บทที่ 56 พี่สาวชอบซิงซิง พี่ชายคงไม่โกรธใช่ไหม~
รายการวาไรตี้ครอบครัวครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างแรงผลักดันให้กับละครครอบครัวเรื่องต่อไปของมู่จือ ระยะเวลาการถ่ายทำค่อนข้างสั้น คาดการณ์แล้วจะใช้เวลาเจ็ดวัน
นักแสดงห้าคนที่กำลังจะร่วมแสดงในซีรีส์เรื่องต่อไปคือ ‘ความเงียบ’ จะถูกส่งไปยังเกาะแห่งหนึ่งพร้อมกับเด็ก ๆ ห้าคน เพื่อทำกิจกรรมร่วมกันเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์
ปัจจุบันรายการวาไรตี้แนวครอบครัวนี้มีไม่มากนัก รายการที่ออนแอร์อยู่กระแสก็ไม่ดังเปรี้ยงปร้าง ทีมงานรายการไม่ได้มีเจตนาหารายได้ ขอเพียงแค่ได้โฆษณาก็พอ
แขกรับเชิญจึงไม่ต้องทำเพื่อธุรกิจ
ด้วยเหตุนี้อินเสินจึงไม่ได้ห้ามซิงซิงให้เข้าร่วม อย่างไรเสียก็ใช้เวลาถ่ายทำไม่นาน รอจนรายการจบแล้วซิงซิงก็จะได้กลับบ้านทันที!
……
ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดลง
ขณะที่มู่จือกำลังแต่งหน้าให้ตัวเอง ทางทีมงานรายกายต่างวิ่งวุ่นกันจนหัวหมุน ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด นักลงทุนโจวเฉียงถึงถอนทุนออก!
พวกเขายินยอมจ่ายค่าเสียหายจากการยกเลิกสัญญา
แม้ว่ารายการวาไรตี้นี้จะไม่เป็นที่ต้องการของตลาดมากนัก แต่เพราะมีสองดาราดังอย่างมู่จือและจินเหยียนเข้าร่วมด้วย
เรตติ้งจึงของรายการต้องไม่ต่ำแน่นอน
ทำไมโจวเฉียงถึงทำแบบนี้?
หากนักลงทุนถอนทุนกะทันหันจะเกิดอะไรขึ้นกับกองทุน แล้วมันก็สายเกินไปแล้วที่จะหาใหม่ตอนนี้
ยังมีเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงก่อนจะถึงงานเลี้ยงอาหารเย็น ผู้กำกับรายการกระวนกระวายจนอยากจะโดดตึกให้รู้แล้วรู้รอด
ตอนนี้พวกเขาเชิญสื่อมวลชนมาสองสามคนแล้ว แต่ตอนนี้นักลงทุนกลับหายหัว นึกไม่ออกเลยว่าสื่อจะเอาเรื่องนี้ไปเขียนข่าวยังไง!
ในขณะเดียวกัน ผู้กำกับก็ได้รับโทรศัพท์ เสียงหญิงสาวดังขึ้นจากปลายสาย
“สวัสดีค่ะ ดิฉันคือผู้จัดการซุนจากบริษัทอินซื่อกรุ๊ปค่ะ ดิฉันมีเรื่องที่อยากจะคุยกับคุณค่ะ”
……
เครื่องสำอางของมู่จือวางเรียงรายบนโต๊ะจนซิงซิงตกตะลึงเบิกตาโต ไม่มีสาวน้อยคนไหนที่ไม่ชอบของแวววาว ขณะที่มู่จือกำลังแต่งหน้า ซิงซิงก็นั่งมองอยู่ข้าง ๆ ไม่ละสายตา
ดวงตากลมโตของเธอเบิกกว้าง แพขนตายาวกะพริบปริบ ๆ
มู่จือที่เดิมทีเป็นคนหน้าหนายังรู้สึกเขินขึ้นมาเป็นครั้งแรก อาจเป็นเพราะแววตาไร้เดียงสาของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความชื่นชม หลังจากเธอก้าวเข้าสู่สปอตไลต์ก็ไม่เคยเห็นแววตาเช่นนี้อีกเลย
หลังจากปาดลิปสติกสีแดงสดลงบนริมฝีปากเป็นอย่างสุดท้าย ดวงหน้าพราวเสน่ห์พลันส่งกลิ่นอายเย็นชาออกมา
เธอชอบสีแดง ริมฝีปากที่หลายคนอดใจไม่ไหวอยากบดขยี้ และมันคือสีประจำตัวของเธอ
จนกระทั่งแบรนด์เครื่องสำอางชื่อดังออกลิปสติกสีแดงที่ชื่อ ‘สีมู่จือ’
มู่จือขยิบตาให้ซิงซิงที่อ้าปากตาค้างมองเธออย่างภาคภูมิใจ
“ว้าววว!”
เธอไม่รู้ว่าตัวเองพูดคำว่า ‘ว้าว’ ไปแล้วกี่ครั้ง
คลังคำศัพท์ในหัวเด็กน้อยมีอยู่น้อยนิด แต่การแสดงออก การเคลื่อนไหว และน้ำเสียงของเธอแสดงให้เห็นถึงอารมณ์อย่างชัดเจน
มู่จืออยากจะยิ้ม สุดท้ายแล้วเธอก็ยิ้มออกมาจริง ๆ เธอชี้แถวลิปสติกที่วางเรียงบนโต๊ะ
“ซิงซิงอยากลองไหม”
“ว้าว!” ซิงซิงยกมือเล็ก ๆ มาลูบมันอย่างตื่นเต้น “ซิงซิงลองได้ใช่ไหมคะ”
“แน่นอนสิ” มู่จือพูดพร้อมผลักทุกอย่างบนโต๊ะไปทางซิงซิง
“ซิงซิงเล่นได้เลย จะใช้ลิปสติกวาดรูปก็ได้”
ยีนความสวยซ่อนอยู่ภายในตัวสาวน้อยเป็นธรรมดาอยู่แล้ว
ซิงซิงไม่สามารถต้านทานสิ่งล่อใจได้เลยและหยิบลิปสติกขึ้นมาอย่างระมัดระวัง
ดวงตาของมู่จือที่มองเธออย่างให้กำลังใจ ซิงซิงจึงทาลิปสติกลงบนปากด้วยความไม่มั่นใจ
“พรืดด”
มู่จืออมยิ้ม ยิ้มกว้างจนคิ้วโค้งขึ้นเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว
ซิงซิงหน้าแดงและจ้องมองไปที่พี่สาวตนอย่างไม่อาจละสายตาได้ ฮืออ
พี่สี่ดูเหมือนจะสวยกว่าเดิมอีก! ราวกับทั้งร่างของพี่สี่ส่องแสงเปล่งประกาย
มู่จือคลี่ยิ้มกว่างพลางอุ้มซิงซิงขึ้นและพูดหน้ากระจก
“ซิงซิงสวยมาก”
ซิงซิงมองกระจกแล้วเห็นว่าเด็กหญิงปากแดงคนนั้นคือใคร
“ว้าว!” คราวนี้เป็นว้าวที่แสดงออกว่าเขินอาย
“ไม่เอา ไม่เอา~” ซิงซิงโบกมือพัลวัน ใบหน้าเจ้าเนื้อของเด็กน้อยแดงระเรื่อ
“โอเค ๆ” มู่จือช่วยซิงซิงเช็ดมันออกแล้วหยิบสีอื่นขึ้นมา “ลองอันนี้ไหม”
ซิงซิงนั่งอยู่บนตักของมู่จือและพยักหน้าหงึกหงัก “ค่ะ!”
แน่นอนว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนสามารถต้านทานแรงดึงดูดของเครื่องสำอางกองโตได้ แม้กระทั่งเด็กหญิงอายุสามขวบครึ่งก็ตาม
ซิงซิงชี้ไปรอบ ๆ อย่างตื่นเต้นและขอให้มู่จือวาดด้านซ้ายของใบหน้า โดยไม่ลืมจะวาดด้านขวาด้วย
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ตลกจัง!”
“คิ้วของซิงซิงหนามาก ฮ่า ๆ ๆ!”
ขณะที่พวกเขากำลังวาดรูป สองพี่น้องนอนขำกลิ้งกันอยู่บนเตียง
ใบหน้าของซิงซิงเหมือนกับแมวลายตัวน้อย คิ้วหนาเตอะมองแล้วสร้างความขบขันได้ไม่น้อย
เด็กน้อยยังคงเลิกคิ้วอย่างแรงและหันหน้าเข้าหากระจก ส่วนมู่จือก็หัวเราะหนักจนหายใจแทบไม่ทัน แต่เมื่อมองดูเวลาก็พบว่าตอนนี้เกือบจะสายแล้ว
“เอาละ ๆ” เธอลุกขึ้นนั่งและค่อย ๆ เช็ดทุกอย่างที่เปื้อนบนใบหน้าของซิงซิงออก จากนั้นก็ทาครีมสำหรับเด็กที่อินเสินส่งมาให้เธอ
ซิงซิงมีช่วงเวลาที่มีความสุขมาก และสถานะของพี่มู่จือก็ถูกยกขึ้นสู่จุดสูงสุดทันที เธอดูกองลิปสติกที่เธอลองไปแค่หนึ่งในห้าอย่างไม่เต็มใจ แล้วถามว่า
“ซิงซิงออกไปข้างนอกไม่ต้องแต่งหน้าเหรอ”
มู่จือถักเปียผมให้ซิงซิงพลางพูดไปด้วย
“ไม่จำเป็นหรอก ซิงซิงเป็นสาวน้อยที่น่ารักและสวยที่สุดในโลกอยู่แล้ว!”
