บทที่ 139 คนเห็นแก่ตัว
ที่ผ่านมา สถาบันนักล่าก็สมชื่อสถาบันจริงๆ นักเรียนมากมายไม่สนใจจะศึกษาหาความรู้อื่นๆ โดยเฉพาะวิชาเกษตร พวกเขาแทบจะหนีเรียนกันเสียทุกครั้ง จะให้มามีความรับผิดชอบดูแลแปลงเพาะปลูกหรอ? นั่นยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย
เมื่อขึ้นชั้นปีที่ 2 งานที่เกี่ยวกับการปฏิบัติเยอะมากๆ ถ้าไม่ใช่เพราะเขาพยายามบังคับนักเรียนให้ใส่ใจแปลงเพาะปลูกพวกนี้หน่อย บางที...เมื่อเทียบอันดับกับสถาบันอื่น พวกเขาก็คงจะเป็นอันดับสุดท้าย
คิดดูแล้วก็เหนื่อยไม่น้อยเหมือนกัน นักเรียนพวกนี้มีงานที่ได้เงินและอนาคตดีๆอยู่กลับไม่ชอบ สนใจแค่เรื่องการออกไปเสี่ยงตายเท่านั้น....
ซูหยวนรับปากอาจารย์แล้วก็กลับออกมาข้างนอก เธอเองก็มีเหตุผลที่นอกจากจะช่วยอาจารย์ด้วย ดังนั้นย่อมไม่ทำให้เสียเรื่องเด็ดขาด
สำหรับวิชาเกษตรนี้ เธอจะแสดงออกให้ทุกคนรู้ถึง “พรสวรรค์” ที่ไม่ได้มีอยู่จริงของเธอ แต่เพราะองค์ความรู้จากชีวิตก่อน ซูหยวนมั่นใจว่าน่าจะทำได้ดีแน่ ประกอบกับเธอเองมีของดีๆในฟาร์มมากมาย เธอไม่เชื่อเลยว่าการเพาะปลูกของเธอจะล้มเหลว
ถ้าต้องการกลายเป็นนักเพาะปลูกที่มีชื่อเสียง แล้วส่งต่ออาชีพให้พ่อแม่อัน ซูหยวนจะต้องแสดงมันออกมาตั้งแต่ตอนนี้ ทำให้เหมือนกับว่า...ถ้าอนาคตเธอกลายเป็นผู้สำเร็จในด้านการเพาะปลูก ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
ยังไม่ทันเริ่มต้นชั้นปีที่ 2 ซูหยวนก็มีงานที่จะต้องทำเสียแล้ว แน่นอนว่าตอนนี้เธอก็ยังมีภารกิจเร่งด่วนที่จะต้องไปจัดการก่อน
1 สัปดาห์หลังจากวันที่ซูหยวนเข้ามาเรียน เธอก็หายตัวไปอีกครั้ง ทำเอาเพื่อนนักเรียนในห้องได้แต่ตำหนิกันเสียงระงม
หากเป็นก่อนหน้านี้ พวกเขาเข้าใจได้ว่าซูหยวนไม่รู้เรื่องภารกิจ เธออาจจะยุ่งกับการทำงานเพื่อกองทัพจนไม่ได้ใส่ใจสถาบัน ทว่า...หนึ่งสัปดาห์ก่อนเธอก็รู้เรื่องแล้ว แถมรู้ด้วยว่ามีเพื่อนนักเรียนสองคนได้รับบาดเจ็บเพราะเธอ แล้วทำไมเธอถึงยังหายไป ไม่ใส่ใจเรื่องที่สถาบันแบบนี้อีก!!
“นักเรียนทุนอันเห็นแก่ตัวเกินไปแล้วจริงๆ”
“ใช่ นี่ก็หนึ่งสัปดาห์แล้วที่เธอหายไป คงจะไปเอาหน้าพวกทหารที่กองทัพอีกแล้วล่ะมั้ง...”
