ย้อนยุคสู่ปี 80 พร้อมระบบ: อย่าริอาจมาแหย่แม่ชาเขียว

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 33 เลี้ยงไม่ไหว

            “แกไปถามพ่อแกดูสิ ว่าเงินของเขาน่ะจะใช้สักเศษเสี้ยวหนึ่งต้องขออนุญาตแม่ก่อนหรือเปล่า?”

            ใบหน้าของเสิ่นชิ่งหงแดงซ่านขึ้นมาทันควันเขาอึกอักอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะเอ่ยว่า “เสวี่ยเหลียนเรื่องที่เหวินฉินจะเข้าเรียนเนี่ย เมื่อก่อนคุณก็ตกลงแล้วไม่ใช่หรือ...”

            พอเห็นสีหน้าของหลี่เสวี่ยเหลียนเริ่มมืดครึ้มลงเขาก็รีบฟาดฝ่ามือลงบนตัวลูกชายป้าบหนึ่ง “อาเหยาแม่แกพูดถูกแล้ว แต่งงานแล้วเงินทองก็ต้องให้เมียเป็นคนเก็บ!”

            เสิ่นเสี่ยวอวิ๋นโบกมือน้อยๆของเธอไปมา “พี่คะ พี่นี่จริงๆ เลยพี่สะใภ้เป็นคนดีขนาดนี้ ถ้าพี่ไม่ได้บุญเก่าหนุนนำคงไม่มีวาสนาได้แต่งกับเธอหรอกพี่ต้องเชื่อฟังพี่สะใภ้ให้มากๆ นะ!”

            เธอหยิบเงินหนึ่งหยวนออกมาจากกระเป๋าด้วยความเบิกบานใจ“วันหน้าฉันจะเกาะติดพี่สะใภ้ไว้ รับรองว่าต้องรวยเละแน่!นี่เป็นค่าแรงที่ฉันหามาได้ เอาไปให้เหวินฉินใช้เรียนหนังสือเถอะ!”

            เสิ่นเหยาใช้ดวงตาคมเข้มลุ่มลึกจ้องมองเธอแวบหนึ่ง“เมื่อสามวันก่อน เธอไม่ได้พูดแบบนี้นี่”

            เสิ่นเสี่ยวอวิ๋นรีบหันหน้าหนีไม่ยอมรับผิดทันที“ตอนนั้นฉันยังเด็กไม่รู้ความแต่นี่พี่ก็ไม่รู้ความเหมือนกันหรือไง!”

            พูดจบเธอก็ทำหน้าทะเล้นใส่“ฉันไปช่วยพี่สะใภ้ทำกับข้าวดีกว่าพี่ก็นั่งฟังพ่อกับแม่สั่งสอนไปให้ดีเถอะ!”

            เสิ่นเหยาทอดสายตามองออกไปข้างนอกแว่วเสียงหัวเราะใสๆ ของเจียงอิ๋งอิ๋งลอยมาตามลม

            ผู้หญิงคนนี้เพิ่งแต่งเข้ามาได้ไม่กี่วันแต่ทัศนคติของคนในบ้านที่มีต่อเธอกลับเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้...

            เขาลดสายตาลงต่ำ“แม่ครับ ผมเข้าใจแล้ว”

            ส่วนเรื่องค่าเทอมของเหวินฉินและเหวินชงไว้รอเขาหาเงินได้มากกว่านี้ค่อยว่ากันก็ยังไม่สาย

            ส่วนเจียงอิ๋งอิ๋งนั้น...อยู่ดีๆ เขาก็รู้สึกว่าคำว่า ‘หย่า’ มันเริ่มจะระคายหูขึ้นมาเสียอย่างนั้น

            อาหารเย็นยังคงส่งกลิ่นหอมหวนเช่นเคยเป็นบะหมี่ในน้ำซุปปลาที่เคี่ยวจนได้ที่

            ก่อนที่เสี่ยวฮวาจะกลับเจียงอิ๋งอิ๋งได้ยื่นธนบัตรใบละหนึ่งเหมาจำนวนสิบใบให้เธอ พร้อมกับกำชับว่า“เก็บเงินส่วนเกินนี้ไว้ให้ดีนะส่วนรายได้จากกระเป๋าพวกนั้นต้องรอดูสถานการณ์พรุ่งนี้ก่อน”

            เสี่ยวฮวาพยักหน้ารับเงินในมือนั้นดูเหมือนจะร้อนผ่าวขึ้นมาทันที “พี่เจียงคะจะต้องมีคนชอบมากแน่ๆ ค่ะ”

            “ขอให้เป็นอย่างที่เธอว่านะจ๊ะ”

            เจียงอิ๋งอิ๋งคลี่ยิ้มบางเธอชำเลืองมองแต้มสะสมของตนเองแล้วตัดสินใจแลกเป็นค่าโชคทรัพย์ห้าสิบแต้มโดยไม่ลังเล

            แล้วค่ำคืนนั้นก็ผ่านพ้นไปพร้อมกับฝันดี...

