ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 88 วิญญาณรวมตัว

            “มีแค่กระดูกส่วนมือ?”

            เสิ่นเสวียนกล่าวอย่างสงสัยเดิมทีเขาคิดว่าจะขุดเถ้ากระดูกร่างทองขึ้นมาได้ทั้งร่าง คิดไม่ถึงว่าจะมีแค่ส่วนมือเท่านั้นกระดูกส่วนนี้เป็นของมือขวายาวขึ้นไปถึงแขน ดูแล้วน่าจะเป็นของผู้ใหญ่คนหนึ่งแม้เหลือเพียงกระดูก แต่กระดูกสีทองให้ความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมพลังที่ผสมผสานอยู่ภายในยังเป็นหนึ่งเดียวกัน

            “ช่างเถอะแค่ส่วนมือก็คุ้มค่าแล้ว”

            เสิ่นเสวียนใช้พลังจิตวิญญาณตรวจสอบภายในนั้นอีกหนึ่งครั้งเมื่อมั่นใจแล้วว่าไม่มีกระดูกส่วนอื่นอีก เขาจึงพิจารณากระดูกมืออย่างละเอียด

            “โอ้...เป็นของผู้ปฏิบัติธรรมชั้นสูง!”

            หลังจากตรวจสอบแล้วเขามั่นใจว่ามันเป็นของผู้ปฏิบัติธรรมชั้นสูงความจริงนี่เป็นเพียงการตรวจสอบในขั้นต้นเท่านั้น เพราะพลังบางส่วนเขายังไม่เคยเจอมาก่อนเลยโดยเฉพาะพลังที่ก่อตัวขึ้นภายใน ซึ่งซับซ้อนยิ่งกว่าไอพลังจิตวิญญาณเซียนเสียอีก

            พลังที่เหนือกว่าไอพลังจิตวิญญาณเซียนไม่ค่อยมีให้เห็นมากนัก!

            “แม้ข้าไม่รู้ถึงตื้นลึกหนาบางของเจ้าแต่ในเมื่อได้เจอข้าแล้วนับว่ามีวาสนาต่อกันพวกเจ้าไม่ได้ตามหาวาสนาไปตลอดหรอกใช่ไหม ตอนนี้พวกเราเชื่อมโยงเข้าด้วยกันแล้ว”

            หลังจากเสิ่นเสวียนทำความสะอาดกระดูกแล้วเขาก็เก็บเข้าไปในมิติ

            ที่นี่ไม่เหมาะจะตรวจสอบกระดูกมือที่ได้มาเมื่อมั่นใจว่าไม่มีไอพลังของเถ้ากระดูกร่างทองหลงเหลืออยู่แล้วเสิ่นเสวียนจึงเหาะขึ้นไปด้านบน

            ในตอนนี้เป็นช่วงรุ่งสางแล้ว

            แอ่งเถียนซือในตอนรุ่งสางน่ากลัวกว่าที่คิดไว้เล็กน้อย

            ร่างเงาขาวซีดมากมายลอยผ่านไปมาอยู่เต็มไปหมด

            คล้ายจะชัดเจนแต่ก็เลือนราง

            บ้างก็มีใบหน้าบ้างก็หน้าตาอัปลักษณ์ เลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด มีหมดทั้งบุรุษ สตรี ผู้ใหญ่และเด็ก

            ร่างเงาเหล่านี้มีจุดที่เหมือนกันอยู่หนึ่งอย่างคือมีความโกรธแค้นค่อนข้างรุนแรง

            “ดูเหมือนข้าจะไปแตะต้องบางอย่างที่ไม่ควรแตะเสียแล้ว!”

            เสิ่นเสวียนมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยสีหน้าเก้อเขินเล็กน้อยกระดูกมือสีทองข้างนั้นไม่มีทางตกอยู่ที่นี่โดยไร้สาเหตุจะต้องมีคนตั้งใจเอามาทิ้งไว้ที่นี่เพื่อควบคุมจิตวิญญาณชั่วร้ายเหล่านั้น

             

            “แอ่งเถียนซือในคืนนี้หนาวเย็นกว่าแต่ก่อนไม่น้อย!”

