หลังจากปลีกตัวออกมาด้านนอกแล้วเทียนคง ก็แอบลอบติดตามกลุ่มคนที่ติดตามซินเหยียนอีกทีเพื่อดูว่าพวกเขาจะติดตามซินเหยียนไปถึงเมื่อไหร่ และแน่นอนเขาอาจจะได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากทั้งซินเหยียนและกลุ่มคนเหล่านี้
ซินเหยียนกับไหเจินพอออกจากห้องส่วนตัวก็แยกย้ายกันไปทำภารกิจของตัวเอง ไหเจินไปที่สำนักเพื่อฝึกวิชาส่วนซินเหยียนก็ไปที่สำนักเช่นกัน แต่เป็นสำนักแพทย์ซึ่งตั้งอยู่คนละที่กับสำนักการต่อสู้
สามวันผ่านไป
“การแพทย์โบราณรึดูเหมือนท่านจะสนใจเรื่องนี้เอามาก ๆเลยนะ องค์หญิงคงไม่ใช่เพราะคนที่ชื่อเทียนคงนั่นหรอกกระมั้ง”อาวุโสคนหนึ่งเดินโฉบมาที่ซินเหยียนที่กำลังนั่งอ่านหนังสือเกี่ยวกับการแพทย์โบราณเล่มหนึ่งก็เอ่ยทักขึ้นมาด้วยความสนใจ
ซินเหยียนได้ยินก็หน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อยพลันตอบอาวุโสไปว่า “อาจารย์ ท่านก็ล้อข้าเล่นได้ทุกเมื่อเลย ข้าสนใจการแพทย์โบราณมันไปเกี่ยวอะไรกับคนที่ชื่อเทียนคงกันเล่า”
“งั้นหรอกรึข้าเองก็ได้ยินมาเหมือนกัน เรื่องคนที่ใช้การแพทย์โบราณรักษาคนที่เมืองประกายเงินแต่ว่ามันไม่มีหลักฐานอะไรบ่งชี้ว่าเขาสามารถใช้วิชาแพทย์โบราณได้จริงอาจเป็นเพียงเรื่องลวงโลก ที่อุปโลกน์ขึ้นมา เพื่อทำให้ตนเองโด่งดังก็เป็นได้นะท่านเองก็ระวังไว้หน่อย คนเดี๋ยวนี้เชื่อถือไม่ค่อยได้หรอกนะ”อาวุโสนั่งลงตรงข้ามซินเหยียน รินชาและยกจิบเบา ๆแล้วกล่าวเตือนซินเหยียนด้วยความห่วงใย
“ข้าเข้าใจแล้ว ท่านอาจารย์แต่อย่าได้ห่วงข้านักเลย ข้าดูแลตัวเองได้น่า นี่ข้าจะ 30 แล้วนะ”ซินเหยียนแม้จะเข้าใจสิ่งที่อาจารย์ตักเตือนแต่ก็อดไม่พอใจอาจารย์ไม่ได้ที่ว่าร้ายเทียนคง จึงเอ่ยออกไปแบบนั้น
“เฮ้อออ เอาเถอะ ท่านจะสนใจการแพทย์โบราณก็ไม่ใช่เรื่องอะไรแต่การไปคบค้าสมาคมกับคนที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้านั้นมันคนละเรื่องกันและข้าหวังว่าท่านจะรู้ว่ากำลังทำอะไร อย่าได้ทำให้ราชสำนักเสื่อมเสียเด็ดขาดท่านเข้าใจไหม” เห็นซินเหยียนออกตัวแบบนี้ อาวุโสก็ไม่คิดจะต่อล้อต่อเถียงอีกต่อไปสิ่งที่อยากพูดก็ได้พูดไปแล้ว หากสิ่งใดจะเกิด ก็คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามนั้นอย่างไรเขาก็เชื่อมั่นในตัวลูกศิษย์คนนี้อย่างเต็มเปี่ยม
หลังจากอาวุโสจากไป ซินเหยียนก็ถอนหายใจเงยหน้าขึ้นมองเพดาน แล้วบ่นพึมพัมคนเดียว
