นักเลงรุ่นจิ๋ว

    ตอนที่34 การเดินตรวจตราเสื้อผ้าที่ตากไว้อย่างเข้มงวด

         สิ่งที่ย่า ยาย แม่ ป้าสะใภ้ อาสะใภ้ และสองสาวน้อยได้มองเห็นการกระทำของ ปู่ ตา พ่อ ลุง และอานั่นก็คือว่า ถ้าพวกท่านไม่นั่งๆยืนๆ อยู่กับที่ตรงบริเวณนั้นซึ่งเป็นที่นั่งประจำที่พวกท่านพากันนั่งคุยปรึกษาเรื่องต่างๆที่สำคัญ และไม่สำคัญ และพากันนั่งพัก

         ปู่ ตา พ่อ ลุง และอา ก็จะพากันสลับสับเปลี่ยนเดินไปทางด้านหลังบ้านกัน ซึ่งแน่นอนว่าที่พวกท่านพากันเดินไปเดินมาตรงบริเวณนั้นมีเพียงเหตุผลเดียวที่พอจะเป็นไปได้ก็คือว่าไปตรวจดูเสื้อผ้าว่าแห้งหรือยังนั่นเอง คงไม่มีเหตุผลอื่นในช่วงเวลาแบบนี้

         “เสื้อผ้ามีแห้งบ้างหรือยัง…????”ปู่

         “ยังเลยครับพ่อ นี่ผมพึ่งจะไปดูเองนะครับจะแห้งเร็วขนาดนั้นเลยเหรอ????”พ่อ

         “ป้าบบบ……”

         “โอ๊ยยยย….!!!! พ่อครับผมพูดอะไรผิดเนี่ย????”พ่อ ที่จับหัวตัวเองหลังจากโดนฝ่ามือพิฆาตของปู่โบกหัวไปอย่างรวดเร็ว

         “เหอะ…บอกให้มั่นไปดูเสื้อผ้าที่ตากก็พอแล้วจะมาพูดมากไม่เข้าหูทำไมกัน”ปู่

         “จริง น่ารำคาญนัก”ตา

         “....................”พ่อ ลุง อา 

         เสื้อผ้า ผ้าห่ม ฯลฯ ที่ย่า แม่ อาสะใภ้ พึ่งนำขึ้นไปตากหลังจากนั้นไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ทางด้านพวกปู่ ตา พ่อ ลุง และอา ก็พากันไปวนดูอย่างไม่มีอะไรจะทำกัน ก็ได้เพียงแต่เฝ้าตรวจดูเสื้อผ้าให้แห้งเท่านั้นเอง…..!!!!!

         “ฮ่า….ฮ่า…..ฮ่า…….”

         ย่า ยาย แม่ ป้าสะใภ้ และอาสะใภ้ ก็ได้แต่พากันนั่งมอง และหัวเราะพวกผู้ชายของตัวเองไปเป็นระยะๆอย่างมีความสุข ทั้งๆที่จริงๆแล้ว พวกท่านเองก็ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะกลั่นแกล้งใดๆเลย แต่มันก็เป็นผลพวงได้มาเองต่างหากล่ะ และพวกท่านเองก็ชอบใจเสียด้วยสิ

         “พอขัดใจทำอะไรกันไม่ได้ก็หาเรื่องเตะตีลูกชายตัวเองไป”ยาย

         “แต่เจ้าพวกลูกชายเองก็คงจะพูดอะไรแบบไม่คิดด้วยนั่นแหละ แต่ถึงจะคิดแล้วพูดก็ไม่ได้แตกต่างกันสักเท่าไหร่ด้วยแหละนะ”ย่า

         “จริงค่ะ” “อิ..อิ…อิ…..”แม่ อาสะใภ้ 

         “และพวกเราเองก็รู้กันอยู่ว่าลูกชายแต่ละคนของพ่อๆเขาน่ะนิสัยเป็นอย่างไรกัน ยิ่งมาเพิ่มอารมณ์ที่ไปไหนมาไหนกันก็ไม่ได้แบบนี้ พวกพ่อๆยิ่งโดนกระตุ้นอารมณ์โกรธได้ง่ายเลยเชียวล่ะนะ”ย่า