“เฮ้อ สงสารก็แค่นักเรียนทุนสองคนนั้น ป่านนี้ยังขยับตัวไม่ได้เลย คงไม่รู้ว่าชะตากรรมของตัวเองในสถาบันจะเป็นยังไง”
“นั่นน่ะสิ ยิ่งเป็นนักเรียนทุนด้วย ค่าใช้จ่ายในสถาบันก็ยิ่งต้องประหยัด ถ้าผู้ให้ทุนรู้ว่าพวกเขาไม่สามารถผ่านชั้นปีที่ 1 ได้ บางทีอาจจะถอนการให้ทุนก็ได้นะ”
“ถ้าฉันเป็นนักเรียนทุนอัน ตัวเองมีตำแหน่งสูงในกองทัพ มีเงินเดือนกินแล้ว ฉันจะยกเงินเดือนของตัวเองให้นักเรียนทุนทั้งสองคนให้หมดเลย”
“เหลวไหลน่า! เธอคิดจริงๆหรอว่านักเรียนทุนอันจะใจกว้างขนาดนั้น ถ้าเธอหวังดีต่อเพื่อนร่วมทีมจริงๆ เธอก็ควรจะมาช่วยกันทำภารกิจ ไม่ใช่ปล่อยพวกเขาลอยแพแบบนี้”
“ใช่ เด็กคนนั้นไม่สนใจอะไรอยู่แล้ว ตัวเองได้ทุนจากองค์กรนักล่าอิสระจาง ได้ยินว่าประธานเลือกมากับตัวก็เย่อหยิ่งได้ เวลานี้ก็ยังเป็นทหารระดับสูงของกองทัพอีก ต่อไป...พวกเราก็เป็นได้แค่ลูกน้องของเธอเท่านั้นแหละ”
“สองคนนั้นยอมรับนักเรียนทุนอันก็เพราะอยากจะประจบเธอไม่ใช่หรอ ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็รับผลการตัดสินใจของตัวเองไปก็แล้วกัน พวกน่ารังเกียจก็ควรอยู่กับพวกน่ารังเกียจนั่นแหละ”
“แล้วแกล่ะคิดยังไง ไอ้อู่ฉวน! คนอ่อนแอแบบแกไม่ควรมาอยู่กลุ่มเดียวกับฉันด้วยซ้ำ ถ้าไม่ใช่เพราะแกคุกเข่าขอร้องให้รับเข้าทีม ตอนนี้แกก็คงมีชะตากรรมเดียวกันไปแล้ว”
ผวั๊วะ!
ไม่พูดเปล่า นักเรียนชายคนหนึ่งยังเตะเข้าที่ท้องของอู่ฉวนด้วยความหมันไส้ไปทีหนึ่ง ทำเอาร่างของเขาล้มลงไป หากดูจากบาดแผลและรอยฟกช้ำแล้ว ทุกคนก็เข้าใจได้เลยว่าชายคนนี้ได้เป็นกระสอบทรายมานานแล้ว ดังนั้นนี่ไม่ใช่ครั้งแรกของเขา เขาจึงไม่ได้พูดอะไรออกมา
“อะไร? ทำไมเงียบไปล่ะ”
“ปะ เปล่าครับ ไม่ได้อยากเงียบเลย แค่จุกเท่านั้น แหะๆ”
“จุกอะไร? แกดูไอ้พวกนักเรียนทุนสองคนที่เกือบตายนั่นสิ แกยังมีโอกาสที่จะผ่านชั้นปีที่ 1 ได้ แต่พวกมันล่ะ...เหอะ! ต่อไปก็เป็นแค่รุ่นน้องของพวกเราแล้ว ให้พวกเราเตะนิดเตะหน่อยทำเป็นบ่น”
“มะ ไม่บ่นครับ ไม่บ่นเลย อยากเตะเมื่อไรก็เตะได้เลยครับ แหะๆ” อู่ฉวนหัวเราะเหมือนสุนัขอีกครั้ง เมื่อหลายคนเห็นแบบนี้ พวกเขาก็มองอู่ฉวนด้วยสายตารังเกียจ
แม้นักเรียนทุนซานและถงจะน่าหมันไส้ แต่นักเรียนอู่คนนี้เรียกว่าน่ารังเกียจได้เต็มปากเต็มคำเลย
“ตอนนี้พวกเราล่าได้ 17 แกนพลังงานแล้ว ใช้เวลาไปแค่เดือนกว่าๆเท่านั้น การจะผ่านชั้นปีที่ 1 นั้นไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป แต่ที่พวกเราคาดหวังก็คืออันดับสูงๆต่างหาก”
“เหอะ! ได้แค่ 17 แกนพลังงานยังมาพูดอีกหรอ ในห้องเรามีกลุ่มที่ได้ 60 ชิ้นแล้วด้วยซ้ำ พวกเขากำลังมุ่งหน้าท้าทายอันดับหนึ่งของปีที่แล้วอยู่ เหลือเวลาอีก 3 เดือน ถ้าสามารถรักษาการล่าระดับนี้เอาไว้ได้ พวกเขาจะนำหน้าทันที”
“ได้มากถึง 60 แกนพลังงานเลยหรอ!”