            ก่อนที่แสงเงินแสงทองจะจับขอบฟ้าเจียงอิ๋งอิ๋งก็ออกเดินทางเข้าเมืองไปพร้อมกับเสิ่นเหยา

            ซึ่งยังคงเป็นรถไถคันเดิมเสียงเครื่องยนต์ดัง ‘ตั้กๆๆ’ และแรงสั่นสะเทือนชวนให้น่าเคลิ้มหลับ

            ในตอนแรกเริ่มเจียงอิ๋งอิ๋งยังดูมีเรี่ยวแรงดีอยู่แต่เพราะวันนี้ไม่มีสองแม่ลูกเสิ่นหงชุ่ยมาคอยค่อนแคะถากถาง ศีรษะเล็กๆของเธอจึงเริ่มโงนเงนไปมาตามแรงเหวี่ยง

            เสียงอึกทึกรอบข้างค่อยๆเลือนหายไป รู้ตัวอีกทีเธอก็ซบไหล่หนาของเสิ่นเหยาหลับปุ๋ยไปเสียแล้ว

            ใบหน้ารูปไข่ขาวเนียนแนบสนิทอยู่บนบ่าอันแข็งแกร่งเสิ่นเหยาขมวดคิ้วมุ่นโดยสัญชาตญาณหมายจะผลักเธอออก

            ทว่าหญิงสาวที่นั่งฝั่งตรงข้ามกลับสะกิดสามีของตนพลางกระซิบกระซาบ“ดูผัวเมียคู่นั้นสิ ผู้ชายคนนั้นรู้จักทะนุถนอมเมียดีจังเลยนะ?”

            ฝ่ายสามีเหลือบมองใบหน้าสวยหยาดเยิ้มจนเกินจริงของเจียงอิ๋งอิ๋งแล้วพึมพำตอบ “สวยขนาดนี้ ใครเล่าจะไม่ถนอม...”

            “แกพูดว่าอะไรนะ?”

            หญิงสาวได้ยินไม่ถนัดจึงหันไปจ้องหน้าสามีคนนั้นรีบหน้าแดงระเรื่อแล้วสวนกลับ “ฉันดูแลคุณไม่ดีหรือไง?วันๆ รู้จักแต่หาเรื่อง!”

            มือที่เสิ่นเหยายื่นออกไปจึงค้างเติ่งอยู่ตรงนั้น

            เขาปรายตามองคนที่กำลังหลับพริ้มอย่างเป็นสุขก่อนจะลดดวงตาคมเข้มลงและไม่ขยับเขยื้อนอีกเลย

            ในที่สุดก็ถึงตัวอำเภอเจียงอิ๋งอิ๋งบิดขี้เกียจไปมาพลางใช้นิ้วนวดคลึงแก้มที่ถูกกดทับจนแดงระเรื่อพร้อมบ่นพึมพำ“นั่งรถคันนี้เหนื่อยเหลือเกิน...”

            เสิ่นเหยาขยับไหล่ที่เริ่มชาของเขาพลันปรายตามองเธออย่างเย็นชาพลางเอ่ย “คุณหนู”

            เจียงอิ๋งอิ๋งเบ้ปากเธอมองดูตัวอำเภอในยามเช้าตรู่ “ตอนนี้ยังเช้าอยู่เราไปหาอะไรกินกันก่อน แล้วค่อยไปที่เดิมเมื่อวานซืนนะ”

            เสิ่นเหยาหยิบหมั่นโถวข้าวโพดออกมาจากย่าม“ผมเตรียมอาหารมาด้วย หาที่สะอาดๆ นั่งกินก็พอที่นี่มีน้ำต้มสุกให้ดื่ม”

            แป้งทอดแข็งๆกับน้ำเปล่าที่เย็นชืด...

            เจียงอิ๋งอิ๋งหมดความอยากอาหารลงในพริบตาเธอเม้มริมฝีปากแดงฉ่ำ “ฉันไม่กินของพวกนี้หรอกฉันอยากกินบะหมี่เกี๊ยว หรือไม่ก็ซาลาเปาไส้หมูก็ได้”

            สีหน้าของเสิ่นเหยามืดมนลงทันที“ไม่มีเงิน”

            เจียงอิ๋งอิ๋งสวนกลับ“ฉันมี”

            เงินส่วนตัวที่เธอมีอยู่เพียงน้อยนิดนั่นถ้าใช้สอยแบบนี้ อย่าว่าแต่หนึ่งปีเลย แค่สามเดือนก็คงไม่มีเหลือแล้ว...

            เสิ่นเหยาได้แต่กัดหมั่นโถวพลางเดินตามหลังเธอไปอย่างจนใจพลางนึกย้อนว่าเมื่อวานเขาต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆถึงได้อยากรั้งผู้หญิงแบบนี้ไว้...

            ทั้งเป็นคุณหนูทั้งฟุ่มเฟือย งานในนาก็ทำไม่ไหว งานในครัวก็ทำไม่เป็น...

            ยิ่งคิดแววตาของเขาก็ยิ่งเย็นชาลงไปอีกเล็กน้อย

            ยังไงก็ต้องหย่า...

            ภายในโรงอาหารของสหกรณ์ร้านค้าเวลานี้มีคนมาใช้บริการไม่มากนัก

            หญิงสาวผู้สะสวยและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์คนหนึ่งกำลังละเลียดกินบะหมี่ราดซอสอย่างช้าๆ ผมยาวสีดำขลับของเธอปล่อยสยายไปด้านหลังโดยรวบผมครึ่งบนเป็นมวยกลมเล็กๆ ไว้

            เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวคู่กับกางเกงสีน้ำเงิน

            เสื้อผ้าเรียบง่ายธรรมดาทว่าเมื่ออยู่บนร่างเธอกลับดูงดงามอย่างเหลือเชื่อ

            ฝั่งตรงข้ามมีชายหนุ่มร่างสูงใหญ่นั่งอยู่ด้วยความสูงเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรและกล้ามเนื้อที่เป็นมัดๆดูเปี่ยมไปด้วยพละกำลัง

            จะขัดตาก็เพียงแต่ชายผู้นี้สีหน้าไม่สู้ดีนักเขาเอาแต่ก้มหน้าก้มตากัดหมั่นโถวไปเงียบๆผิดกับเจียงอิ๋งอิ๋งที่อยู่ฝั่งตรงข้ามซึ่งเจื้อยแจ้วไม่หยุดปาก“พี่เหยา พี่ไม่กินบะหมี่จริงๆ หรือคะ?”

            “น้ำซุปมันหวานมากเลยนะ! มีกุ้งแห้งด้วย!”

            เสิ่นเหยาเพียงแค่นเสียงในลำคอไม่ยอมขานรับ

            บะหมี่ชามละห้าเหมาสมุนไพรที่เขาแบกเข้าเมืองมาขาย ได้แค่ครั้งละแปดเหมาเองนะ!

            เลี้ยงไม่ไหวจริงๆ!

            เย็นชาชะมัดวันหน้าคงหาภรรยาไม่ได้แน่!

            เจียงอิ๋งอิ๋งก้มหน้าซดน้ำซุปต่อพลางค่อนแคะอยู่ในใจผู้ชายคนนี้ต้องไม่รู้จักถนอมภรรยาอย่างแน่นอน ใครได้แต่งงานด้วยคงซวยตายเลย!

            เธอคงลืมไปสิ้นแล้วว่าตนเองนั่นแหละคือภรรยาที่ ‘ซวย’ คนนั้น...

            แสงแดดภายนอกเริ่มสาดส่องแรงขึ้นเจียงอิ๋งอิ๋งหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวขึ้นมาซับริมฝีปากจิ้มลิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นยืน“เราไปกันเถอะค่ะ”

            เสิ่นเหยาดื่มน้ำเย็นตามไปอึกใหญ่พลางใช้หลังมือปาดปากทีหนึ่ง แล้วเหลือบมองผ้าเช็ดหน้าในมือเธอ

            ดัดจริต!

            เขาหันหลังเดินนำออกไป“อืม”

            พ่อคนมาดขรึมจอมปลอม!

            เจียงอิ๋งอิ๋งเบ้ปากใส่แผ่นหลังของเขา

            หลังจากทั้งสองเดินจากไปพนักงานโรงอาหารก็รีบสอดรู้สอดเห็นทันที “สองคนนั้นเขาเป็นอะไรกันน่ะ?”

            “ผัวเมียมั้ง? ไม่งั้นจะมานั่งกินข้าวด้วยกันได้ยังไง”

            “จะเป็นไปได้ไง? ผู้ชายคนนั้นหน้าดุอย่างกับยมบาล!”

            “ฉันว่าพี่น้องกันมากกว่า!”

            “ไม่เหมือนหรอก ดูเด็กผู้หญิงคนนั้นสิ ผิวขาวหยาดเยิ้มเชียวส่วนผู้ชายคนนั้นทั้งดำทั้งถึก...”

            ในยามนี้เจียงอิ๋งอิ๋งและเสิ่นเหยาเดินทางมาถึงจุดที่นัดหมายไว้ในวันนั้นแล้วทว่ากลับยังไม่เห็นแม้แต่เงาของน้าเจียง

            เสิ่นเหยาขมวดคิ้ว“คุณแน่ใจนะว่าเขาจะมา?”

            เจียงอิ๋งอิ๋งส่ายหน้า“ไม่แน่ใจค่ะ”

            เสิ่นเหยากัดฟันกรอด“ไม่แน่ใจ แล้วคุณกล้าซื้อผ้ามาเยอะแยะขนาดนั้นเลยหรือ?”

            เจียงอิ๋งอิ๋งเลิกคิ้วคู่สวยขึ้นพลางส่งสายตาหยอกเย้า“เป็นผู้ชายต้องหัดใจเย็นสิคะ!”

            เสิ่นเหยาจำต้องปิดปากฉับเขาพยายามระงับอารมณ์อยู่พักใหญ่ก่อนจะเอ่ยถามช้าๆ “แล้วถ้าเธอคนนั้นไม่มาจะทำยังไง?”

            เสื้อผ้าตั้งสิบกว่าตัวอย่าบอกนะว่าจะเก็บไว้ใส่เอง?

            เจียงอิ๋งอิ๋งมองซ้ายมองขวาหาผู้คนพอได้ยินเช่นนั้นก็มุ่นคิ้วเรียวสวย “พี่เหยาน่ารำคาญจังทำไมชอบพูดแต่เรื่องอัปมงคลอยู่เรื่อยเลย”

            เสิ่นเหยาพยักหน้ายอมรับอย่างกระแทกกระทั้น“ก็ได้ งั้นผมไม่พูดแล้ว!”

            เจียงอิ๋งอิ๋งจึงส่งยิ้มหวานให้เขาอย่างพอใจ“พี่เหยานี่ช่างว่านอนสอนง่ายจริงๆ!”

            เสิ่นเหยารู้สึกเหมือนจะกระอักเลือดเขาเบือนหน้าหนีแล้วไพล่มือทั้งสองข้างไว้ข้างหลังเพราะกลัวว่าตัวเองจะระงับอารมณ์ไม่อยู่จนเผลอไปสั่งสอนคนตรงหน้าเข้า

            ทันใดนั้นรถยนต์สีดำคันหนึ่งก็ค่อยๆ ขับเคลื่อนเข้ามาและจอดลงข้างทาง

            ในยุคสมัยนี้รถยนต์ถือเป็นของหายากและล้ำค่า เมื่อรถจอดสนิทสายตาของผู้คนรอบข้างจึงจับจ้องไปที่รถคันนั้นเป็นจุดเดียว

            แต่กลับไม่มีใครกล้าเดินเข้าไปดูใกล้ๆเพราะรู้ดีว่าคนที่นั่งอยู่ข้างในต้องเป็นบุคคลระดับสูงอย่างแน่นอน

            ดวงตาของเจียงอิ๋งอิ๋งเป็นประกายวาววับเธอรีบคว้าแขนเสิ่นเหยาแล้วก้าวเดินไปข้างหน้าทันที “มาแล้วค่ะ!”

            ทันทีที่ประตูรถเปิดออกเจียงชิงในชุดสูทสตรีก็ก้าวเท้าลงมา เมื่อเห็นเจียงอิ๋งอิ๋งเธอก็เผยรอยยิ้มกว้าง“ขึ้นมาคุยกันข้างบนรถเถอะ”

             

    คล้ายกับเรื่องย้อนยุคสู่ปี 80 พร้อมระบบ: อย่าริอาจมาแหย่แม่ชาเขียว ที่คุณอ่าน

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604