คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 76 จิตใจที่ยากจะถูกเติมเต็ม

            

            ซูฉางอันครุ่นคิดอย่างตั้งใจ เขาไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไรว่าหลงเซี่ยงจวินหมายความถึงสิ่งใดกันแน่

            เขาไม่ชอบบทสนทนาที่แฝงไปด้วยความนัยที่สลับซับซ้อนเช่นนี้เลยแต่ดูเหมือนคนอื่นๆ นอกจากเขาจะชอบมันมาก

            “แต่อย่างไรเสียต้องขอบคุณท่านมากพี่หรูเยี่ยนเป็นคนดีจริงๆ” เขกล่าวกับหลงเซี่ยงจวินเช่นนั้น

            หลงเซี่ยงจวินปรายตามองเขาเพียงครู่หนึ่งมันควรจะเป็นสายตาที่ทรงเสน่ห์เป็นอย่างมาก แต่ไม่รู้ด้วยเหตุใดเมื่อเจ้าของสายตาเป็นผู้ชายเช่นนี้ซูฉางอันกลับรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกเอาเสียเลย เขารู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัวราวกำลังยืนอยู่ท่ามกลางหิมะด้วยร่างกายเปลือยเปล่าอย่างไรอย่างนั้น

            “ข้าเคยบอกไปแล้วไงว่าตัวข้าเป็นพ่อค้าจึงทำแต่เรื่องที่ไม่ขาดทุนเท่านั้น อืม...อย่างน้อยข้าก็มองว่ามันไม่ขาดทุน” หลงเซี่ยงจวินกางพัดในมือออก แล้วโบกพัดเบาๆ

            ซูฉางอันคิดว่านี่เป็นนิสัยที่ประหลาดเหลือทนหน้าหนาวแบบนี้ยังต้องพัดอีกรึ

            เขาไม่เข้าใจสักเท่าไรนัก แต่ก็ไม่อยากถามให้มากความเพราะอย่างไรเสียเขาก็เจอเรื่องที่ตนไม่เข้าใจมานักต่อนักแล้ว

            เราจะให้ทุกคนในโลกมาเข้าใจในความเป็นเราย่อมไม่ได้และเราก็ไม่มีทางเข้าใจทุกคนได้เช่นกัน นี่เป็นสิ่งที่ซูฉางอันคิดขึ้นได้และเขาก็เห็นว่ามันเป็นหลักการที่ไม่เลว จึงใช้มันเป็นคติเตือนใจมาโดยตลอด

            เขาถามอีกคำถามออกมาแทน

            “เจ้าต้องการเงินมากเลยรึ? ข้าได้ยินมาว่าตระกูลหลงรวยมาก รวยจนใช้เงินเท่าไรก็ไม่หมดเสียทีแต่ทำไมเจ้ายังคิดแต่จะหาเงินเพิ่มอีกละ?”

            “คุณชายซู ท่านช่างน่าสนใจเสียจริง”หลงเซี่ยงจวินเลิกคิ้วขึ้น

            “ท่านลองดูลูกค้าในหอแห่งนี้สิ” เขาพูดขึ้น“พวกเขาล้วนเป็นชนชั้นสูง หรือไม่ก็ขุนนางผู้ทรงอำนาจด้วยกันทั้งสิ้น ผู้ใดบ้างไม่มีภรรยาและอนุหลายๆคน? แต่เหตุใดพวกเขาถึงยังมาเยือนหอหมู่ตันแห่งนี้ทุกเมื่อเชื่อวันอีก?”

            เมื่อพูดมาจนถึงตรงนี้เขาก็ชะงักไปเล็กน้อยจากนั้นก็ปรายตามองซูฉางอันครู่หนึ่ง และพูดขึ้นอีกครั้ง “เพราะของๆคนอื่นมักจะดีกว่าเสมอไงละ”

            ซูฉางอันส่ายหน้า “ไม่จริงคนกับเงินไม่เหมือนกันเสียหน่อย”

            “ไม่เหมือนกันตรงไหน?” หลงเซี่ยงจวินราวว่ารู้สึกสนใจขึ้นมาเขาเก็บพัดในมือลงอีกครั้ง จากนั้นก็หันไปถามซูฉางอัน

