าจะน่าสงสัยหรือไม่ ก็สืบทั้งหมด แต่ก็ยังไม่พบร่องรอยใด ๆ สิ่งนี้ทำให้ฮ่องเต้จูรู้สึกขนพองสยองเกล้า


            ‘หากว่า เจ้าห้ารู้ว่าข้าแอบดูบันทึกของเขา แล้วก่อกบฏขึ้นมาล่ะ?’


            ‘โอกาสชนะของข้าฮ่องเต้จูเป็นศูนย์เลยนะ!’


            “เรื่องนี้น่ะ!” ฮ่องเต้จูลังเลครู่หนึ่ง จากนั้นก็กล่าวว่า “รอไปอีกสักพักก่อนเถอะ! รอให้พวกเราได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากมือของเจ้าห้าคนนี้อีกหน่อย แล้วค่อยหาเวลาเปิดเผยความจริงกับเขา!”


            “อะแฮ่ม น้องหญิง ตอนเปิดเผยความจริง เจ้าต้องมาช่วยข้าคุมสถานการณ์ด้วยนะ!”


            “ได้เลย!” ฮองเฮาหม่ากล่าวพลางยิ้ม “ตอนนั้นข้าจะอยู่ข้าง ๆ คอยควบคุมสถานการณ์ รับรองว่าจะไม่ปล่อยให้เจ้าห้าทำอะไรบ้า ๆ หรอก อ้อ สองสามวันนี้เปียวเอ๋อร์กับนางลวี่มาฟ้องข้าด้วย”


            “อะไรกัน เปียวเอ๋อร์มาฟ้องเจ้าที่นี่เชียวหรือ ฮึ!” ฮ่องเต้จูแค่นเสียงเย็นชาว่า “เจ้าชาติชั่วนี่ มันยังมีหน้ามาฟ้องที่นี่อีก ถ้าข้าเดาไม่ผิด คงเกี่ยวกับสยงอิงกับเจ้าห้าสินะ!”


            “อืม!”


            ฮองเฮาหม่าพยักหน้า แล้วกล่าวว่า “ใช่ เปียวเอ๋อร์ตำหนิว่าพวกเราตามใจสยงอิงเกินไป บอกว่าสยงอิงตอนนี้ยังเด็กอยู่ หากตามใจเช่นนี้ ต่อไปจะยิ่งไม่เกรงกลัวกฎเกณฑ์ใด ๆ ให้พวกเราลดการดูแลลงบ้าง”


            “นางลวี่วิ่งมาบอกว่า เจ้าห้าพาสยงอิงออกไปเล่น ไม่ได้เรียนหนังสือเลย”


            “ฮึ!” ฮ่องเต้จูพูดเสียงเย็นชาว่า “นางลวี่ นางทาสต่ำช้านั่น ยังกล้ามาฟ้องที่นี่อีก รอให้ข้าหาหลักฐานได้ จะต้องสับร่างมันเป็นหมื่นชิ้น จะต้องประหารทั้งสกุลลวี่ให้สิ้นเก้าชั่วโคตร”


            “จ้งปา เกิดอันใดขึ้น?”


            “นางลวี่ก็เป็นสนมของเปียวเอ๋อร์นะ เหตุใดท่านจึงจะประหารเก้าชั่วโคตรของนาง” ฮองเฮาหม่าถาม


            “น้องหญิง เจ้าไม่รู้หรอกว่าหญิงนางนี้มีจิตใจที่ชั่วร้ายเพียงใด นางคิดจะลอบทำร้ายหลานชายที่น่ารักของพวกเรา” ฮ่องเต้จูกล่าวด้วยความโกรธเคือง จากนั้นก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดที่ได้อ่านจากสมุดบันทึกของจูซู่ให้ฮองเฮาหม่าฟัง


            “อะไรนะ?” เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของฮองเฮาหม่าก็เปลี่ยนไป นางกล่าวเสียงเย็นว่า “จ้งปา เจ้าไม่ได้โกหกข้าใช่หรือไม่”


            แม้แต่ฮองเฮาหม่าผู้อ่อนโยนและมีเมตตา ยามนี้ในดวงตาของนางก็ยังแฝงไว้ด้วยแววฆาตกรรม เห็นได้ชัดว่านางโกรธแค้นเพียงใด แสดงให้เห็นถึงตำแหน่งของจูสยงอิงในใจของนาง


            “น้องหญิง เรื่องเช่นนี้ ข้าจะกล้าโกหกเจ้าได้อย่างไร?”


