บทที่ 8 ฉันจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน?
เฉียวอันอันร้องไห้คร่ำครวญทุกคืน ด่าทอชะตากรรมที่ไม่ยุติธรรมของเธอ แต่เมื่อนึกถึงพ่อกับน้องชาย หญิงสาวก็เลือกที่จะเข้มแข็งและอดทนมีชีวิตอยู่ต่อไป
รวมทั้งการ ‘ทอดทิ้ง’ ชายหนุ่มที่ยากจนคนนั้นอย่างเ็ป
ในตอนนั้น จิ้นเฉินผู้หยิ่งผยอง ตั้งคำถามกับเธออย่างปวดใจว่าทำไม
เพราะเธอรู้ดีว่า การทรยศนั้นย่อมลืมเลือนได้ง่ายและสมบูรณ์กว่าการสูญเสีย
เขาเป็คนเก่ง ไม่นานก็คงได้รับทุนไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ เมื่อประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียง เขาก็จะได้พบเนื้อคู่แสนสวยและฉลาดรอบรู้ และมีลูกหลานน่ารักน่าชังอีกหลายคน...
สิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็สิ่งที่เฉียวอันอันไม่สมควรได้รับมัน จึงพูดออกไปแบบนั้นว่า ‘เพราะคุณไม่คู่ควรกับฉัน’
จนถึงตอนนี้ เธอก็ไม่เคยรู้สึกเสียใจสักครั้ง
แค่หวังว่าหลังจากเธอตายไปแล้ว เขาจะพูดถึงเธอได้แบบไม่สะทกสะท้านว่า ผู้หญิงที่เห็นแก่ตัวคนนั้น ในที่สุดก็ได้รับผลกรรม
แต่เธอก็ลืมไปอย่างหนึ่งว่า สิ่งที่แข็งกร้าวเกินไป มักจะหักง่ายเสมอ
“แต่ว่า…” ถึงจะเป็แบบนั้น หมอกู้ก็ยังไม่ยอมแพ้
“หมอกู้ คุณเป็หมอมานาน ต้องเข้าใจดีกว่าฉัน ว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญและเร่งด่วน”
น้ำเสียงของเฉียวอันอันในตอนนี้หนักแน่นอย่างไม่เคยมีมาก่อน เธอเงยหน้าขึ้น ั์ตาชัดเจนจนไม่อาจมองข้าม “หมอกู้ ฉันจะเซ็นใบยินยอมบริจาคเือีกฉบับ ฉันหวังว่าคุณจะเคารพการตัดสินใจของฉัน”
ในที่สุดหมอกู้ก็ยอมรับคำขอของเฉียวอันอัน
พยาบาลจึงพาเฉียวอันอันไปบริจาคเื
ตามกฎระเบียบ เขาอนุญาตให้บริจาคเืได้สูงสุดเพียงสี่ร้อยซีซี แต่เฉียวอันอันกลับบริจาคถึงแปดร้อยซีซี!
เมื่อออกมาจากห้องบริจาคเื เฉียวอันอันรู้สึกได้ว่าศีรษะหนักอึ้งและเท้าเบา ร่างกายของเธอเซไปมาแทบจะล้มลง โชคดีที่ลุงหวังรีบคว้าตัวเธอไว้
“คุณหนู ไม่เป็อะไรนะครับ” ลุงหวังมองเธอด้วยความเป็ห่วง
“ไม่เป็ไรค่ะ” เฉียวอันอันส่ายหน้า จากนั้นเธอก็จับแขนลุงหวัง “พ่อเป็ยังไงบ้าง?"
“ส่งเืไปแล้ว คุณท่านไม่เป็อะไรแล้วครับ”
“ดีแล้ว” เฉียวอันอันพูดจบ สายตาก็พร่ามัวและหมดสติไป
เมื่อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ข้างนอกก็มืดสนิท เฉียวอันอันลุกขึ้นอย่างยากลำบาก
ในห้องไม่มีใครเลย เธอเดินไปที่ห้องผู้ป่วยของคุณพ่ออย่างช้า ๆ
หมอกู้กำลังตรวจร่างกายให้คุณพ่อ เขาดูไม่พอใจมากเมื่อเห็นเธอมา “เด็กคนนี้…”
เฉียวอันอันไม่สนใจคำตำหนิของหมอกู้ รีบไปดูอาการของพ่อก่อนเป็อันดับแรก
เมื่อเห็นว่าสีหน้าของพ่อมีเืฝาด เธอก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“คุณเฉียวไม่มีอะไรร้ายแรงแล้ว แค่พักฟื้นให้ดีก็พอ” หมอกู้พูดด้วยความเป็ห่วง “แต่คุณไม่ฟังคำแนะนำของผม ยังไปบริจาคเืถึงแปดร้อยซีซีอีก เมื่อวานผมตรวจร่างกายคุณแล้ว พบว่ากล้ามเนื้อหัวใจคุณตายบางส่วน…”
“หมอกู้…” แววตาเฉียวอันอันหม่นหมองลง “พูดมาตามตรงเถอะค่ะ ฉันจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน?”
หมอกู้ถอนหายใจ แล้วพูดอย่าเชื่องช้าว่า “มากที่สุดก็ครึ่งเดือน น้อยที่สุดก็หนึ่งถึงสองวัน”
“เหรอคะ?” เฉียวอันอันหัวเราะอย่างเศร้าสร้อย “มากกว่าที่ฉันคิดเอาไว้อีกนะ”
“คุณเฉียว ถ้าผ่าตัดก็ยังมีโอกาสรอดอยู่สิบเปอร์เซ็นต์…”
เฉียวอันอันส่ายหน้าเบา ๆ ห้ามไม่ให้หมอกู้พูดต่อ
เธอเคยผ่าตัดมาแล้ว แต่ก็จบด้วยความล้มเหลว ตอนนี้ชีวิตของตระกูลเฉียวกำลังอยู่ในสภาพวิกฤต อาการป่วยของพ่อก็ต้องใช้เงิน เธอไม่สามารถทำให้เื่แย่ลงได้อีก
ตอนนี้สิ่งที่เธอทำได้ก็คือ ‘แบ่งเบาภาระของน้องชายเธอ’