“ใช่ ได้มากขนาดนั้นแหละ คนอื่นๆน่ะรีบตามมาเร็วเข้าเถอะ”
“โห น่าอิจฉาชะมัดเลย ถ้าอย่างนั้นอีกสามเดือนข้างหน้าก็ไม่ต้องกังวลแล้วว่าจะจบหรือเปล่า แค่สนใจจำนวนที่มากขึ้นหน่อยก็พอ”
“ถูกต้อง นั่นแหละคือความต่างชั้นที่แท้จริง” เสียงหัวเราะของพวกเพื่อนนักเรียนดังขึ้น พวกเขากำลังอวดว่าตอนนี้ตัวเองล่าแกนพลังงานมาได้เท่าไรแล้ว พร้อมกันนั้นก็ด่าทออันซูหยวนไปด้วย
โดยที่พวกเขาไม่ได้รู้เลยว่าตอนนี้อาจารย์ทั้งหมดกำลังพูดคุยกันด้วยความตกใจ!
“นี่ นี่เป็นเรื่องจริงหรอ?”
“เพียงแค่สัปดาห์เดียวทำได้ขนาดนี้เลยหรอ ไม่ใช่ว่าเด็กคนนั้นจะน่ากลัวเกินไปหน่อยหรือไง”
“เธอล่าด้วยวิธีผิดปกติหรือเปล่า แบบว่ามีปัญหา....” ถึงอาจารย์คนนั้นจะพูดแบบนั้น แต่ตัวเขาเองก็รู้อยู่แก่ใจ ในเมื่อเครื่องมือบันทึกการล่าก็ยังตรวจสอบปัญหาไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นจะมีปัญหาได้ยังไง
“อย่าลืมว่านักเรียนคนนั้นไม่ใช่ธรรมดานะ เธอเป็นศิษย์ของอาจารย์เติ้ง และด้วยการติดตามไปทำภารกิจครั้งเดียว ตำแหน่งของเธอก็เลื่อนขั้นทันที แบบนี้แล้วจะบอกว่าเธอไม่เก่งอีกหรอ”
“ถึงจะเป็นแบบนั้น แต่การล่าในเวลาสั้นแล้วทำลายสถิติทั้งหมดนี่มันก็....”
“ไม่ต้องพูดแล้ว วันพรุ่งนี้พวกเราจะตามไปดูวิธีการล่าของเธอให้เห็นกับตา ถ้ามีสิ่งผิดปกติ อย่างนั้นก็จะได้ลงโทษเธอได้เลย”
“เป็นความคิดที่ดี พวกเราควรจะได้เห็นการล่าของเธอ”
“ภายใน 1 สัปดาห์ก็ล่าได้ 250 ตัว ดังนั้นขั้นต่ำเธอจะต้องล่าได้วันละ 35 ตัว พวกเราควรจะต้องไปยืนยันด้วยตัวเอง”
“ยังจะยืนยันอะไรอีก พวกคุณนี่มันช่าง....เฮ้อ ตอนที่มีการแข่งขันนักธนูที่สกุลอี้ พวกคุณไม่เคยได้ยินหรอว่านักเรียนทุนคนนี้ทำผลงานอะไรไว้ เพียงแค่ 3 ชั่วโมงก็ล่าได้ 92 ตัวแล้ว นี่แค่วันละ 35 ตัว ถือเป็นปัญหาที่ตรงไหน”
“ถึงจะบอกแบบนั้นก็เถอะ....”
