“พวกเรามาพักด้วยกันเถิด” เหลียงกังถือโอกาส
“ไม่! เดี๋ยวคนรักของเจ้าก็ตามมาราวีข้าอีกหรอก” เหมยซูโมโห
“ก็บอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่า ข้าไม่ได้เป็นอะไรกับหลินจื้อผิง” เหลียงกังบอกกี่ครั้ง เหมยซูก็ไม่ยอมฟัง
“ถ้าไม่ได้เป็นอะไรกัน นางจะมาบอกให้ข้าเลิกยุ่งเกี่ยวกับเจ้าได้อย่างไร นางบอกว่าเจ้าไปหานางบ่อยครั้ง และตามจีบนางตลอด จนนางตกลงปลงใจเป็นคนรักของเจ้า” เหมยซูไม่เชื่อ
“ในเมื่อเจ้าไม่เชื่อใจข้าถึงขนาดนี้ ข้าก็ไม่มีอะไรจะพูด” เหลียงกังจนปัญญา
“ข้าจะเดินทางไปเมืองหลวงต่อไป เชิญเจ้าพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้คนเดียวเถิด” เหมยซูกล่าว
“พวกเราจะพักอยู่ห้องนั้นด้วยกัน” เหลียงกังบอกเสี่ยวเอ้อ
“งั้นเชิญทางนี้ขอรับ” เสี่ยวเอ้อนำทาง
เหลียงกังก็เลยรีบอุ้มหญิงสาวและพาไปที่ห้องพักที่เหลือเป็นห้องสุดท้ายทันที
“ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ! ทำไมเจ้าถึงไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษแบบนี้ล่ะ” เหมยซูทั้งตะโกนทั้งดิ้นรนขัดขืน
สักพักเหลียงกังก็โยนหญิงสาวลงบนเตียง โดยเสี่ยวเอ้อรีบเดินออกไปจากห้องและช่วยปิดประตูให้
“โอ๊ย! ข้าเจ็บนะ” เหมยซูบ่น
“ข้าสัญญาว่าจะไม่แตะต้องตัวเจ้า แต่พวกเราพักอยู่ที่นี่กันก่อนเถอะนะ การเดินทางกลางค่ำกลางคืนมันอันตราย ข้าจะนอนตรงเก้าอี้ตรงนี้ ไม่เข้าใกล้เจ้าเด็ดขาด” เหลียงกังพยายามเกลี้ยกล่อม
“เมื่อไหร่เจ้าจะเลิกบังคับผู้อื่นแบบนี้เสียที” เหมยซูไม่ชอบคนเผด็จการ
“ข้าพูดกับเจ้าดีๆ แล้วนะ ถ้าเจ้ายังคงดื้อดึงต่อไป ข้าจะทำให้เจ้าตกเป็นของข้า” เหลียงกังรีบขู่
“หยุดอยู่ตรงนั้นเลย ข้ายอมพักอยู่กับเจ้าก็ได้ แต่เจ้าห้ามเข้าใกล้ข้าเด็ดขาด ข้าไม่ต้องการได้ขึ้นชื่อว่าแย่งคนรักจากใคร” เหมยซูกล่าว
“ข้าต้องพิสูจน์ยังไง เจ้าถึงจะยอมเชื่อข้า ว่าข้ามีเจ้าเพียงคนเดียวเท่านั้น” เหลียงกังพยายามมองตาหญิงสาว เผื่อนางจะยอมรับรู้ความรู้สึกของเขา ว่าเขารักนางมากเพียงใด
“ไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าแต่งเรื่องว่าตนไปมีอะไรกับผู้ชายให้คนอื่นฟังหรอกนะ” เหมยซูเชื่อฝ่ายหญิง เพราะผู้หญิงมักเป็นฝ่ายถูกกระทำ
“ความจริงก็คือความจริง ข้าไม่เคยทำอะไรหลินจื้อผิง ข้าไปบ้านนางแทบนับครั้งได้ และไปแต่ละที ก็ไปพบแค่พ่อแม่ของนางเท่านั้น ถ้าเจ้าไม่เชื่อ เจ้าก็ไปถามพ่อแม่ของนางดูสิ” เหลียงกังท้า
“ข้าจะอาบน้ำแล้ว เจ้าไปรอข้างนอกก่อนสิ” เหมยซูรีบเปลี่ยนเรื่อง
“ข้าไปก็ได้” เหลียงกังยอมเดินออกไปจากห้องแต่โดยดี
เหมยซูแกล้งเดินเข้าไปในห้องน้ำ เพื่อเตรียมอาบน้ำ พอนางชะเง้อมองดูฝ่ายชายจนพบว่าเขาน่าจะเดินออกจากห้องไปไกลแล้ว นางจึงหอบผ้าหอบผ่อนค่อยๆ เปิดประตูเพื่อเตรียมหนี
