“ทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงลอยได้ล่ะ?”
“นี่มันหลอกลวงหรือเปล่า?”
“ใช่ๆสถานีพวกนี้กำลังช่วยโปรโมทหนังใหม่อยู่แน่เลย”
“ไปดูช่องอื่นไหม?”
“...แต่ว่าช่องอื่นก็เป็นเหมือนกันนะ?”
ความคิดเห็นสุดท้ายนั่นพูดขึ้นมาเพราะเขาได้ทำการไล่เปลี่ยนช่องดูหลายๆช่องแล้วนอกจากนี้ยังมีการถ่ายทอดสดทางอินเตอร์เน็ตที่ผู้ถ่ายเป็นมือสมัครเล่น แต่ฉากที่เปลวไฟนั้นพุ่งผ่านท้องฟ้านั้นไม่ว่าจะช่องไหนก็ถ่ายทอดออกมาในลักษณะคล้ายๆกัน
นี่มันคือของจริง!
“มีรายงานว่าทางรัฐบาลและกองทัพได้ออกคำสั่งอพยพประชากรที่อาศัยอยู่ในเมืองA เรียบร้อยแล้วประชาชนคนใดที่ยังอยู่ในพื้นที่เสี่ยงกรุณารีบอพยพอย่างเร็วที่สุดค่ะ”
ทันใดนั้นทุกช่องก็รายงานเรื่องคำสั่งอพยพออกมาพร้อมๆกัน แปลว่าสถานการณ์ตอนนี้กำลังอันตรายและทุกอย่างเป็นความจริงไม่ใช่การแสดง!
หญิงสาวที่กำลังลอยอยู่อย่างกับซุปเปอร์ฮีโร่ในหนังของทางตะวันตกตรงหน้านี่ก็คือของจริงเหมือนกัน!
“แบบนี้แย่แล้วสิ...”
หลิวเยี่ยนเฟยทำหน้าเครียด ดูเหมือนว่าการมีอยู่ของผู้ฝึกตนจะถูกเปิดเผยออกมาก็วันนี้นี่แหละ
มันไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยมีคนคิดที่จะนำเรื่องของผู้ฝึกตนไปป่าวประกาศ เพียงแต่ผู้คนก็เลือกที่จะมองผ่านๆแล้วคิดว่าพวกมันเป็นกังฟูหรือศิลปะป้องกันตัวประเภทหนึ่ง ไม่ก็คิดว่าเป็นการตัดต่อหรือจัดฉากก็เท่านั้น
แต่ครั้งนี้มันต่างกัน มังกรตัวใหญ่ยักษ์ที่ไม่ว่าใครก็เห็นทั้งยังมีผู้คนที่บินอยู่บนท้องฟ้าได้ แบบนี้แม้กองทัพจะช่วยปิดบังอย่างไรก็คงจะไม่ทัน
“เรื่องนั้นไม่สำคัญแล้วที่สำคัญคือท่านไป่ฟานเซียนจะรับมือกับสถานการณ์นี้ได้หรือเปล่า?”
จางเซียนหยวนเงยหน้าขึ้นมองไปบนท้องฟ้าที่ซึ่งมีร่างของราชินีมังกรที่แผ่แรงกดดันมหาศาลออกมาอยู่
พลังของราชินีมังกรแข็งแกร่งขนาดไหนเขาก็เคยเห็นมาแล้วกับตา
ทันใดนั้นเอง ที่ทางเหนือของเมืองก็ปรากฏเครื่องบินขับไล่หลายลำที่บินตรงเข้ามาด้วยความเร็วสูงพวกมันเป็นอากาศยานทางทหารที่ถูกออกแบบมาเพื่อการต่อสู้ทางอากาศกับอากาศยานลำอื่นเป็นหลัก แต่ในยามนี้พวกมันถูกใช้เพื่อรับมือกับ “มังกร”ที่กำลังบินอยู่บนฟ้า
“ใครเป็นคนสั่ง!?”