            ซูฉางอันชะงักไปเล็กน้อย แล้วจู่ๆ เขาก็ปรากฏสีแดงขึ้นบนใบหน้าราวกำลังรวบรวมความกล้าครั้งใหญ่อย่างไรอย่างนั้น เขามองสบตากับหลงเซี่ยงจวิน แล้วกล่าวขึ้น“อย่างเช่นศิษย์พี่ เซี่ยนจวิน แล้วก็หรูเยว่ แม้พวกนางจะมีรูปโฉมงดงามกันทุกคนแต่ความงามของพวกนางล้วนมีเอกลักษณ์แตกต่างกันออกไป ทว่าเงินกลับไม่เป็นเช่นนั้นเงินหนึ่งตำลึงของท่านกับหนึ่งตำลึงของข้ามีลักษณะเหมือนกันทุกประการความจำกัดในการซื้อของก็ไม่ต่างกัน ดังนั้นพวกมันจึงไม่แตกต่างกันเลยแม้แต่น้อยหากจะต่าง ก็คงจะต่างกันที่จำนวนเท่านั้น แต่ตอนนี้ท่านก็มีเงินเยอะมากแล้วนี่”

            เมื่อได้ยินดังนั้นหลงเซี่ยงจวินก็มีสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย เป็นเวลานานกว่าเขาจะปรบมือแล้วพูดเป็นแกมหยอกล้อ“คุณชายซูเปรียบเทียบได้น่าสนใจจริงๆ”

            ทว่าซูฉางอันหาได้รู้สึกดีใจเพราะคำชมของเขาแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามเขากลับรู้สึกเสียใจที่ตนพูดเช่นนั้นออกไปต่างหาก

            “แล้วคุณชายซูคิดว่ากู่โหวเย องค์หญิงเซี่ยโหวกับแม่นางหรูเยว่ ใครดีที่สุดเล่า?”หลงเซี่ยงจวินพูดขึ้นอีกครั้งด้วยเสียงที่อ่อนระทวยคล้ายเป็นเสียงจากสตรีอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาซึ่งบัดนี้เต็มไปด้วยความกลั่นแกล้ง

            “ข้า...” ซูฉางอันรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีเขาหน้าแดงราวกับผลแอปเปิ้ล อึกอักอยู่นาน กว่าจะพูดออกมาได้สำเร็จ “ข้าชอบโม่โม่”

            “โม่โม่?” หลงเซี่ยงจวินชะงักไปเล็กน้อยเขากลอกตาเป็นเชิงครุ่นคิด จากนั้นก็ใช้พัดตบลงที่กลางฝ่ามือเบาๆพลางพูดด้วยท่าทางกระจ่างแจ้งในที่สุด “สาวน้อยในวันนั้นน่ะรึ? อืม... ไม่เลวเลย แม้รูปโฉมงดงามไม่เท่าองค์หญิงกับคนอื่นๆแต่นางก็มีดีกว่าที่ความใสสะอาด”

            “ใสสะอาด?” ซูฉางอันไม่ค่อยเข้าใจนัก ศิษย์พี่กับคนอื่นๆก็สะอาดดีนี่ พวกนางอาบน้ำบ่อยออก...

            “เอาเถิด ถือว่าเจ้าชนะไปก็แล้วกัน”เห็นได้ชัดว่าหลงเซี่ยงจวินไม่คิดจะอธิบายคำพูดของตัวเองเลยสักนิด เขาพูดต่อไป “แล้วคุณชายซูคิดว่าแผ่นดินต้าเว่ยกว้างใหญ่หรือไม่?”