“ทำไมถึงเปิดประตูไม่ออกล่ะ! นี่เจ้าล็อคประตูจากด้านนอกอย่างนั้นหรือ ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ เหลียงกัง” เหมยซูตะโกน
“เป็นเพราะข้ารู้ทันเจ้าไงล่ะ ว่าเจ้าคิดจะหนี จงภูมิใจซะ ที่คนรักของเจ้ารู้ใจเจ้าถึงขนาดนี้” เหลียงกังตะโกนกลับ
“ก็บอกแล้วไง ว่าพวกเราไม่ได้เป็นอะไรกัน” เหมยซูไม่ยอมรับว่าเหลียงกังคือคนรัก
“รีบอาบน้ำซะ! ข้าก็จะไปอาบที่ห้องน้ำด้านล่างของโรงเตี๊ยมเหมือนกัน เจ้ารีบอาบน้ำในห้องนี้เถิด หากข้าอาบน้ำเสร็จและเข้าไปในห้องพักก่อน ข้าอาจแอบดูเจ้าอาบน้ำก็เป็นได้นะ แล้วเจอกันนะ ที่รักของข้า” เหลียงกังขู่
“ทะลึ่งที่สุด!” เหมยซูจำต้องรีบอาบน้ำและแต่งกายให้มิดชิดที่สุด ก่อนที่ฝ่ายชายจะเข้ามาในห้องพัก
เมื่อเหลียงกังเปิดประตูเข้ามาในห้อง ก็เห็นฝ่ายหญิงรีบนอนคลุมโปงอย่างมิดชิด
“เจ้านี่ช่างทำอะไรรวดเร็วเสียจริง” เหลียงกังแอบขำ
“ที่ของเจ้าอยู่ตรงเก้าอี้ ห้ามเข้าใกล้ข้าล่ะ” เหมยซูรีบพูด
เหลียงกังแอบยิ้ม เขายอมเดินไปที่เก้าอี้และนั่งขัดสมาธิหลับตาทำสมาธิอยู่อย่างนั้น
เหมยซูสงสัยที่ห้องเงียบผิดปกติ นางก็เลยเลิกผ้าห่มออก แล้วหันไปดูฝ่ายชาย นางก็พบว่าเขานั่งหลับตาทำสมาธิอยู่บนเก้าอี้เท่านั้น
“แล้วเจ้าไม่นอนอย่างนั้นหรือ” เหมยซูสงสัย
“ข้าต้องเฝ้ายามให้ การเดินทางแบบนี้ ย่อมเกิดอันตรายได้ทุกเมื่อ เจ้านอนเถอะ ข้าไม่ทำอันตรายเจ้าหรอก” เหลียงกังพูดทั้งๆ ที่นั่งหลับตา
เหมยซูนอนคลุมโปงเช่นเดิม และคิดในใจว่า “ใครจะไปกล้านอนกันล่ะ เล่นนอนในห้องเดียวกับผู้ชายแบบนี้”
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม เหมยซูก็หลับสนิท นางถีบผ้าห่มออกและกรนอย่างเหนื่อยล้า
เหลียงกังลุกไปหานาง เขานอนข้างๆ นางและกอดนางไว้ จากนั้นก็กระซิบว่า “ขอโทษด้วยนะ ข้าไม่ได้เป็นสุภาพบุรษอย่างที่เจ้าคิดจริงๆ”
“ฮือฮือ ข้าเกลียดเจ้า เหลียงกัง เจ้าชอบทำให้ข้าเสียใจอยู่เรื่อย” เหมยซูละเมอร้องไห้
เหลียงกังเช็ดน้ำตาให้และลูบไปที่แก้มหญิงสาวเบาๆ จากนั้นก็กล่าวว่า “ถ้าเจ้ายอมเชื่อใจข้า เจ้าก็จะไม่ทุกข์ใจเช่นนี้ ข้าคงเป็นผู้ชายร้ายกาจในสายตาเจ้าสินะ” เหลียงกังเผลอตัวบดจูบกับหญิงสาวอย่างไม่เกรงใจ แต่ถึงกระนั้นเหมยซูก็ยังไม่ตื่น เพราะนางเป็นคนนอนขี้เซา
ทั้งสองจูบกันนานพอสมควร เหลียงกังก็ละจากนางและนอนกอดนางอยู่อย่างนั้นจนถึงตอนเช้าตรู่
เหมยซูสะดุ้งตื่นก็พบว่านางนอนอยู่บนเตียงเพียงลำพัง ภายในห้องไร้ซึ่งผู้คน นางคิดในใจว่า “ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าเหลียงกังมานอนบนเตียงเดียวกับข้า ข้าคงฝันไปสินะ”