จางเซียนหยวนตกใจ เพราะเขาที่เป็นจอมพลของกองทัพยังไม่มีคำสั่งอะไรออกไปด้วยซ้ำ และเขาก็มั่นใจว่าเครื่องบินขับไล่พวกนั้นไม่มีทางที่จะทำอะไรราชินีมังกรได้
“...เป็นคำสั่งจากทางรัฐบาลครับ”
จิ้นหลิงที่กำลังต่อสายกับกองทัพอยู่ตอบกลับมา ท่านจอมพลทำหน้าเครียด นี่เขาไม่อยู่แค่เดือนกว่าๆพวกรัฐบาลกลับสามารถสอดมือเข้ามายุ่งกับเรื่องของกองทัพได้ขนาดนี้แล้ว?
ตูม!
เครื่องบินขับไล่พวกนั้นไม่พูดพร่ำทำเพลง เมื่อเช้ามาอยู่ในระยะก็เปิดฉากโจมตีใส่ราชินีมังกร อาวุธที่สามารถใช้ได้ถูกประเคนออกมาหมดไม่มียั้ง เสียงของปืนและระเบิดดังขึ้นต่อเนื่องพร้อมกับควันที่เริ่มคละคลุ้งไปทั่วท้องฟ้า
โฮก!
เพียงแต่ทันทีที่การจู่โจมรอบแรกหมดลงราชินีมังกรก็เงยหน้ากู่ร้องคำรามขึ้น กลุ่มควันที่ปกคลุมตัวนางอยู่ถูกกระแสลมรุนแรงพัดกวาดทีเดียวก็หายไปความรุนแรงของสายลมนั้นทำให้เฮลิคอปเตอร์ของนักข่าวที่อยู่ด้านหลังไป่ฟานเซียนเอียงไปมา
พวกเขาแม้จะยังหวาดกลัวแต่จิตวัญญาณการเป็นนักข่าวก็ยังทำงานอยู่ การถ่ายทอดสดฉากที่ทั้งรุนแรงและเต็มไปด้วยความตื่นเต้นนี้จากจุดที่ชัดเจนที่สุดทำให้ยอดคนดูจากทั่วประเทศเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
“...แมลงพวกนี้น่ารำคาญจริง”
ราชินีมังกรกำลังหมายถึงเครื่องบินขับไล่ที่บินฉวัดเฉวียนอยู่รอบตัวนาง ทันใดนั้นกรงเล็บของนางก็ปัดกวาดทีเดียวใส่เครื่องบินลำหนึ่งที่บังเอิญเข้ามาใกล้ ความเร็วของกรงเล็บนั้นทำให้นักบินไม่สามารถที่จะควบคุมเครื่องเพื่อหลบได้ทัน พอรู้ตัวอีกทีเครื่องบินลำนั้นก็ถูกตัดจนกลายเป็นหลายส่วน!
ตูม!
เครื่องบินที่ถูกตัดย่อมไม่สามารถจะบินได้ มันระเบิดกลางท้องฟ้ากลายเป็นเศษเหล็กที่ร่วงโรยลงมา นักบินที่หลับตาแน่นเพราะคิดว่าตนคงไม่รอดแล้วกลับประหลาดใจ เพราะร่างของเขากำลังลอยอยู่กลางอากาศ โดยที่ด้านหน้านั้นมีร่างของหญิงสาวงดงามคนหนึ่งยืนอยู่!
ไป่ฟานเซียนสะบัดมือทีหนึ่งร่างของนักบินชายก็ร่วงตกลงไปในทะเล ถึงเขาจะจุกอยู่นิดหน่อยแต่ก็ถือว่ารอดมาจากความตายได้สำเร็จ!
