
เครดิตภาพจาก https://wallpapercave.com
เหมือนมารร้ายจะอ่านใจของอากิเนะออกจึงดักคอด้วยสำเนียงที่ค่อนข้างเนือย
"ก็รู้ว่าคำพูดของข้านั้นเชื่อไม่ค่อยได้ แต่ขอยืนยันว่าทุกสิ่งที่กล่าวคือเรื่องจริง"
เด็กสาวมองใบหน้าที่ดูจริงจังของมารร้ายมันให้ความรู้สึกที่แตกต่าง เพราะช่วงเวลาที่ประคารมกันเธอไม่เคยเห็นอมนุษย์ทำท่าแบบนี้เลย
"หรือว่าสิ่งที่เจ้านี่พูดมาจะเป็นความจริง "
มารร้ายไม่แยแสว่าเด็กสาวจะเชื่อหรือไม่แต่มันเริ่มเล่าเรื่องราวต่อ
"แน่นอนว่าการแหกคอกของมารตนนั้น ทำให้ผู้ใหญ่ในสภามารเริ่มขัดเคืองแต่ก็ไม่กล้าทำอะไร เพราะนางมีพลังที่เหนือล้ำกว่าอมนุษย์ทุกตนในดินแดน "
อากิเนะตีหน้านิ่ว เพราะเพิ่งรู้ว่าแดนมารนั้นรุ่งโรจน์และมีอารยธรรมจนถึงขั้นมีสภามาก่อนมนุษย์นับพันปีแต่มีสิ่งที่ติดใจยิ่งกว่า จึงสวนด้วยคำถาม
"จากที่เล่ามา เหมือนจะบอกว่ามารแหกคอกตนนั้นคือเพศหญิง เพราะเจ้าเรียกมันว่า.....นาง "
"อืม....ใช่แล้วมารตนนั้นเป็นเพศหญิง แถมยังมีหน้าตาเหมือนพวกมนุษย์ " มารร้ายตอบทันควันดวงตาแดงก่ำจับจ้องอากิเนะอยู่ตลอด มันส่งประประกายแปลกๆ ราวกับพยายามจับผิดบางอย่าง
จากทุกสิ่งที่ได้ยิน ทำให้อากิเนะเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวจนพอมองเห็นภาพคร่าวๆเด็กสาวจึงถึงกับยืนแข็ง เลือดในกายแทบจับตัวเป็นน้ำแข็ง เพราะสิ่งที่คาดค่อนข้างดารค์และชวนช็อค
"เจ้าจะบอกว่าข้าก็คือ.....ทายาทของมารตนนั้นใช่มั้ย "
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า......หลงตัวเองไปแล้วแม้เจ้าจะเหนือล้ำกว่ามารชั้นสูงหลายตน แต่ก็ยังห่างไกลเนื่องจากนางร้ายกาจถึงขั้นถล่มกองทัพของสภาด้วยตัวคนเดียว มิหนำซ้ำนางยังมีผมสีทอง ตาสีฟ้า ซึ่งแตกต่างจากเจ้าโดยสิ้นเชิง " มารร้ายหัวเราะลั่นเพราะขบขันที่เด็กสาวหลงตัวเอง
แม้จะแอบขุ่นเคืองที่โดนมารร้ายดูถูกแต่อากิเนะก็โล่งอกและยินดีที่รู้ว่าตัวเองไม่ได้เกี่ยวข้องกับอมนุษย์ตนนั้นทว่าพอนึกขึ้นมาได้ว่าเรื่องที่เล่าไม่เห็นเกี่ยวข้องกับเธอเลยจึงแปรเปลี่ยนเป็นโมโห
"แล้วตกลง พ่อแม่ของเราคือใคร บอกมาเดี๋ยวนี้นะ "
"เฮ้ย.....ใจเย็นสิข้ากำลังปูพื้นให้เรื่องหลัก เพราะมันเกี่ยวพันกัน เชื่อว่าพอเล่าจบจะรู้เองว่าต้นตระกูลของเจ้าคือใคร " มารร้ายเบรกแบบไม่คิดกลัวเกรงเพราะรู้ดีว่าเด็กสาวยังไม่คิดฆ่ามันในตอนนี้ ด้วยอมนุษย์มีสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการนั่นก็คือ......รากเหง้าของตัวเอง