อาจารย์ทุกคนมองหน้ากันเอง เรื่องที่สกุลอี้โด่งดังมากก็จริง แต่นี่เป็นการล่าที่สถาบันกำหนดกฎเกณฑ์ขึ้นมา และยังไม่มีใครทำความเร็วได้ขนาดนี้มาก่อนเลยนะ
ที่สกุลอี้ไม่มีปัญหามากนักเพราะที่นั่นเป็นพื้นที่ล่าจำลองขึ้นมา สัตว์และพืชกลายพันธุ์ก็เป็นการจับมาใส่เอาไว้ทั้งนั้น บางทีด้วยเงื่อนไขนี้ก็อาจจะทำให้การล่าง่ายขึ้นด้วยก็เป็นได้
ทว่า...การทดสอบของสถาบันเป็นการล่าในพื้นที่จริง เจ็บจริงและตายได้จริงๆถ้าไม่ระวัง นักเรียนทุนอันจะยังคงสร้างประวัติศาสตร์ที่น่าทึ่งขนาดนี้ได้อีกหรอ?
“พวกเราแค่ไปดูเท่านั้น ไม่มีอะไรเสียหาย ฉันเคยได้ยินเรื่องที่สกุลอี้แล้ว แต่ในฐานะอาจารย์ก็ยังอยากดูว่าเธอแข็งแกร่งไปขนาดไหนแล้วเหมือนกัน”
“ดี เช่นนั้นก็ตามนั้น”
ในขณะที่เพื่อนร่วมชั้นปีกำลังพยายามทำลายอันดับหนึ่งของปีที่แล้ว ซูหยวนกลับทำมันสำเร็จไปนานแล้ว เธอใช้เวลาเพียง 3 สัปดาห์ก่อนจะหยุดลงมือ ตอนนี้คะแนนรวมของกลุ่ม 3 คนก็คือ 1,000 แกนพลังงานพอดีไม่ขาดไม่เงิน ราวกับซูหยวนตั้งใจจะให้เป็นแบบนี้
อาจารย์ทั้งหลายทยอยกันไปดูการล่าของเธอแล้วก็ต้องกลับมาด้วยท่าทางตะลึงงัน พวกกลายพันธุ์เหล่านั้นไม่ต่างอะไรกับเต้าหู้นุ่มในตำนาน พวกมันถูกธนูของเธอจัดการด้วยการโจมตีเดียว ยังมีการใช้พลั่วที่ยอดเยี่ยมอีก ขนาดเธอไม่ได้มีอาจารย์สอนวิชาหอกโดยตรง แต่การเคลื่อนไหวของเธอก็เด็ดขาดมาก
ยิ่งถ้าได้เจอกับโคเขาแหลมกลายพันธุ์ นักเรียนทุนอันเหมือนกับเจอของโปรด เธอสามารถเคลื่อนไหวผ่านพวกมันแล้วทำให้ตกตายได้ในไม่กี่วินาทีเท่านั้น ต่อให้เป็นพวกเขาก็ยังไม่รู้เลยว่าจะเชี่ยวชาญเช่นนั้นหรือไม่
เพราะการล่าที่ดุเดือดของเธอ ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกนักเรียนคนอื่นๆในสถาบันจะเริ่มโอดครวญ พวกเขาเริ่มบ่นว่าพวกกลายพันธุ์ลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว ต้องเข้าไปในเขตลึกมากขึ้นจึงจะพบเจอบ้าง แต่นั่นก็หมายความว่ามีอันตรายเพิ่มขึ้นมาด้วยเช่นกัน
ถ้าไม่ใช่เพราะสถาบันร้องขอให้นักเรียนทุนอันหยุดมือ บางที...เธออาจจะใช้เวลา 3 เดือนที่เหลือเพื่อล่าพวกกลายพันธุ์ทั้งหมดจนมีไม่พอให้นักเรียนคนอื่นๆเลยก็เป็นได้
เมื่อเข้าถึงช่วง 2 เดือนสุดท้าย นักเรียนจากสถาบันอื่นก็เริ่มทยอยกันมาบ้างแล้ว พวกเขาก็มีการทดสอบจบชั้นปีเหมือนกัน แต่เป็นการทดสอบจบที่ต่างออกไป
ในขณะที่สถาบันนักล่าอันดับหนึ่งปล่อยให้นักเรียนไปล่ากันเอง ขอแค่ได้จำนวนครบถ้วน 50 แกนพลังงานก็ผ่านการทดสอบแล้ว สถาบันอื่นๆก็มีเงื่อนไขต่างกันออกไป โดยเฉพาะสถาบันเพลิงพลอง!