“...บอกให้คนของเจ้าถอยไปให้หมด”
เสียงของไป่ฟานเซียนดังไปถึงหูของจางเซียนหยวนและหลิวเยี่ยนเฟยที่อยู่ตรงชายหาด ท่านจอมพลเข้าใจดีว่าการกระทำของรัฐบาลครั้งนี้มันไปเกะกะขวางทางไป่ฟานเซียนแค่ไหน เขารีบออกคำสั่งผ่านหูฟังที่ได้จากจิ้นหลิงด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด ทำให้เครื่องบินขับไล่อีกหลายลำที่รอดมาได้รีบหันหัวเครื่องบินถอยออกไปจนห่าง
แต่มันก็ยังมีบางส่วนที่ยังทำสีหน้าลังเล โดยเฉพาะพวกนักข่าวที่อยู่บนเฮลิคอปเตอร์ลำนั้นที่ถูกหัวหน้าสถานีกดดันให้ถ่ายทำต่อไป
“...”
แต่ทันใดนั้นร่างของนักข่าว ตากล้องรวมถึงคนขับก็ลอยขึ้นเหนือพื้น เข็มขัดนิรภัยที่คาดเอาไว้ถูกบางอย่างตัดจนขาดสะบั้น พวกเขาตกใจจนกรีดร้องออกมาไม่หยุด ไป่ฟานเซียนสะบัดมือทีหนึ่งร่างของพวกเขาก็ลอยละลิ่วลงไปกลางน้ำ ส่วนเฮลิคอปเตอร์ที่ไร้คนขับนั้นก็เสียการทรงตัวก่อนจะตกลงไปในทะเลที่ไม่ห่างกันนักเช่นเดียวกัน
เมื่อเห็นว่าไม่มีคนมาคอยเกะกะแล้วไป่ฟานเซียนก็หันมาเผชิญหน้ากับราชินีมังกร
อย่าเห็นว่านางใจดีหรือใจอ่อนกับคนไม่รู้จักขึ้นมากะทันหันเพียงแต่ครั้งนี้เรื่องราวมันเกิดมาจากนาง เป็นเพราะนางตัวตนอย่างราชินีมังกรจึงมาปรากฏตัวขึ้นในโลกฝั่งนี้
ดังนั้นสิ่งที่นางทำอยู่ก็คือการรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง
นอกจากนี้นางยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ“หมื่นสวรรค์นิรันด์” ที่ราชินีมังกรพูดถึง ดังนั้นไม่ว่าอย่างไรนางก็ต้องเค้นความจริงออกมาจากปากของราชินีมังกรให้ได้
“พลังชีวิตของโลกใบนี้เหมาะกับการฝึกตนยิ่งกว่าที่โลกของข้าเสียอีก...”
ราชินีมังกรพูดขณะเดียวกันร่างกายของนางก็กำลังสัมผัสถึงพลังจากธรรมชาติที่ไหลเวียนอยู่รอบๆอย่างอิ่มเอม
“เจ้ารู้อะไรเกี่ยวกับโอสถนั่น?”
ไป่ฟานเซียนหรี่ตา
คำถามของไป่ฟานเซียนทำให้ราชินีมังกรประหลาดใจ นางเลิกคิ้วแล้วมองไป่ฟานเซียนอย่างเหยียดหยาม
“เจ้าจะบอกว่าเจ้าปรุงมันขึ้นมาโดยที่ไม่รู้ถึงสรรพคุณของมันหรือไร?”
นางไม่เชื่อ
“...” ไป่ฟานเซียนไม่ตอบรับ มันเป็นความจริงที่ว่าโอสถแต่ละชนิดของนางส่วนมากนั้นเกิดจากการทดลองและแก้ไขมันด้วยตนเอง นางใช้ร่างกายของตัวเองในการทดลองพลังของโอสถแต่ละเม็ด ซึ่งนั่นย่อมรวมไปถึงโอสถ “หมื่นสวรรค์นิรันด์”ที่ราชินีมังกรพูดถึงด้วย
“เล่าทุกเรื่องที่เจ้ารู้ให้ข้าฟัง...”