            ห่างไปไม่ไกลราชามารตะวันตกที่อยู่บนพรมวิเศษกล่าวกับเริ่นเสี้ยวเทียนที่อยู่ข้างๆอย่างอดไม่ได้

            “ไอวิญญาณของที่นี่หนาแน่นมากจริงๆ”เริ่นเสี้ยวเทียนถอนหายใจ โชคดีที่เขาออกมาก่อนแล้วไม่อย่างนั้นคนที่ควรร้องไห้คงเป็นเขา

            เพราะออกมาจากแอ่งเถียนซือแล้วราชามารตะวันตกและเริ่นเสี้ยวเทียนจึงไม่เห็นวิญญาณชั่วร้ายเหล่านั้นมีเพียงอยู่ในแอ่งเถียนซือจึงจะมองเห็นได้อย่างชัดเจน ทวีปหลิงโซ่วแห่งนี้แม้จะมีวิญญาณอยู่แต่ก็พบเจอได้น้อยมากเพราะพลังฟ้าดินของที่นี่แข็งแกร่ง วิญญาณทั่วไปยากที่จะอยู่ได้มีเพียงสถานที่เฉพาะเท่านั้นที่จะมีวิญญาณอยู่มากมาย

            และแอ่งเถียนซือแห่งนี้ก็คือหนึ่งในนั้น

            “ดูนั่นน้องชายออกมาแล้ว”

            ราชามารตะวันตกชี้ไปในแอ่งเถียนซือขณะที่กำลังกวักมือเรียกเสิ่นเสวียนกลับพบว่าร่างของเสิ่นเสวียนวูบวาบเลือนรางราวกับภาพมายาเมื่อมองไปทางเสิ่นเลี่ยนก็พบว่ามีอาการเดียวกัน

            “เสิ่น...”

            “อย่าเพิ่งรบกวนเขาเขากำลังแสดงเคล็ดวิชา”

            ราชามารตะวันตกเรียกเริ่นเสี้ยวเทียนไว้ทันทีไม่ให้เขารบกวนเสิ่นเสวียน

            เสิ่นเสวียนในตอนนี้กำลังเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องไอวิญญาณแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขาเชื่อมต่อเข้ากับไอพลังภายในแอ่งเถียนซือในขณะเดียวกันก็โจมตีรอยประทับออกไปไม่หยุดหย่อนทุกครั้งที่โจมตีออกไปจะได้ยินเสียงร้องโหยหวนดังออกมา

            “สหายเสิ่นกำลังทำอะไรเหมือนเขาทะเลาะกับใครอยู่เลย”

            เริ่นเสี้ยวเทียนมองเสิ่นเสวียนด้วยความสงสัย

            “ดูเหมือนจะทะเลาะอยู่จริงๆ...”

            ราชามารตะวันตกพยักหน้าอย่างเห็นด้วยแต่เขาไม่เข้าใจเลยว่าเสิ่นเสวียนกำลังทำอะไรหรือทะเลาะกับใครอยู่หากจะบอกว่าอีกฝ่ายซ่อนตัวอยู่ในมิติ เขาไม่มีทางสัมผัสไม่ได้ถึงคลื่นพลังมิติแต่ตอนนี้เขาไม่รู้สึกถึงอะไรเลยจริงๆ

            แม้ราชามารตะวันตกจะแข็งแกร่งแต่ก็ไม่ได้รู้ถึงปรากฏการณ์ประหลาดทั้งหลายในทวีปหลิงโซ่วและไม่เข้าใจในการกระทำของเสิ่นเสวียนในตอนนี้เลย

            ทว่าทั้งสองคนก็ไม่ได้ทำอะไรเลือกที่จะเฝ้าดูอยู่เงียบๆ

             

