นักสู้ที่เข้ามาก่อนหน้านี้หายไปไหน? ที่นี่เป็นสถานที่แบบไหนกัน? ไป๋ฉีกล่าวถามตัวเองซ้ำๆทว่ากลับคิดหาคำตอบที่สมเหตุสมผลในเรื่องนี้ไม่ได้
"หรือว่าข้าอาจจะคิดมากเกินไป นักสู้ที่เข้ามาก่อนนี้อาจจะถูกส่งไปยังมิติอื่นก็เป็นได้"ความคิดของไป๋ฉีกลับมาเรียบง่ายอีกครั้ง และในตอนนั้นชายหนุ่มก็สัมผัสได้ถึงคนๆหนึ่งที่อยู่ด้านหลังของเขา
"พี่สาว ท่านแอบมาหาข้าในยามวิกาลเช่นนี้ เกรงว่ามันคงไม่เหมาะสมกระมัง"ไป๋ฉีเอ่ยปากกล่าวขึ้นมาใบหน้าประดับรอยยิ้มบางเอาไว้ คนที่อยู่ด้านหลังของเขาไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก จินอันหราน พี่สาวของจินหยางผู้เป็นสหายของเขาเอง
"ไม่เหมาะสม? ไม่เหมาะสมตรงไหนกัน แค่มาหาเพื่อนของน้องชายเท่านั้น หรือว่าเจ้าคิดเกินเลยกับพี่สาวคนนี้"จินอันหรานกล่าวหยอกเย้าอย่างอารมณ์ดี เธอจำชุดเกราะสีขาวของไป๋ฉีได้ตั้งแต่พบเจอกันครั้งแรกแล้ว เพียงแต่ยังไม่มีโอกาสได้พูดคุยก็เท่านั้น
"พี่สาวอย่าล้อข้าเล่น ท่านมีอะไรก็รีบพูดมาจะดีกว่า"
หญิงงามเดินมานั่งที่ก้อนหินใหญ่เบื้องหน้า "ความจริงแล้วก็ไม่มีอะไรมาก พี่สาวคนนี้เพียงแค่สนใจในตัวเจ้าก็เท่านั้น"
"สนใจข้า? ตัวข้ามีอะไรน่าสนใจกัน"
"ข้าเป็นเพียงนักสู้ระดับจ้าวพิภพตัวเล็กๆเท่านั้น ในจักรวาลนี้ยังมีคนที่มีพรสวรรค์สูงส่งกว่าข้ามากมายให้ท่านสนใจ"
ได้ยินคำกล่าวของไป๋ฉี จินอันหรานก็พลันยกยิ้มอย่างมีสเน่ห์ออกมา "พูดไปน้องชายอาจจะไม่เชื่อ แต่พี่สาวคนนี้ยังไม่เคยมองคนผิดพลาดมาก่อนเลยนะจะบอกให้"
ไป๋ฉีตอบกลับโดยฉับไว "ทุกอย่างย่อมมีครั้งแรกเสมอ ท่านไม่คิดหรือว่าการที่มาสนใจในตัวข้าอาจจะเป็นความผิดพลาดครั้งแรกของท่านก็เป็นได้"
"อีกทั้งข้ายังไม่เห็นเลยว่า การที่ท่านมาสนใจในตัวข้ามันจะเป็นประโยชน์ต่อท่านตรงไหน"
ได้ยินสิ่งที่ไป๋ฉีกล่าวจินอันหรานก็ป้องปากหัวเราะออกมาเบาๆด้วยความชอบใจ "ฮิฮิ มันก็ไม่แน่หรอกนะ เอาล่ะ พี่สาวไม่รบกวนเจ้าแล้ว ไปพักผ่อนดีกว่า"
ว่าแล้วจินอันหรานก็ลุกขึ้นมา ทว่าในตอนนั้นเองเธอกลับทำสิ่งที่แม้แต่ไป๋ฉีก็คาดไม่ถึง
หญิงสาวเคลื่อนกายอย่างรวดเร็วมาอยู่เบื้องหน้าจากนั้นประทับริมฝีปากอันแสนเย้ายวนไปที่เเก้มของไป๋ฉี "ราตรีสวัสดิ์น้องชาย"
ไป๋ฉีดวงตาเบิกกว้างอย่างช่วยไม่ได้ เขาไม่คาดคิดจริงๆว่าจินอันหรานจะใจกล้าขนาดนี้ "พี่สาว ท่านคงไม่ได้หอมแก้มใครไปทั่วใช่หรือไม่?"
