ผืนทรายสีทองร้อนระอุแผ่ไพศาลจรดขอบฟ้า ดุจมหาสมุทรที่ไร้ซึ่งเกลียวคลื่น มีเพียงริ้วลายที่สายลมได้จารึกไว้ ลมหายใจแห่งทะเลทรายนั้นแห้งผากและแผดเผา ลูบไล้ซากปรักหักพังของ นครจันทราดับแสง (落月古城) ที่ครั้งหนึ่งเคยโอ่อ่า บัดนี้เหลือเพียงโครงร่างอันเงียบงันของเสาหินที่ผุกร่อน, ซุ้มประตูที่โค่นล้ม, และผนังวิหารที่ภาพสลักเทพธิดาแห่งดวงจันทร์เลือนรางจนแทบมองไม่เห็น มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวที่พัดผ่านช่องว่างของซากโบราณสถาน ดุจเสียงคร่ำครวญจากอดีตกาล
ท่ามกลางความเงียบงันและความยิ่งใหญ่ที่เสื่อมสลายนั้น เงาร่างสีครามเข้มสายหนึ่งเคลื่อนผ่านไปราวกับสายลมไร้รูป ลู่เสวี่ย (Lu Xue) กำลังทะยานผ่านซากนครด้วยความเร็วสูงสุด ดวงตาสีฟ้าอ่อนสงบนิ่ง แต่แฝงไว้ด้วยประกายระแวดระวังอันคมกล้า จิตวิญญาณระดับก่อแก่น-ขั้นต้นแผ่คลุม สัมผัสถึงอันตรายที่ไล่ตามมาติดๆ
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
ห้าเงาดำในชุดคลุมทะมึนปรากฏขึ้นบนยอดซากกำแพงเบื้องหลัง ไล่ตามมาอย่างไม่ลดละ กลุ่มเงาอสูร (影魔团)! เข็มทิศมิติสีดำในมือผู้นำยังคงสั่นระริก ชี้มาทางนางแม้จะถูกพลังงานมิติปั่นป่วนของสถานที่รบกวนอยู่บ้าง
'ตามรอยความปั่นป่วน... เช่นนั้นก็ต้องเคลื่อนไหวให้กลมกลืน' นางปรับเปลี่ยน "วิชาเร้นเงาจันทรา" ร่างกายมิได้เพียงเลือนราง หากแต่คล้ายจะ "ละลาย" เข้ากับเงาที่ทอดทาบไปตามพื้นทรายและซากหิน นางเคลื่อนที่ไปตาม "กระแส" ของพลังงานมิติที่บิดเบี้ยว หลบหลีกเข้าหลังเสาหินสลักลายจันทราเสี้ยวที่แตกหัก ใช้ซุ้มประตูโค้งที่พังทลายลงครึ่งหนึ่งเป็นจุดเปลี่ยนทิศทาง ทิ้ง "เงาพลังงาน" ที่ผิดเพี้ยนไว้ล่อหลอก
"นางอยู่ทางซากหอสังเกตการณ์ดารา!" ผู้นำกลุ่มเงาอสูรตะโกนชี้ทาง
ลู่เสวี่ยเพียงยิ้มมุมปากอย่างเย็นชา นางดีดตัวขึ้นสู่ยอดเสาที่หักโค่น ใช้ "ด้ายมนตราไร้เงา" ยิงออกไปเกาะเกี่ยวรูปสลักนางอัปสรจันทราบนยอดวิหารฝั่งตรงข้าม แล้วเหวี่ยงร่างข้ามผ่านลานกว้างที่ครั้งหนึ่งอาจเคยใช้ประกอบพิธีบูชาจันทร์ ไปอย่างเงียบเชียบและสง่างาม ขณะที่เงามายาของนางพุ่งตรงเข้าไปในซากหอคอยตามที่ศัตรูคาดการณ์
เมื่อกลุ่มเงาอสูรรู้ตัวว่าถูกหลอก นางก็ทะยานออกจากเขตนครโบราณ เข้าสู่ทะเลทรายอันเวิ้งว้างเบื้องหน้าแล้ว!
ผืนทรายสีทองแผ่กว้างสุดลูกหูลูกตาภายใต้แสงอาทิตย์ยามบ่ายที่ร้อนแรง ไอแดดระอุจนภาพเบื้องหน้าสั่นไหวระริก ลมร้อนพัดหวีดหวิวเสียดแทงผิวหนัง มีเพียงโขดหินทรายรูปร่างแปลกตาที่เกิดจากการกัดเซาะนับพันปี ตั้งตระหง่านอยู่อย่างโดดเดี่ยวเป็นระยะๆ
นางก้มมองแผนที่ดวงดาวในทะเลจิต "เทือกเขาหมื่นอสูร... ยังอยู่อีกไกลนัก" นางประเมินสถานการณ์ พลังมนตราเริ่มร่อยหรอลงจากการใช้วิชาตัวเบาและทักษะเร้นกายอย่างต่อเนื่อง กลุ่มเงาอสูรแม้จะถูกหลอก แต่ก็คงตามมาทันในไม่ช้า
นางเปลี่ยนทิศทางเล็กน้อย มุ่งหน้าไปยังแนวโขดหินสูงชันที่ทอดตัวยาวอยู่เบื้องหน้า หวังจะใช้เป็นที่กำบังและฟื้นฟูพลังงานชั่วคราว
แต่แล้ว! สัมผัสอันตรายก็แล่นวาบขึ้นในจิตวิญญาณ!
วูมมมม!
ลำแสงสีดำทมิฬสายหนึ่ง พุ่งทะลุความว่างเปล่า! แหวกอากาศร้อนระอุ ไล่ตามกลิ่นอายนางมาติดๆ! มันคือ "ทวนอสูรทะลวงมิติ" ของผู้นำกลุ่มเงาอสูร! มันล็อคเป้าหมายที่แก่นวิญญาณ!
'เร็วมาก!' นางใจหายวาบ! เร่งความเร็วถึงขีดสุด แต่ลำแสงนั้นกลับยิ่งไล่ตามใกล้เข้ามา!
นางตัดสินใจในเสี้ยววินาที! หันกายกลับกลางอากาศ! สองมือร่ายผนึกอาคมอันซับซ้อน! พลังมนตราที่เหลืออยู่ถูกระดมออกมาทั้งหมด!
"จันทราซ้อนเงา! บิดเบือนมิติ!" (叠月幻界!)
วงแหวนแสงสีเงินยวงอันบริสุทธิ์ดุจแสงจันทร์กระจ่างฟ้า ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า! ผิวมันมิได้เรียบ หากแต่ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ ดุจเงาจันทราในคืนเดือนเพ็ญ มันมิได้แข็งแกร่ง หากแต่ "บิดเบือน" กฎเกณฑ์แห่งมิติ ณ บริเวณนั้น!
ตูมมมมมมมมมมมมม!!!
ลำแสงสีดำพุ่งเข้าปะทะวงแหวนแสงสีเงิน! แทนที่จะเกิดการระเบิดรุนแรง ลำแสงสีดำกลับถูก "ดูดกลืน" และ "หักเห" อย่างรุนแรง! มันสะท้อนเฉียงออกไป! พุ่งเข้าใส่เนินทรายขนาดใหญ่ข้างๆ!
โครม!!! เนินทรายนั้นระเบิดออกเป็นหลุมลึก! เม็ดทรายปลิวว่อนไปทั่วฟ้า!
"อึก!" แม้จะป้องกันได้ แต่ลู่เสวี่ยก็รู้สึกถึงแรงสะท้อนที่ส่งผ่านเข้ามา ทำให้เลือดลมปั่นป่วนเล็กน้อย นางรีบฉวยโอกาสนี้ พุ่งเข้าสู่แนวโขดหินสูงชันเบื้องหน้าทันที!
"สารเลว! นางทำได้อย่างไร!" เสียงคำรามด้วยความเดือดดาลของผู้นำกลุ่มเงาอสูรดังไล่หลังมา
ลู่เสวี่ยไม่สนใจ นางเคลื่อนที่ลัดเลาะไปตามซอกหินและเงื้อมผาที่ซับซ้อนราวกับเขาวงกตของแนวโขดหิน ทิ้งร่องรอยหลอกล่อไว้เป็นระยะๆ ก่อนจะพบกับถ้ำเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านน้ำตกที่เหือดแห้ง นางรีบเข้าไปซ่อนตัวและใช้ "วิชาเร้นเงาจันทรา" กลบกลิ่นอายตนเองจนหมดสิ้น
ครู่ต่อมา กลุ่มเงาอสูรก็ไล่ตามมาถึงบริเวณแนวโขดหิน พวกมันหยุดชะงัก มองหาเป้าหมายด้วยความสับสน
"นางหายไปไหน!?"
"พลังงานแถวนี้ซับซ้อนมาก เข็มทิศถูกรบกวน!"
"ค้นหาให้ทั่ว! นางต้องบาดเจ็บจากการรับการโจมตีเมื่อครู่ ต้องหนีไปได้ไม่ไกลแน่!" ผู้นำกลุ่มสั่งการอย่างเกรี้ยวกราด
ลู่เสวี่ยซ่อนตัวอยู่ในถ้ำ กลั้นลมหายใจ ฟังเสียงศัตรูที่ค้นหาอยู่ภายนอก นางรีบหยิบโอสถฟื้นฟูพลังงานระดับสูงออกมากลืนลงไป 'ต้องรีบฟื้นพลังแล้วหนีออกจากที่นี่ ก่อนที่พวกมันจะหาเจอ'
นางมองไปยังแผ่นหยกดำในมือ แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาในถ้ำกระทบกับมัน เผยให้เห็นแผนที่ดวงดาวอันลึกลับ "เทือกเขาหมื่นอสูร... จุดหมายต่อไป..." ดวงตาของนางทอประกายเยือกเย็นแต่แฝงความมุ่งมั่นอันแรงกล้า "ไม่ว่าจะมีอันตรายใดรออยู่... ข้าก็
ต้องไปให้ถึง!"
(จบตอนที่ 164 )