ไป่ฟานเซียนยังคงใจเย็น เหตุผลที่นางยังไม่ลงมือเสียทีก็เพราะราชินีมังกรตรงหน้ากำ “ความลับ”บางอย่างที่มีความเกี่ยวข้องกับตัวนางไว้อยู่
“เจ้ามันก็แค่คนเห็นแก่ตัวของโลกแบบข้า!”
ราชินีมังกรคำราม ท่าทางไม่รู้อะไรเลยของหญิงสาวราวกับกำลังดูถูกนางอยู่ ร่างกายของนางเปล่งประกายสีแดงฉาน อุณหภูมิรอบตัวพลันสูงขึ้นในพริบตา ปีกที่ใหญ่โตนั้นเคลื่อนไหวแค่ครั้งเดียวก็มาปรากฏตัวต่อหน้าไป่ฟานเซียน
เปรี้ยง!
เสียงปะทะอันรุนแรงจนแม้แต่พื้นดินยังสั่นไหวดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท้องทะเลที่เคยสงบถูกคลื่นลมอันวุ่นวายทำให้ปั่นป่วนจนคนที่ลอยคออยู่ในทะเลต้องรีบว่ายน้ำเข้าฝั่ง
การต่อสู้กันของทั้งสองยังคงถูกถ่ายทอดสดผ่านหลากหลายช่องทาง พวกเขาพยายามหลบเลี่ยงคนของกองทัพและแอบถ่ายจากระยะไกล แต่ฉากที่หนึ่งคนหนึ่งมังกรกำลังแลกหมัดกันกลางอากาศนั่นกำลังตราตรึงอยู่ในความทรงจำของใครหลายๆคน
ในชีวิตนี้ไม่มีทางที่พวกเขาจะได้เห็นอะไรแบบนี้อีก!
ไป่ฟานเซียนรับมือกับราชินีมังกรที่กำลังโกรธอย่างใจเย็น ทุกการเคลื่อนไหวของนางพยายามคุมความเสียหายไม่ให้มันลุกลามมากไปกว่าที่มันควรจะเป็น
เพลิงมังกรพิโรธ!
เปลวเพลิงทรงกลมที่มีอำนาจทำลายล้างมหาศาลถูกปลดปล่อยออกมา ไป่ฟานเซียนสะบัดมือครั้งเดียวการโจมตีของราชินีมังกรก็ถูกเบี่ยงออกไปตกกลางทะเล ความร้อนของเพลิงมังกรเมื่อสัมผัสกับน้ำทะเลก็ทำให้เกิดไอน้ำมหาศาลพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ท้องทะเลที่ระเหยกลายเป็นไอปรากฏเป็นหลุมลึกอยู่พริบตาหนึ่ง ก่อนที่น้ำทะเลส่วนอื่นจะเคลื่อนตัวเข้าไปแทนที่
การโจมตีของราชินีมังกรยิ่งนานยิ่งบ้าคลั่ง มันกำลังเปลี่ยนพื้นที่บริเวณชายหาดนี้ให้เต็มไปด้วยหลุมและบ่อ แม้แต่เหล่าผู้ติดตามของนางและกำลังทหารของกองทัพก็ยังต้องรีบถอนตัวออกไปโดยเร็วที่สุด
“นี่มันคืออะไรกัน?”
ทันใดนั้นก็มีคนสามคนที่กำลังบินตรงเข้ามายังพื้นที่นี้ด้วยความเร็วสูง
พวกเขาสวมใส่เสื้อของทางการและประดับยศเช่นเดียวกันกับหลิวเยี่ยนเฟย
เหล่าพลเอกของกองทัพ!
ผู้ที่พูดออกมาเมื่อครู่คือชายฉกรรจ์ที่มีหนวดเครารุงรังคล้ายกับสัตว์ร้าย เขาคือคนที่ปะทะกันกับจอมดาบเจิ้งเหรินอี้บนหุบเขาในวันนั้น
ราชันย์บูรพา หม่าฟู่เฟิง!