“ข้านั่งด้วยได้หรือไม่ ...”เสียงหนึ่งดังขึ้น ทำลายความเงียบของบริเวณนี้ไป ซินเหยียนมองตามเสียงสดใสนี้ก็พบกับหญิงสาวสวยสดงดงามนางหนึ่ง เมื่อเห็นแล้วว่าเป็นใครนางก็เงยหน้าขึ้นมองเพดานอีกครั้ง แล้วถอนหายใจยาว
“....ไม่ตอบแสดงว่าไม่ปฏิเสธนะองค์หญิง ว่าแต่เป็นอะไรไปน่ะช่วงนี้ ดูเจ้าจะซ่วงซึมไปนะหรือว่า .... นี่เจ้าเจอคนที่ชอบแล้วเหรอ ใคร เขาเป็นใครกันที่ทำให้องค์หญิงอันดับหนึ่งแห่งนครวิหคครามต้องตาจนเป็นแบบนี้ได้ ...”หญิงสาวผู้มาเยือน ดูจะเป็นเพื่อนสนิทของซินเหยียน เมื่อเห็นว่าซินเหยียนมีท่าทีเปลี่ยนไปจากเดิมแน่นอนว่าเรื่องที่จะล้อเล่นก็ไม่พ้นเรื่องหนุ่มสาว
“เจ้าพูดอะไรของเจ้าไม่มีใครทั้งนั้นแหละ โอ้ยยย เป็นอะไรกันไปหมด ถึงได้พูดกันแต่เรื่องนี้เนี่ยอาจารย์ก็ทีหนึ่งแล้วนะ”ซินเหยียนกรอกตามองบนทีหนึ่งก่อนจะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านแล้วตอบหญิงสาวไป
“อ้อออ .... งั้นเหรอออออ ...”หญิงสาวตอบลากเสียงยาว แต่ในใพลันคิดว่า จะต้องไปสืบดูเสียแล้ว ว่าเป็นใครที่ไหนนางอยากรู้เอามาก ๆว่าคนแบบไหน ถึงทำให้ซินเหยียนที่ไม่เคยแลตามองชายใดเลยถึงกับเหม่อลอยแบบนี้ได้
“ว่าแต่เจ้าเถอะเจอคนที่ตามหาหรือยังล่ะ เห็นว่าไปตามดูเพทายทั่วทั้งเมืองเลยนี่เจอคนที่ชอบแล้วเหรอไง เขาเป็นใครเหรอ” ซินเหยียนนั่งอ่านหนังสือต่อพลันนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้เกี่ยวกับเพื่อนของนางจึงเอ่ยถามขึ้น
“ยังไม่เจอหากข้ารู้ว่าเขาเป็นใครจะอยู่ที่นี่เหรอ คงไปตามเตะก้นไอหมอนั่นแล้วจับมาอบรมให้หนักแล้ว ....” หญิงสาวพอพูดถึงคนที่ตามหา ก็ของขึ้น แล้วทำท่าทางต่อยตีอากาศตรงหน้าด้วยความคับแค้นใจ
“ฮ่า ๆๆ ข้าล่ะอยากรู้จริงๆว่าคนที่ทำให้คุณหนูอันดับหนึ่งแห่งตระกูลโจวว่าที่องค์รักษ์สูงสุดประจำนครหลวงอย่างเจ้าเป็นแบบนี้ได้ หน้าตาเป็นอย่างไร”
“เชอะ .... ข้าก็อยากเห็นเหมือนกันและที่ข้ามาหาเจ้าวันนี้ก็เพราะเรื่องนี้แหละ คน ๆนี้ใช่องค์ชาย 15น้องชายเจ้าหรือเปล่า” หญิงสาวพอนึกถึงก็หงุดหงิด เพราะจนถึงตอนนี้ นางยังไม่สามารถเห็นหน้าแบบชัดๆของเทียนคงได้เลย เต็มที่จากเพทายที่อยู่ตามจุดต่าง ๆของเมือง ก็เห็นเพียงภาพลางๆไม่ชัดเจน แต่ที่แน่ ๆคือนางจับภาพคุณชายสูงศักดิ์ที่ไปกับเทียนคงได้แล้วและดูเหมือนว่านางจะรู้จักคน ๆนี้ จึงมาหาซินเหยียน