แต่ทว่าเหมยซูก็หันไปเห็นจดหมายวางอยู่บนเตียง ซึ่งจดหมายนั้นก็คือจดหมายของเหลียงกัง นางจึงรีบเปิดอ่านทันที จดหมายความว่า
ต่อไปเจ้าควรระวังตัวมากกว่านี้นะเหมยซู เจ้าไม่ควรไว้ใจใครง่ายๆ ขอบคุณที่ให้ข้านอนกอดเจ้าทั้งคืน และมอบจูบอันแสนหวานให้ข้า นี่ถือว่าข้ามัดจำไว้ก่อนก็แล้วกัน ไว้รอให้เจ้าพร้อมเมื่อไหร่ ข้าจะไปสู่ขอเจ้าแต่งงานทันที ตอนนี้เจ้าไม่มีอัฐติดตัวแล้ว ดังนั้นเจ้าคงเดินทางกลับวังไม่ได้หรอก ไว้รอให้คนของข้าเดินทางมารับเจ้าไปที่หนานโจว ที่นั่น ข้าได้สร้างร้านหมอไว้ข้างๆ ร้านขายของเก่าหมายเลขอนันต์ (¥) แล้ว เจ้าจงทำงานเป็นหมออยู่ที่หนานโจวดีกว่า โดยทำงานใกล้ร้านขายของเก่าของข้า ข้าจะได้อุ่นใจ
โปรดอย่าแปลกใจ เพราะข้าได้ซื้อกิจการร้านขายของเก่ามาจากท่านป้าเหวยลู่แล้ว ข้าไปซื้อในตอนที่อดีตพ่อบ้านของพระชายาเหรินซวงขายของเก่าครบ 100 ชิ้นแล้ว
รักและคิดถึงเสมอ
เหลียงกัง
ป.ล. ข้าจะรอจนกว่าเจ้าจะยอมตกลงแต่งงานกับข้าก็แล้วกัน เจอกันที่หนาวโจว
เหมยซูรีบขยำจดหมาย จากนั้นก็รีบสำรวจตัวเองก็พบว่าตนโดนขโมยอัฐไปหมดเลย จากนั้นก็รีบไปหยิบคันฉ่อง และบ่นว่า “โอ๊ย! ปากเจ่อไปหมดแล้ว บ้าที่สุด! ทำไมเจ้าถึงชอบเอาเปรียบข้าไม่เลิกแบบนี้นะ เจ้าคงทำแบบนี้กับผู้หญิงคนอื่นด้วยสินะ”
เหมยซูก็เลยรีบอาบน้ำแต่งตัว และลงไปข้างล่าง นางก็เห็น ชายฉกรรจ์สี่คนพร้อมผู้หญิงอีกคนกำลังนั่งรอนางอยู่ในห้องอาหาร
“เสร็จเรียบร้อยแล้วใช่มั้ยเจ้าคะ ท่านรีบทานอาหารก่อนเถอะ พวกเราจะพาท่านไปที่เมืองหนานโจว” หญิงสาวแปลกหน้ากล่าว
“เจ้าไปส่งข้าที่เมืองหลวงได้มั้ยล่ะ” เหมยซูกล่าว
“ต้องขออภัยจริงๆ ข้าขัดคำสั่งนายท่านไม่ได้ ร้านหมอสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วนะเจ้าคะ ท่านไปเป็นหมอที่หนานโจวเถอะนะ” หญิงสาวเกลี้ยกล่อม
“แล้วถ้าข้าไม่ไปกับพวกเจ้าล่ะ” เหมยซูกล่าวเสียงแข็ง นางไม่ชอบให้ใครมาบังคับ
“งั้น ข้าก็จะไม่จ่ายค่าโรงเตี๊ยมให้เจ้าค่ะ” หญิงสาวแปลกหน้ากล่าว เพราะรู้ว่าเหมยซูไม่มีอัฐติดตัวเลย
“ใช่สิ! ทั้งเนื้อทั้งตัวข้าไม่มีอัฐเลย นายของเจ้าขโมยอัฐของข้าไป ข้าจะไปแจ้งทางการ” เหมยซูนึกขึ้นได้
“แม่นางอย่าดื้อเลยนะเจ้าคะ พวกเรารีบออกเดินทางไปหนานโจวกันเถอะ ผู้ป่วยที่นั่นรอให้แม่นางรักษาอยู่นะ” หญิงสาวแปลกหน้าพยายามเกลี้ยกล่อม
“แต่ข้าไม่ชอบการบังคับนี่” เหมยซูกำลังชั่งใจ
“ความจริงนี่คือรับสั่งขององค์รัชทายาท พระองค์ทรงมีพระประสงค์อยากให้เจ้าคืนดีกับเหลียงกัง ไม่เพียงเท่านั้นยังส่งข้าให้มาเป็นผู้ช่วยหมอ ส่วนชายฉกรรจ์ทั้งสี่นี้ก็คือทหารองครักษ์ที่มีหน้าที่คุ้มกันไปส่งท่านจนถึงหนานโจวเจ้าค่ะ” หญิงสาวแปลกหน้าอธิบาย
“เจ้าลาออกจากการเป็นนางกำนัล แล้วมาช่วยข้าเนี่ยนะ จะดีงั้นหรือ” เหมยซูแปลกใจ
