วันต่อมา...
“แม่ผู้ดีตีนแดงทำเดือดร้อนจนได้ บ้าฉิบ”วายุสบถออกมาอย่างเสียอารมณ์เมื่อเห็นสภาพของหญิงสาวที่นอนซมอยู่ตรงหน้า
ก็จะไม่ให้หงุดหงิดได้ยังไงล่ะพอถึงตอนเช้าเข้ามาก็เห็นสิ่งที่มันผิดแผนการไปหมดจนเขาต้องแก้มัดโซ่ผูกข้อเท้าของหญิงสาวเ้าปัญหาออกแล้วอุ้มเธอตรงไปที่บ้านพักหลังใหญ่แทบจะทันที
“แค่นอนอยู่ที่บ้านพักเก่าของคนงานคืนเดียวทำเป็สำออยจับไข้” เขาพูดแรง ๆขณะที่อุ้มหญิงสาวเดินไป
“ป้าแจ่ม ป้า ป้า ป้า...”เสียงร้องเรียกะโหาแม่บ้านของนายเหมืองหนุ่มดังขึ้นลั่นบ้าน
“คะ คุณวายุ อุ๊ยตายแล้วเกิดอะไรขึ้นคะ” หญิงวัยกลางคนใเมื่อเห็นคนที่อยู่ในอ้อมแขนของผู้เป็นาย
“ตายแน่ถ้าป้าไม่หยุดพร่ำแล้วจัดการทำความสะอาดแม่นี่”เขามองเข้ามาที่ป้าแจ่มก่อนจะออกคำสั่งอย่างหัวเสีย
“ค่ะ ค่ะ ป้าจะจัดการเดี๋ยวนี้เลยค่ะ” ป้าแจ่มรีบไปประคองหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขนเ้านายอย่างทุลักทุเลเพราะตอนนี้แทบทำอะไรไม่ถูกแล้วกับเสียงทรงอำนาจที่ออกคำสั่งมาเหมือนกับว่านายเหมืองใหญ่โกรธแค้นใครมาก็ไม่ปาน
เมื่อป้าแจ่มประคองร่างที่ไร้สติเข้ามาในห้องโถงใหญ่เธอก็รู้สึกได้ทันทีกับเนื้อตัวของหญิงสาวจนถึงกับต้องรีบยกมือขึ้นััหน้าผากเนียนทันที
“อุ๊ย เธอเป็ไข้นี่คะ แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้นคะคุณวายุ”ป้าแจ่มหันหน้ามาหานายของตัวเอง ก่อนที่จะส่งสายตาถามด้วยความสงสัย
“อย่าถามมากป้า แค่นี้ไม่ทำให้ผู้หญิงคนนี้ตายหรอก”วายุพูดขึ้นไร้ความปรานีจนป้าแจ่มแม่บ้านที่อยู่รับใช้มานานถึงกลับสะกิดใจเพราะถึงแม้ว่านายของเธอจะเป็คนเ้าอารมณ์ เืร้อนร้ายกาจสักแค่ไหนก็ไม่เคยแสดงแววตาสีหน้าท่าทางโหดร้ายได้ถึงเพียงนี้ยกเว้นแต่เื่เดียวคือเื่ครอบครัวที่เขาเคยเสียไป
ป้าแจ่มนั่งมองร่างสาวที่นอนอยู่บนเตียงด้วยพิษไข้อย่างอดที่จะสงสารไม่ได้แม้จะคิดว่าหญิงสาวนั้นทำให้นายเหมืองหนุ่มต้องเสียครอบครัวไปเท่าที่รู้มาแต่ในใจลึก ๆก็ไม่อยากจะเชื่อว่าผู้หญิงคนนี้จะทำอย่างที่ชายหนุ่มเ้าของเหมืองใหญ่กล่าวหา
“เวรกรรมแท้ ๆ” ป้าแจ่มพูดออกมาอย่างปลง ๆและไม่อยากคิดต่อไปว่าผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้านี้จะต้องเจอกับอะไร
ในขณะที่มือกำลังจับผ้าผืนเล็กเช็ดไปทั่วตัวหญิงสาวประตูก็เปิดออกโดยมีร่างของคนอารมณ์ร้อนพรวดพราดเข้ามาโดยไม่มีการเคาะหรือขออนุญาตใบหน้าของหญิงวัยกลางคนหันไปมองดุ ๆโดยที่ไม่ต้องถามว่าใครก่อนที่จะพูดออกมาอย่างไม่ค่อยพอใจ
“ป้ายังไม่ได้ใส่เสื้อผ้าให้คุณเขานะคะ กำลังเช็ดตัวอยู่คุณวายุออกไปรอข้างนอกเถอะค่ะ” เสียงของป้าแจ่มดุเล็กน้อยแม้ว่าคนไข้จะมีผ้าห่มผืนหนาคลุมตัวอยู่ก็ตามแต่มันก็ไม่เหมาะสม…
“ผมไม่ถือ” เสียงห้วน ๆ ตอบสั้น ๆ จนคนฟังอดที่จะส่ายหัวไม่ได้
