อลินตาเฉลยเรื่องราวที่ต้องมอบแหวนแม่เพียงผีตายทั้งกลมให้เป๋ากับหมิงเป๋าตกใจยกมือทาบอกไม่คิดว่าตนเองจะอยู่ในช่วงดวงตกถึงขั้นชะตาขาดอลินตาบอกเป๋าแล้วก็หันมาทางหมิงที่กลืนน้ำลายนิ่งรอฟังว่าตนเองจะมีดวงชะตาเช่นไร
“หมิงเต๋อนายโชคดีกว่าเป๋านะดวงนายแค่ตกชะตาคอขาด! แต่ไม่ต้องกังวลฉันไม่ปล่อยให้พวกนายมีอันเป็นไปเด็ดขาด”หมิงแค่นยิ้ม คิดในใจโชคดีกว่าไอ้เป๋าตรงไหนวะ... แต่เป๋าและหมิงก็สัมผัสได้ถึงความห่วงใยที่อลินตามีต่อเขาทั้งสองคนทางด้านเป๋าก็ขอบตาแดงๆ คล้ายจะร้องไห้วิตกกังวลกับสิ่งที่เพิ่งได้รับฟังมาถ้าเป็นหมอดูคนอื่นเป๋าจะไม่เชื่อสักนิดกับสิ่งที่ทายทัก แต่นี่เป็นอลินตาหมอดูที่แม่นที่สุดในสามโลกมีหรือที่จะไม่จริง!
“เป๋า เอ่อ..คุณอลิน เป๋าจะตายไหมคะ..?” เป็นครั้งแรกที่เป๋าไม่แผดเสียงแจ๋นๆดังเคย อลินยิ้มละมุนคล้ายปลอบโยนคนถาม
“นี่เป๋า ฉันไม่ยอมให้นายตายก่อนวัยอันควรหรอกน่าแต่ตอนนี้ฉันได้แค่สวดมนต์บทอุณหิสสะวิชะยะคาถาเพื่อต่อชะตาให้นายไปก่อนส่วนเรื่องตายอาจจะตาย แต่ตายได้ก็ต้องเกิดใหม่ได้ เอาเป็นว่าตอนนี้นายสวมแหวนนั่นไปก่อนและอยู่ใกล้ๆ ฉันเอาไว้ ฉันจะปกป้องนายเองเป๋าตุง” เป๋าตุงไม่รอช้ารีบกระชับแหวนในนิ้วตนเองใจก็ตุ๊มๆต่อมๆ แต่ก็แอบซาบซึ้งในน้ำใจของอลินตาไม่น้อยทางด้านหมิงที่ลอบมองนายสาวของตัวเองเขาสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่อลินตามีให้เขากับเป๋า
“หมิงเต๋อนายเองก็ต้องอยู่ใกล้ๆฉันไปก่อนจนกว่าดาวประจำชะตานายจะเคลื่อนออกจากทิศคอขาด จากนั้นนายจะปลอดภัยถ้าผ่านช่วงชะตาอันเลวร้ายนี้ไปได้ดวงมหาอุตม์ของพวกนายจะเข้มขลังยิ่งกว่าเดิม”อลินตาไม่เล่าให้สองลูกน้องฟังว่าอนาคตภายภาคหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่กับสองลูกน้องซึ่งเธอก็ยังเห็นไม่ชัดแต่มีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน!ความพลัดพรากย่อมมีในโลกแห่งกรรมเสมอ ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกรา!!อลินตาได้แต่สลัดความคิดส่วนตัวออก ก่อนจะพูดต่อ
“ขอให้พวกนายมั่นใจอยู่ใกล้กับฉันพวกนายปลอดภัยแน่นอน” เป๋ากับหมิงพยักหน้าพร้อมกันอลินตามองหน้าทั้งสองก่อนจะพูดเปลี่ยนเรื่อง