            “ตามที่เขียนไว้ในสมุดบันทึกของเจ้าห้า ในโลกต้าหมิงเดิมนั้น หลานชายที่น่ารักของพวกเราเสียชีวิตตั้งแต่อายุเพียงเก้าขวบ และหลังจากที่เขาเสียชีวิต พวกเราก็แต่งตั้งจูอวิ่นเหวินบุตรชายของนางเป็นรัชทายาท สุดท้าย ก็ส่งมอบบัลลังก์ให้แก่จูอวิ่นเหวิน”


            “น้องหญิง ลองคิดดูว่าหากหลานชายที่น่ารักของพวกเราเสียชีวิตจริง ๆ เจ้าคิดว่าพวกเราจะแต่งตั้งผู้ใดเป็นรัชทายาท? อวิ่นเจ๋อหรืออวิ่นจื้อ?”


            “เรื่องนี้...”  ฮองเฮาหม่าลังเลครู่หนึ่ง แล้วกล่าวว่า “แม้อวิ่นจื้อจะเป็นบุตรชายคนโต แต่เขามีนิสัยอ่อนแอ ขี้ขลาด กลัวเรื่องยุ่งยาก คงยากที่จะสืบทอดบัลลังก์ได้ ท่านน่าจะแต่งตั้งจูอวิ่นเหวินเป็นรัชทายาทมากกว่า”


            เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้ ฮองเฮาหม่าก็รู้สึกสะท้านในใจอย่างรุนแรง


            “เช่นนั้นแล้ว!”


            “นางลวี่ผู้นั้นมีความน่าสงสัยอย่างมาก แม้เรื่องนี้จะอันตรายยิ่งนัก”


            “แต่หากสำเร็จ จะได้รับผลประโยชน์มหาศาลเกินจินตนาการ”


            “อีกอย่าง!” 


            ฮ่องเต้จูกล่าวต่อว่า “ตามการคาดเดาของเจ้าห้า เจ้ารู้หรือไม่ว่าวิธีการของนางลวี่คืออะไร?”


            ฮ่องเต้จูจึงเล่าการคาดเดาของจูซู่ให้ฮองเฮาหม่าฟัง


            “ข้าได้สอบถามหมอหลวงแล้ว หากเป็นจริงดังที่เจ้าห้ากล่าว นั่นก็คือการบั่นทอนพลังใจและชีวิตของเสี่ยวอิงอย่างต่อเนื่อง วิธีการเช่นนี้ แม้ถึงเวลาที่ข้าจะสืบสวน ก็คงสืบหาอะไรไม่ได้”


            “ดังนั้น เจ้าคงรู้แล้วว่าเหตุใดข้าจึงรับเสี่ยวอิงกลับเข้าวัง!” ฮ่องเต้จูกล่าว


            “นางลวี่ผู้นี้สมควรตายนัก!” ฮองเฮาหม่า กล่าวเสียงเย็นชา


            “น้องหญิง เจ้าวางใจเถิด! เพียงแค่รอให้ข้าหาหลักฐานพบ ข้าจะต้องแก้แค้นให้สยงอิงอย่างแน่นอน เมื่อถึงเวลานั้น ไม่มีผู้ใดหนีรอดไปได้แม้แต่คนเดียว” ฮ่องเต้จูกล่าวด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความมุ่งมาดปองร้าย ครั้งนี้ ฮองเฮาหม่าไม่ได้ทัดทานฮ่องเต้จูอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน


            ในขณะเดียวกัน!


            ที่จวนสกุลลวี่ การวางแผนลับที่จะสั่นสะเทือนฟ้าดินกำลังเริ่มก่อตัวขึ้น

    คล้ายกับเรื่อง(จบ)บันทึกตำนานจักรพรรดิหมิง ที่คุณอ่าน