            ซูฉางอันครุ่นคิดอย่างตั้งใจเพราะคำถามนี้ตลอดช่วงชีวิตสิบเจ็ดปีที่ผ่านมา เขาเคยไปเพียงไม่กี่ที่ ได้แก่เมืองฉางเหมินเมืองเป่ยหลาน และเมืองฉางอันเพียงเท่านั้น แต่นอกจากเมืองเหล่านี้ ทางตะวันตกของต้าเว่ยยังมีมณฑลเหลียงโจและทะเลทรายอันแสนกว้างใหญ่อยู่ ทางตะวันออกมีมณฑลโยวโจ และหากเดินทางไปทางใต้ย่อมพบกับแม่น้ำหลีเจียงเมื่อข้ามแม่น้ำหลีเจียงไป ทิศตะวันออกของที่นั่นเป็นมณฑลหวั่นโจ และทิศตะวันตกเป็นสู่ตี้และที่กลางดินแดนสู่ตี้ก็มีเขาสู่ซานตั้งอยู่ สถานที่มากมายเช่นนั้นต่อให้จะใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อท่องเที่ยวเขาก็คงจะไปเยี่ยมชมสถานที่เหล่านั้นได้ไม่หมดอยู่ดี

            ดังนั้น เขาจึงตอบออกไป “กว้างใหญ่มาก”

            “นั่นน่ะสิ แผ่นดินต้าเว่ยกว้างใหญ่มาก กว้างใหญ่จนแม้แต่องค์จักรพรรดิที่เป็นยอดอัจฉริยะผู้เปี่ยมไปด้วยความสามารถก็ยังละเลยสถานที่บางแห่งไปแต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังเอาแต่ทำสงครามไปทั่วเพื่อกอบโกยแผ่นดินเข้ามาเพิ่มไม่ใช่รึ?” หลงเซี่ยงจวินบอก

            ซูฉางอันนิ่งเงียบไป

            ต้องยอมรับเลยว่าหลงเซี่ยงจวินพูดมีเหตุผลจริงๆ

            เขามีเงินมากขนาดที่จะใช้เท่าไรก็ไม่มีวันหมดแต่เขาก็ยังอยากหาเงินเพิ่มเรื่อยๆแม้เงินเหล่านั้นจะต้องแลกด้วยทั้งชีวิตของผู้หญิงเช่นหรูเยี่ยนอีกจำนวนนับไม่ถ้วนก็เถอะ

            องค์จักรพรรดิก็เช่นกันเขามีแผ่นดินที่กว้างใหญ่มากจนบริหารไม่หมดแต่พระองค์ก็ยังคิดแต่จะขยายอาณาเขตออกไปแม้แผ่นดินเหล่านั้นจะต้องแลกมาด้วยเลือดเนื้อของทหารมากมายก็ตาม

            นี่เป็นสิ่งที่น่าสยดสยองเหลือทน

            ผู้คนมากมายต้องสละชีวิตเพื่อสนองความโลภและความต้องการของคนเพียงหยิบมือเท่านั้น

            ทันใดนั้น เขาก็คิดถึงสิ่งที่วู๋ถงเคยบอก ตอนอยู่ที่เขาโยวหยุนขึ้นมาอีกครั้ง...เมื่อมีความโลภ แม้แต่เทพก็ยังเปลี่ยนเป็นคนเลวได้

            แม้แต่เทพยังเป็นเช่นนี้ แล้วนับประสาอะไรกับมนุษย์ธรรมดา

            ซูฉางอันรู้สึกหงุดหงิดใจอย่างประหลาดเขาไม่คิดจะซักไซ้ต่อไปอีก เพราะเรื่องมากมายก็หาคำตอบไม่ได้จริงๆ หากต้องยัดเยียดคำตอบให้เรื่องเหล่านั้น...ย่อมเป็นความโลภไม่ผิดแน่

            หลังกลับมาจากหอหมู่ตัน ซูฉางอันก็เอาแต่นิ่งเงียบและเก็บตัวมาโดยตลอด

            แม้แต่ระหว่างฝึกซ้อมดาบ เขาเผลอเหม่อลอยไปหลายคราทำให้ถูกกู่เซี่ยนจวินเล่นงานจนดาบกระเด็นออกไปจากมืออยู่บ่อยครั้ง

            ไม่บ่อยนักที่จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น กู่เซี่ยนจวินรู้สึกประหลาดใจในเรื่องนี้เช่นกันนางเคยถามเรื่องนี้กับซูฉางอัน แต่เขาไม่ได้ตอบกลับมา ใช่ว่าเพราะซูฉางอันไม่อยากบอกหรอกทว่าแม้แต่เขาเองก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าเรื่องนี้มีสาเหตุมาจากอะไร