เมื่อตัวเองได้รับคำชมจากคนที่สวยที่สุดในโลก ซิงซิงก็ส่งเสียงหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุข เหมือนหมูน้อยที่เต็มไปด้วยพลัง
หลังจากมัดผมเปียและสวมกระโปรงผ้ามุ้งสีชมพูแล้ว เวลานั้นเองเจ้าหญิงตัวน้อยแสนสวยและน่ารักได้ถือกำเนิดขึ้น
มู่จือหรี่ตามองซิงซิงแล้วหมุนตัวเด็กน้อย ก่อนหญิงสาวจะหยิบสร้อยคอที่ส่องแสงแวววับมาเส้นหนึ่ง
ราคาของสร้อยคอหรูรุ่นลิมิเต็ดเส้นนี้สามารถซื้อบ้านได้หนึ่งหลัง มู่จือสวมมันเพียงครั้งเดียวในงานประกาศรางวัล
ตอนนี้เธอถอดจี้ออกและผูกไว้กับเชือกผมของซิงซิง แบบนี้ดูเหมือนเจ้าหญิงตัวน้อยมากกว่านะ แน่นอนว่าสาวน้อยแสนสวยคนนี้ต้องเหมาะกับอัญมณีที่แวววาว
ซิงซิงไม่รู้ว่าของสิ่งนี้มีมูลค่าแค่ไหน แต่เธอก็ชอบมันมาก เจ้าก้อนแป้งหมุนตัวไปรอบ ๆ หน้ากระจกอย่างมีความสุขมาก
“พี่สี่ พี่สี่” เสียงตะโกนยังดังขึ้นต่อเนื่อง เด็กน้อยกระโดดหย็องแหย็งอย่างมีความสุข ความสุขที่มาจากใจและความไร้เดียงสาทำให้มู่จือพอใจไปด้วย
เธอจับมือซิงซิง “ไปเถอะ พวกเราออกเดินทางกัน”
ซิงซิงดึงมือกลับแล้ววิ่งหนีไป
มู่จือตกตะลึงและมองไปทางห้องนั่งเล่น แต่ก็เห็นเด็กน้อยยืนเขย่งเท้าเพื่อเทน้ำอย่างยากลำบาก จากนั้นไม่นานก็วิ่งกลับมาพร้อมกับยาและแก้วน้ำในมือ
ซิงซิงขยับเข้ามาใกล้แล้วโบกมือให้มู่จือ
หญิงสาวยอบตัวลง โดยมีซิงซิงยืนเขย่งเท้าและลูบหัวของมู่จือเบา ๆ ราวกับปลอบโยน
“พี่สี่กินยานะ กินยาเสร็จแล้วค่อยไปกัน”
เด็กอายุสามขวบครึ่งบีบน้ำเสียงลงราวกับต้องการปลอบใจ นุ่มนวลดุจปุยเมฆและหวานล้ำกว่าน้ำผึ้ง
มู่จือมองดูเวลา ตอนนี้เป็นเวลาแปดชั่วโมงพอดีนับตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่กินยาเข้าไป เธอเม้มริมฝีปาก มองดูซิงซิงสักพักแล้วจึงกินยาไปในอึกเดียว
ซิงซิงปรบมืออย่างภาคภูมิใจ “ว้าว พี่สี่เก่งมาก”
มู่จือกะพริบตาแล้วอุ้มซิงซิงขึ้นมา
ตอนเดินออกจากบ้านก็มีรถคันหรูจอดอยู่หน้าประตูรอมาสักพักแล้ว
คนขับลงมาเปิดประตูให้มู่จือ เขาตกใจเล็กน้อยที่นักแสดงดังอุ้มเด็กน้อย ชุดระดับไฮเอนด์ที่มู่จือสวมอยู่นั้นเรียบกริบไร้รอยย่น ไม่ต้องพูดถึงการอุ้มเด็กเลย
มู่จือนั่งอยู่ที่เบาะหลัง ช่วยซิงซิงคาดเข็มขัดนิรภัยและพูดด้วยรอยยิ้ม
“ซิงซิง อยู่กับพี่สนุกไหม”
ซิงซิงพยักหน้าอย่างแรง “สนุกค่ะ สนุกมากเลย”
มู่จือมองดูซิงซิง ดวงตาเรียวสดใสของเธอแสดงความจริงใจและเจือไปด้วยความสงสาร
“ซิงซิง ดูสิ พี่ชายและพ่อของหนูล้วนเป็นผู้ชายเฮงซวย พวกเขาไม่รู้ว่าจะแต่งตัวให้หนูยังไง มีเพียงพี่เท่านั้นที่เข้าใจซิงซิงดีที่สุด”
“พี่ก็ชอบอยู่กับซิงซิง คงจะดีมากถ้าซิงซิงอยู่ข้าง ๆ พี่ตลอดไป”
“แต่คนที่ดุร้ายอย่างอินเสินจะต้องโกรธแน่ เฮ้อ...”
“บางทีเขาอาจจะดุพี่และตีพี่ด้วยซ้ำ...”
……………………………………………………………………………………………………………
พิเศษ อ่านที่ www.bookfet.com คุ้มกว่าแค่ 99.-
อ่านเหมาได้เกือบทุกเรื่องของ Onlybook