“ความจริงข้าคือชาวหนานโจว มีนามว่า กว้านจู่ บ้านข้านั้นขัดสน พวกเขาก็เลยส่งข้าไปเป็นนางกำนัลในวัง แต่ข้าไม่ชอบชีวิตในวังหลวง ซึ่งพระชายาเหรินซวงเองก็ทรงรับรู้ความรู้สึกของข้า พระองค์ทรงมีพระเมตตาเสนอทางเลือกให้ข้า นั่นก็คือการมาเป็นผู้ช่วยหมออยู่ที่เมืองหนานโจวเจ้าค่ะ” กว้านจู่เล่าที่มาที่ไป
“ก็ได้! งั้นรีบออกเดินทางเถอะ เมืองหนานโจวไม่ใช่ใกล้ๆ” เหมยซูกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนลง
และแล้วเหมยซูก็ยอมใจอ่อนและยอมออกเดินทางไปพร้อมกับอดีตนางกำนัลกว้านจู่ โดยมีทหารองค์รักษ์ทั้งสี่คอยคุ้มกันตลอดทาง
ระหว่างทางที่นั่งรถม้าไปพร้อมกัน เหมยซูก็เลยถาม “ว่าแต่พ่อค้าเหลียงกังไปไหนแล้วล่ะ”
“เขาจะต้องกลับไปที่วังหลวง เพื่อรายงานสถานการณ์เกี่ยวกับซานชุยให้องค์รัชทายาททรงทราบเสียก่อน แล้วเขาจะเดินทางมายังเมืองหนานโจวเพื่อมาหาท่านเจ้าค่ะ” กว้านจู่รายงาน
“ไปหาแม่นางหลินจื้อผิงสิไม่ว่า” เหมยซูยังคงไม่เชื่อใจเหลียงกัง
“ท่านเชื่อคำพูดของนางอย่างนั้นหรือเจ้าคะ” กว้านจู่สงสัย
“จะมีผู้หญิงคนไหนกล้าโกหกว่าตนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้ชายให้คนอื่นฟังกันล่ะ” เหมยซูกล่าว
“ท่านควรฟังหูไว้หูบ้าง อย่าฟังความข้างเดียว ไม่งั้นท่านจะเสียใจภายหลังนะเจ้าคะ” กว้านจู่เตือน
“ข้าขอเข้าข้างฝ่ายหญิงไว้ก่อน ผู้หญิงเรามักเป็นฝ่ายเสียเปรียบเสมอ” เหมยซูยังคงไม่เปลี่ยนความคิด
********************************************
เจ็ดวันต่อมา
ท่านหมอเหมยซูได้เปิดร้านหมอมาสามวันแล้ว และตลอดสามวันที่ผ่านมา หลินจื้อผิงมักจะมาที่ร้านหมอและพูดโอ้อวดเรื่องที่เหลียงกังไปหานางทุกวัน หลังจากที่เหลียงกังกลับจากเมืองหลวงแล้ว
ท่านหมอเหมยซูที่กำลังไปซื้อยาสมุนไพรที่ร้านขายยาพร้อมกับกว้านจู่ ก็เลยบ่น
“ไม่เห็นว่าจะต้องมาพูดอวดว่าเหลียงกังไปหานางทุกวันเลยนะ” เหมยซูเบื่อ
“แม่นางหลินจื้อผิงคงอยากให้ท่านเลิกยุ่งเกี่ยวกับเหลียงกังน่ะสิเจ้าคะ” กว้านจู่กล่าว
“ข้าเองก็ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับเหลียงกังเลยนะ” เหมยซูรักษาผู้ป่วยตลอด จึงไม่มีเวลาไปหาใครทั้งนั้น
“หลินจื้อผิงคงเห็นว่าท่านเหลียงกังสร้างร้านหมอให้ท่าน นางก็เลยสงสัยว่าท่านต้องเป็นคนสำคัญของท่านเหลียงกัง ดังนั้นนางก็เลยทำทุกวิถีทางเพื่อกำจัดท่านน่ะสิเจ้าคะ” กว้านจู่ให้ความเห็น
“ช่างมันเถอะ! พวกเรารีบกลับร้านหมอกันดีกว่า” เหมยซูไม่อยากพูดเรื่องนี้อีก
ณ ร้านหมอ
“สงสัยแม่นางเซียะเหม่ย จะไปรอข้าในห้องรับรองแขกแล้ว ฝากเจ้านำยาสมุนไพรไปเก็บก่อนเถอะนะ ข้าต้องรีบดำเนินการรักษาให้แม่นางเซียะเหม่ยแล้ว” เหมยซูกล่าว
