ในห้องครัวเล็กๆ ของครอบครัวลั่วสะท้อนภาพสาวน้อยนั่งถอนหายใจจากการได้เห็นสภาพครัวที่เล็กและเก่ายิ่งนัก
"มีเงินเมื่อไหร่ ข้าจะเปลี่ยนบ้านไม้มุงหลังคาให้เป็คฤหาสเลยคอยดู"
ลั่วซวงทำอาหารไปบ่นไป มือเล็กหั่นเนื้อหมูอย่างคล่องแคล่ว ตำพริกและกะเทียมป่าเพื่อเพิ่มรสชาติให้ผัดกะเพราน่ากินยิ่งขึ้น ลั่วซวงทำหมูป่าทอดกะเทียมและทำบัวลอยมันม่วงเพิ่ม แค่คิดน้ำลายก็ไหลแล้ว
กลิ่นหอมของเครื่องเทศลอยฟุ้งออกมานอกบ้าน
"กลิ่นอะไรหอมจัง" ท่านพ่อท่านแม่พี่ใหญ่ข้ากลับมาแล้ว
ลั่วหลันที่พึ่งมาถึงบ้านหลังจากที่วิ่งเล่นกับเพื่อนที่อยู่บ้านข้างๆ ในแถบนี้มีบ้านอยู่สองหลังคือครอบครัวลั่วและครัวครัวของท่านป้าจาง เพื่อนของลั่วหลันคือลูกของท่านป้าจางนั้นเอง ผู้คนไม่ค่อยอยู่แถบนี้นักเพราะอยู่ห่างไกลความเจริญ
"ไปล้างไม้ล้างมือมาทานข้าวได้แล้วลูก"
ฮูหยินเอ่ยบอกบุตรชาย ลั่วซวงยกอาหารทั้งหมดออกมารอแล้ว ทั้งสามคนเมื่อมองเห็นอาหารแปลกๆ อยู่บนโต๊ะแต่ไม่มีใครกล้ากิน ลั่วซวงจึงตักผัดกะเพราให้ท่านพ่อได้ชิมเป็คนแรก
" ท่านพ่อลองชิมดูเถิด สิ่งนี้เรียกว่าผัดกระเพราเ้าค่ะ"
เมื่อหน่วยกล้าตายของครอบครัวชิมแล้ว ทั้งสี่คนก็เริ่มกินข้าวกัน ได้ชิมคำนึงแล้วไม่มีใครวางช้อนเลย
"ลั่วซวงก้อนสีม่วงๆ ที่ลอยอยู่ในถ้วยนี้คือมันม่วงที่เ้าว่ารึ รสชาติหวานมัน อร่อยยิ่งนัก"
"ใช่ขอรับข้าเห็นด้วยกับท่านแม่" ลั่วหลันที่กำลังกินบัวลอยเอ่ยเห็นด้วยกับท่านแม่ ครอบครัวของพวกเขาไม่ได้กินของดีๆ แบบนี้มานานแล้ว วันนี้จึงเป็วันที่มีความสุขที่สุดได้กินของที่อร่อยไม่ต้องอดมื้อกินมื้ออีกแล้ว
"ซวงเออร์ เ้าแบ่งบัวลอยนี้ไปให้ท่านป้าจางด้วยสิ ตอนที่เ้าแม่ของเ้าไม่สบายก็มีป้าจางนี่แหละที่คอยมาเยี่ยมเยียนอยู่ตลอด" ลั่วซูหวินเอ่ยหลังจากที่ได้ชิมบัวลอยแล้ว
"ข้าแบ่งไว้แล้วเ้าค่ะท่านพ่อ" ประเดี๋ยวจะรีบนำไปฝากท่านป้าเ้าค่ะ พอพูดจบนางก็เดินเข้าไปหยิบของในครัวเพื่อเอาไปฝากท่านป้าจางทันที