            หลังสิ้นสุดการฝึกในช่วงบ่าย กู่เซี่ยนจวินรีบปลีกตัวออกไปบอกว่าต้องไปเตรียมของขวัญสำหรับงานฉลองพระชนมพรรษาขององค์จักรพรรดิ... แน่นอน นางเองก็ได้รับเชิญให้เข้าไปร่วมงานฉลองในครั้งนี้ในฐานะของตัวแทนจากตระกูลกู่เช่นกัน

            ซูฉางอันวางดาบในมือลงอย่างหมดอาลัยตายอยาก ทรุดตัวลงนั่งณ ริมชายคาของอาคารที่ปลูกอยู่ข้างลานฝึก

            เขามองดูต้นไม้ไร้ใบตรงหน้าอย่างเหม่อลอย เมื่อไม่นานมานี้เขาชอบทำเช่นนี้อยู่เสมอ ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะเหตุใด เขาเพียงรู้สึกว่าตอนนี้ทั้งฉู่ซีฟงก็ไม่อยู่ในสำนักแล้วศิษย์พี่ก็ด้วย มันทำให้เขารู้สึกราวสำนักเทียนหลานขาดบางสิ่งบางอย่างไป ดูเหมือนนั่นจะไม่สวยงามเหมือนชีวิตของจอมยุทธ์ที่เขาเคยวาดฝันเอาไว้สักเท่าไรทันใดนั้น เขาก็คิดถึงเมืองฉางเหมิน คิดถึงท่านพ่อขึ้นมา

            “ตอนนี้ ที่เมืองฉางเหมินน่าจะมีหิมะตกแล้วสินะ” เขาพึมพำ

            “จิตใจของเจ้าไม่สงบเอาเสียเลย”เสียงเย็นเยียบดังมาจากทางด้านหลัง

            ซูฉางอันหันกลับไปมองตามเสียงจึงได้พบกับร่างของชิงหลุนที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่ทราบ

            เขารีบลุกยืน จากนั้นก็ปัดฝุ่นที่ติดอยู่ที่ก้นแล้วมองไปยังชิงหลุนพลางกล่าวขึ้น “อาจารย์อา ท่านยังไม่ไปรึ?”

            ชิงหลุนส่ายหน้า “หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปเจ้าต้องฝึกดาบไม่ได้แน่”

            ซูฉางอันเกาหัวอย่างทำตัวไม่ถูก “ข้ารู้แต่วันนี้ข้ารู้สึกหงุดหงิดใจเหลือเกิน”

            “เพราะเหตุใด?”

            “มีเรื่องนิดหน่อยน่ะขอรับ”

            “เรื่องของเจ้ารึ?”

            “ไม่ใช่ขอรับ”

            “ในเมื่อเรื่องนั้นไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้า ไยต้องไปคิดถึงมันด้วยเล่า”

            ซูฉางอันนิ่งไปเขารู้สึกว่าคำพูดของชิงหลุนไม่ถูกต้องเอาเสียเลย

            เขาพูดค้าน “แต่คนเราจะคิดถึงแต่ตัวเองได้อย่างไรละ”

            “ทำไมจะไม่ได้?”

            “ก็เหมือนกับ หากเกิดเรื่องขึ้นกับเพื่อนของท่าน...”ยังไม่ทันที่ซูฉางอันจะได้พูดจนจบประโยคน้ำเสียงเย็นยะเยือกของชิงหลุนก็ดังแทรกขึ้นเสียก่อน

            “ข้าไม่มีเพื่อน”

            ...

            “เช่นนั้น หากเกิดเรื่องกับบุพการีของท่านละ”

            ชิงหลุนนึกถึงบิดาที่ส่งนางไปที่หอดารา จากนั้นจึงพูดขึ้น“พวกท่านเสียไปตั้งนานแล้ว”

            ...

            “เช่นนั้นอาจารย์ละ หากเป็นกับอาจารย์ของท่านหากเกิดเรื่องกับอาจารย์ไคหยางเล่า?”

            ชิงหลุนชะงักไป คนที่นางคิดถึงเป็นอาจารย์ที่นางเคารพนับถืออันหมายถึงประมุขแห่งหอดาราต่างหากแม้เขาจะเย็นชาทั้งยังทำราวกับไม่มีความรู้สึกใดๆ แต่ท่านประมุขก็เป็นคนเลี้ยงนางมาจนเติบใหญ่ทั้งยังสอนวิชาระดับสูงเช่นวิชาปลงรักกับนางอีก หากเกิดอะไรขึ้นกับเขา นางไม่มีวันนิ่งดูดายแน่นอน

            หากว่ากันตามสมควรแล้ว นางกับท่านอาจารย์น่าจะมีบ่วงแห่งเหตุและผลต่อกันจึงจะถูก

            แต่ท่านอาจารย์มีพลังอยู่ในระดับไท่ซ่างซึ่งเป็นระดับพลังของตัวตนศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกตัดขาดจากความธรรมดา ไร้ซึ่งบ่วงแห่งเหตุและผลที่คอยพันธนาการอีกต่อไปดังนั้นบ่วงแห่งเหตุและผลของนางและเขาจึงไม่อาจสมบูรณ์ได้ ดังนั้นแม้จะมีบ่วงต่อกันจริง แต่นั่นจะไม่สร้างความเสียหาย หรือส่งผลใดๆต่อการฝึกวิชาปลงรักอย่างแน่นอน

            ทว่านั่นก็ทำให้ชิงหลุนตระหนักได้ว่าบ่วงแห่งเหตุและผลน่าหวาดหวั่นมากถึงเพียงใดเพราะต่อให้ตนกับท่านอาจารย์จะไม่ถือว่ามีบ่วงแห่งเหตุและผลต่อกันเสียทีเดียวแต่เรื่องของท่านอาจารย์ กลับทำให้หัวใจที่ผ่านการฝึกฝนมามากกว่าร้อยปีของตนเกิดความรู้สึกไหวสั่นขึ้นได้อยู่ดีขืนยังอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยตัณหาเช่นนี้ต่อไปหากเผลอไปสร้างบ่วงแห่งเหตุและผลกับใครเข้าอีก ความบริสุทธิ์และปล่อยวางซึ่งทุกสิ่งที่ตนอุตส่าห์เพียรฝึกมานานย่อมไม่ปลอดภัยเป็นแน่

            ดังนั้น นางจึงตัดสินใจจะจบบ่วงแห่งเหตุและผลระหว่างตนกับซูฉางอันแล้วกลับหอดาราให้เร็วที่สุด

            “อาจารย์อา หลังมาถึงที่เมืองฉางอันท่านเคยออกไปเที่ยวบ้างไหม?” ซูฉางอันถามขึ้นกะทันหัน

            ชิงหลุนได้สติกลับมาในที่สุด นางส่ายหน้า “ไม่เคย”

            “อย่างนั้นพวกเราไปเดินเล่นกันเถอะข้ามาที่นี่จวนจะหนึ่งปี แต่ก็ยังไม่เคยได้ออกไปเดินเที่ยวข้างนอกเหมือนกัน”ซูฉางอันพูดด้วยรอยยิ้ม เขารู้สึกหงุดหงิดใจเป็นอย่างมากจึงคิดว่าหากได้ออกไปเดินเที่ยวเสียหน่อยคงรู้สึกดีขึ้นไม่น้อย

            ชิงหลุนชะงักไป หากเป็นในยามปกติ นางไม่มีทางรับปากเรื่องเช่นนี้แน่แต่มาตอนนี้นางเพิ่งตัดสินใจไปต้องรีบปลดบ่วงของตนกับซูฉางอันออกให้เร็วที่สุดแม้คำขอของซูฉางอันในครั้งนี้จะไม่ได้ใหญ่หลวงอะไรแต่อย่างน้อยมันก็ทำให้บ่วงนั้นทุเลาลงไปได้บ้าง ดังนั้นหลังครุ่นคิดอยู่สักพัก นางก็ตอบตกลงในที่สุด

     

    คล้ายกับเรื่องคัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    173K 135
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.40M 2022
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    อสูรข้ามฟ้า

    อสูรข้ามฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.46M 2294