“เจ้าค่ะ” กว้านจู่หอบยาสมุนไพรไปเก็บ และรีบไปทำความสะอาดร้านหมอ ก่อนที่จะมีคนไข้มารักษาตัวที่นี่
เหมยซูเปิดประตูห้องรับรองแขกออก ก็พบว่า
“เจ้ามาทำไม” เหมยซูพูดเสียงแข็ง
“คำถามดูไม่เป็นมิตรเลยนะ พอข้าเดินทางมาถึงเมืองหนานโจว ข้าก็มุ่งตรงมาหาเจ้าเลยนะ” เหลียงกังกล่าว
“โกหก! หลินจื้อผิงบอกข้าหมดแล้ว ว่าเจ้าไปหานางที่บ้านทุกวัน เจ้ามาถึงหนานโจวตั้งแต่สามวันที่แล้วต่างหาก” เหมยซูไม่เชื่อ
“เจ้าเชื่อคำพูดนางอย่างนั้นหรือ” เหลียงกังสงสัย
“ใช่!” เหมยซูเชื่อหลินจื้อผิงจนหมดใจ
“ทำไมข้าถึงรู้สึกเหงื่อแตกแบบนี้ ข้ารู้สึกร้อนจังเลย” เหลียงกังรีบหยิบพัดที่อยู่บนโต๊ะ มาพัดหน้าตัวเอง
“นั่นเจ้าจะทำอะไรน่ะ ถอดเสื้อทำไม” เหมยซูตกใจกับอากัปกิริยาของฝ่ายชาย
“ข้ารู้สึกร้อนจริงๆ นะ ข้าไม่ไหวแล้ว” เหลียงกังรีบถอดเสื้อโดยไม่สนใจอะไรอีกแล้ว
“หรือว่า!” เหมยซูนึกขึ้นได้ นางรีบวิ่งไปดูที่กาน้ำชาทันที จากนั้นก็เลยว่า “นี่เจ้าดื่มชาของข้าหมดเลยอย่างนั้นหรือ”
“ก็ข้าเดินทางมาเหนื่อยๆ ก็ต้องกระหายเป็นธรรมดา” เหลียงกังแก้ตัว
“ข้าผสมยาในน้ำชา เพื่อหลอกให้แม่นางเซียะเหม่ยที่ไม่ชอบทานยาดื่มต่างหาก คนที่ไม่ได้เป็นโรคอะไรแล้วมาดื่มยานี้ พวกเขาก็จะมีอาการร้อนๆ หนาวๆ ทั้งวันแบบนี้น่ะสิ” เหมยซูอธิบาย
“ข้าไม่ไหวแล้ว ข้าถอดออกหมดเลยนะ” เหลียงกังกำลังจะถอดกางเกง
“ไม่ได้นะ! เจ้าจะมาแก้ผ้าแบบนี้ไม่ได้” เหมยซูรีบเข้าไปห้ามฝ่ายชายไม่ให้ถอดกางเกง
สักพัก ผู้ช่วยกว้านจู่ก็ตะโกนบอก “แม่นางเซียะเหม่ยกำลังจะเข้าไปหาแล้วนะเจ้าคะ”
“จะทำยังไงดี! ถ้าเซียะเหม่ยมาเห็นเข้า นางอาจเข้าใจผิดคิดว่าข้ากับเหลียงกังทำเรื่องอย่างว่ากัน ไม่ได้การแล้ว ข้าต้องพาเหลียงกังแช่ตัวในอ่างน้ำก่อน” เหมยซูพูดกับตัวเอง นางไม่รอช้า นางปล่อยให้ฝ่ายชายถอดกางเกงและรีบผลักเขาให้แช่ลงไปในอ่างน้ำขนาดใหญ่ที่มีไว้สำหรับแช่ตัวทันที จากนั้นก็วิ่งไปเปิดประตูให้เซียะเหม่ย
“ท่านทำอะไรอยู่ ข้าเคาะประตูเรียกท่านตั้งนาน” เซียะเหม่ยบ่น
“ปะ ปะ เปล่า ไม่มีอะไร” เหมยซูแสดงท่าทางมีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด
“ไหนว่าจะเลี้ยงอาหารข้าไงล่ะ” เซียะเหม่ยสงสัย
“เอ่อ คือว่า มีเหตุขัดข้องนิดหน่อย พวกเราเปลี่ยนมาทานอาหารเย็นด้วยกันที่นี่ดีมั้ย” เหมยซูรีบพูด
“เหตุขัดข้องอะไรงั้นหรือ” เซียะเหม่ยอยากรู้
“คือว่า ระหว่างที่ทำอาหาร ข้าเผลอปัดยาขมลงไปในอาหาร ทำให้รสชาติอาหารขมมาก เจ้าคงทานไม่ได้หรอก” เหมยซูรีบแต่งเรื่อง
“นั่นสิ! ข้ายิ่งไม่ชอบทานยาขมอยู่ เอาเป็นว่า ข้ามาหาท่านใหม่ตอนเย็นก็แล้วกัน ข้ากลับบ้านก่อนนะ” เซียะเหม่ยกล่าว
“ได้ แล้วเจอกันนะ” เหมยซูโล่งอก
ฮัดเช้ย! ฮัดเช้ย! ฮัดเช้ย!
“นั่นเสียงใครน่ะ” เซียะเหม่ยสงสัย เพราะนั่นเป็นเสียงผู้ชายจาม
“สงสัยจะเป็นเสียงคนขายฟืนจาม เขากำลังขนฟืนไปเก็บในร้านให้น่ะ” เหมยซูแก้ตัว
“สงสัยคนขนฟืนจะเป็นหวัดนะ เจ้าจัดยาให้เขาทานด้วยก็ดีนะ” เซียะเหม่ยแนะนำ
“ข้าคงต้องรีบไปตรวจอาการให้เขาเสียแล้ว” เหมยซูต้องพูดตามน้ำ
“ข้าไปล่ะ” เซียะเหม่ยยอมกลับบ้านไปก่อน แล้วค่อยกลับมาใหม่ในตอนเย็น
“ข้าไม่ส่งนะ” เหมยซูกล่าวตามหลัง
พอเหมยซูปิดประตูห้อง นางก็รีบวิ่งไปดูเหลียงกังที่กำลังแช่ตัวในอ่างน้ำ
“ข้าหนาวเหลือเกิน” เหลียงกังตัวสั่นเทา เขาเปลี่ยนจากรู้สึกร้อนเหงื่อแตก กลายเป็นรู้สึกหนาวสั่นขึ้นมา
“เจ้ารีบลุกไปนอนที่เตียงและห่มผ้าไปก่อนนะ ข้าจะรีบไปนำยาลูกกลอนควบคุมอุณหภูมิร่างกายมาให้เจ้าทาน” เหมยซูต้องรักษาตามอาการ
“รีบไปรีบมานะ ข้าหนาวจะตายอยู่แล้ว” เหลียงกังนอนคลุมโปงด้วยอาการหนาวจับสั่น
เหมยซูรีบวิ่งไปหยิบยาดังกล่าวที่ห้องนอน จากนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องรับรองแขกเพื่อนำยาไปป้อนให้เหลียงกัง
“เจ้ากินยาลูกกลอนไปแล้ว รีบดื่มน้ำตามซะ” เหมยซูยกถ้วยน้ำให้เหลียงกังดื่ม
เหลียงกังดื่มน้ำเสร็จ เขาก็เลยเอนตัวลงนอน
“เป็นไงดีขึ้นมั้ย” เหมยซูรีบสอบถามอาการ
“ค่อยยังชั่ว” เหลียงกังเริ่มกลับมาเป็นปกติ
“ท่านหมอเจ้าคะ แม่นางหลินจื้อผิงมาเยี่ยมเจ้าค่ะ” กว้านจู่ตะโกนบอก
เหมยซูก็เลยรีบวิ่งไปหยิบเสื้อผ้าของเหลียงกังไปซ่อนอยู่ใต้เตียงก่อน และบอกเหลียงกังว่า “เจ้าจงนอนคลุมโปงไว้นะ ห้ามเปิดออกมาเด็ดขาด”
“เจ้ากลัวหลินจื้อผิงเห็นข้าอย่างนั้นหรือ” เหลียงกังกล่าวอย่างรู้ทัน
“ข้าไม่อยากเสื่อมเสียชื่อเสียงเพราะเจ้า หวังว่าเจ้าจะเข้าใจนะ” เหมยซูกล่าวตรงๆ
“ก็ได้” เหลียงกังยอมคลุมโปงแต่โดยดี
เมื่อเหมยซูเห็นว่าเหลียงกังนอนตะแคงหันหลังให้และคลุมโปงอย่างดีแล้ว นางถึงเดินไปเปิดประตูห้องรับรองแขก ซึ่งความจริงแล้ว ห้องนี้คือห้องที่ใช้รักษาผู้ป่วย โดยห้องนี้มีทั้งห้องนอนและห้องแช่สมุนไพรแยกออกไป ที่เหมยซูเปลี่ยนห้องนี้เป็นห้องรับรองแขก เนื่องจากเหมยซูต้องการหลอกให้แม่นางเซียะเหม่ยยอมทานยารักษาโรค เหมยซูก็เลยจัดห้องนี้ให้เป็นห้องรับประทานอาหาร เพื่อทำทีว่าเหมยซูได้ทานอาหารร่วมกับแม่นางเซียะเหม่ย และเซียะเหม่ยจะได้เผลอดื่มน้ำชาที่ผสมยารักษาอาการป่วยของนางเข้าไป
“ทำไมเปิดประตูช้าจัง” หลินจื้อผิงบ่น
“มีอะไรกับข้างั้นหรือ” เหมยซูสงสัย เพราะหลินจื้อผิงมาหานางแทบทุกวัน
“ข้าเพิ่งไปนั่งเรือเที่ยวชมธรรมชาติรอบเมืองหนานโจวกับท่านเหลียงกังมา และพวกเรากำลังจะกลับไปที่บ้านข้าเพื่อไปรับประทานอาหารด้วยกัน ข้าผ่านร้านหมอพอดี ข้าก็เลยจะชวนเจ้าไปทานอาหารกับพวกเราด้วย” หลินจื้อผิงอวด
“เหลียงกังอยู่กับเจ้าอย่างนั้นหรือ” เหมยซูสงสัย เพราะความจริงแล้วเหลียงกังกำลังนอนอยู่ในห้องนี้ต่างหาก
“ก็ใช่น่ะสิ! ตอนนี้เขาไปรอข้าที่บ้านแล้ว เจ้าจะไปทานอาหารเที่ยงด้วยกันมั้ยล่ะ” หลินจื้อผิงชวน
“เอ่อ คือว่า ข้าไม่ว่างน่ะ” เหมยซูรีบปฏิเสธ
“ใครนอนอยู่บนเตียงน่ะ” หลินจื้อผิงสังเกตได้
“เหลียงกั… เอ้ย ไม่ใช่ เขาเป็นคนไข้ของข้าเอง ข้าต้องรีบทำการรักษาเขาเสียก่อน” เหมยซูกล่าว