ซินเหยียนหยิบเพทายที่ฉายภาพไหเจินเดินนำหน้าเทียนคงมาพิจารณาดูก็ตระหนักได้ทันทีว่า คนที่เพื่อนคนนี้ตามหา ก็คือเทียนคงนั่นเองนี่มันจะบังเอิญไปหน่อยไหม ซินเหยียนยังกังวลไปว่าเพื่อนคนนี้จะได้ภาพที่นางเดินกับเทียนคงด้วยหรือไม่ก่อนจะตอบออกไปอย่างเป็นธรรมชาติว่า
“ใช่ เป็นน้องชายข้าเอง มีอะไรหรือน้องชายข้าไปก่อเรื่องอะไรอีกเหรอไง”
“เปล่าองค์ชายไม่ได้ก่อเรื่องอะไรหรอก แต่ว่า ....” จู่ๆหญิงสาวก็อ้ำอึ้งไม่กล้าพูดอะไรต่อ
“แต่อะไร .... พูดมาเถอะจะอายอะไรเล่า เจ้านี่”
“คนที่ข้าตามหาดูเหมือนจะเดินอยู่กับองค์ชาย คนนี้ ตรงนี้ ดังนั้นข้าจึงจะถามเจ้าว่าเจ้ารู้จักคน ๆนี้หรือไม่” หญิงสาวเมื่อมาแล้วก็ไม่ทำให้เสียเรื่องแล้วเดินไปชี้ที่เทียนคงที่เลือนลาง
ซินเหยียนมองดูตามนิ้วที่ชี้แม้จะเลือนลางจนมองเห็นไม่ค่อยชัด แต่นางก็จำได้ทันที ว่าคน ๆนี้คือเทียนคงไม่ผิดแน่นอน ใจหนึ่งนางก็ไม่อยากโกหกเพื่อน อีกใจหนึ่งก็กลัวว่าจะเกิดเรื่องอะไรกับเทียนคง
“ข้าตอบเจ้าได้ว่าทั้งรู้จักและไม่รู้จัก แต่ก่อนจะไปเรื่องอื่น เจ้าบอกข้ามาก่อนว่าเจ้าจะหาคนๆนี้ไปทำไม เขาทำอะไรให้เจ้าโกรธเคืองหรือ”
หญิงสาวเห็นซินเหยียนหยุดอึ้งไปแวบหนึ่งแม้จะเพียงไม่กี่วินาที แต่นางก็รับรู้ได้ทันทีว่าซินเหยียนต้องรู้จักคน ๆนี้แน่ ๆก็เป็นเพื่อนสนิทกันมากว่า 20 ปีนี่นะ และก็รู้สึกโล่งอกที่ซินเหยียนไม่ได้โกหกนาง แต่ก็อดเป็นกังวลไม่ได้ ว่าคนๆนี้จะเป็นคนที่ซินเหยียนเฝ้าคิดถึง
“.... ก็ไม่มีอะไรหรอกข้าแค่จะเอาของ ๆเขาไปคืนเท่านั้นเอง” หญิงสาวเกาหัวแกรก ไม่รู้จะตอบว่าอะไรเพราะเทียนคงไม่ได้ทำอะไรให้นางเลย เป็นนางเองต่างหากที่โมโหไปเองคนเดียว
“ของอะไร เกิดเรื่องอะไรเล่ามาให้หมดนะ” เมื่อได้ยินว่าเป็นสิ่งของซินเหยียนหรี่ตามองหญิงสาวทันทีด้วยความไม่พอใจ จนหญิงสาวมั่นใจได้เลยว่าคิดไม่ผิดหรอก ว่าคน ๆนี้จะต้องเป็นคนเดียวกับที่อยู่ในใจแน่ ๆ จึงไม่คิดปิดบังใดๆแล้วเล่าทุกอย่างให้ซินเหยียนฟังว่า
“เขาถูกโกงที่ร้านค้าอาวุธร้านหนึ่งในย่านการค้าหลักข้าบังเอิญอยู่ในเหตุการณ์พอดี และช่วยเอาเงินคืนมาได้ แต่ว่าคน ๆนี้ดันออกจากร้านไปเสียก่อนที่ข้าจะได้นำเงินไปคืนน่ะ”
“อ่อออคือเจ้าโมโหที่เขาไม่รับน้ำใจเจ้าสินะ .... คิกกกกก”ซินเหยียนได้ยินที่หญิงสาวเล่า ก็แอบยิ้มในใจไม่พอยังหลุดหัวเราะคิกออกมาแล้วพูดเบา ๆต่อว่า “ก็สมกับเป็นเขาดีล่ะนะ....”