“เอาล่ะตัดความคิดพวกนั้นทิ้งไปก่อนพรุ่งนี้ช่วงบ่ายเราจะไปเรือนรูปจันทร์กันจัดการเรื่องที่อยู่ใหม่แล้วเราจะย้ายออกจากที่นี่ทันที” และได้ผล เมื่ออลินตาเอ่ยถึงเรือนรูปจันทร์หมิงที่กำลังกังวลเป๋าที่กำลังกลัวตาย ก็พลันชะงักกึก เพราะผีแม่รูปจันทร์นั้น ดูท่าจะเฮี้ยนจนอาจจะพิชิตชีวิตของพวกเขาให้ไปเร็วกว่าเดิมก็เป็นได้เป๋าแหกปากทันที
“คุณอลินจะเอาจริงๆใช่ไหมคะ กับเรือนของแม่รูปจันทร์” อลินตาหันมาทางเป๋า
“ฉันเหมือนพูดเล่นเหรอจ๊ะเป๋าตุง!”จบข่าว เมื่ออลินตาใส่ความมั่นใจเกินล้านเปอร์เซ็นต์เสียขนาดนั้นช้างทั้งโขลงมาฉุดนางก็คงไม่อยู่แล้วล่ะ อลินตาพูดต่อ
“นายทั้งสองเตรียมตัวไว้ก็แล้วกันเสร็จเรื่องบ้านแล้ว ฉันจะให้เป๋าตุงเตรียมจัดหาว่านพืชสมุนไพรที่ฉันส่งให้มาลงที่โรงเกษตรได้เลยงานนี้เจ้าของบ้านที่เป็นคน ได้ตกลงแล้วว่าถ้าฉันสามารถเข้าไปอยู่ที่บ้านหลังนั้นได้เขาจะแถมที่ดินบริเวณรอบบ้านให้ทั้งหมดงานนี้ถ้าสำเร็จก็เหมือนได้บ้านพร้อมที่ดินฟรีๆ เลยล่ะ” สองเพื่อนรักมองหน้ากันอลินตามั่นใจเบอร์นี้มีหรือที่จะไม่สำเร็จถ้าลองได้ตัดสินใจจะเอา ยังไงก็ต้องได้แน่แต่หมิงเต๋อก็แอบสงสัย
“คุณอลินครับผมถามนิดนะครับคือคุณอลินคิดจะอยู่เรือนของแม่รูปจันทร์ แล้วคฤหาสน์ที่อยู่เชียงรายนั่นล่ะครับ”เมื่อได้ยินหมิงถาม อลินตาก็ยิ้มประกายนางงามเจิดจรัสขึ้นมาเชียว
“ของของฉันไม่มีใครจะมาชุบมือเปิบไปได้หรอก คฤหาสน์หลังนั้นฉันไม่คิดจะอยู่ตั้งแต่แรกแล้วถ้าเรื่องจบ ที่ทั้งหมดตรงนั้น ฉันจะบริจาคสร้างเป็นวัด เพราะต่อไปที่ตรงนั้นจะมีพระสุปฏิปันโนผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบรอนแรมมาจำวัดในผืนดินที่ฉันจะบริจาค”เมื่ออลินตาพูดมาถึงตรงนี้ หญิงสาวก็หันมาทางหมิงทันที
“หมิงเต๋อ ถ้าไปเชียงรายนายไปวัดตามรายชื่อที่ฉันส่งให้ที่ไลน์นะติดต่อเจ้าอาวาสแจ้งจุดประสงค์ว่าฉันจะร่วมบูรณะจัดสร้างพระพุทธรูปกับทางวัด เท่าไหร่เท่ากันส่วนทองคำแท่งสามก้อนในห้อง เป็นธุระนำไปร่วมจัดสร้างพระพุทธรูปให้ฉันด้วยทำพิธีสงฆ์เมื่อไหร่เราจะไปพร้อมกันทั้งสี่คน” คราวนี้สองลูกน้องหันมามองทางอลินตาด้วยความใคร่รู้ทันทีอลินตายิ้มเพราะรู้ว่าลูกน้องของตนสงสัยอะไร
“เนตรนภาจะไปกับเราด้วย...”