หัวหน้าหน่วยพยัคฆ์แดงของกองทัพ
นอกจากนี้ยังมีชายชราและหญิงสาวอีกหนึ่งคน พวกเขาสังเกตสถานการณ์เงียบๆ หลังจากที่ทักทายจอมพลจางเซียนหยวนด้วยความประหลาดใจแล้ว
“...ตอนนี้พวกเราทำอะไรไม่ได้หรอก”
จางเซียนหยวนพูดขณะที่มองไปบนท้องฟ้า ตั้งแต่ที่กลายมาเป็นปรมาจารย์และจอมพลแห่งกองทัพเขาไม่เคยรู้สึกว่าตนเองไร้พลังเท่าวันนี้มาก่อน
“ฮึ่ม! ของแบบนี้ยังไม่ลองจะไปรู้ได้ยังไง!?”
หม่าฟู่เฟิงคำรามซึ่งหญิงสาวหนึ่งเดียวในหมู่จอมพลก็พยักหน้าเห็นด้วย เธอกำลังจ้องมองไป่ฟานเซียนซึ่งเป็นผู้หญิงเหมือนกันด้วยความรู้สึกซับซ้อน ไม่ใช่ว่าเธอคนนั้นคือผู้ที่มีข่าวออกมาว่าเป็นลูกสาวบุญธรรมของท่านจอมพลหรือไร?
“เจ้าอย่าขึ้นไปรบกวนนางจะดีกว่า” แต่ก่อนที่พวกเขาจะทะยานขึ้นไปร่วมวง หม่าฟู่เฟิงก็พบว่าที่ด้านหลังของจางเซียนหยวนคือจอมดาบเจิ้งเหรินอี้ที่จับจ้องมาอย่างสงบ
“ตาแก่? แม้แต่แกก็ยังจะห้ามฉันเหรอ?”
หม่าฟู่เฟิงพูดอย่างไม่ชอบใจ
“...ข้าก็ไม่อยากจะขวางเจ้าหรอก” เจิ้งเหรินอี้ถอนหายใจ ทันใดนั้นแรงกดดันอันมหาศาลของชายชราก็ระเบิดออกมา ความรุนแรงและความแหลมคมของมันสามารถทำให้หม่าฟู่เฟิงยังตัวสั่น
“...นี่มัน?”
แม้แต่จางเซียนหยวนยังประหลาดใจ เพราะพลังที่เจิ้งเหรินอี้ปลดปล่อยออกมานั้นมันใกล้เคียงกับปรมาจารย์ระดับเก้าอย่างเขาแล้ว!
ชายชราคนนี้ไปเจออะไรมาในช่วงหนึ่งเดือนที่แล้วกัน!?
“ถ้าแม้แต่แรงกดดันของข้าเจ้ายังรับมือไม่ไหว ก็อย่าไปเป็นตัวถ่วงสาวน้อยคนนั้นจะดีกว่า”เจิ้งเหรินอี้ถอนหายใจแล้วสลายแรงกดดันทิ้งไป ชายชราหันมาพูดต่อด้วยดวงตาคมกริบ
“นางนั้นแข็งแกร่งกว่าข้าและท่านจอมพลของเจ้าหลายเท่า เกรงว่าแค่นิ้วเดียวของนางก็เอาชนะพวกข้าได้สบายๆแล้ว...”
หม่าฟู่เฟิงฟังอย่างเหลือเชื่อ แต่ในเมื่อขนาดท่านจอมพลยังพยักหน้ารับเขาก็ได้แต่จับจ้องไปที่หญิงสาวบนท้องฟ้าอย่างตื่นตระหนก
นางแข็งแกร่งขนาดไหนกัน?