            “ตั้งสติทำจิตใจให้สงบ”

            ภายในแอ่งเถียนซือเสิ่นเสวียนเคลื่อนที่ไปอย่างต่อเนื่องเพราะวิญญาณร้ายทั้งหลายกำลังโจมตีเขาอย่างบ้าคลั่ง เขาหลบหลีกการโจมตีไปพลางชี้แนะเสิ่นเลี่ยนที่อยู่ไม่ไกลไปพลาง

            ขณะนี้เสิ่นเลี่ยนนั่งสมาธิอยู่ภายในแอ่งเถียนซือทำตามคำของเสิ่นเสวียน ตั้งสติ พยายามทำจิตใจให้สงบ ไม่รับรู้สิ่งเร้าภายนอก

            ในพริบตาที่วิญญาณร้ายเหล่านั้นปรากฏตัวขึ้นเสิ่นเลี่ยนมองเห็นได้อย่างชัดเจน เสิ่นเลี่ยนที่ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อนถึงกับตื่นตกใจจนขาอ่อนยังดีที่เสิ่นเสวียนปรากฏตัวออกมาทันเวลา หลังจากได้รับคำชี้แนะแล้ววิญญาณร้ายเหล่านั้นจึงไม่เข้าใกล้เขาอีก

            แต่วิญญาณร้ายยังคงล้อมรอบเขาอยู่พยายามทะลวงผ่านพลังชีวิตของเขาเข้ามาเพื่อกัดกินเขา

            เสิ่นเสวียนเห็นว่าเสิ่นเลี่ยนป้องกันตัวได้แล้วจึงไม่สนใจเสิ่นเลี่ยนอีกจากนั้นเขาก็ยืนนิ่งอยู่กับที่และแสดงเปลวเพลิงสีดำออกมาจากร่าง ส่องสว่างไปทั่วแอ่งเถียนซือที่เปี่ยมไปด้วยไอวิญญาณ

            ทันทีที่เปลวเพลิงปรากฏขึ้นวิญญาณร้ายรู้สึกเหมือนเจอพลังรุนแรงปะทะเข้ามา ทำให้พวกมันล่าถอยออกไป

            เปลวเพลิงนี้คือเพลิงวิญญาณเพียงแต่เสิ่นเสวียนไม่ได้ดูดซับยาน้ำสกัดจากหลินจือโมรา ทำให้เพลิงวิญญาณของเขาเบาบางมากหากเสิ่นเสี่ยวเม่ยแสดงเพลิงวิญญาณออกมา วิญญาณร้ายเหล่านี้คงแตกสลายไปทั้งหมด

            ก่อนหน้านี้ตอนที่เสิ่นเสวียนขุดแขนของร่างทองออกมาแล้วให้เสิ่นเลี่ยนอยู่ที่นี่ต่อเพราะต้องการฝึกฝนความกล้าหาญของเสิ่นเลี่ยน

            หากต้องการเป็นมือสังหารที่ต้องท่องไปในราตรีอยู่ตลอดเวลาจะต้องเข้าใจในความมืด หลอมรวมเข้ากับความมืดซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้แม้แต่อย่างเดียว

            ที่นี่คือสถานที่ฝึกฝนที่ยอดเยี่ยมมาก

            เมื่อมีเพลิงวิญญาณป้องกันตัวอยู่เสิ่นเสวียนจึงนั่งลงทันทีและคอยสังเกตอาการของเสิ่นเลี่ยนอยู่เงียบๆ

            เสิ่นเลี่ยนนั่งขัดสมาธิแสงสีขาวเปล่งประกายออกมาจากร่างต้านทานวิญญาณร้ายเหล่านั้นเอาไว้แสงสีขาวนี้คือพลังชีวิตภายในร่างของเขา เด็กหนุ่มอายุสิบห้าปีผู้หนึ่งมีไอพลังชีวิตที่แข็งแกร่งเช่นนี้ยากที่สิ่งชั่วร้ายจะกล้ำกรายได้ แต่วิญญาณร้ายเหล่านี้ก็ไม่ธรรมดาไม่รู้ว่าพวกมันอยู่มานานแค่ไหนแล้ว ทำให้ไอพลังชีวิตค่อยๆ อ่อนแรงลงอย่างรวดเร็ว