เมื่อภพปัจจุบันเหมือนจะคุยกันรู้เรื่องก็วนลูปกลับไปยังภพอดีตอีกครั้ง เมื่อกาลเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงเช้าตรู่ อากาศดี๊ดีเย็นสดชื่นบรรยากาศเป็นใจ โดยเฉพาะตำหนักของเจ้าภูแสน เจ้านางดาราสายนอนยิ้มเคลิ้มอยู่บนเตียงด้วยความฟินจากเหตุการณ์เมื่อคืน
เจ้านางดาราสายยิ้มกริ่มรู้สึกพึงใจเป็นอย่างมากเมื่อรู้ว่าตนตกเป็นของเจ้าภูแสนเต็มตัวแล้ว เหนือสิ่งอื่นใดเจ้านางมั่นใจมากกับตำแหน่งว่าที่ชายาของเจ้าภูแสนสตรีที่สมฐานะกับองค์รัชทายาทแห่งคุ้มเชียงภูแสนอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน
เมื่อคิดได้ดังนั้นเจ้านางดาราสายก็เตรียมที่จะปรนเปรอสวาทให้กับเจ้าภูแสนอีกสักยกจึงได้หันกลับไปหาเจ้าของร่างที่ตระกองกอดกันทั้งคืนมือของเจ้านางเอื้อมไปหาร่างเจ้าภูแสน และ หมับ.. เข้าให้ พลันเมื่อเจ้านางกอดไปที่ร่างซึ่งนอนอยู่ข้างๆเจ้านางดาราสายก็ต้องลืมตาขึ้นอย่างตกใจ และตามมาด้วย
“กรี๊ดดดดดดด..................!!!!!!”เสียงกรีดร้องที่กรีดแล้วกรีดอีกซึ่งรู้สึกได้เลยว่าเส้นเสียงในหลอดคอเจ้านางรับภาระกันแบบขั้นสุดแทบจะทะลุทะลวงออกมากองอยู่ที่ลิ้นไก่ สร้างความตระหนกตกใจให้กับข้ารับใช้ภายในตำหนักของเจ้าภูแสนที่กำลังเตรียมอาหารให้กับเจ้านายในตำหนักและข้ารับใช้คนอื่นๆ ที่เข้าตำหนักในตอนเช้าเพื่อทำความสะอาดกันตามหน้าที่และความแปดหลอดนั้นยังดังเล็ดรอดไปจนถึงคนสวนที่กำลังทำสวนอยู่บริเวณรอบๆตำหนักอีกด้วย ทุกคนเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องยามเช้าอันรื่นรมย์เช่นนั้นก็พากันแห่แหนกันไปยังห้องประทับส่วนพระองค์ในตำหนักของเจ้าภูแสนทันที
เจ้านางดาราสายที่ไร้ผ้าผ่อนห่มกาย ก็ลุกพรวดขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็วก่อนจะเรียกข้ารับใช้ใกล้ชิดของตนด้วยน้ำเสียงหวาดกลัวกับสิ่งที่อยู่บนเตียง
“อีบัวขัน อีตองคำมึงอยู่ไหนกัน?” แทนที่บัวขันกับตองคำจะโผล่หน้าเข้ามา แต่คนที่โผล่เข้ามาหาเจ้านางดาราสายกลับเป็นมะแอ ข้ารับใช้ทำความสะอาดประจำห้องบรรทมของเจ้าภูแสน เมื่อมะแอเข้ามาในห้อง และเห็นสิ่งที่นอนอยู่บนเตียงก็ถึงกับโก่งคอกรี๊ดแข่งกับเจ้านางดาราสายก่อนจะอุทานบ้านแตก
“งะ งู! งูเหลือมยักษ์!!” อ้าวกรรม!เมื่อคืนนี้เกิดเหตุการณ์งูเหลือมกินแหนมเหรอเนี่ย บัวขันกับตองคำที่เพิ่งโผล่เข้ามาในห้องเพราะอยู่ๆ เมื่อคืนก็รู้สึกง่วงมากจนต้องแอบไปหลับและเป็นการหลับลึกชนิดนอนยาวจนถึงเช้าราวกับโดนมอมยาก็ไม่ปานทั้งสองตกใจกับภาพที่เห็นเบื้องหน้าแต่ยังพอได้สติรีบเอื้อมมือไปหยิบผ้าห่มมาห่มกายให้กับเจ้านายสาวของตนสายตาก็มองงูบนเตียงด้วยความระแวดระวัง
งูเหลือมยักษ์นอนบนเตียงนิ่งไม่ไหวติงมีเพียงดวงตาที่ปรือมองสาวๆยืนวี้ดว้ายกันอยู่รอบเตียง งูยักษ์ตัวใหญ่ประหนึ่งอนาคอนด้าผู้มีชีวิตยืนยาวมา 3 ชาติ มันนอนขดตัวเต็มเตียง แต่มีลักษณะแปลกนิดๆ นั่นคือบนหัวของมันมีหงอนสีแดงและเกร็ดงูเขียววับเต็มตัวเจ้านางดาราสายกวาดสายตามองหาเจ้าภูแสนแต่ไม่พบแม้แต่เงา!