บทที่ 32
ไอซ์ที่ได้ยินอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ตอบกลับแต่อย่างใด เขาเดินตรงเข้าไปหาพนักงานสถานีดันเจี้ยนโซนการค้า และยื่นโพชั่นไปข้างหน้า ทั้งสองสาวก็มองดูกิริยาเขาอย่างไม่วางตา ก่อนที่ไอซ์จะพูดขึ้น“ผมต้องการตั้งขายแบบปกปิดชื่อผู้ขาย และล็อกบุคคลที่สามารถซื้อมันได้.. ให้ตั้งขายสินค้าชิ้นนี้ในราคา 2 เหรียญทอง และบุคคลที่สามารถซื้อสินค้าชิ้นนี้ได้ คือ ฮันเตอร์แป้งโกะ คนเดียวเท่านั้น.. เรื่องค่าใช้จ่ายในการตั้งการขายหักออกจากบัญชีของผมได้เลยทันที”ไอซ์กล่าวรายละเอียดตามที่ต้องการออกไป แน่นอนว่าทั้งสองพี่น้องถึงกับตกใจกับการกระทำนี้ พนักงานดันเจี้ยนเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็ลงข้อมูลตามที่ลูกค้าต้องการทันที เธอใช้เวลาสักพักในการจัดการ ไม่นานนักเธอก็เอ่ยเพื่อเป็นการยืนยันความสำเร็จในการลงขายสินค้า“ค่าใช้จ่ายการตั้งขายสินค้าจำนวน 100 เหรียญทองได้หักออกจากบัญชีของคุณแล้วค่ะ.. การตั้งขายสำเร็จเสร็จสิ้น..” ปกติแล้วการตั้งขายอย่างนี้จะเสียค่าตั้งการขายไม่มากเท่าไร หรืออาจจะเรียกได้ว่าค่าธรรมเนียมชิ้นละ 1 เหรียญทองก็ว่าได้ ซึ่งมันน้อยมาก แต่สำหรับการตั้งขายแบบมีข้อกำหนดพิเศษนี้จะต้องเสียเงินมากขึ้นหลายเท่าตัว แต่ถึงเป็นอย่างนั้นเขาก็ยังยินดีที่จะทำมันอยู่ดี“ทีนี้...คุณสองคนคงจะสบายใจกันแล้วนะครับ ผมอยากจะช่วยพวกคุณจริงๆ เรื่องโพชั่นผมก็ไม่ได้ให้กับพวกคุณฟรีๆแล้วในตอนนี้ คุณสามารถที่จะซื้อ-ขายมันได้เอง” ไอซ์กล่าว“อ่า!! ผมคงจะต้องขอตัวก่อนนะครับ เอาเป็นว่าถ้าคุณจะซื้อก็ซื้อนะครับ ถ้าไม่ซื้อก็ปล่อยมันไว้อย่างนั้นเลยก็ได้แล้วแต่พวกคุณเลย นี่ก็ดึกมากแล้ว เดินทางกลับปลอดภัยนะครับ เอาไว้เจอกันตอนที่พวกคุณพร้อมจะขายที่ดิน หรือจะไม่ขายแล้วก็โทรมาบอกกันได้นะครับ... ฝันดีนะครับทั้งสองคน”สองสาวที่ได้ยินก็ถึงกับไปไม่เป็นกันเลยทีเดียว ชายคนนี้ยอมเสียเงินจำนวนกว่า 1 ล้านบาทเพื่อซื้อ-ขายสินค้าหลักหมื่นล้านให้กับพวกเธอทั้งสองในราคาเพียงแค่ 2 หมื่นบาท พวกเธอไม่เข้าใจจริงๆว่าเขาต้องการทำเพื่ออะไร ไอซ์เดินโบกมือลาโดยที่ไม่รอให้พวกเธอกล่าวอะไรเพิ่มเติม ก่อนจะคิดในใจว่า.. ‘ถือซะว่าช่วยเพื่อนร่วมโลกก็แล้วกัน เรื่องร้านกาแฟก็คงให้เกียรติไกรเป็นคนจัดการ..’ ปังปอนมองไอซ์เดินจากไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย เธอไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีกับเรื่องนี้ ในใจของเธอก็เริ่มรู้สึกประทับใจในการกระทำของชายคนนี้ ความคิดถึงกับแบ่งออกเป็นสองฝั่งที่ตีกันเอง คุณเทียนหลงที่ช่วยเหลือชีวิตเธอ กับคุณไอซ์ที่ช่วยเหลือแม่ของเธอ และทั้งสองคนเข้ามาในชีวิตของเธอพร้อมๆกัน เธอควรจะทำยังไงดี“พี่ว่านะปอน.. คุณไอซ์ก็ดูไม่ได้เลวร้ายอะไรขนาดนั้นนะ..” แป้งกล่าวกับน้องสาวเบาๆ“ช่างมันเถอะค่ะพี่... ตอนนี้เราที่ต้องคิดจะเอายังไงกับโพชั่นนี้ดี ซื้อมันเลยดีไหม พี่คิดว่ายังไง”ปอนเลือกที่จะไม่สนใจเรื่องของชายหนุ่มที่เพิ่งจะจากไป ตอนนี้พวกเธอจะต้องปรึกษากันให้ดีว่าจะเอายังไงกับโพชั่นนี้ดี จะซื้อหรือไม่ซื้อ เธอไม่สามารถตัดสินใจได้“นั่นสินะ.. พี่คิดว่าเราควรจะซื้อมันเอาไว้นะ มันสามารถรักษาแม่ของเราได้ แถมยังหายขาดจากโรคที่แม่เป็นมานาน อีกอย่างทางกฎหมายแล้ว เราไม่จำเป็นต้องตอบแทนอะไรเขาเลย เพราะเราซื้อ-ขายอย่างถูกต้องตามกฎหมาย.. แต่พี่ว่าปอนก็ควรจะขอบคุณเขาเอาไว้นะ อย่างน้อยเขาก็ทำเพื่อครอบครัวเรามากขนาดนี้” แป้งกล่าว ปังปอนเองก็เห็นด้วยกับพี่สาว เธอจึงพยักหน้าพร้อมกับหันมองไปทางไอซ์อีกครั้ง ‘เอาไว้พรุ่งนี้.. ค่อยชวนเขาทานข้าวก็แล้วกัน’ เธอกล่าวในใจก่อนที่จะยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว อีกด้านหนึ่งภายนอกสถานีดันเจี้ยน...“คุณหนูใหญ่ครับ.. มีการเคลื่อนไหวบริเวณเป้าหมายครับ..” บอดี้การ์ดคนสนิทเอ่ยกล่าวกับคุณหนูของตัวเองที่นั่งอยู่บนเบาะหลัง“จริงเหรอ ไหนๆ.. ผู้ชายคนนั้นเองสินะ.. เทียบส่วนสูง รูปร่างมวลกายของเขากับคุณเทียนหลงเร็วเข้า เดี๋ยวไม่ทันการณ์” คุณหนูใหญ่คนนี้สั่งการกับบอดี้การ์ดพร้อมกับจ้องมองไอซ์อย่างไม่วางตา เหตุมันเกิดจากความบังเอิญในขณะที่เธอกำลังจะเดินทางกลับบ้าน ก็มีแสงของนาฬิกาที่นับถอยหลังตรงด้านบนของดันเจี้ยน เธอไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น จึงตัดสินใจสั่งให้บอดี้การ์ดจอดดูเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่ด้วยความบังเอิญรถยนต์ BMW คันงามคันนั้นก็พุ่งเข้ามาจอดบริเวณแถวนี้อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ปรากฏเป็นชายชุดคลุมดำคนหนึ่ง พร้อมกับชักอาวุธดาบออกไปทางดันเจี้ยนอย่างรีบร้อน ในตอนแรกเธอสับสน และไม่เข้าใจการกระทำของเขาคนนี้ แต่ภายหลังเธอรู้ว่าชายคนนั้นคือ คุณเทียนหลง ที่สร้างตำนานมาแล้วบทหนึ่ง และกำลังจะสร้างเพิ่มอีกบทหนึ่ง เธอตื่นเต้นมากที่เห็นการต่อสู้ของคุณเทียนหลงผ่านทางจอทีวีที่ถูกติดตั้งพิเศษเอาไว้ในรถ เหตุการณ์ทุกอย่างจบลงอย่างรวดเร็ว ความเก่งกาจของคุณเทียนหลงมันทำเอาสายตาเธอลุกวาว เธอนึกถึงความฝันในตอนเด็กๆ ‘หนูอยากเป็นสาวน้อยโรงเรียนเวทมนตร์’ประโยคที่บอกคุณแม่ของเธอก่อนท่านเสียชีวิต และสิ่งที่ท่านแม่ของเธอตอบกลับมา มันยิ่งทำให้เธอมีความต้องการที่จะเก่งกาจอย่างคุณเทียนหลงมากขึ้นไปอีก ‘จ้า.. โตขึ้นมาหนูจะใช้เวทมนตร์ที่เก่งกาจ เก่งยิ่งกว่าสาวน้อยโรงเรียนเวทมนตร์อีกนะ แม่เชื่ออย่างนั้น’ ภาพของแม่ที่ลูบหัวยังตราตรึงติดอยู่ในความคิด และโอกาสที่จะทำได้อย่างนั้นมันกำลังจะเป็นจริงในตอนนี้ เธอเฝ้ารอคุณเทียนหลงที่เป็นเจ้าของรถกลับมา จากนั้นเธอจะกระโดดเข้าไปขอเขาเป็นลูกศิษย์“คุณหนูครับ ข้อมูลการเปรียบเทียบสัดส่วนร่างกายตรงกันกว่า 99 เปอร์เซ็นต์ครับ..” บอดี้การ์ดจัดการเปรียบเทียบกับโปรแกรมพิเศษที่ทำขึ้นโดยเทคโนโลยีของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง ‘ซันชาย’ และแน่นอนว่ามันเป็นบริษัทภายใต้การครอบครองของตระกูลของหญิงสาวผู้เป็นนาย“เยี่ยมมาก!!.. ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นายห้ามแสดงตัวเด็ดขาด เข้าใจแล้วนะ” หญิงสาวเปิดประตูออกไปอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่รอให้บอดี้การ์ดคัดค้านอะไรเลยสักอย่าง แน่นอนว่าเขาก็ได้แต่ถอนหายใจ และเชื่อฟังคำสั่งเท่านั้น ถึงอย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งของคุณหนูก็ไม่ได้ถึงกับขั้นอ่อนแอ เพราะเธอสามารถจัดการบอสของชั้น 10 ได้ด้วยตัวคนเดียว จึงวางใจพอสมควร กลับมาทางด้านของไอซ์ที่กลับเดินกลับมาที่รถด้วยอาการเซ็งๆจิตสุดๆ...“ความรักพังตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่ม ไอซ์หนอไอซ์ เมื่อไหร่จะหาแฟนเป็นตัวเป็นตนได้กับคนอื่นเขาเสียที” ไอซ์กล่าวบ่นกับตัวเอง เขาเข้าใจดี การที่ให้ของที่มีมูลค่าสูงขนาดนั้น อีกฝ่ายก็ต้องกลัวเป็นธรรมดา เหตุมันเกิดจากที่เขาไม่ทันได้คิดให้รอบคอบ ผลมันก็เลยออกมาให้ผิดหวังก็เป็นเรื่องปกติ ก่อนที่เขาจะเปิดประตูรถ และขึ้นไปนั่ง หลังจากที่นั่งปรับอารมณ์เพียงวินาทีสองวินาที เขาก็ก้มลงไปมองที่กดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ วินาทีที่เปิดไฟหน้ารถพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมามอง เขาก็ต้องร้องออกมาเสียงหลงด้วยความตกใจ“เชี้ยยยย.. ตกใจหมดเลย!!”ไอซ์พบกับหญิงสาวคนหนึ่งที่มายืนขวางอยู่หน้ารถ หลังจากพยายามปรับลมหายใจให้มั่นคง และมองชัดๆแล้วว่าบุคคลตรงหน้าไม่ใช่ภูตผีหรืออะไรอย่างอื่น เมื่อมั่นใจว่าเป็นคน ไอซ์ก็ค่อยๆเปิดประตูลงมา หวังจะด่าผู้หญิงคนนี้เต็มที่ แต่เขายังไม่ทันได้พูดอะไรเลยสักคำ จู่ๆผู้หญิงคนนี้ก็รีบวิ่งเข้ามาคุกเข่าต่อหน้าของเขา“คุณเทียนหลงคะ.. ได้โปรดรับฉันเป็นลูกศิษย์ด้วยเถอะค่ะ..”