“คุณวายุคะแต่ป้าว่า…”
ยังไม่ทันที่ป้าแจ่มจะได้พูดต่อว่าอะไรคนเสียมารยาทได้เสียงอู้อี้ก็ดังขึ้นจากร่างบางที่นอนอยู่เสียก่อน
มือเรียวเล็กยกขึ้นแตะหน้าผากตัวเองเบาๆ ก่อนจะเริ่มปรือตาขึ้นมองคนที่อยู่ข้าง ๆแววตากลมโตได้เปิดเผยใบหน้าของหญิงวัยกลางคนอย่างแปลกใจก่อนที่ป้าแจ่มนั้นจะส่งรอยยิ้มให้พร้อมกับถามอย่างห่วงใย
“เป็ยังบ้างคะคุณ ปวดหัวไหมคะ”
“ปวดหัวนิดหน่อยค่ะ” เสียงของหญิงสาวดังขึ้นตอบเบา ๆ แล้วค่อย ๆพยุงตัวเองลุกขึ้นแต่แล้วเสียงห้าวกระด้างของใครบางคนที่นั่งอยู่ข้างเตียงก็ดังขึ้นแทรก
“คงไม่ตายง่าย ๆ”
สายตากลมเหลือบมองไปตามเสียงที่ได้ยินนั้นทันทีและสิ่งที่กฤติยาเห็นก็ทำเอาใบหน้าหวานกำลังเปื้อนยิ้มด้วยไมตรีของหญิงวัยกลางคนนั้นหุบลง
วายุยืนกอดอกจ้องมองหญิงสาวอยู่บนเตียงด้วยแววตาคมกริบทำให้คนมองนั้นดูไม่ออกเลยว่าเขากำลังคิดร้ายอะไรอยู่ร่างของหญิงสาวกึ่งเปลือยมีเพียงผ้าห่มผืนหนาคลุมร่างทำให้ชายหนุ่มยืนนิ่ง ๆคิดจินตนาการไปต่าง ๆ นานายิ่งตอนนี้ภาพที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้ามันยิ่งทำให้สติของเขาเคลิ้ม
ดวงตากลมโตประกอบใบหน้าซีดขาวเปื้อนด้วยเืฝาดสีชมพูมองเขาท่าทางหวาดกลัวบวกกับความอายเล็กน้อยทำให้หัวใจด้าน ๆของนายเหมืองหนุ่มร้อนวูบวาบขึ้นมาอย่างน่าแปลกใจ
“คุณวายุออกไปรอข้างนอกก่อนดีไหมคะ” ป้าแจ่มพูดขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นท่าทีของคนไข้ขยับหลบซุกลงใต้ผ้าห่มเรื่อยๆ
และเมื่อความคิดถูกหยุดด้วยคำพูดของป้าแจ่มร่างสูงก็เหยียดยิ้มเล็กน้อยดวงตาคมกริบดั่งพญาเสือโคร่งจ้องมองมาที่หญิงสาวอีกครั้งโดยส่อเจตนาด้วยความหมายชิงชังทำให้กฤติยาถึงกับกลืนน้ำลายเหนียวลงคอด้วยความยากลำบาก
“ผมไม่คิดจะพิศวาสแม่นี่หรอกครับป้า ถึงให้ฟรีก็ไม่ทำให้เกิดอารมณ์”
“คุณ!”
กฤติยาถึงกับหน้าชากับคำพูดแสนจะดูถูกดูแคลนของเขาทั้งที่อยู่ต่อหน้าผู้หญิงอีกคนแม้เธอจะไม่รู้จักแต่เขาก็น่าจะให้เกียรติเธอมากกว่านี้
“คุณวายุคะ”
เสียงเอ็ดจากป้าแจ่มดังขึ้นอีกก่อนที่ชายหนุ่มจะยอมกระแทกเท้าหนักๆ เดินออกไปจากห้อง
“อย่าไปถือสาเลยนะคะคุณ นายของป้าก็ปากไม่ดีนิสัยแย่แบบนี้แหละค่ะ แต่ลึก ๆแล้วเป็คนดีนะคะ” ป้าแจ่มพูดขึ้นปลอบหญิงสาว
“นิสัยดีหรือคะป้า” กฤติยาพูดย้ำอย่างไม่เชื่อหูตัวเองผู้หญิงวัยกลางคนคนนี้บอกว่าไอ้ผู้ชายใจอำมหิตที่เธอเห็นเป็คนดีทั้งที่เขาทำกับเธอถึงเพียงนี้
“ป้าเช็ดตัวให้คุณแล้วนะคะทานยาแล้วก็เปลี่ยนเสื้อผ้านอนพักเดียวก็ดีขึ้นเอง”
“ป้าคะพาฉันออกไปจากที่นี่ทีค่ะ” กฤติยารีบขอความช่วยเหลือทันทีเมื่อเห็นว่าเธอพอจะมีช่องทางหนีออกไปจากที่แห่งนี้ได้เพราะดูจะเป็ความหวังที่มีสำหรับเธอแล้ว