         “จริงเลยล่ะ”ยาย

         “ย่าจ๋า ยายจ๋า แม่จ๋า อาสะใภ้จ๋า ป้าสะใภ้จ๋า พวกเราลองมานับครั้งกันไหมจ๊ะ ว่าปู่จ๋า ตาจ๋า พ่อจ๋า ลุงจ๋า อาจ๋าจะเดินไปหลังบ้านกี่รอบกันนะจ้ะ”ลูกชิ้นน้อย

         “ก็เข้าท่าดีนะลูกรัก”แม่

         “ดีเลยน้องลูกชิ้นน้อย จะได้มีอะไรเล่นแล้วล่ะพี่สาวอยากเล่น”พี่สาวเฝิ่นซือ

         “ในเมื่อหลานสาวอยากจะเล่นนับรอบย่าเองก็จะเล่นด้วยกันกับหลานสาวนะ”ย่า

         “ยายก็เหมือนกันนะ ดีกว่านั่งคุยกันเฉยๆ มีอะไรนอกเหนือจากนี้ทำก็แก้เบื่อดีเหมือนกันล่ะ”ยาย

         “ใช่ๆ หลานสาว”ป้าสะใภ้ อาสะใภ้

         “งั้นพวกเราทุกๆคนเริ่มกันเลยนะจ๊ะ”ลูกชิ้นน้อย

         “จ้ะ”ย่า ยาย ป้าสะใภ้ อาสะใภ้ 

         “เริ่มเลย….เริ่มเลย….เริ่มเลยน้องลูกชิ้นน้อย”พี่สาวเฝิ่นซือ

         “อ๊ะะะ…….รอบนี้พ่อจ๋าไปดูล่ะนับเลย”ลูกชิ้นน้อย

         “1….2…..3…..4…..บลา…บลา….”

         ย่า ยาย แม่ ป้าสะใภ้ อาสะใภ้ และสองสาวน้อย พากันช่วยนับจำนวนรอบที่ปู่ ตา พ่อ ลุง อา พากันไปดูเสื้อผ้าที่กำลังตากหลังบ้านกันอย่างสนุกสนาน และที่ทำให้ทุกๆคนชอบอกชอบใจกันใหญ่ก็ตรงที่ว่า ใครจะเป็นผู้โชคร้ายที่จะต้องเดินไปๆมาๆวนอยู่กับแต่หลังบ้านหลายรอบกันแน่

         และที่ได้เห็นๆกันก็คือเป็นอาบ้านไป๋นั่นแหละที่ดูเหมือนจะได้เดินไปๆมาๆมากรอบที่สุด รองลงมาก็คือพ่อ และลุงตามลำดับไล่เลียงอายุเลยก็ว่าได้ ส่วนปู่ และตาน่ะเหรอไม่เห็นจะเดินเลย มีเพียงแค่รอบแรกๆเท่านั้นแหละที่พวกท่านเดินไปดูเสื้อผ้าที่ตากหลังบ้านด้วยกัน นอกนั้นก็ไล่ให้พวกลูกชายทั้งสามคนของพวกท่านเดินไปดูเสื้อผ้าแทน

         “เอ๋…..??? เมื่อตะกี้นี้พึ่สาวพึ่งจะเห็นอาเดินไปนะ ทำไมให้พ่อเดินไปดูเสื้อผ้าที่ตากหลังบ้านอีกเล่า…????”พี่สาวเฝิ่นซือ

         “ก็คงอาจจะไม่แน่ใจนักมั้งจ๊ะพี่สาว….???? แบบว่าพออาเดินกลับมาได้สักพักเดียว ก็อาจจะมีเสื้อผ้าบางตัวที่โดนลม และแดดส่องมากกว่าทำให้แห้งพอดิบพอดี๊อะไรงี้น่ะจ้ะ”ลูกชิ้นน้อย

         “อ้าาา……น่าจะใช่นะน้องลูกชิ้นน้อย”พี่สาวเฝิ่นซือ

         “ฮ่า….ฮ่า….ฮ่า….”

         ย่า ยาย แม่ ป้าสะใภ้ และอาสะใภ้ พากันนั่งขำที่สองสาวน้อยพากันคุยแทบหัวจะชนกันอยู่แล้วกับเรื่องที่พูดไปเรื่อยๆตามประสาจินตนาการของพวกเด็กๆกัน จนพวกท่านเองก็อดไม่ได้ที่จะนินทาเจ้าตัวเล็กทั้งสองไปด้วย อย่างอารมณ์ดีกันว่า……

         “ดูสิคะแม่ พี่สะใภ้ น้องสะใภ้ มีที่ไหนกันเสื้อผ้าที่ตากจะโดนลม และโดนแดงส่องเป็นจุดๆเป็นบางตัวกัน เพราะว่าที่ตากเสื้อผ้าน่ะ อยู่กลางแจ้งทั้งหมดเลย ไม่มีต้นไม้ใดๆบดบังทั้งสิ้น”แม่

         “แต่ก็อาจจะเป็นไปได้นะบางทีดวงอาทิตย์ช่วงกำลังขึ้น และกำลังลง อาจจะเอียงๆซ้าย เอียงๆขวาก็ได้ เลยทำให้เสื้อผ้าแห้งไม่เท่ากันน่ะนะ”ป้าสะใภ้

         “พี่สะใภ้พูดก็ถูกนะจ๊ะ เพราะในบางครั้งนะเวลาพวกเราไปที่หมู่บ้านฯแถวๆอื่นน่ะฝนตกหนักเชียว แต่พอมาถึงหมู่บ้านซินอี๋ของพวกเรากลับไม่มีฝนตกซักหยดเดียวทั้งๆที่ก็อยู่ไม่ไกลกันมากนักก็แปลกนะจ๊ะ”อาสะใภ้

         “ก็สามารถเรียกได้ว่า ดวงอาทิตย์ ฟ้า ฝนลำเอียงน่ะสิ เหมือนปู่ ตา พ่อ ลุง และอา ที่ลำเอียงรักลูกสาวหลานสาวมากกว่าน่ะนะ”ยาย

         “จริงค่ะ”แม่ ป้าสะใภ้ อาสะใภ้

         “ฮ่า…..ฮ่า….ฮ่า…..”    

         ย่า ยาย ป้าสะใภ้ และอาสะใภ้ พากันหัวเราะกันยกใหญ่เลย ไปๆมาๆ ไม่ว่าพูดเรื่องอะไรก็ตามทีก็ยังสามารถวกกลับมานินทาคนในบ้านของตัวเองได้อย่างเข้ากันได้ดีจริงๆอย่างน่าเหลือเชื่อ

         ส่วนทางด้านปู่ ตา พ่อ ลุง และอา นั้นนอกจากจะต้องพากันกังวลเรื่องไปตรวจสอบดูว่าเสื้อผ้าที่ตากหลังบ้านนั้นมีแห้งบ้างหรือยัง ก็ยังคงมองมาทางพวกผู้หญิงด้วยเช่นกัน

         ยิ่งตอนที่ลูกชิ้นน้อยกับพี่สาวเฝิ่นซือ พากันหัวเราะ ปรบมือกันเสียงดังอย่างอารมณ์ดี ยิ่งเรียกความสนใจของพวกผู้ชายบ้านเหวิน บ้านไป๋ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ยิ่งมองก็ยิ่งอยากจะเข้าไปหาสองสาวน้อยมากแต่ก็ทำได้แค่มองเพราะติดที่ว่า……สภาพของพวกท่านตอนนี้ไม่เอื้ออำนวยที่จะสัมผัสเนื้อละเอียดอ่อนของพวกเด็กๆจริงๆ 

         “ให้ตายสิ…!!!! เมื่อไหร่เสื้อผ้าถึงจะแห้งเสียทีนะ คิดถึงหลานสาวจะแย่อยู่แล้ว อยากจะเข้าไปกอดไปหอมพวกแกจังเลย”ปู่

         “ก็นั่นน่ะสิครับ”พ่อ ลุง และอา

         “ทำอย่างไรได้เล่าดูสภาพของแต่ละคนตอนนี้สิ เสื้อผ้าเปื้อนฝุ่น ตามเนื้อตัวก็เหม็นเหงื่อแบบนี้จะไปเข้าใกล้หลานสาวได้อย่างไรกัน เดี๋ยวเนื้อผิวบางๆของเด็กๆ จะคันระคายเอาได้นะ”ตา

         “ก็ใช่น่ะสิ เนื้อตัวของพวกเราไม่ได้สะอาดมากนักไปใกล้ๆพวกเด็กๆมากไม่ได้หรอก”ปู่

         “ดูสิครับลูกสาวเล็กสองคนของผม ช่างน่ารักมากมายจริงๆ ดูทำท่าหัวเราะหดคอสิ”พ่อ

         “หลานสาวฉันไม่ว่าจะทำท่าทางแบบไหนก็น่ารักไปหมดนั่นแหละเจ้าเฟิ่นเพี่ยน”ลุง

         “ใช่ๆครับ อยู่เฉยๆหลานสาวก็น่ารักมาก”อา

         “แต่ตอนนี้ได้แต่เฝ้ามองดูหลานสาวอยู่ห่างๆเท่านั้นแหละ”ตา

         “จริงครับ..!!!!”พ่อ ลุง และอา

         “วันนี้คงจะเป็นวันที่ยาวนานมากๆที่ไม่ได้กอด ได้หอมลูกสาวสุดที่รักทั้งสองของผมเลย ปรกติอย่างน้อยๆตอนเช้าๆเนี่ยจะต้องได้กอดพวกแกบ้างแล้ว”พ่อ

         “ก็นั่นน่ะสินะ”

         “เฮ้อออออออออ……….”

         ปู่ ตา พ่อ ลุง และอา พวกท่านแต่ละคนได้แต่ทำท่าเสียดายจริงๆ เพราะต้องบอกเลยว่าตั้งแต่เช้าแล้วยังไม่ได้จับ ได้แตะ ได้กอด ลูกสาวหลานสาวกันเลยแม้แต่น้อย   

         เพราะตามปรกติแล้วเป็นเรื่องธรรมดาจริงๆ กว่าพวกสองสาวน้อยจะพากันตื่นนอนก็ช่วงสายแล้ว ปู่ ตา พ่อ ลุง และอา พวกท่านเองก็พากันทำสวน ทำไร่ ทำนา นิดๆหน่อยกันแล้ว หรือไม่ก็ไปจัดการเรื่องเล็กๆน้อยๆที่โรงนาก่อน แล้วค่อยกลับมาเตรียมตัวขนข้าวของ และอาหารในบางครั้ง เพื่ออกไปที่ดินทำกินกันกับทุกๆคน แต่วันนี้น่ะสิถึงจะไม่ได้มีงานการอะไรทำกัน แต่ก็เข้าไปเล่น ไปกอดพวกลูกสาวหลานสาวกันไม่ได้เลย ช่างทรมานพวกท่านจริงๆ และก็ยังคงห้ามที่พวกปู่ ตา พ่อ ลุง และอา บ่นต่ออีกไม่ได้จริงๆ ถึงสาเหตุนี้

         “แต่ว่าก็ว่าเถอะนะครับ ขอบ่นอีกหน่อยเถอะ ถ้าแม่กับเมียพวกเราบอกกล่าวพวกเราสักหน่อยว่าจะขนเสื้อผ้าเอามาซักผงหอมๆอะไรนั่นเสียหมด พวกเราก็คงจะไม่ทำอะไรกันเลยล่ะครับ”อา

         “นั่นก็ใช่เลยล่ะ นี่กว่าเสื้อผ้าจะแห้งได้ นั่นก็ช่วงบ่ายโน้นล่ะมั้งครับ โอยยย….ไม่เคยทรมานจิตใจแบบนี้มาก่อนเลยนี่ขนาดว่าเห็นลูกสาวอยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่กลับเข้าไปกอดลูกสาวไม่ได้เลย”พ่อ

         “หรือว่าพวกเราจะพากันไปอาบน้ำทั้งชุดนี้กันไหมล่ะ…???? แล้วก็รอให้แห้งทีนี้ก็จะได้เข้าไปหาหลานสาวกันได้แล้วนะครับ”อา

         “ฮึ่มมมม…..”

         ปู่ และ ตา ที่นั่งฟังพวกลูกชายทั้งสามคนพูดคุยกัน อย่างแบบเริ่มคิ้วกระตุกกันแล้ว

         “จะอาบน้ำถูสบู่หอมๆอย่างเดียวไม่ได้หรอก ต้องถอดเสื้อ และกางเกงซักผงหอมๆที่ว่านั่นด้วยนะเจ้าน้องชาย ไม่อย่างนั้นแล้วเสื้อ และกางเกงที่ล้างด้วยน้ำเปล่าเฉยๆมันจะมีกลิ่นอบได้นะ ถึงเนื้อตัวของพวกเราจะได้ถูสบู่หอมๆแล้วก็ตามเถอะ มันจะกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมาเลยล่ะ”พ่อ

         “ใช่ๆ แม่ก็เคยบอกกับพวกเรามาก่อนนะตอนเด็กๆน่ะ”ลุง

         “โอ้…..จริงสินะ”อา 

         “ป้าบบ….ป้าบบบ…..ป้าบบบ…..”

         “โอ๊ยยย…….!!!!!” 

         ปู่ และตา ที่ไม่รู้ว่าลุกจากเก้าอี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่กันมายืนอยู่ด้านหลังของพวกลูกชายของพวกท่าน จากนั้นก็โบกหัวพวกท่านไปเต็มฝ่ามือคนละทีเต็มๆ เสียดังฟังชัดเจนเลยทีเดียว

         “พอไม่มีงานมีการทำ หัวสมองฟุ้งซ่านกันพูดอะไรออกมานี่นะฉลาดมากมายเหลือเกินนะไอ้ลูกบื้อพวกนี้….!!!!”ปู่

         “มีอย่างที่ไหน จะไปอาบน้ำทั้งเสื้อผ้าเหม็นอบๆ แบบนี้ และคิดเหรอว่าจะถอดเสื้อผ้าที่ใส่อยู่ เพื่อเอาไปซักผงหอมๆนั่นทีเดียว แล้วกลับมาใส่ใหม่น่ะ….???? และคิดจริงๆหรือว่าจะแห้งก่อนเสื้อผ้ามากมายที่ต่างอยู่ด้านหลังบ้านน่ะฮะ….?????”ปู่

         “เอ่ออออออออ………..!!!!”พ่อ ลุง และอา

         “ถ้าคิดจะซักเสื้อ กางเกงที่ใส่อยู่นี่ เอาเสื้อผ้าที่ตากด้านหลังบ้านมาใส่เสียดีกว่า อย่างไรก็น่าจะแห้งก่อนเสื้อผ้าที่พึ่งซักล่ะนะ ฮึ่ยยย…”ปู่

         “คิดสิคิด คิดมากๆหน่อยเจ้าพวกทึ่มเอ๊ย เหมือนใครกันนะพวกแกเนี่ย…????!!!!”ตา

         “เอ่อ….ขอโทษครับพ่อ!!!! แหะ….แหะ….”

         พ่อ ลุง และอา พากันเก้อเขินกันไปหมดเลย ลืมนึกไปเลยว่าขนาดเสื้อผ้าที่ตากหลังบ้านซักก่อนพวกท่านอีก และถ้าพวกท่านอาบน้ำ และถอดเสื้อ กางเกงออกมาซัก และกลับมาใส่จริงๆ ก็คงยังแห้งไม่ทันเสื้อผ้าหลังบ้านอย่างแน่นอนเลย              

    *****************

         กลุ่มของพวกผู้ชาย และกลุ่มของพวกผู้หญิง สามรุ่นสามวัยช่างมีอารมณ์แตกต่างมากมายสุดขั้วกันเลยตอนนี้ ทางด้านพวกผู้หญิงดูจะอารมณ์ดีกันมากมาย ส่วนทางด้านพวกผู้ชายก็ออกจะเพี้ยนๆกันไปแล้ว…..!!! 

    คล้ายกับเรื่องนักเลงรุ่นจิ๋ว ที่คุณอ่าน