ได้ยินคำของไป๋ฉีเธอก็เผยรอยยิ้มที่ทรงสเน่ห์ออกมา "เจ้าพูดเช่นนี้คงไม่ใช่ว่าหึงพี่สาวหรอกนะ"
"ฮิฮิ ไม่ต้องห่วงไปน้องชายเป็นคนแรกที่ได้รับมัน"
ว่าแล้วร่างของจินอันหรานก็หายไปจากตรงนั้น แต่กลิ่นกายอันแสนเย้ายวนของเธอยังคงต้องจมูกไป๋ฉีไปสักพัก
"ช่างเป็นผู้หญิงที่มีนิสัยแปลกจริงๆ"
"มาให้ความหวังข้าเช่นนี้ ท่านอย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน"
ไป๋ฉีเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ในสายตาของเขาจินอันหรานเป็นผู้หญิงที่ดูเพรียบพร้อมเป็นอย่างมาก แถมนิสัยของเธอก็ดูน่าสนใจดี ในเมื่อเธอกล้าถึงขนาดมาหอมแก้มเขาเช่นนี้ แน่นอนไป๋ฉีก็ไม่คิดจะปล่อยผ่านไปง่ายๆ
ตัดมาทางด้านของจินอันหรานหลังจากเข้ามาในถ้ำ สิ่งที่เธอเจอก็คือฉินเหยาและเฟิ่งเจียอินที่ตอนนี้กำลังยืนส่งยิ้มให้เธออย่างมีเลศนัย
"น้องอันหรานคิดไม่ถึงว่าเจ้าจะร้ายกาจขนาดนี้ เห็นทีข้าควรจะต้องมองเจ้าใหม่เสียแล้ว"เป็นฉินเหยาที่กล่าวหยอกเย้า
จินอันหรานป้องปากหัวเราะเบาๆ "ใครใช้ให้เขาหล่อเหลาและน่ารักขนาดนี้ล่ะเจ้าคะ"
คำตอบของเธอทำเอาสองสาวที่ได้ยินถึงกับหัวเราะอย่างชอบใจออกมา แต่พวกเธอไม่รู้เลยว่าตอนนี้ภายในใจของจินอันหรานรู้สึกแตกตื่นเป็นอย่างยิ่ง
เพราะต้องบอกก่อนว่าในตอนแรกเธอเพียงแค่อยากไปพูดคุยกับไป๋ฉีและหยอกล้อเขาเล็กๆน้อยๆเท่านั้น
แต่ใครจะคิดกันล่ะว่าหลังจากที่พูดคุยกับไป๋ฉีได้สักพัก เธอกลับรู้สึกว่าชายหนุ่มคนนี้มีสเน่ห์เป็นอย่างมาก จากนั้นก็เป็นอย่างที่เห็นเธอเข้าไปหอมแก้มชายหนุ่มตามสัญชาตญาณ
เรื่องนี้ทำให้จินอันหรานอายจนแทบจะอยากแทรกแผ่นดินหนี แต่ด้วยบุคลิกของเธอ จินอันหรานจึงเลือกที่จะทำท่าทีราวกับไม่ทุกข์ไม่ร้อนอะไร ทั้งๆที่เธอในใจตื่นตระหนกยิ่งกว่าไป๋ฉีเสียอีกในตอนนั้น
เวลาผันผ่านไปจนถึงเช้าวันใหม่ ไป๋ฉีลืมตาตื่นขึ้นก่อนใครและทำการจัดเตรียมอาหารกล่องเอาไว้ให้กับทุกคนได้ทานกัน ต่อมาไม่นานนักทุกคนก็ตื่นขึ้นมาเพราะกลิ่นอาหารที่ยั่วน้ำลาย
"อ๊า น้องเล็กนี่มันอาหารชนิดใดกันทำไมมันถึงได้หอมขนาดนี้"เหล่าพี่ๆกล่าวถามในทันทีหลังจากที่ตื่นขึ้นมา
"ฮ่าๆๆ เป็นอาหารที่ท่านแม่ของข้าทำตุนเอาไว้ให้น่ะขอรับ เชิญทานได้เลย หากไม่อิ่มสามารถบอกข้าได้"ไป๋ฉีตอบออกไปเช่นนั้น