“อย่าลืมเกณฑ์ในการผ่านเงื่อนไขการทดสอบของพวกเรา อย่างแรกคือต้องล่าพวกกลายพันธุ์ให้ได้อย่างน้อย 1 ตัว ด้วยตัวคนเดียว และอย่างที่สอง...จะต้องปกป้องสาวๆให้ได้ พวกนายจะต้องตรวจตราไปรอบๆตลอด 2 เดือนนี้ ถ้าฉันได้ยินว่ามีนักเรียนหญิงจากพวกเราไปแม้เพียงคนเดียวในระหว่างที่พวกเธอกำลังทดสอบ ทุกคนจะถูกปรับให้ตกทันที!”
เสียงประกาศของอาจารย์ทำให้พวกนักเรียนชายเคาะไม้พลองของตนเองไปกับพื้น ท่าทางจริงจังของพวกเขาทำให้ซูหยวนที่มองดูอยู่รู้สึกเอือมระอาใจ
ดีที่อาจารย์บอกให้เธอลดความเร็วในการล่าที่พื้นที่เขต A ไป ไม่อย่างนั้น...เธออาจจะต้องปะทะกับคนพวกนี้เข้าจนได้ ในเมื่อที่เขต A นี้ไม่มีอะไรต้องทำแล้ว ซูหยวนก็เปลี่ยนเป้าหมายของตนเอง เธอควรจะไปยังเขต B ได้แล้ว หลังจากนั้นก็ค่อยไปเขต D เพื่อพบเจ้าว่าที่ราชาหนูขาว เก็บแกนพลังงานที่มันรวบรวมเอาไว้มา
เธอไม่ได้สั่งให้เจ้าราชาหนูขาวกลายพันธุ์ฆ่าพวกพ้องของตนเอง เพราะนั่นจะทำให้ความน่าเชื่อถือของราชาลดลง แต่ทันทีที่พวกของมันถูกสังหาร หนูขาวตัวอื่นๆแทนที่จะวิ่งหนี พวกมันจะต้องเก็บแกนพลังงานของพวกพ้องกลับมาด้วย อย่าปล่อยให้คนอื่นได้ไป
ดังนั้นไม่น่าแปลกใจเลยที่ช่วงนี้ แกนพลังงานหนูขาวกลายพันธุ์จะหายไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่แค่หนูขาวกลายพันธุ์พวกนี้หวงแกนพลังงานเท่านั้น แต่มีร้านค้าต่างๆมากมายที่พยายามรวบรวมแกนพลังงานหนูขาวกลายพันธุ์เพื่อมาขายราคาพิเศษให้ซูหยวนด้วย
กอปรกับที่กองทัพรู้แล้วว่าหนูขาวกลายพันธุ์ตอนนี้ขึ้นตรงกับอันซูหยวน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ล่าหนูขาวพวกนี้สุ่มสี่สุ่มห้า จะมีก็แค่นักล่าบางกลุ่มเท่านั้นที่ต้องการวัตถุดิบเพื่อความแข็งแกร่ง ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเขาคิดว่าการล่าหนูขาวไม่นับเป็นปัญหาอะไร ทว่าหลังจากที่หนูขาวกลายพันธุ์เปลี่ยนราชา ความแข็งแกร่งและวิธีการล่าของพวกมันก็เปลี่ยนไปมาก
ก่อนหน้านี้ หากคิดว่าจะล่าคนเดียวให้เลิกฝัน แต่เวลานี้...ต่อให้พากลุ่มมาเป็น 10 ก็ยังกลับไปอย่างยากลำบากเลย!
…………………………