“แม่นางกู้ ถือว่าช่วยข้าสักครั้งเถอะนะ ข้าสัญญาว่าหากเจ้าช่วยข้าให้รอดพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ รายได้จากเหลาอาหารอวิ๋นชีอู่ ข้าจะแบ่งให้เจ้าสองส่วน” เถ้าแก่อวิ๋นขอร้อง
“เดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะเถ้าแก่ ตกลงท่านจะให้ข้าช่วยเรื่องอะไร ข้างงไปหมดแล้วเจ้าค่ะ” กู้หยูม่านยังไม่เข้าใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า
“นั่นสิเถ้าแก่ ท่านเอาแต่บอกให้พี่สาวของข้าช่วย แต่ท่านยังไม่ได้บอกเลยนะขอรับว่าท่านจะให้นางช่วยเรื่องอะไร” กู้เฉินซีลุกขึ้นแล้วไปยืนข้างๆ พี่สาว “ท่านคงไม่ส่งนางไปทำเรื่องไม่ดีใช่หรือไม่”
“ไม่ใช่ ไม่ใช่ ข้าจะทำอย่างนั้นได้อย่างไร” เถ้าแก่อวิ๋นปฏิเสธก่อนที่จะอธิบายอย่างกลุ้มใจ “เมื่อสามปีก่อนที่ฝั่งตะวันออกของอำเภอเรามีฮูหยินเฒ่าลึกลับผู้หนึ่งมาสร้างบ้านอยู่ที่นั่น นางมักจะส่งบ่าวรับใช้ให้ออกมาหาซื้อของอร่อยกลับไปให้นางกินอยู่เป็นประจำ แต่ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายที่เหลาอาหารของข้าทำอาหารได้ถูกปากนาง นางจึงมาสั่งซื้ออาหารและขนมจากร้านของข้าอยู่ตลอด แต่เจ้าก็น่าจะรู้ว่าการที่เราต้องทำอาหารส่งให้คนคนเดียวกินตลอดสามปีโดยไม่ทำให้นางเบื่อมันเป็นเรื่องยากเพียงใด บอกตามตรง...พ่อครัวของข้าก็ไม่รู้ว่าจะทำอาหารชนิดใดส่งไปให้นางแล้วเหมือนกัน”
“เป็นแค่เรื่องทำอาหารใช่หรือไม่เจ้าคะ”
“ใช่ๆ” เถ้าแก่อวิ๋นยิ้มกว้าง “เจ้าตกลงที่จะช่วยข้าแล้วใช่หรือไม่ เอาอย่างนี้ หากกำไรสองส่วนยังน้อยไป ข้าแบ่งกำไรให้เจ้าสามส่วนเลยดีหรือไม่”
“ข้าขอแบ่งกำไรแค่หนึ่งส่วนก็พอเจ้าค่ะ แต่ข้าบอกไว้ก่อนว่าสูตรอาหารที่ข้าจะทำส่งไป ข้าจะไม่เปิดเผยให้ท่านรู้นะเจ้าคะ” กู้หยูม่านบอกเงื่อนไข
“ได้! ข้าตกลง สูตรลับของอาหารทั้งหมดจะยังเป็นของเจ้า หากเจ้าไม่ขาย ข้าไม่มีวันแย่งหรือจะไม่ยอมให้พ่อครัวแกะสูตรออกมาทำเลียนแบบอย่างแน่นอน” เถ้าแก่อวิ๋นรีบรับปาก
“เช่นนั้นก็ไม่มีปัญหาเจ้าค่ะ”
จากนั้นกู้หยูม่านก็สอบถามความชอบและรายการอาหารที่เถ้าแก่อวิ๋นเคยทำส่งไปให้ฮูหยินผู้เฒ่าตลอดสามปีที่ผ่านมา นางจึงรู้ว่าฮูหยินผู้เฒ่าสามารถทานอาหารได้ทุกประเภท เพียงแต่เมนูอาหารและเครื่องปรุงในยุคนี้มีน้อยเกินไป อาหารที่ทำออกมาจึงค่อนข้างจำเจ ทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าเบื่อ แต่กู้หยูม่านสามารถซื้อสูตรขนมและอาหาร รวมถึงเครื่องปรุงทุกชนิดที่นางต้องการใช้ออกมาจากมิติได้ หรือแม้แต่การซื้ออาหารที่ปรุงโดยเชฟมืออาชีพ นางก็ทำได้เช่นกัน ขอแค่มีเงิน ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของไฉไฉแล้ว
ณ บ้านหลังใหญ่ที่ฝั่งตะวันออกของอำเภอฉาง
“มีคนมาส่งอาหารหรือยัง” ฮูหยินผู้เฒ่าถามเสียงเข้ม
“ส่งมาแล้วเจ้าค่ะ บ่าวให้คนนำอาหารไปจัดขึ้นโต๊ะไว้รอแล้ว เชิญนายหญิงที่โต๊ะอาหารได้เลยเจ้าค่ะ”
“คราวนี้เถ้าแก่อวิ๋นส่งอาหารอะไรมาให้ข้ากิน บอกไว้ก่อนนะว่าถ้าครั้งนี้อาหารที่เขาทำมาไม่ถูกใจ ข้าจะส่งคนไปปิดร้านให้เขาขาดรายได้สักสองสามวัน”
“เป็นโจ๊กหอยเป๋าฮื้อเจ้าค่ะ”
“โจ๊ก!” ฮูหยินผู้เฒ่าใช้พัดที่อยู่ในมือเคาะไปบนโต๊ะจัดพัดหักครึ่ง “ห้าวันมานี้เขาส่งโจ๊กมาให้ข้าแล้วสามวัน เจ้าแก่นี่เห็นข้าแก่จนเคี้ยวข้าวไม่ไหวแล้วหรือไร”
เถียนมามายิ้ม “แต่คราวนี้ไม่เหมือนกับโจ๊กที่เขาเคยส่งมาก่อนนี้เลยนะเจ้าคะ ทั้งกลิ่นก็ยังหอมน่าทานมากด้วย”
“หึ...เจ้าอย่ามาหลอกข้าเสียให้ยาก ทุกครั้งที่มีอาหารมาส่ง เจ้ามักจะบอกกับข้าว่าแม้หน้าตาอาหารจะดูไม่ดี แต่รสชาติอาจจะอร่อย แล้วผลเป็นอย่างไร หน้าตากับรสชาติอาหารมันไปในทิศทางเดียวกัน แม้แต่ข้าเอาไปเทให้ไก่ ไก่ยังเมินเลย”
“แต่ที่ผ่านมารสชาติอาหารของเถ้าแก่อวิ๋นก็อร่อยจริงนะเจ้าคะ เพียงแต่นายหญิงอาจจะเบื่อก็เลยบอกว่ามันไม่อร่อย”
“แก้ตัวแทน! เจ้าก็ดีแต่แก้ตัวแทนเขา”
เถียนมามายังยิ้มกว้าง แต่ในใจกลับคิด ‘ท่านจะไม่ให้ข้าออกตัวแทนเขาได้อย่างไร เหลาอาหารของเถ้าแก่อวิ๋นเป็นเหลาอาหารแห่งสุดท้ายที่รับทำอาหารมาส่งให้ท่านแล้ว หากไม่มีเขา คนที่เดือดร้อนก็ต้องเป็นข้าน่ะสิ หากท่านกลัวว่าตัวเองจะอายุยืน ท่านก็กลับมากินอาหารฝีมือข้าเถิด เพราะแม้แต่ข้ายังกินอาหารฝีมือตัวเองไม่ลง’
“พอเถียงกลับไม่ได้ เจ้าก็เอาแต่ยิ้มอย่างเดียว” ฮูหยินผู้เฒ่าปลายตามองคนสนิท “ไปสิ ข้าหิวแล้ว”
“เชิญฮูหยินเดินนำเจ้าค่ะ”
“กลิ่นหอมน่ากินมาก” ฮูหยินผู้เฒ่าเดินมาถึงโต๊ะอาหารก็ต้องน้ำลายสอ แต่เมื่อมองไปในชามโจ๊กที่วางอยู่ “เถ้าแก่อวิ๋นคงอยากตายมากเลยสินะ ถึงกับกล้าเอาตับหมูใส่เข้ามาในอาหารของข้า มีใครเขากินเครื่องในสัตว์กันบ้าง แล้วนี่อะไร ไข่ทำไมมันดำอย่างนี้ กินเข้าไปจะไม่ขมแย่หรือ”
เถียนมามารีบหยิบกระดาษขึ้นมาอ่าน “โจ๊กชามนี้ประกอบไปด้วยเป๋าฮื้อตุ๋นแล้วนำมาหั่นเป็นแผ่นบางๆ ตับหมูผ่านการลวกแล้วจึงไม่มีกลิ่นคาว ไข่สีดำเรียกว่าไข่เยี่ยวม้า เห็ดสองชนิดคือเห็ดหอมและเห็ดกระดุม[1] ยังมีแป้งทอดกรอบหรือที่เรียกว่าปาท่องโก๋กรอบโรยหน้าด้วยเจ้าค่ะ”
“หืม...เถ้าแก่อวิ๋นเปลี่ยนพ่อครัวใหม่หรือ ทำไมเขาถึงเขียนบอกสูตรอาหารมาให้ข้าด้วยเล่า” ฮูหยินผู้เฒ่าขมวดคิ้ว “หรือเขาคิดจะให้ข้าทำอาหารกินเอง”
“คงไม่ใช่อย่างนั้นหรอกเจ้าค่ะ” เถียนมามาอธิบายอย่างใจเย็น “เถ้าแก่อวิ๋นคงกลัวว่าเราจะไม่รู้จักอาหารหน้าตาประหลาดที่เขาเพิ่งทำมา เขาก็เลยเขียนคำอธิบายมาด้วย ดูอย่างไข่เยี่ยวม้านี่สิเจ้าคะ หากเขาไม่เขียนมาบอก เราคงคิดว่าไข่ลูกดำๆ นี้กินไม่ได้ ไม่พ้นเราคงตักทิ้งไปแล้วเจ้าค่ะ”
“ใช้ได้ ถือว่าเขาเป็นคนรอบคอบคนหนึ่ง แต่ถึงอย่างนั้นเรื่องตับหมูนี่ก็ต้องมีคำอธิบาย แม้แต่ชาวบ้านยากจนยังไม่กินเครื่องในสัตว์ แต่เถ้าแก่อวิ๋นกลับนำมาทำเป็นอาหารให้ข้ากิน หรือเขาคิดว่าข้ายากจนจนไม่มีเงินซื้อเนื้อหมูดีๆ มากิน” ฮูหยินผู้เฒ่ายังไม่พอใจ
“เถ้าแก่อวิ๋นเขียนบอกไว้ด้วยเจ้าค่ะว่าตับหมูช่วยบำรุงเลือด บำรุงสายตา เสริมกล้ามเนื้อ ป้องกันสมองเสื่อม เสริมสร้างกระดูก สรุปแล้วก็คือตับหมูเป็นอาหารบำรุงร่างกายที่ดีเยี่ยมเลยเจ้าค่ะ” เถียนมามารีบเลื่อนชามโจ๊กและหยิบช้อนยื่นให้เจ้านาย “นายหญิงรีบทานตอนร้อนๆ เถิดเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวเย็นแล้วจะไม่อร่อย”
ฮูหยินผู้เฒ่าตักโจ๊กทานแค่ปลายช้อน แต่หลังจากนั้นเถียนมามากับบ่าวรับใช้ที่ยืนอยู่ก็ถึงกับตาค้าง นอกจากฮูหยินผู้เฒ่าจะทานข้าวได้เร็วแล้ว นางยังทานโจ๊กจนหมดชาม ไม่เท่านั้น นางยังทานโจ๊กที่เหลืออยู่ในหม้อจนหมดไม่มีเหลือ นานเท่าไหร่แล้วที่พวกนางไม่ได้เห็นนายหญิงทานอาหารได้เอร็ดอร่อยถึงเพียงนี้
“ยังมีโจ๊กเหลืออยู่อีกหรือไม่” ฮูหยินผู้เฒ่าถาม
“ไม่มีแล้วเจ้าค่ะ” เถียนมามาตอบอย่างไม่กล้าสบตา เป็นเพราะนายหญิงของนางชอบกินของอร่อย ยิ่งได้กินอาหารที่ถูกปากก็มักจะกินมากขึ้นอีกหลายเท่า และหากไม่มีอาหารให้กินจนพอใจ ไม่พ้นบ่าวอย่างนางที่ต้องฟังคำบ่นไปอีกเจ็ดวันแปดวัน แค่คิดว่าเจ้านายกำลังจะบ่น เถียนมามาก็อยากจะหาผ้ามาอุดหูไว้รอแล้ว
“ส่งของอร่อยมาแค่นี้เองหรือ เขาคิดว่ากระเพาะของข้าเล็กเท่ากระเพาะมดหรืออย่างไร” แม้จะไม่พอใจแต่ฮูหยินผู้เฒ่าก็ยิ้มกว้าง “แต่ก็เอาเถอะ เห็นแก่ครั้งนี้ที่เขาส่งอาหารอร่อยมาให้ ข้าจะให้เงินพิเศษกับเขาไปหนึ่งร้อยตำลึง แล้วเจ้าอย่าลืมกำชับว่าครั้งหน้าให้เขาส่งอาหารมาให้มากกว่านี้ด้วย”
“เจ้าค่ะนายหญิง”
ส่วนกู้หยูม่านเมื่อออกจากเหลาอาหารอวิ๋นชีอู่ นางก็กลับบ้านอย่างอารมณ์ดี
“อารมณ์ดีอะไรมาหรือ ทำไมเจ้าถึงยิ้มกว้างเพียงนั้น หรือว่าเถ้าแก่อวิ๋นตกลงที่จะรับซื้อพืชผลของเราทั้งหมด” เฮ่อหลานจวินมายืนรอรับภรรยาจึงได้เห็นว่าตั้งแต่ลงจากรถม้าจนกระทั่งเดินเข้ามาถึงในบ้าน ภรรยาก็ยังไม่หยุดยิ้ม เขาจึงถามอย่างสงสัย
“เถ้าแก่อวิ๋นตกลงที่จะรับซื้อผลผลิตของเราทั้งหมดเลยเจ้าค่ะ แต่ที่ข้าดีใจยิ่งกว่าก็คือเขาเสนอส่วนแบ่งกำไรจากเหลาอาหารอวิ๋นชีอู่ให้ข้าอีกหนึ่งส่วน เพื่อแลกกับที่ข้าต้องทำอาหารส่งไปให้ลูกค้าประจำของเขาทุกวันเจ้าค่ะ”
“ลูกค้าประจำคนนี้คงมีความสำคัญกับเถ้าแก่อวิ๋นมาก ไม่เช่นนั้นเขาจะกล้าแบ่งกำไรของเหลาอาหารอวิ๋นชีอู่ให้เจ้ามากขนาดนี้ได้อย่างไร” เฮ่อหลานจวินลูบผมภรรยา “แต่อาหารที่ภรรยาของข้าทำก็อร่อยมากจริงๆ ไม่ว่าใครที่ได้ลอง พวกเขาคงจะทานอาหารของที่อื่นไม่ได้แล้ว เพียงแต่ว่า...”
“เพียงแต่อะไรหรือเจ้าคะ” กู้หยูม่านถามสามี
“ถึงแม้ข้าจะไม่เคยเบื่ออาหารฝีมือเจ้า แต่เวลานี้ร่างกายของข้ากลับอยากกินอย่างอื่นมากกว่า” เฮ่อหลานจวินมองภรรยาด้วยสายตาหวานซึ้ง “ข้ากินยาคืนชีพไปได้สี่เม็ดแล้ว พอข้ากินยาครบห้าเม็ด ข้าจะขอเจ้ากินอย่างอื่น ถึงตอนนั้นเจ้าอย่าได้ปฏิเสธข้าเชียว”
“ท่านพี่!” กู้หยูม่านทุบหน้าอกสามีอย่างแรง “ที่ท่านลุกขึ้นมาออกกำลังกายทุกวันก็เพราะท่านคิดแต่เรื่องนี้หรือเจ้าคะ ท่าน...ท่านจะหน้าไม่อายเกินไปแล้ว”
“ข้ากำลังพูดถึงอาหารเผ็ดต่างหาก เพราะเจ้าเอาแต่บอกว่าร่างกายของข้ายังกินอาหารรสจัดไม่ได้ แต่อาหารจานเผ็ดที่เจ้าทำล้วนแต่น่ากิน โดยเฉพาะผัดกะเพรากับข้าวสวยร้อนๆ เป็นอาหารที่ข้าอยากกินมากที่สุด” เฮ่อหลานจวินมองภรรยาด้วยท่าทางใสซื่อ “ว่าแต่เจ้าคิดไปถึงไหนแล้ว”
“ท่านกำลังแกล้งข้าอยู่หรือเจ้าคะ” กู้หยูม่านหรี่ตามองสามี
“หากใช่แล้วเจ้าจะลงโทษข้าอย่างไร” เฮ่อหลานจวินยิ้ม
“ลงโทษสิเจ้าคะ” กู้หยูม่านยิ้มกว้างให้สามี “ลงโทษให้ท่านไปนอนกับเจ้าสามเป็นอย่างไรเจ้าคะ”
เฮ่อเฟิงเฉิงที่เพิ่งเดินเข้ามาในบ้าน “คืนนี้ท่านพ่อจะมานอนกับข้าหรือขอรับ ดีเลย...ข้าก็อยากนอนกับท่านพ่อเหมือนกัน”
เฮ่อเฟิงอวี่ “เจ้าสาม ท่านแม่แค่ล้อท่านพ่อเล่นเท่านั้น”
เฮ่อเฟิงหมิง “ข้าว่านะพี่ใหญ่ เจ้าสามคงถูกท่านพ่อตีเข้าสักวัน ทำไมเขาอ่านคำพูดของท่านแม่ไม่ออกสักทีว่าคำไหนคือเรื่องจริง คำไหนคือเรื่องล้อเล่น”
“เจ้าสาม ดูท่าเจ้าคงจะว่างมาก เช่นนั้นภายในหนึ่งชั่วยามให้เจ้าคัดอักษรที่พ่อสั่งไว้ก่อนหน้านี้เพิ่มอีกสิบแผ่น” เฮ่อหลานจวินสั่งลูกชายคนเล็กก่อนจะหันไปสั่งลูกชายคนโตกับลูกชายคนรอง “เจ้าใหญ่ เจ้ารอง พวกเจ้าเฝ้าเจ้าสามให้ดี หากครบเวลาแล้วเขายังคัดอักษรไม่เสร็จ พ่อจะให้พวกเจ้าคัดอักษรแทนเขาคนละสิบแผ่น”
กู้เฟิงอวี่กับกู้เฟิงหมิงได้แต่หันไปมองน้องชายคนเล็กอย่างไม่พอใจ ต่อไปหากรู้ว่าท่านพ่อกับท่านแม่อยู่ในบ้านกันตามลำพัง พวกเขาต้องไม่ปล่อยให้เจ้าสามเข้ามาในบ้าน ไม่เช่นนั้นพวกเขาคงถูกสั่งให้คัดอักษรเป็นเพื่อนเจ้าสามแน่
____________________
[1] เห็ดแชมปิญอง (Champignon mushroom) คือ เห็ดกระดุม มีหมวกดอกสีขาวหรือครีมคล้ายกระดุม เป็นเห็ดที่นิยมบริโภคทั่วโลก มีถิ่นกำเนิดในยุโรปและอเมริกาเหนือ แต่ปัจจุบันมีการเพาะปลูกอย่างแพร่หลาย และมีประโยชน์ต่อสุขภาพเพราะอุดมไปด้วยโปรตีน แคลเซียม และโพแทสเซียม