ทุกคนต่างทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อยจนอิ่มหน่ำ หลังจากนั้นก็ถึงเวลาที่พวกเขาต้องออกสำรวจกันเสียที
"ทิศเหนือต่อจากเขตนี้เป็นพื้นที่ๆเต็มไปด้วยภูเขาน้ำแข็งและพายุหิมะ ทิศตะวันออกคือพื้นที่ๆเต็มไปด้วยทะเลลาวา ทิศตะวันตกคือพื้นที่ๆเต็มไปด้วยหินผา และสุดท้ายคือทิศใต้คือทุ่งอัสนีบาตที่เราพบเจอในตอนแรก ข้าให้พวกท่านเลือกว่าจะไปที่ไหนก่อนดี"ไป๋ฉีสอบถามความคิดเห็นจากพวกท่านพี่ๆ
ทุกคนต่างมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันออกไป นั่นจึงทำให้ฉินเหยาเสนอความคิดหนึ่งออกมา และความคิดนั้นก็คือการแบ่งกลุ่มสำรวจ ซึ่งทุกคนดูจะเห็นด้วยกับความคิดนี้ เมื่อได้ข้อสรุปการจัดกลุ่มก็เริ่มขึ้นในทันที
กลุ่มแรกที่จะไปในพื้นที่เปลวเพลิงคือฉินเหยาและไป๋ฮ่าวเอ่อร์
ส่วนกลุ่มที่สองคือไป๋หมิง ไป๋หยุนเอ่อร์ และไป๋ยี่ เป้าหมายของทั้งสามคนนี้พื้นที่หินผา
ส่วนกลุ่มสุดท้ายแน่นอนว่าย่อมเป็นไป๋ฉี เฟิ่งเจียอิน และจินอันหราน ซึ่งรับหน้าที่ในการสำรวจพื้นที่ภูเขาน้ำแข็ง
หลังจากที่แบ่งกลุ่มจนเสร็จสิ้นพวกเขาก็แยกย้ายกันออกเดินทางไปยังพื้นที่สำรวจของตนเองในทันที โดยก่อนไปทุกคนได้ตกลงกันเอาไว้ว่าอีกหนึ่งเดือนจะกลับมาเจอกันที่นี่อีกครั้ง อีกทั้งยังแชร์สัญญาณชีพให้กันและกัน เผื่อเกิดอะไรฉุกเฉินจะได้รีบไปช่วยเหลือกันได้
"ที่รัก การจับคู่ของเจ้ามันจะโจ่งแจ้งเกินไปหรือไม่"ขณะออกเดินทางไป๋ฮ่าวเอ่อร์อดไม่ได้ที่จะกล่าวถามภรรยา เพราะเขารู้ดีว่าการจับกลุ่มครั้งนี้มีฉินเหยาอยู่เบื้องหลัง
"ฮิฮิ ไม่เป็นไรหรอกน่า สหายของข้าเหมาะกับน้องชายไป๋ฉีจะตายไป"ฉินเหยากล่าวราวไม่กับทุกข์ร้อนอะไร
ไป๋ฮ่าวเอ่อร์ถอนหายใจ " เห้อ ข้าไม่เข้าใจเจ้าในเรื่องนี้เลยจริงๆ ทั้งๆที่พึ่งพบเจอกันได้เพียงแค่วันเดียวแท้ๆ ทำไมเจ้าถึงเลือกจับคู่สหายของตัวเองให้น้องชายไป๋ฉี"
ฉินเหยาหันมายิ้มให้สามีแล้วกล่าวตอบเพียงสั้นๆว่า "เพราะสัญญาตญาณของข้าบอกว่าพวกเขาเหมาะสมกัน"
"แล้วถ้าหากมันไม่เป็นไปตามที่เจ้าคิดล่ะ"ไป๋ฮ่าวเอ่อร์กล่าวถาม
"ถ้าไม่เป็นอย่างที่ข้าคิด พวกเขาก็แค่แยกย้ายกันไปใช้ชีวิตของตัวเองไม่เห็นเสียหายตรงไหน"ได้ยินคำตอบของฉินเหยา ไป๋ฮ่าวเอ่อร์ก็ไร้ซึ่งคำถามในเรื่องนี้อีกต่อไป ในใจของเขาเองก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าไป๋ฉีจะไปได้ดีกับสาวๆทั้งสองคนที่ภรรยาของเขาจับคู่ให้