ราชินีมังกรเองก็กำลังไม่พอใจที่ไป่ฟานเซียนซึ่งเป็นเพียงมนุษย์สามารถรับมือกับนางหลังจากที่กินโอสถเม็ดนั้นเข้าไปได้ ทันใดนั้นพลังรอบตัวของนางก็ปั่นป่วน แรงกดดันของระดับ “ตัวตนกึ่งอมตะ”พวยพุ่งออกมาจากร่าง อากาศรอบๆเริ่มสั่นสะท้าน แม้แต่ระดับปรมาจารย์ยังลงไปคุกเข่าลงกับพื้น!
สิ่งนี้คล้ายคลึงกับที่ไป่ฟานเซียนเคยปลดปล่อยออกมาในครั้งแรกที่นางตื่น! สถานการณ์นี้มันคล้ายคลึงกันจนจางเซียนหยวนเริ่มเหงื่อตก
“ปลดปล่อยพลังเต็มที่ของเจ้าออกมาเสีย มนุษย์!”
ราชินีมังกรพูดด้วยน้ำเสียงที่อัดแน่นไปด้วยพลังปราณ ยิ่งปะทะกันนานขึ้นนางก็รู้สึกเหมือนนางกำลังโดนเหยียดหยาม เพราะไป่ฟานเซียนเพียงป้องกันการโจมตีของนางอยู่ฝ่ายเดียวเงียบๆ เหล่าคนธรรมดาที่อยู่ห่างออกไปถูกเสียงนั้นรู้สึกมึนงงจนเกือบจะสิ้นสติ คนบางคนรู้สึกว่าบ้านเรือนที่อยู่แถวนั้นบางส่วนเริ่มพังทลายเพียงเพราะการคำรามครั้งเดียวนั้น
“ไม่เช่นนั้น...”
ดวงตาที่ใหญ่โตของนางเบี่ยงมาทางเหล่าผู้ติดตามของไป่ฟานเซียน
ครืน...
เพลิงสีแดงฉานเริ่มรวมตัวในปากของราชินีมังกร นางกำลังจะปลดปล่อยการโจมตีไปทางพวกเขาโดยไม่ปราณี!
แต่เพราะการกระทำนั้น ที่มันไปกระตุ้นโทสะของไป่ฟานเซียนขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
แรงกดดันที่รุนแรง “ยิ่งกว่า”ของราชินีมังกรพลันระเบิดออกมาจากร่าง
ไป่ฟานเซียนพริบตาเดียวก็พลิกตัวไปปรากฏอยู่บนหัวที่ใหญ่โตนั่น
ก่อนที่ใครจะรู้ตัว เรียวขาที่งดงามก็ง้างขึ้นเหนือหัว การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อนั้นเต็มไปด้วยความไหลลื่นแทบจะเป็นส่วนเดียวกับพลังชีวิตของโลก น้ำหนักของเท้าที่ตอกลงมาผสานกับแรงโน้มถ่วงที่เพิ่มขึ้นกะทันหัน
ปรมัตถ์ตอกส้น!
เปรี้ยง!
ราชินีมังกรรู้สึกถึงแรงปะทะที่กลางหัว ปากที่อ้ากว้างของนางถูกส้นเท้าของไป่ฟานเซียนบังคับให้หุบลงจนเปลวไฟในปากนั้นสลายไป ความรุนแรงของมันถึงขนาดทำให้เกิดคลื่นกระแทกที่ดังสนั่น แม้แต่ปีกที่ใหญ่โตทั้งสองข้างก็ยังไม่สามารถทำให้นางทรงตัวอยู่กลางอากาศได้อีกต่อไป ราชินีมังกรร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นน้ำจนสาดกระเซ็น!
ไป่ฟานเซียนที่ยืนอยู่กลางอากาศถูกจับจ้องจากทุกสายตาด้วยความตื่นตะลึง โดยเฉพาะราชินีมังกรที่ไม่อยากจะเชื่อว่าหญิงสาวผู้นี้ยังมีพลังที่ยังไม่แสดงออกมาอยู่อีก!
“...ข้าคงต้องซ้อมจนกว่าเจ้าจะยอมพูดความจริงออกมาแล้วกระมัง?”
“