อากิเนะพยายามทำใจให้เย็นลง เธอนึกสงสัยทำไมในทรวงถึงรุ่มร้อนขนาดนี้ มันไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนส่วนมารร้ายก็เริ่มเล่าต่อ
"หลังจากถล่มสภามาร นางได้รวบรวมทุกอาณาจักรในโลกมารให้เป็นหนึ่งแล้วจัดตั้งกองทัพที่เกรียงไกรขึ้นมา เพื่อก่อสงครามครั้งใหญ่ "
"เดี๋ยวนะ เจ้าบอกว่านางรวบรวมทุกอาณาจักรในดินแดนมารได้สำเร็จแล้วยังจะไปรบกับใครอีก มันไม่น่ามีคนให้ปราบแล้วนี่นา " อากิเนะทักท้วงทำให้มารร้ายแสยะยิ้ม จากนั้นก็ให้ข้อมูลที่สุดสยอง
"แล้วใครบอกว่ารบกับหมู่มารด้วยกัน เป้าหมายของนางคือ......เหล่าเทพ "
"เทพ......"อากิเนะตะโกนดัง ก่อนจะนิ่งอึ้ง มันเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน ทุกเรื่องราวที่ได้ยินเหนือล้ำเกินจินตนาการ
"หึ หึ หึ ข้าไม่ได้พูดเกินไปเลย ทุกสิ่งที่เล่ามาอยู่ในบันทึกของสภาแห่งใหม่ที่ครองดินแดนมารในปัจจุบัน " มารร้ายดักคอเพราะเห็นว่าอากิเนะเริ่มไม่เชื่อ ทว่าเด็กสาวกลับไถ่ถามต่อ ด้วยมีสิ่งที่ยังสงสัย
"แล้วผลการต่อสู้ระหว่างมารกับเทพเป็นเช่นไร "
มารร้ายได้แต่ยิ้มจางๆก่อนหันไปมองทางอื่น มันนิ่งอยู่นานเกือบนาที จึงเริ่มบรรยายด้วยน้ำเสียงที่ดูอาดูร
"แม้นางจะเปลี่ยนหมู่มารให้กลายเป็นเผ่าพันธุ์ที่ทะเยอทะยาน ชื่นชอบการต่อสู้จนสร้างกองทัพที่เข้มแข็งแต่เมื่อเทียบกับเหล่าเทพ ช่างห่างไกล ราวกับอยู่คนละโลก ดังนั้นผลของสงครามจึงจบลงที่พ่ายแพ้แบบยับเยิน "
ความโศกเศร้าที่แผ่ออกมาจากมารร้ายทำให้อากิเนะเริ่มสงสาร แต่ต่อมา เธอก็ได้คิด....เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะถ้าอมนุษย์บ้าสงครามชนะเหล่าเทพได้ความวุ่นวายน่าจะมากมายกว่านี้ ดีไม่ดี พวกมันอาจจะตรงมาขย้ำโลก The DarkWorld เป็นรายต่อไป
มารร้ายมองตรงไปข้างหน้า ก่อนทิ้งเวลาให้ตนเองพักหนึ่งเพื่อคลายความเศร้าโศก จากนั้นก็เล่าต่อ
"หลังสงคราม นางได้สิ้นชีวิต แต่ก่อนจะสูญสลาย นางให้สัญญาว่าจะกลับมาโลกมารและจะทรงพลังยิ่งกว่าเดิม เพื่อนำพาเผ่าพันธุ์เราไปสู้รบกับเหล่าเทพอีกครั้ง"
พออมนุษย์พูดจบ มันก็เงียบงันส่วนอากิเนะก็ตื้อตันไม่แพ้กัน ในหัวมีแต่คำถาม จึงลองปล่อยข้อสงสัยออกมาเผื่อจะได้ความกระจ่าง
"แล้วพวกเจ้าจะไปสู้กับเหล่าเทพที่เหนือชั้นกว่าทำไมหรือว่าพวกเจ้าอยากครองความเป็นใหญ่ "
"อืม.....เรื่องนี้ข้าก็สงสัยอยู่เหมือนกัน เพราะนางเคยกล่าวไว้หลายครั้งว่าสาเหตุที่ไปต่อสู้กับเทพ ก็เพื่อปลดปล่อยบางสิ่งให้เป็นอิสระอันเป็นผลดีต่อส่วนรวม พอสิ้นสงคราม นางก็จะจากไป ทิ้งให้สภามารปกครองกันเอง" มารร้ายก็งงเหมือนกัน มันเป็นคำตอบที่ย้อนแย้งสุดๆ เพราะถ้าเก่งขนาดปราบเทพได้แล้วจะทิ้งอำนาจไปทำไม ไหนจะเรื่องเป้าหมายที่ดูกำกวมและแปลกประหลาดอีก
อากิเนะมึนงงไปหมด เพราะนอกจากจะไม่ได้รับความกระจ่างกลับเกิดปมปัญหาที่มากกว่าเดิม ทั้งในเรื่องจุดหมายประหลาดที่มารสาวมุ่งมั่นการสละอำนาจของเจ้าหล่อน ทุกสิ่งที่ว่ามา ช่างดีงามและทรงคุณธรรมอันเป็นสิ่งที่ค้านกับความรู้ที่เธอเคยศึกษามา
"เราเคยได้ยินมาว่า.....พวกมารเป็นเผ่าพันธุ์ที่ชั่วร้ายชอบสงคราม การทำลายล้าง และออกมาสร้างความวิบัติแก่โลก The Dark World เป็นระยะ แต่สิ่งที่มารตนนี้เล่า กลับดีงาม มีอุดมการณ์ หรือจะจริง เพราะมันพูดเองว่าเรื่องดังกล่าวเกิดในยุคที่มนุษย์ยังไม่รู้จักการบันทึกเหตุการณ์ลงสมุดเสียด้วยซ้ำในตอนนั้น พวกเขาอาจทรงคุณธรรมอย่างที่เจ้านี่ว่าก็เป็นได้ "
ทั้งสองได้แต่นิ่งเพราะต่างฝ่ายต่างมีสิ่งที่อยู่ในใจ ไม่นานอากิเนะก็เริ่มนึกถึงประเด็นสำคัญที่ยังไม่เคลียร์ จึงเอ่ยถามรัวเร็ว
"เออ....ใช่ นึกออกแล้วเจ้ายังไม่ได้เล่าเรื่องชาติกำเนิดของข้าเลยนี่นา "
"หึ หึ หึ ยังอุตส่าห์จำได้อีก นึกว่าจะหลงทางไปกับเรื่องที่ข้าเล่าจนลืมไปแล้ว" มารร้ายหัวเราะเล็กน้อย รอยยิ้มที่มีเลศนัยประดับอยู่บนใบหน้าที่ดูกวนๆ
"งั้นก็รีบพูดมา ถ้าขืนชักช้า เจ้าได้ตายตอนนี้แน่ " อากิเนะข่มขู่แต่คำพูดดูมีน้ำหนักน้อยลงกว่าเดิม เพราะจิตของเธอหลุดจากโหมดคลั่งไปแล้ว
มารร้ายแสยะยิ้มอีกครั้งเป็นนัยว่ารู้ทัน จากนั้นก็เริ่มเล่าเรื่องราวต่อ
"ถึงข้าเชื่อว่าเจ้าไม่น่าเกี่ยวข้องหรือเป็นทายาทของมารหญิงตนนั้นเพราะมีรูปร่างหน้าตาที่แตกต่างกัน แต่......กับกลุ่มองครักษ์ของนางนั้นไม่แน่ ด้วยมีมนุษย์หลายคนสืบทอดเชื้อสายจากหมู่มารเหล่านั้น"
"นี่เจ้าจะบอก....กลุ่มองครักษ์ของนางมารตนนั้นเอ่อ.....ได้มีลูกกับมนุษย์จนเกิดทายาทลูกครึ่ง ใช่มั้ย" อากิเนะพูดติดขัด เพราะเธอเป็นเพียงเด็กสาวแรกรุ่นที่ไม่ค่อยกล้าสนทนาในเรื่องเพศ
"หึ หึ หึ ใช่แล้ว " มารร้ายรับคำ พร้อมแสยะยิ้มชั่วร้าย
เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางดวงใจทุกคำล้วนเสียดแทงอารมณ์ ถึงตอนนี้ อากิเนะรู้แล้วว่าทำไมตนเองถึงมีพลังเวทที่สูงเกินมนุษย์ขนาดนี้และยังเชื่อว่าเชื้อสายนี้น่าจะมาจากทางปู่เพราะท่านเป็นถึงเทพศาสตราที่มีพลังยุทธ์สูงล้ำเกินบรรยาย
รอยยิ้มของมารร้ายฉีกกว้างขึ้นเรื่อยๆสาเหตุที่มันสาธยายยืดยาว เพราะต้องการรวบรวมพลังเพื่อโจมตีครั้งสุดท้ายในขณะที่เด็กสาวเผลอ และตอนนี้ก็ใกล้ถึงฝั่งฝัน
"อีกนิดเดียว อีกแค่นาที ข้าก็พร้อมจะปล่อยท่าไม้ตายสูงสุด "
ขณะที่อมนุษย์คิดแผนร้าย อากิเนะก็นึกถึงบางจุดที่ยังไม่กระจ่างจึงออกปากถามโดยเร็ว
"แล้วมารหญิงตนนั้นมีชื่อว่าอะไร "
คิ้วของมารร้ายกระตุกเล็กน้อยเพราะไม่เชื่อว่ามนุษย์ร่างเล็กจะถามถึงนามของมารในตำนานแต่เพื่อให้แผนการชั่วช้าสำเร็จโดยสมบูรณ์ มันจึงบอกความจริง
"นางมีชื่อว่า......เฟอรัน "
"เฟอรัน " อากิเนะรู้สึกหัวหมุน เธอทวนคำเบาๆด้วยอาการเลื่อนลอย และคุ้นเคยกับนามนั้นเอามากๆราวกับว่าเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน ทันใดนั้นเอง มารร้ายก็ฟื้นตัว
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เสร็จข้าล่ะ "
มารร้ายปาฝุ่นผงที่แอบกำไว้ในมือใส่ดวงตาของอากิเนะ ส่งผลให้เด็กสาวรีบยกสองมือขึ้นขยี้พร้อมตะโกนดังด้วยความเจ็บแสบ มันเป็นคำสบถที่เจ้าหล่อนไม่เคยผรุสวาทมาก่อน
"โอ๊ย......บัดซบนี่เจ้าทำอะไร "
มารร้ายไม่กล่าวคำใดมันรีบปล่อยออร่าสีดำออกมา จากนั้นก็ใช้วิชาแยกร่างที่ถนัด
"แบ่งภาคเป็นสิบตน "
มารร้ายสิบตนกระโจนออกมาจากร่างต้นพวกมันมีรูปร่างหน้าตาที่เหมือนกัน แถมยังแสยะยิ้มชั่วช้าไม่ต่างจากแฝดสยองในหนังที่ชวนหลอน ทว่าเหล่าอมนุษย์ไม่ได้โอภาปราศรัยหรือออกปากทักทายกันแต่กลับรุมล้อมอากิเนะเป็นรูปวงกลม
มารร้ายที่เป็นร่างต้นดีดตัวออกห่างประมาณ 30 เมตรพอเห็นว่าพ้นจากรัศมีทำลายล้าง มันก็ตะโกนดัง
"ดีล่ะ ทุกตนเผด็จศึก "
มารร้ายร่างแยกอีกสิบตนเปล่งออร่าสีดำพร้อมกันจนดูเหมือนลูกไฟกองโตหลายสิบดวง จากนั้นก็กรูกันเข้าไปเกาะกุมกายบางของเด็กสาว
"ไอ้มารบ้า จะทำอะไร ปล่อยนะ " อากิเนะโวยดัง แม้เธอจะหลุดจากวงล้อมนี้อย่างง่ายดายด้วยการปลดปล่อยพลังเวทออกมาแต่ก็ทำได้ยาก เพราะยังรู้สึกเคืองตาจนรวมพลังไม่ได้
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter
