เมื่อหลินเสวี่ยจู๋กับลู่โม่หิ้วกระต่ายสองตัวกลับไปถึงค่ายพักแรมไก่ขอทานก็ย่างเสร็จพอดี
เหยียนต้าใช้ท่อนไม้กะเทาะดินออกกลิ่นหอมของใบไผ่ผสมกับกลิ่นหอมของเนื้อโชยมา ดึงดูดความสนใจของผู้คนรอบข้าง
“ลู่โม่ เ้ามาเอาไก่ป่าไปเถิด”หลินเฉิงจางเอ่ย ในเมื่อลู่โม่เป็คนล่าไก่ป่ามา เขาย่อมมีสิทธิ์ที่จะได้รับมันไป
ทุกคนไม่มีความเห็นกับข้อเสนอนี้ทว่าสายตากลับตกอยู่บนใบหน้าของลู่โม่ เขาหน้าแดงก่ำทันที เขาครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วฉีกน่องไก่ให้หลินอวี่เซวียนที่อายุน้อยที่สุดส่วนน่องไก่น่องที่สองให้หยวนซิวที่ได้รับาเ็ ส่วนเนื้อไก่ที่เหลือฉีกแบ่งให้สกุลหลินสายรองที่เหลือคนละชิ้นตัวเขาเองเหลือไว้เพียงหัวไก่เท่านั้น
เมื่อเห็นเด็กคนนี้รู้ความหลินเสวี่ยจู๋ก็นำหมูหันตัวหนึ่งออกมาจากมิติ แล้วนำมาวางไว้ตรงหน้าของทุกคนที่ตอนนี้กำลังเบิกตากว้าง
คนสกุลหลินสายรองเริ่มเคยชินกับเื่เช่นนี้แล้วจึงรีบล้อมวงเข้ามาอย่างรวดเร็ว ใช้ร่างกายบดบังสายตาคนภายนอก
หลินเฉิงจางก้มหน้าถามเบาๆ“สิ่งนี้มาจากที่ใด?”
“ข้าหยิบติดมือมาจากหมู่บ้านของฮูหยินผู้เฒ่าเ้าค่ะ”หลินเสวี่ยจู๋ตอบ พลางถามกลับอย่างเฉยเมย “พวกท่านคงไม่ได้คิดว่าข้าออกไปข้างนอกรอบหนึ่งก็จะได้หมูหันติดมือกลับมาหรอกกระมัง?”
หลินเฉิงเหยาอ้ำอึ้งก่อนจะเอ่ยถาม“หลานสาว หมูหันตัวใหญ่ถึงเพียงนี้เ้าซ่อนไว้ที่ใดกัน?”
หลินเสวี่ยจู๋ยิ้มบางๆท่าทีลึกลับเป็อย่างยิ่ง “ท่านอา รู้มากไปจะไม่เป็ผลดีกับท่านรีบกินเถิดเ้าค่ะ”
หลินเฉิงเหยาครุ่นคิด เขาไม่แปลกใจที่หลานสาวหมกมุ่นอยู่กับการสานตะกร้าดูเหมือนว่ามันจะมีประโยชน์ เขาจึงไม่พูดมากความอีก เอาแต่ก้มหน้าก้มตากิน
เนื้อไก่ป่ามีรสเค็มทั้งยังหอมกรุ่นและมันเยิ้ม ส่วนหมูหันแม้ว่าจะเย็นชืด แต่เมื่อนำไปย่างที่ข้างกองไฟเนื้อก็เปลี่ยนเป็กรอบและมันเยิ้มอีกครา
เมื่อเห็นหลินเสวี่ยจู๋กินเพียงหน่อไม้หลินเฉิงจางก็เอ่ยด้วยความเป็ห่วง “ลูกสาวกินเนื้อสิ กินเนื้อถึงจะมีแรง”
หลินเสวี่ยจู๋ไม่อาจบอกเขาว่าในมิติของตนเองมีของกินอยู่มากจึงไม่อยากแย่งกับพวกเขา ทำได้เพียงเลียนแบบนิสัยของร่างเดิมเอ่ยอย่างดัดจริตเล็กน้อย “เทพธิดาตัวน้อยของท่านไม่กินเนื้อมากนักหรอกหากอ้วนจะทำอย่างไรเ้าคะ?”
พูดจบก็หันไปเห็นสายตารังเกียจของหยวนซิว
หลินเสวี่ยจู๋หัวใจเต้นโครมครามรีบเปลี่ยนคำพูด “ความจริงแล้วกินเนื้อมากไปจะไม่ย่อยเ้าค่ะ”
ความเป็หมอของหลินเฉิงเหยาทำงานทันที“หลานสาวท้องผูกหรือ?”
เมื่อพูดจบจึงพบว่าตนเองพูดผิดไปจึงหุบปากอย่างกระอักกระอ่วนทันที
หลินเสวี่ยจู๋มีสีหน้าสงบนิ่งนางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เอ่ย “พูดถึงเื่ท้องผูกแล้วยังต้องรบกวนให้ท่านอาเตรียมยาถ่ายไว้ด้วยเ้าค่ะ กันไว้ดีกว่าแก้”
หากหลินเฉิงเหยาไม่พูดถึงเื่นี้นางคงนึกไม่ได้ เมื่อเดินทางไประยะหนึ่งจนขุดหาผักป่าไม่ได้แล้วไม่แน่ว่าจะมีคนท้องผูก
“แค่กๆ”ลู่ซื่อกระแอมไอสองที
เห็นทุกคนมองมา นางก็รีบโบกไม้โบกมือ“ขออภัย ข้าเพียงสำลักน่ะ”
แม้ว่าตอนนี้นางจะลบอคติที่มีต่อหลินเสวี่ยจู๋ไปแล้วแต่คำพูดที่ชวนให้ใเป็ครั้งคราวของเด็กคนนี้ก็ยังทำให้นางไม่คุ้นชินเล็กน้อย
ค่อยเป็ค่อยไปเถิดลู่ซื่อบอกกับตนเอง
เมื่อทั้งครอบครัวกินข้าวเสร็จก็เช็ดน้ำมันที่ริมฝีปากแล้วแจกจ่ายงานกันอีกครา
ลู่โม่หยิบท่อนไม้เล็กๆที่ตนเองรวบรวมมาอย่างยากลำบากตลอดวันมากองไว้ตรงหน้าของหลินเสวี่ยจู๋ แล้วเอ่ยอย่างขัดเขิน“พี่สะใภ้ สายรัดของพี่ชายต้องทำอย่างไรขอรับ?”
เมื่อได้ยินว่ามีงานให้ทำเหยียนต้าก็ขยับเข้ามาใกล้
หลินเสวี่ยจู๋หยิบท่อนไม้เล็กๆมาวาดภาพร่างบนพื้นดิน มันดูเหมือนเปลหาม ทว่าถูกหลินเสวี่ยจู๋เปลี่ยนชื่อเป็เก้าอี้พนักพิงสูง
ลู่โม่กับเหยียนต้าเพ่งมองอย่างจริงจังระหว่างนั้นยังออกความเห็นอีกเล็กน้อย
หลินเสวี่ยจู๋วาดเสร็จก็ปัดฝุ่นที่มือแล้วเอ่ยอย่างเสียดาย “น่าเสียดายที่ขาดเครื่องมือ ทำได้เพียงหยาบๆ เท่านั้น”
ขณะกล่าวจบก็หว่างคิ้วกระตุกเล็กน้อย เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นสายตาเ็าของหยวนซิวกำลังจ้องมองใบหน้านางจากนั้นก็มองไปทางลู่โม่
เฮอะ บุรุษนี่นะ!
สนใจอยู่แท้ๆ ยังมาทำท่าทางสูงส่งอีก
ลู่โม่หยิบก้อนหินขึ้นมาด้วยความประหลาดใจแล้วลองนำไปใช้ตัดไม้ไผ่ทันที
เขารู้วิธีออกแรง แม้ว่าก้อนหินจะไม่คมเท่าโลหะแต่ก็พอใช้งานได้
ลู่โม่มองหลินเสวี่ยจู๋อย่างเบิกบานแล้วลงมือทำงานพร้อมกับเหยียนต้าทันที
หลินเฉิงเหยาเปลี่ยนหน้าที่กับเจี่ยงฉีซวงตอนนี้เขากำลังตากสมุนไพรบนกองไฟ
ส่วนเจี่ยงฉีซวงกับเหวินซิ่วชิงเข้าร่วมกลุ่มทำเสื่อฟาง
ในไม่ช้าเสื่อฟางสองผืนก็เสร็จสมบูรณ์ผืนหนึ่งมอบให้หยวนซิว อีกผืนมอบให้หลินเจียย่วนโดยแบ่งกับหลินอวี่เซวียน เรียงตามลำดับความสำคัญอย่างผู้สูงอายุคนอ่อนแอ คนป่วย และผู้พิการ
หลินอวี่เซวียนง่วงงุน เขาขดตัวบนเสื่อฟางขยี้ตาอยู่ครู่หนึ่งก็หลับไป
หลินเฉิงจางใส่หญ้าที่เหี่ยวเฉากับกิ่งไม้เข้าไปในกองไฟก่อนจะนำมาถักเป็เชือกป่าน
หลินเสวี่ยจู๋หยิบถุงใส่น้ำของทุกคนขึ้นมา ก่อนจะวิ่งไปยังบริเวณที่ไม่มีคนแล้วกรอกน้ำพุจิติญญาใส่ถุงจนเต็ม
เมื่อกลับมาก็เห็นหยวนซิวที่นำก้อนหินมาจากที่ใดไม่ทราบกำลังลับก้อนหินนั้นอยู่บนหินก้อนใหญ่ที่ขรุขระ
เสี้ยวหน้าที่มีเค้าโครงชัดเจนดูอ่อนโยนลงหลายส่วนภายใต้แสงไฟที่สาดส่อง
หลินเสวี่ยจู๋รู้สึกราวกับไม่สามารถละสายตาจากเขาได้นางเลียริมฝีปากที่แห้งผากโดยไม่รู้ตัว
เนิ่นนานกว่าจะได้สติกลับมาอดไม่ได้ที่จะพูดกับตนเองในใจ ‘นั่นก็แค่คนป่าเถื่อนในยุคหินใหม่เท่านั้น ใจเย็นเ้าต้องใจเย็น’
นางละสายตาแล้วสะบัดศีรษะไปมา
“เสวี่ยจู๋หากเ้าง่วงก็ไปนอนบนเสื่อของซิวเอ๋อร์เถิด” ลู่ซื่อเอ่ย
หัวใจของหลินเสวี่ยจู๋ที่เดิมทีสงบไปกว่าครึ่งกลับสั่นสะท้านขึ้นมาอีกครา
ลู่ซื่อเห็นนางนิ่งงันก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม“ทำไม? เ้าเขินหรือ?”
เมื่อถูกหยอกเย้าเช่นนี้สายตาที่ฉายแววขบขันของทุกคนก็ตกลงบนใบหน้าของหลินเสวี่ยจู๋
หลินเสวี่ยจู๋ปรารถนาที่จะมุดดินหนีไปเสียแม้ว่านางจะน้ำลายสอกับความงามของหยวนซิวอยู่เล็กน้อยก็ตามแต่การร่วมหมอนภายใต้สายตาของทุกคนก็อยู่เหนือขอบเขตของนาง
ดูเหมือนว่าหากคนยุคโบราณหยอกล้อขึ้นมาจะรุนแรงกว่าคนยุคปัจจุบันมากโข
หลินเสวี่ยจู๋กระแอม นางปูหญ้าฟางให้ห่างจากกองไฟเล็กน้อยแล้วนอนหันหลังให้ทุกคน เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นจากด้านหลังก็เอ่ยด้วยใบหน้าแดงเรื่อ“พวกท่านก็นอนกันเร็วๆ นะเ้าคะ” แล้วส่งจิตสำนึกเข้าไปในมิติ ตัดขาดความรู้สึกจากโลกภายนอกทันที
เมื่อเห็นป่าไผ่เรียงรายอยู่ในมิตินางก็เกิดความคิดบางอย่าง “หากมีเรือนไม้ไผ่คงจะดี”
เบื้องหน้าพลันปรากฏเรือนไม้ไผ่หลังหนึ่ง
หลินเสวี่ยจู๋รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมานางลงมือเปลี่ยนน้ำพุจิติญญาเป็ลำธารสายหนึ่ง ก่อนจะจัดวางเตียงไม้ไผ่ ตู้ไม้ไผ่และเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันจำนวนหนึ่งไว้ในเรือนไม้ไผ่
แม้ว่ากายเนื้อของนางจะไม่อาจเข้ามาในมิติและเพลิดเพลินกับสิ่งอํานวยความสะดวกเหล่านี้ได้แต่ลำพังแค่มองก็ทำให้นางอารมณ์ดีเป็อย่างยิ่ง นับว่าช่วยฟื้นฟูจิตใจได้จริงๆ
หลินเสวี่ยจู๋เดินเล่นในมิติอยู่สักพักก็เข้าสู่ห้วงนิทรา
เมื่อตื่นขึ้นมาก็เป็เวลาหลังเที่ยงคืนแล้วนางลืมตาขึ้น เห็นว่าทุกคนหลับกันหมด
มีเพียงหยวนซิวเท่านั้นที่เอนหลังพิงต้นไม้ใหญ่กำลังใช้ก้อนหินตัดไม้ไผ่ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ที่ข้างเท้าของเขามีแท่งไม้ไผ่แหลมคมวางเรียงราย
แสงไฟสะท้อนในดวงตาของเขาก่อตัวเป็วังวนดำมืด
หลินเสวี่ยจู๋หัวใจเต้นรัว‘นี่พระเอกแอบเข้าสู่ด้านมืดกลางดึกใช่หรือไม่?’
น่ากลัวน่ากลัวเกินไปแล้วจริงๆ ต้องเข้าไปแทรกแซงสักหน่อยหรือไม่?
.............................