            ในขณะนั้นเองสตรีของราชามารตะวันตกที่โดนสังหารไปก่อนหน้านี้มีแสงสว่างเปล่งประกายออกมาพร้อมกับวิญญาณของนางที่หลุดออกมาจากร่าง

            ทันทีที่วิญญาณของนางปรากฏขึ้นนางก็เดินเข้าไปลูบไล้ใบหน้าสั่นเทาของเสิ่นเลี่ยนโดยไม่สนใจไอพลังชีวิตของเสิ่นเลี่ยนเลย

            “นายท่านลืมตาขึ้นมองข้าสิ”

            สตรีผู้นี้ลูบใบหน้าเสิ่นเลี่ยนพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงสิ้นหวังแต่สิ่งที่ราชามารตะวันตกและเริ่นเสี้ยวเทียนได้ยินคือเสียงวิญญาณร้องโหยหวน

            “อะแฮ่ม!”

            เสิ่นเสวียนเห็นดังนั้นจึงกระแอมออกมาโชคดีที่ราชามารตะวันตกมองไม่เห็นไม่อย่างนั้นคงหนีออกไปจากทุ่งหญ้าเขียวขจีแห่งนี้ไม่ได้

            “ซ่อนตัวไปก็ไร้ประโยชน์หลังจากนางตายไปแล้วเจ้าสบตานางอยู่ตลอดเวลา ทำให้จิตวิญญาณถูกประทับไว้แล้ว”เสิ่นเสวียนกล่าวเตือนเสิ่นเลี่ยน

            เสิ่นเลี่ยนในตอนนี้ยังไม่กล้าลืมตาขึ้นมองพยายามครองสติเอาไว้อย่างเต็มที่

            “แล้ว...แล้วข้าควรทำอย่างไร”

            “พยายามยอมรับในตัวนางนางเป็นคนมีชีวิตรันทด จะช่วยเหลือเจ้าได้ในภายหน้า”

            เสิ่นเสวียนให้เสิ่นเลี่ยนสบตานางไว้หนึ่งคือฝึกความกล้าหาญ สองคือปูทางให้เขาเดิน เมื่อมีวิญญาณปกป้องจะลดความยุ่งยากในการท่องราตรีของเขาได้หากหลอมรวมหยินหยางเข้าสู่ร่างกายได้จะทำให้ร่างกายหลุดพ้นจากหยินหยางหรืออาจทำให้ร่างกายบริสุทธิ์ได้อีกด้วย

            แน่นอนว่าวิธีการนี้ทำได้ยากมากมีโอกาสสำเร็จค่อนข้างต่ำ

            หลังจากสตรีผู้นั้นตายไปแล้วเสิ่นเสวียนจึงใช้ดวงตาเห็นอดีต มองชีวิตในชาติก่อนของสตรีผู้นี้จึงตัดสินใจให้โอกาสนางอีกครั้ง

            “ยอม...ยอมรับอย่างไร”

            เสิ่นเลี่ยนกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากให้เขายอมรับในวิญญาณ หากไม่ใช่เพราะเสิ่นเสวียนกล่าวคำนี้ออกมาต่อให้ตายเขาก็ไม่เชื่อ

            “ฟังนางสิ”

            เสิ่นเสวียนกล่าวกับเสิ่นเลี่ยนเพียงแค่นี้แล้วให้เสิ่นเลี่ยนเรียนรู้ด้วยตนเอง

            หลังจากที่เสิ่นเลี่ยนผ่อนคลายลงแล้ววิญญาณของสตรีผู้นั้นจึงเคลื่อนเข้าสู่อ้อมอกของเสิ่นเลี่ยนไปทีละน้อย

    คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน