Tale of Tales Online: Age of Apocalypse อภิมหาสงครามภัยพิบัติถล่มจักรวาล

    เล่ม 2 ตอนที่ 4 บอกผมทีว่านี่เป็นเกม ไม่ใช่สารคดีสัตว์โลกตามที่เขาหลอกลวง


    เพียงแค่ผมลองเอาดาบในมือตวัดฟันไปในอากาศข้างหน้าอย่างไม่ใส่ใจ คมดาบก็ได้เฉือนเข้ากับเพื่อนเอ็นพีซีคนหนึ่งจนเกิดเป็นแผลตื้น ผมจึงต้องรีบขอโทษขอโพยเขายกใหญ่ ผมมั่นใจนะว่าเมื่อกี้นี้ผมฟันไปในอากาศจริงๆ แล้วรอยแผลพวกนั้นมันจะเป็นฝีมือของผมได้ยังไงกัน ผมรีบเก็บปืนไว้ตรงเอวใกล้กับปลอกไม้กายสิทธิ์ ผมเลือกที่จะเก็บมันไว้ใช้ในตอนที่จำเป็นเท่านั้นเพราะผมรู้ดีว่าปืนอันนี้ไม่สามารถใช้ยิงอย่างต่อเนื่องได้ ด้วยการยิงเพียงนัดเดียวก็สามารถเปลี่ยนจากอาวุธพิฆาตจากระยะไกลให้กลายเป็นเศษเหล็กชิ้นหนึ่งได้ และมันจะเป็นแบบนั้นไปจนกว่าเศษเหล็กที่ว่านี้จะถูกบรรจุกระสุนใหม่อีกครั้ง ซึ่งมันมีขั้นตอนที่ต้องอัดดินปืนเข้าไปโดยใช้แท่งเหล็ก แล้วการจะรีโหลดกระสุนในการต่อสู้ที่ฝั่งผู้เล่นนัวเนียกับเหล่าเคิร์สออคโตพัสในระยะประชิดนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตายทางอ้อมตอนนี้ทุกคนต่างช่วยกันไล่ภัยคุกคามที่รุกเข้ามาถึงปลายจมูกของคนที่อยู่บนเรือ ผมได้ใช้ดาบในมือปลิดชีพพวกมันไปด้วยการฟันโง่ๆ ไปหลายตัวด้วยกัน และการที่ผมไม่มีเพลงดาบหรืออะไรทำนองนั้นอยู่ในหัวเลยก็น่าจะเป็นเพราะทักษะภูมิปัญญาของลูกเรือไม่ได้มีเนื้อหาข้อมูลในการใช้งานงานเพลงดาบอยู่นั่นเอง แต่เท่าที่ผมลองเปรียบเทียบการใช้ดาบของตัวเองกับลูกเรือคนอื่นดูแล้ว พบว่าผมสามารถฟันผ่าครึ่งพวกมันได้อย่างง่ายดายได้ราวกับการใช้ดาบผ่าเยลลี่ ในขณะที่ลูกเรือหลายคนต้องใช้การสับย้ำในการแบะหัวหมึกวายร้ายอยู่หลายคมดาบด้วยกันกว่าพวกมันจะเผละออกเป็นสองซีก นั่นก็แสดงว่าทักษะการฝึกฝนของลูกเรือนั้นได้ครอบคลุมมาถึงการใช้ดาบที่เป็นอาวุธประจำเรือด้วยเช่นกันแม้พวกมันแต่ละตัวจะเลเวลน้อย แต่การที่พวกมันยกพวกกันมาอย่างไม่หยุดหย่อนก็อาจทำให้เป็นปัญหาได้เนื่องจากค่าพลังต่างๆ ที่มีอย่างจำกัดของฝั่งผู้เล่น ลูกเรือและผู้เล่นหลายคนถูกพวกมันกระโจนเข้าใส่ บ้างก็สามารถโจมตีสวนไปได้ ซึ่งก็มีพวกเขาบางคนด้วยเช่นกันที่ไม่สามารถหลบการพุ่งเข้ามาทีเผลอของเหล่ามัจจุราชมีหนวดได้ สิ่งที่น่าแปลกใจคือหมึกต้องสาปบางตัวที่ได้กัดลูกเรือหรือผู้เล่นจนบาดเจ็บนั้นไม่ได้สร้างเยลลี่ดำออกมาเหมือนกับการกระทำของหมึกตัวแรกที่โดนกัปตันโจส์ผ่าหัวแบะไป แต่พวกมันกลับรีบตะกุยตะกายหนวดหนีตายเพื่อกระโดดทิ้งตัวลงไปในสหาสมุทร ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่ามันจะทำแบบนั้นไปทำไมปัง! ปัง! ปัง!เสียงระเบิดคล้ายปืนใหญ่ดังขึ้นแทบจะติดๆ กันราวสามครั้ง สหายลูกเรือพลันช่วยกันฟันฝูงหมึกนรกฝ่ารุกคืบไปยังบริเวณขอบเรือ พวกเขาพยายามชะเง้อมองไปใต้ตัวเรือทุกครั้งที่คิดว่าตัวเองปลอดภัยจากหมึกต้องสาป ทันใดนั้นก็มีลูกเรือคนหนึ่งรีบตะโกนบอกกัปตันของตัวเองว่าเรือรั่ว กัปตันจึงตะโกนบอกกลับมาให้ลูกเรือรีบลงไปซ่อมเรือโดยด่วน ส่วนเขาเองนั้นจะทำการเคลียร์หมึกดำรอบบริเวณบันไดเพื่อเปิดทางให้เองเมื่อกะลาสีเรือทำท่าจะลงไปยังชั้นที่พักก็ดันมีหมึกดำตัวหนึ่งกำลังไต่อยู่ที่บันไดพุ่งเข้ามากัดเข้าแขนของเอ็นพีซีคนนั้น กัปตันที่เห็นดังนั้นก็รีบใช้มือกระชากหัวไอ้ปลาหมึกตัวดีออกมาจากแขนลูกเรือ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะเขวี้ยงมันออกไป รยางค์คราเคนหมึกตัวพ่อนับสิบเส้นก็ได้โผล่ขึ้นมาจากน้ำขึ้นมารั้งส่วนท้ายของเรือกับเสากลางและเสาหลังเอาไว้ พร้อมกับส่งน้ำทะเลให้สาดกระเซ็นเข้ามาโดนเข้ากับหมึกต้องสาปตัวที่อยู่ในมือของกัปตันโจนส์ ตัวหมึกในมือกัปตันสั่นระริกอยู่ครู่หนึ่ง ไม่นานนักจากหมึกตัวสีดำก็เริ่มเปลี่ยนกลายเป็นสีแดงพลันขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ กัปตันที่เห็นท่าไม่ดีจึงได้พยายามขว้างมันออกไปนอกเรือ ทันทีที่หมึกแดงหลุดออกจากการจิกหัวของกัปตันโจนส์เป็นระยะห่างออกไปเพียงเล็กน้อย ร่างของมันก็ได้กลายเป็นสีแดงเข้ม ก่อนจะระเบิดตู้มขึ้นกลางอากาศ ทำให้ผู้เล่นและเอ็นพีซีที่อยู่บริเวณนั้นถูกแรงระเบิดผลักกระเด็นออกไป เรือที่ถูกหมึกระเบิดเข้าไปจึงเกิดเป็นรูโพรงขึ้นที่ชั้นดาดฟ้าเรือด้วยการที่ผมมีพลังการฟื้นฟูขั้นสูงสุด เศษไม้ที่ติดอยู่ในเนื้อหนังก็ถูกเนื้อหนังขย้อนออกไปจากร่างกายจนหมด บาดแผลต่างๆ ที่เกิดขึ้นจึงสมานเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักก็ได้ยินเป็นเสียงลูกเรือที่ประจำอยู่ที่ชั้นล่างตะโกนขึ้นมาบอกว่าแรงระเบิดก่อนหน้านี้ทำให้เรือเกิดรอยรั่วจนน้ำทะเลสามารถทะลักเข้ามาในตัวเรือได้แล้ว เนื่องจากแถวนั้นผมเป็นลูกเรือคนเดียวที่ยังยืนหยัดอยู่ได้โดยไร้บาดปผล กัปตันเลยสั่งให้ผมลงไปจัดการกับรอยรั่วเหล่านั้นทันทีพลันซอมบี้ปลาหมึกตัวหนึ่งก็ได้พุ่งเข้าโจมตีกัปตันโจนส์จากด้านหลัง แต่ยังไม่ทันที่มันจะได้แตะชายผู้นั้น มันก็ได้ถูกมีดเล่มหนึ่งปักเข้ากลางหัวอย่างจัง ส่งร่างของมันให้หงายหลังล้มลงไปทั้งยืน ก่อนที่เจ้าของมีดจะงัดถั่งงัดอย่างถี่รัวจนร่างซอมบี้ตัวดำนอนแน่นิ่งไป แล้วหันมากล่าวกับผมว่า“อย่าอู้ดิ” พี่มาร์คัสพูดพลางหันมาทำหน้าดุที่แทบจะเรียบเฉยใส่ผมทีหนึ่ง ก่อนที่เจ้าตัวจะพุ่งไประวังหลังให้คนอื่นต่อกัปตันที่ยังดูมึนๆ จากแรงระเบิดเมื่อครู่ก็ได้สะบัดหัวไล่ความมึนงงเหล่านั้นออกไป แล้วดึงปลอกพร้อมตัวดาบออกมาจากเข็มขัด เขาขยับปากพึมพำบางอย่างอยู่พักหนึ่ง แล้วชูฝักดาบขึ้นเหนือศีรษะ พลันดาบที่อยู่ในนั้นก็เรืองแสงสีทองขึ้นมาวาบหนึ่ง แล้วตัวดาบก็พุ่งออกไปอย่างรวดเร็วจนเห็นเป็นรอยเส้นสีทองนับไม่ถ้วนตรงรยางค์ของคราเคน ก่อนจะพุ่งกลับมาเข้าฝักดังเดิมอย่างรวดเร็ว ส่งเศษเนื้อชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่เคยเป็นหนวดปลาหมึกขนาดยักษ์ให้กระจัดกระจายไปบนพื้นดาดฟ้าเรือ ส่งบางส่วนให้ร่วงกลับไปสู่ท้องทะเล หลังจากได้ปลดปล่อยการโจมตีเมื่อครู่ผู้นำเรือก็ดูเหนื่อยอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ผมจึงรีบเรียกขวดยาฟ้าและยาส้มออกมาอย่างละขวดพร้อมยื่นให้เขา ก่อนจะรีบกระโดดลงไปยังชั้นที่พักลูกเรือ แล้วรีบมุ่งตรงสู่ทางลงไปยังท้องเรือที่มีป้ายบอกว่าเฉพาะลูกเรือเท่านั้นเมื่อผมมาถึงบริเวณท้องเรือก็พบว่า น้ำทะเลได้ทะลักเข้ามาจนถึงหัวเข่าแล้ว มีลูกเรือจำนวนหนึ่งที่กำลังต่อสู้อยู่กับหมึกดำในบริเวณนี้เช่นกัน ผมที่เห็นดังนั้นจึงรีบเข้าไปจัดการกับมอนสเตอร์อันตรายด้วยการใช้ดาบฟันจากด้านหลังของพวกมัน สังหารเคิร์สออคโตพัสไปสามตัวรวด พลันมองหาโพรงที่เป็นทางเข้าของพวกมันทันทียังดีที่สองในสามรูรั่วที่เกิดขึ้นได้ถูกหมุดตรึงตาข่ายเอาไว้เรียบร้อยแล้ว จึงทำให้หมึกดำไม่สามารถมุดช่องนั้นเข้ามาในเรือได้ ดังนั้นผมจึงรีบพุ่งตรงไปยังอีกโพรงที่เหลือทันที พลันน้ำที่กำลังทะลักเข้ามาก็หยุดลงเนื่องจากกำแพงโปร่งใสที่ปรากฏขึ้น ซึ่งเมื่อยื่นมือออกไปสัมผัสก็พบว่ามันน่าจะเป็นบาเรียเคลือบเรือเหมือนกับที่กัปตันโจนส์เคยใช้ออกมาก่อนหน้านี้นั่นเอง นี่จึงเป็นโอกาสดีที่ผมควรจะรีบซ่อมรอยรั่วให้เสร็จ ลูกเรือคนหนึ่งพลันรีบเอาแผ่นไม้มาปิดรอยรั่ว ในขณะที่อีกคนรีบใช้ค้อนตอกตะปูลงไปโป๊กๆ ผมที่ทนดูไม่ได้จึงยื่นมือขอตะปูมาตัวหนึ่งพร้อมหยิบปืนพกของตัวเองออกมาแล้วใช้ส่วนที่เป็นเหล็กตอกลงไปด้วยการตอกเพียงแค่สองครั้งเท่านั้น ผมซ่อมเสร็จเร็วมากจนตัวผมเองก็ยังประหลาดใจเมื่อค้อนถูกเปลี่ยนมือมาอยู่ในมือผม การฝังตะปูหนึ่งตัวลงไปในเนื้อไม้นั้นก็ทำได้โดยการตอกลงไปเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น แม้นิ้วของผมจะโดนค้อนบดขยี้จนขาด แต่เพียงแค่ไม่ถึงวินาทีนิ้วของผมก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม ความเจ็บแค่นี้ผมสามารถทนได้อยู่แล้ว ถ้าเทียบกับการปกป้องชีวิตของป้าโซฟี พี่มาร์คัสและคนอื่นๆ ที่อยู่บนเรือผมและผองเพื่อนกะลาสีช่วยกันซ่อมรูรั่วได้ทันเวลาก่อนที่ทักษะเคลือบเรือของกัปตันจะหมดลง ผมปล่อยให้เพื่อนกะลาสีใช้ยางไม้ยาเรือกันเอง ในขณะที่ผมรีบขอตัวขึ้นไปสมทบกับคนอื่นๆ บนชั้นดาดฟ้าเรือ แต่ยังไม่ทันที่ผมจะไปถึงทางขึ้น สายตาของผมก็ดันไปสะดุดเข้ากับห้องหนึ่งที่มีแสงสีครามลอดออกมาตามซอกไม้ พลันหนังสือคริวเมทไกด์ก็สั่นอย่างรุนแรงก่อนจะพุ่งเข้าไปติดกับกำแพงไม้ของห้องดังกล่าว แน่นอนว่าผมสัมผัสได้ถึงความไม่ปกตินี้ เมื่อผมเดินไปที่ประตูก็พบว่าประตูมันล็อค และในชั่ววินาทีที่กำลังคิดว่าจะตัดใจ หนังสือคู่มือลูกเรือก็ได้ซึมทะลุผนังไม้ลงไป จนเกิดประตูโปร่งใสขึ้นที่แผ่นไม้บริเวณนั้น พอผมเอื้อมมือไปสัมผัสเท่านั้นแหละ ตัวผมก็ได้วาร์ปทะลุเข้ามาในห้องนี้อย่างงงๆ พร้อมกับพอร์ทัลผ่านตลอดที่หายวับไปลักษณะภายในห้องนี้มันเหมือนกับห้องเก็บเอกสาร มีแผนที่ แบบแปลนและวัตถุแปลกๆ อยู่เต็มไปหมด จากหนังสือที่เคยลอยตามเจ้าของอย่างสงบเสงี่ยม บัดนี้มันกลับพลิกคว่ำลง ลอยไปบินมาราวกับมีชีวิต ก่อนที่หนังสือจะเปิดออกแล้วงับลงมาที่แขนข้างหนึ่งของผม เหมือนมันกำลังพยายามดึงให้ผมเดินไปยังทิศทางที่เป็นแหล่งกำเนิดของแสงสีคราม พฤติกรรมของหนังสือในตอนนี้แลดูไม่ต่างไปจากสุนัขเชื่องๆ ตัวหนึ่งเลยผมเดินเข้าไปใกล้วัตถุดังกล่าวมากขึ้นเรื่อยๆ แม้แสงนั้นจะสว่างมาก แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกแสบตาแต่อย่างใด สิ่งนั้นมันอยู่ในกล่องที่เต็มไปด้วยกระดาษ ตอนที่ผมเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาแสงดังกล่าวก็พลันหายไป...‘คิงออฟดิโอเชี่ยน’ หนังสือธรรมดาเล่มหนึ่งที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับมอนสเตอร์ต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในท้องทะเลไหนๆ ก็เปิดดูแล้ว ผมจึงรีบดูสารบัญแล้วเปิดไปยังหน้าที่มีข้อมูลของคราเคนทันที สายตาของผมไปสะดุดเข้ากับวิธีการเอาชนะบอสคราเคน… ‘สวดภาวนาให้มันปล่อยคุณไป’ อ่านจบก็ทำให้ผมถึงกับกลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่ พลันหนังสือก็เกิดเป็นเปลวเวทมนตร์สีฟ้าที่ค่อยๆ แผ่ขยายออกไปจากตรงกลางของสันหนังสือ เผาไหม้เนื้อหาในหน้ากระดาษให้หายไป ก่อนจะปรากฏเป็นรายละเอียดของทักษะหนึ่งที่มีชื่อว่า ‘ฮันติงกราวส์ออฟดิออร์ก้าส์(Hunting Grounds Of The Orcas)’ โดยคำร่ายของสกิลดังกล่าวนั้นยาวเหยียด แต่เพราะทักษะสิทธิพิเศษของบรรณารักษ์ที่ต่อให้ทักษะจะร่ายยาวขนาดไหน ผมก็สามารถเรียกใช้ทักษะเหล่านั้นออกมาได้อย่างง่ายดายรายละเอียดส่วนหนึ่งของทักษะนั้นได้บอกเอาไว้ว่า เป็นทักษะที่สามารถใช้เพื่อขับไล่หรือถ่วงเวลาคราเคนได้ ซึ่งเพียงแค่ประโยคนั้นเพียงประโยคเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ผมตัดสินใจใช้ทักษะนี้ออกมา แต่เมื่อสิ้นเสียงเรียกใช้ หน้าทักษะดังกล่าวก็ได้หายไปจากหนังสือทันที ไม่ใช่ดิ… หนังสือเล่มนี้มันได้กลายเป็นหนังสือที่มีแต่กระดาษเปล่าไปเรียบร้อยแล้ว ตอนที่ผมเรียกใช้ทักษะออกมามันมีวงเวทเกิดขึ้นรอบตัวผมก็จริง แต่พอใช้งานเสร็จแล้วมันกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ไม่แน่ว่าเงื่อนไขในการใช้งานอาจจะยังไม่บรรลุก็เป็นได้เมื่อรู้ตัวอีกทีผมก็พบว่าหนังสือคริวเมทไกด์ก็ได้หายไปจากบริเวณนี้แล้ว ผมที่เห็นดังนั้นจึงรีบปิดหนังสือแล้วถือหนังสือเจ้าสมุทรติดตัวขึ้นมายังบนดาดฟ้าเรือทันที แต่พอมาถึงเท่านั้นแหละ เสียงคำรามของอสูรร้ายก็ดังขึ้นอีกครั้ง โดยคราวนี้เสียงนั้นได้นำพาเมฆครึ้มสีดำบนท้องฟ้าให้เริ่มก่อตัวกันหนามากขึ้น เหล่าหมึกต้องสาปเองก็ได้เปลี่ยนจากท่าทีจากบวกไฝว้กลายเป็นหนีตาย พากันกระดึ๊บลงทะเลกันไปหมด เกิดเป็นเสียงฟ้าร้องดังขึ้นเป็นครั้งคราว สายลมพลันเปลี่ยนทิศ และด้วยความรุนแรงของลมที่เพิ่มขึ้นอย่างเฉียบพลัน ทำให้กัปตันโจนส์ต้องสั่งให้เหล่าพี่น้องกะลาสีรีบเก็บใบเรือเปรี๊ยง!เสียงฟ้าผ่าลงมาที่ยอดเสาเรือด้านหน้าได้แยกเสาให้แตกออกเป็นสองท่อนพร้อมกับเปลวไฟที่ลุกพรึบขึ้น พวงมาลัยเรือที่เคยหยุดนิ่งพลันหมุนไปทางด้านหนึ่งอย่างรวดเร็ว จนต้องใช้กำลังของกะลาสีหลายคนมาหยุดมันเอาไว้ ในขณะที่กะลาสีคนอื่นๆ ก็พากันรีบวิ่งไปชะโงกหน้าบริเวณขอบเรือ“น้ำวน!” กะลาสีคนหนึ่งตะโกนลากเสียงยาวออกมา ไม่ต่างไปจากการตะโกนคำว่าคราเคนตอนนี้เปลวไฟที่ลุกไหม้ก็ถูกควบคุมเอาไว้ได้โดยเวทน้ำและเวทน้ำแข็งของผู้เล่นสายจอมเวทบนเรือ ปัญหาที่หนักสุดในตอนนี้จึงเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้เลย นอกจากปัญหาแอ่งน้ำวนขนาดใหญ่ที่กำลังก่อตัวขึ้น โดยมีจุดศูนย์กลางเป็นโพรงปากของคราเคนเรือไม้ที่ลอยลำอยู่ในทะเลได้ถูกทั้งแรงลมและกระแสน้ำพัดพาให้เคลื่อนที่เป็นแบบก้นหอยรอบน้ำวน ทุกวินาทีที่ผ่านไปยิ่งทำให้พวกเราเข้าใกล้รยางค์ของมัจจุราชมากขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถมองเห็นปากทางมรณะสู่ยมโลกอย่างชัดเจน พลันรยางค์สองเส้นของคราเคนหนึ่งก็พุ่งเข้ามารัดเสาท้ายเรือเอาไว้ ด้วยแรงดึงเรือของซัมมอนม้าเงือกของป้าโซฟีที่ต้องต้านทั้งกระแสน้ำวนและแรงจากคราเคนก็ไม่เพียงพอที่จะช่วยให้พวกเรารอดพ้นภัยไปได้ แต่แล้วเสียงร้องอันโหยหวนที่ฟังดูคล้ายกับเสียงหมาหอนผสมเสียงดนตรีในหนังสยองขวัญก็ดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของปลาวาฬสีน้ำเงินที่ได้ชื่อว่าเป็นปลาวาฬที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกโผล่ขึ้นมาจากผิวน้ำ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบขนาดคร่าวๆ ระหว่างวาฬที่เพิ่งปรากฏตัวกับคราเคนดูแล้วก็เห็นได้ชัดว่าขนาดตัวของวาฬนั้นมีขนาดเป็นครึ่งหนึ่งของคราเคนเลยทีเดียวเชือกหลายเส้นที่ขดอยู่พลันถูกกัปตันใช้ทักษะบังคับให้ไปโยงรัดกับวาฬสีน้ำเงินที่ปรากฏตัวขึ้นทันทีทันใด ด้วยแรงดึงของวาฬดังกล่าวที่ยื้อยันกับคราเคนทำให้เรือยังไม่ได้มีจุดจบเหมือนกับเด็กที่ถูกไก่จิกตายบนปากโอ่ง ไม่นานนักกัปตันโจนส์ก็ได้ตัดสินใจชักดาบออกมาฟันฉึบไปที่หนวดทั้งสองที่รัดเสาเรือเอาไว้ขาดออกเป็นสองท่อนภายในดาบเดียว เพียงครู่เดียวหนวดหมึกอีกหลายเส้นก็พุ่งมาจับส่วนต่างๆ ของท้ายเรือเอาไว้อีกครั้ง โดยคราวนี้ดันมีหนวดเส้นหนึ่งของคราเคนฟาดเอาปืนใหญ่ตกทะเลไปจนหมด การโจมตีต่างๆ ของผู้เล่นบนเรือนั้นแทบจะไม่สะทกส้านกับเส้นหยึกหยึยนั่นเลยแม้แต่น้อย ยกเว้นก็แต่เพียงคอมโบเดดลี่สไตรค์ของพี่มาร์คัสที่ปลดหนวดเส้นหนึ่งของคราเคนออกไปจากเรือได้สำเร็จ ปืนพกของผมถูกชักออกมาจากเอว แล้วเล็งยิงไปที่หยวดปลาหมึกยักษ์เส้นหนึ่ง โดยหวังให้พลังโจมตีสิบเท่าของหนังสือคริวเมทไกด์ทำงาน แต่เมื่อกระสุนถูกลั่นออกไป ผมกลับเผชิญเข้ากับความจริงที่ว่าความสามารถของหนังสือคริวเมทไกด์ได้หายไปตั้งแต่ที่ผมไปไปสัมผัสเข้ากับหนังสือคิงออฟดิโอเชี่ยนแล้ว ผมในตอนนี้จึงแทบจะปล่อยเมาส์ พร้อมที่จะสละทางโลกอย่างเป็นทางการ ถ้ามันมีเมาส์ให้ปล่อยอะนะทันใดนั้นเองสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าก็ทำให้ผมมีความหวังขึ้นมา ปรากฏเป็นฝูงปลาโลมาตัวสีดำท้องขาวพุ่งขึ้นมาจากน้ำ เดี๋ยวนะ… ผมรีบแค็ปเจอร์รูปสัตว์ปริศนาด้วยการทำมือเป็นรูปตัวแอลแล้วมาประกบกันเป็นรูปกล้อง แล้วเปิดรูปขึ้นมาขยายดู จึงพบว่าสัตว์ตัวดังกล่าวที่มีรูปร่างเหมือนโลมา ครีปเหมือนฉลาม หน้าตาคล้ายเอเลี่ยน ชวนให้นึกถึงตัวละครเวน่อมในจักรวาลมาร์เวลตัวนั้น ที่เมื่อลองค้นหาโดยใช้รูปภาพก็พบว่ามันเป็นปลาวาฬเพชฌฆาตรที่มีอีกชื่อว่าคิลเลอร์เวลหรือวาฬออร์ก้านั่นเอง ซึ่งมันไม่ได้มาแค่เพียงตัวเดียว แต่พวกมันมากันเป็นฝูงใหญ่ ซึ่งแม้ว่าขนาดลำตัวจะเล็กกว่าคราเคนอยู่หลายเท่า แต่ผมคิดว่าด้วยจำนวนของพวกมันก็น่าจะทำให้คราเคนเสียวหนวดขึ้นมาได้บ้างแหละครีปดำหลายสิบครีปที่โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำพลันว่ายเข้ามาใกล้เรือ ก่อนจะพากันกระโจนขึ้นมางับเข้ากับหนวดคราเคนที่ดึงเรือเอาไว้ แม้จะไม่สามารถงับให้ขาดไปด้วยการกัดเพียงแค่ครั้งเดียว แต่ด้วยการร่วมแรงร่วมใจกันของฝูงวาฬออร์ก้าก็ได้ทำให้เรือหลุดพ้นจากการพันธนาการของอสุรกายฝันร้ายแห่งท้องทะเลไปในที่สุดนอกจากวาฬนักฆ่าจะช่วยให้เรือของพวกเราเป็นไทแล้ว ตอนนี้ดูเหมือนว่าการออกล่าของฝูงวาฬเพชฌฆาตรยังได้หยุดยั้งพายุน้ำวนมรณะเอาไว้ด้วยเช่นกัน เมฆดำครึ้มที่เคยควบตัวแน่น บัดนี้ก็ได้เริ่มสลายตัวไป จนเห็นเป็นแสงแดดส่องลงมาตามช่องว่างของเหล่าหมู่เมฆราวกับแสงไฟของสปอตไลท์ที่ได้สาดส่องมายังเรือลำนี้ พร้อมกับเสียงของผู้คนบนเรือที่ต่างพากันโห่ร้องออกมาด้วยความยินดีปรีดา ผมได้แต่หวังว่าคราเคนได้หนีไปแล้วจริงๆ แบบไปแล้วไปลับไม่กลับมาซ้ำเติมเรือลำนี้อีกหน ถ้าเป็นไปได้ก็ขออย่าให้ได้เจอะเจอกันกับฝันร้ายในทะเลแบบนี้อีกเลยไม่นานนักป้าโซฟีก็เดินเข้ามาหาผมพร้อมกับสีหน้าที่อิ่มเอมใจไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข แตกต่างกับผมและพี่มาร์คัสที่พากันถอนหายใจออกด้วยความโล่งอก แต่จู่ๆ พี่มาร์คัสก็มองมาที่ผมด้วยสายตาแปลกๆ“ทำไมหนังสือยังอยู่?” พี่มาร์คัสถามพลางชี้มายังหนังสือที่ผมถือไว้ข้างลำตัว ป้าโซฟีที่เพิ่งเห็นก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นคิ้วขมวดขึ้นมา“เออวะ” ขนาดผมที่เป็นเจ้าตัวเองก็ยังงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่แน่ว่าคราเคนอาจจะยังอยู่แถวนี้ก็เป็นได้ ผมจึงรีบเปิดหนังสือขึ้นมาทันที พลันปรากฏเป็นวงเวทก็ปรากฏขึ้นใต้ร่าง ก่อนที่ผมจะหายวับไปจากดาดฟ้าเรือแบบงงๆ เสียงสุดท้ายที่ผมได้ยินจึงเป็นเสียงเรียกของป้าโซฟีกับพี่มาร์คัส‘โอ้… ชีวิต’

    คล้ายกับเรื่องTale of Tales Online: Age of Apocalypse อภิมหาสงครามภัยพิบัติถล่มจักรวาล ที่คุณอ่าน