“ไว้วันหลังก็ได้ งั้นข้ากลับบ้านก่อนนะ” หลินจื้อผิงยอมกลับบ้านด้วยท่าทางอารมณ์ดี
“เดินทางดีๆ ล่ะ” เหมยซูกล่าวตามหลัง
เหมยซูรีบปิดประตูห้องรับรองแขก ตอนนี้นางกำลังงงกับคำพูดของแม่นางหลินจื้อผิงเป็นอย่างมาก และเดินไปหาเหลียงกังที่เตียงด้วยอาการเหม่อลอย
เหลียงกังเลิกผ้าห่มจนเห็นว่าเขาเปลือยท่อนบน
“ว๊าย! เจ้าจะทำอะไรน่ะ” เหมยซูตื่นจากภวังค์ทันที และรีบปิดตาตัวเอง
“ก็สวมเสื้อผ้าไงล่ะ” เหลียงกังกล่าวยิ้มๆ
เหมยซูรีบหันหลังให้ “ให้ข้าออกไปก่อนสิ”
“ข้าสวมไม่นานหรอก ข้าอยากพูดกับเจ้าถึงเรื่องหลินจื้อผิง” เหลียงกังกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เสร็จหรือยังล่ะ” เหมยซูถามทั้งๆ ที่หันหลังให้
“ข้าสวมเสร็จแล้ว หันมาเถอะ” เหลียงกล่าวหลังจากแต่งกายเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“ไปนั่งที่โต๊ะสิ” เหมยซูคิดว่าต้องคุยกันอีกยาว
เหลียงกังไปนั่งที่โต๊ะดีๆ พร้อมกับบอกว่า “เจ้าคงแปลกใจสินะ ทั้งๆ ที่วันนี้ข้าก็อยู่กับเจ้าตลอด แต่หลินจื้อผิงกลับมาบอกเจ้าว่านางไปเที่ยวล่องเรือกับข้า”
“นางจะโกหกข้าทำไมกัน” เหมยซูไม่เข้าใจ
“ข้าไม่รู้ว่านางโกหกทุกคนหรือเปล่า แต่ทางบ้านของนางบอกว่า หลินจื้อผิงมองเห็นภาพหลอน นางมองเห็นคนในจินตนาการ” เหลียงกังเล่า
“นางป่วยอย่างนั้นหรือ” เหมยซูสงสัย
“ข้าไม่รู้ แต่เจ้าเองก็เห็นว่าข้าเพิ่งมาถึงเมืองหนานโจวจริงๆ ที่ข้าเพิ่งมาถึงก็เพราะข้าต้องทำงานให้องค์รัชทายาท ข้าคงไม่มีเวลาไปหาหลินจื้อผิงหรอกนะ” เหลียงกังอธิบาย
“ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ข้าต้องไปตรวจอาการนางสักครั้งแล้ว” เหมยซูเป็นห่วงอาการป่วยของหลินจื้อผิง
“ระหว่างนี้ข้าจะสวมหน้ากากไว้และปลอมตัวเป็นคนสนิทของเหลียงกังก่อน เพื่อให้เจ้าไม่สับสนดีมั้ย” เหลียงกังเสนอความคิด
“ท่านอยู่กับข้าที่นี่ตลอดได้มั้ยล่ะ” เหมยซูพลั้งปาก
“อะไรนะ!” เหลียงกังแอบยิ้ม
“ไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิดนะ! ข้าอยากพิสูจน์ให้แน่ใจว่าเจ้าไม่ได้แอบไปหานางจริงๆ ข้าจะได้แยกออกว่านางแกล้งพูด หรือนางมีสภาวะมองเห็นภาพลวงตาจริงๆ ต่างหาก” เหมยซูรีบแก้ตัว
“เอาไว้คืนนี้ ข้าไปสั่งการลูกน้องก่อน พรุ่งนี้ข้าจะขนของมาอยู่กับเจ้าที่นี่ก็แล้วกัน” เหลียงกังยอมตกลง
“อยู่ในฐานะเด็กรับใช้ของข้า ท่านทำได้มั้ยล่ะ” เหมยซูรีบข่ม
“ได้สิขอรับ คุณหนูเหมยซู” เหลียงกังยินดี ขอเพียงได้อยู่ใกล้ชิดคนรัก
“แล้วอาการท่านเป็นอย่างไรบ้าง ท่านหายแล้วแน่นะ” เหมยซูสอบถาม
“ตอนนี้ก็ไม่รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ อีกแล้ว มันยังมีอาการอื่นอีกอย่างนั้นหรือ” เหลียงกังสงสัย
“ข้าคาดเดาไม่ได้ เพราะแต่ละคนตอบสนองต่อยาไม่เหมือนกัน ยาลูกกลอนที่เจ้าทานนั้นเป็นเพียงยาควบคุมอุณหภูมิในร่างกายเท่านั้น ส่วนอาการอื่นๆ ข้าไม่รู้จริงๆ” เหมยซูต้องคอยดูอาการเหลียงกังไปก่อน
“เหมือนจะมีอาการแล้ว” เหลียงกังเริ่มรู้สึกได้
“เจ้าเป็นอะไรงั้นหรือ” เหมยซูตกใจ
“แขนข้ากระตุกแปลกๆ ด้วย” เหลียงกังมีอาการแขนกระตุก
“ไหนให้ข้าดูซิ” เหมยซูเข้าไปดูใกล้ๆ
แต่แล้วเหลียงกังก็รวบตัวเหมยซูเข้ามากอดได้สำเร็จ
“นี่เจ้าหลอกข้าอย่างนั้นหรือ ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ” เหมยซูพยายามดิ้น
“หายงอนข้าแล้วหรือยัง” เหลียงกังอยากรู้
“ข้าไม่ได้โกรธเจ้าเสียหน่อย รีบปล่อยข้าเถิด” เหมยซูพยายามขอร้อง
เหลียงกังจับล็อคหน้าหญิงสาว จากนั้นบดจูบกับนางอย่างไม่เกรงใจ
ตอนนี้ทั้งสองจูบกันอยู่ในภายในห้องรับรองแขก ผ่านไปนานพอสมควร จนแม่นางกว้านจู่เปิดประตูห้อง
“ว๊าย! ขออภัยด้วยเจ้าค่ะ ข้าเคาะประตูอยู่นานมาก ไม่เห็นท่านมาเปิดให้ข้าสักที ข้าก็เลยถือวิสาสะเปิดเข้ามาดูเจ้าค่ะ” กว้านจู่รีบหันหลังให้
เหมยซูรีบผละออกจากฝ่ายชาย นางอายมากและทำตัวไม่ถูก นางก็เลยวิ่งหนีเข้าห้องนอนตัวเองทันที
“เจ้าจะไปไหนน่ะ” เหลียงกังตะโกนถาม และกำลังจะเดินตามไป
กว้านจู่รีบเอาตัวเข้าไปขวาง จากนั้นก็กล่าวว่า “ท่านอย่าเพิ่งตามท่านหมอไปเลยนะเจ้าคะ ตอนนี้ท่านรีบไปที่ร้านขายของเก่าที่อยู่ข้างๆ นี้ก่อน เห็นว่ามีโจรขโมยของด้วยเจ้าค่ะ”
“ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้ และห้ามบอกใครว่าเห็นข้ามาที่นี่ล่ะ” เหลียงกังกำชับ
“ทำไมล่ะเจ้าคะ ท่านไม่ควรทำให้ท่านหมอกลายเป็นผู้หญิงลับๆ ของท่านนะ” กว้านจู่เข้าใจผิด
“เหมยซูคือว่าที่ฮูหยินของข้า ข้าไม่มีทางปล่อยให้นางเสื่อมเสียชื่อเสียงหรอก แต่ที่ข้าต้องปิดบังไม่ให้ทุกคนรู้ว่าข้ามาถึงเมืองหนานโจวแล้ว ก็เพื่อทดสอบอาการป่วยของหลินจื้อผิงที่เที่ยวไปบอกใครต่อใครว่า นางไปไหนมาไหนกับข้าต่างหาก” เหลียงกังอธิบาย
“หลินจื้อผิงป่วยหรือเจ้าคะ ไม่ใช่ท่านแอบไปหานางจริงๆ อย่างนั้นหรือ” กว้านจู่เค้นถาม นางต้องปกป้องเจ้านาย
“เจ้าคิดว่าข้าว่างขนาดนั้นเลยงั้นหรือ วันๆ ข้าต้องเดินทางติดต่อค้าขายต่างเมือง เวลาที่จะมาหาเหมยซูยังไม่มีเลย” เหลียงกังกล่าวอ้าง
“ข้าเชื่อท่านก็ได้เจ้าค่ะ ขอเพียงท่านไม่เห็นเจ้านายข้าเป็นดอกไม้ริมทางก็พอ” กว้านจู่สงสารเจ้านาย
“นางคือดอกไม้สวรรค์ที่ข้าพยายามเอื้อมให้ถึงต่างหาก” เหลียงกังคิดว่าเหมยซูคือสิ่งมีค่าที่สุดของเขา
“งั้นท่านรีบปลอมตัวก่อนเถิดเจ้าค่ะ และรีบไปดูร้านขายของเก่าเร็วเข้า ไม่รู้อะไรหายไปบ้าง” กว้านจู่ไม่รู้รายละเอียด
“ฝากเจ้าดูแลคนรักของข้าด้วยล่ะ” เหลียงกังเป็นห่วงท่านหมอ
“ทราบแล้วเจ้าค่ะ” กว้านจู่รับคำ
พอเหลียงกังเดินไปที่ร้านขายของเก่าหมายเลขอนันต์ กว้านจู่ก็รีบเดินเข้าไปในห้องนอนของท่านหมอเหมยซูที่ไม่ได้ใส่กลอนประตู นางจึงเปิดประตูเข้าไปดูเจ้านายได้อย่างง่ายดาย
“ท่านบิดหมอนจะขาดอยู่แล้วนะเจ้าคะ นี่ท่านกำลังเขินอยู่อย่างนั้นหรือ” กว้านจู่แอบยิ้มกับอาการเขินของเจ้านาย
“เปล่าซะหน่อย ใครเขินกัน” เหมยซูรีบแก้ตัว
“นี่ไงหลักฐาน หมอนเสียรูปไปหมดแล้วนะเจ้าค่ะ” กว้านจู่ชี้ไปที่หมอน
“เลิกพูดเรื่องนี้เถิด! เจ้าเป็นชาวหนานโจว แสดงว่าเจ้ารู้จักหลินจื้อผิง เจ้าช่วยเล่าความเป็นมาของนางให้ข้าฟังได้หรือไม่” เหมยซูเข้าเรื่องด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ก็ได้เจ้าค่ะ ข้าจะเล่าเรื่องราวของนางให้ท่านฟัง เรื่องมีอยู่ว่า….