“ขำอะไรของเจ้าน่ะ ข้าไม่ขำด้วยนะ คนอะไรช่างไร้มารยาทเสียจริง คนอุตส่าช่วยไม่ให้ถูกโกง ไม่รับน้ำใจยังพอว่าแต่การออกไปโดยไม่กล่าวอะไรเลยสักคำ แสดงว่าไม่เห็นหัวข้าเลยสักนิดแถมข้ายังสวยสดงดงามขนาดนี้ แล้วหมอนี่เป็นใครกันถึงได้ทำกับข้าแบบนี้เจ้าคิดว่าไงล่ะ ข้าไม่ควรโมโหหรืออย่างไร”
“ฮ่า ๆๆ ข้าว่าข้าเข้าใจเจ้านะ คิกๆๆ”
“ยังจะขำอีกสรุปเจ้ารู้จักหมอนี่สินะ เขาเป็นใครน่ะ แล้วเจ้าไปรู้จักเขาได้ยังไงกับคนแบบนี้ทำไมองค์หญิงและองค์ชายแห่งนครวิหคครามถึงได้ลดตัวไปเสวนาด้วยกันนะ”เห็นซินเหยียนหัวเราะไม่หยุด หญิงสาวก็ยิ่งโมโห
และนางก็ยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่เพราะนางอุตส่าไปตามหาตามร้านค้าต่าง ๆเพื่อขอดูเพทาย ตลอดสามวันที่ผ่านมาแต่ที่ไหนได้ เพื่อนของนางคนนี้กลับเป็นคนที่รู้จักเสียได้ ช่างเสียเวลาเสียจริงรู้อย่างนี้มาหาซินเหยียนตั้งแต่วันแรกแล้ว
“เห้อออข้าบอกเจ้าไปเมื่อสักครู่ไงว่าทั้งรู้จักและไม่รู้จักเห็นว่าเจ้าเป็นเพื่อนสนิทหรอกนะ ข้าจะเล่าให้เจ้าฟังแล้วกันว่าไปรู้จักกับไอหมอนี่ของเจ้าได้ยังไง เรื่องมันก็มีอยู่ว่า .....”
ซินเหยียนเล่าเรื่องของเทียนคงตั้งแต่ได้ยินเรื่องเล่าที่เทียนคงช่วยรักษาผู้ป่วยด้วยวิชาแพทย์โบราณได้พบกับเทียนคงโดยบังเอิญระหว่างเดินทางไปที่เมืองเพชฌฆาตอสูรและเทียนคงได้ช่วยเหลือนางและไหเจินระหว่างออกล่าพยัคฆ์เพลิงหางดาบและก็จบลงที่เรื่องนี้ ซึ่งตลอดการเล่าไม่มีการพูดถึงมนุษย์สายเลือดอสูรแต่อย่างใด
“สรุปสิ่งที่เจ้ารู้ก็คือเขาชื่อ เทียนคง เป็นเด็กหนุ่มรูปงาม มาจากเมืองประกายเงิน ระดับพลังสูงมาก ๆเป็นอย่างนี้เอง ถึงว่าล่ะ ว่าทำไมถึงทำให้เจ้าเสน่หาได้ขนาดนี้ ว่าแต่เถอะ ...นี่เจ้านิยมเด็กหนุ่มเหรอไง ตายจริง ...”
“โป๊กกกกก... โอ๊ยยย เจ็บนะ ทำอะไรของเจ้าน่ะ แทงใจดำเหรอไง ... โป๊กกกก โอ๊ยยย พอแล้วข้าไม่พูดแล้วก็ได้ ... ว้ายยยย เป็นองค์หญิงใช่ว่าจะทำร้ายคนอื่นได้นะ อ๊ายยยยฮ่า ๆๆๆ ...”
หญิงสาวพูดล้อไม่หยุดทำให้ซินเหยียนหน้าแดงด้วยความเขินอาย และลงมือเขกหัวหญิงสาวไม่หยุดสองสาววิ่งไล่จับไล่ตีกันวุ่นวาย แต่ภาพของสองสาวที่กำลังวิ่งไล่กันอยู่นี้เป็นภาพที่งดงามราวกับเทพธิดากำลังบินไปมา ในสายตาของบุรุษทุกคู่ ที่อยู่บริเวณนี้....