“เดี๋ยวค่ะ คุณว่าอะไรนะคะ” ป้าแจ่มเน้นถามกับสิ่งที่ได้ยินแม้จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหญิงสาวก็ตามแต่ก็พอจะเดาได้
“ช่วยฉันทีเถอะค่ะ นะคะ” กฤติยาอ้อนวอนเมื่อเจอคนที่พอจะช่วยเธอได้เธอมองซ้ายขวาแล้วก็เล่าเื่ทั้งหมดให้กับป้าแจ่มฟังเพื่อขอความช่วยเหลือ
เมื่อป้าแจ่มได้ฟังการกระทำของนายตัวเองจากปากของหญิงสาวก็พอจะเดาได้ทันทีว่าเกี่ยวกับเื่อะไรแม้จะไม่อยากเชื่อแต่แววตาและท่าทางของหญิงสาวที่แสดงออกมามันบ่งบอกได้ชัดว่าเธอบริสุทธิ์ไร้เดียงสามันบ่งบอกได้ดีว่าเธอไม่เคยรู้จักวายุหรือวารินเลย
“คุณคือคุณกฤติยา พิทักษ์ดำรงกุล ลูกสาวคนเดียวของคุณไกรเกริกใช่ไหมคะ”ป้าแจ่มถามย้ำความแน่ใจเมื่อได้ฟังเื่ทั้งหมดจากปากของหญิงสาว
“ใช่ค่ะ” กฤติยาตอบรับเบา ๆ แล้วก็มองหน้าป้าแจ่มอย่างแปลกใจ
“ป้ารู้จักครอบครัวฉันใช่ไหมคะ ป้ารู้จักป้าก็ช่วยฉันได้ ป้าช่วยทีนะคะนะคะป้า พาฉันออกไปจากที่นี่ที” กฤติยาพูดอ้อนวอนเมื่อรู้ว่าป้าคนนี้พอจะรู้จักเธอ
“ป้าคงช่วยคุณไม่ได้หรอกค่ะ คุณพ่อของคุณทำลายครอบครัวเ้านายของป้านะคะคุณวายุเธอเสียใจมากแค่ไหนที่ต้องอยู่เป็เด็กกำพร้ามาเกือบยี่สิบปีอันที่จริงป้าก็อยากให้เื่มันจบ ๆ ไปแต่คุณวายุเธอไม่จบหรอกค่ะ”
“อย่าให้ป้าลำบากใจเลยค่ะ ป้าคงช่วยไม่ได้จริงๆ ถ้าเป็อย่างที่คุณพูดคุณวายุเอาป้าตายแน่เลยตายแน่ ๆ” ป้าแจ่มทำสีหน้าลำบากใจ
“ถ้าอย่างนั้นป้าช่วยบอกทางออกไปจากที่นี้ก็พอค่ะ นะคะ”
ในขณะที่กฤติยากำลังกระเซ้าให้ป้าแจ่มช่วยเสียงเปิดประตูก็ดังพรวดขึ้นมาอีกแล้วก็เป็คนเดิม…วายุแต่คราวนี้แววตากระทั่งสีหน้าของเขาอำมหิตมากกว่าเดิมอีกหลายร้อยเท่า
“แสดงละครมากพอหรือยังป้าแจ่มออกไปก่อนผมมีเื่อยากจะคุยกับผู้หญิงคนนี้เป็การส่วนตัว”เขาสั่งเสียงเหี้ยมก่อนที่ป้าแจ่มจะทอดสายตาให้กับหญิงสาวด้วยความเห็นใจแล้วจึงยอมเดินออกไปจากห้องโดยดีเพราะทำอะไรมากไม่ได้
วายุเดินเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวด้วยความโกรธก่อนจะพูดกระแทกเสียงต่ำ
“คุณนี่มันมารยา ร้ายกาจปากแข็งเกินกว่าที่ผมคิดไว้อีกนะกฤติยา”
“ถึงฉันจะเลวทรามแค่ไหนคุณก็ไม่มีสิทธิ์ตัดสินไม่มีสิทธิ์ที่จะจับฉันมาขังไว้แบบนี้”
สิ้นเสียงของหญิงสาววายุก็เริ่มฉุนขาดร่างแกร่งนั่งกระแทกลงบนเตียงอย่างเร็วพร้อมกับกวาดสายตามองไปทั่วร่างสาวตอนนี้สองมือเรียวเล็กกำลังพยายามรวบผ้าห่มผืนหนาขึ้นห่อตัวแต่ก็มิวายส่งสายตาประท้วงเขา
“ดูไปดูมาคุณก็สวยไม่เบา ดูดีสมกับเป็ลูกสาวเศรษฐี...ไม่สิ ลูกสาวฆาตกรต่างหากล่ะ” วายุพูพลางไล้มือไปแตะตามเรียวแขนของหญิงสาวอย่างยั่วยวนด้วยเจตนาดูถูก
“เอามือสกปรกของคุณออกไป อย่ามาแตะต้องตัวฉัน”กฤติยาสะบัดแขนหนีพร้อมกับขยับตัวถอยห่างจากเขาออกไปเรื่อย ๆทางวายุเองก็หัวเราะในลำคออย่างย่ามใจมือแกร่งรีบคว้าเรียวแขนทั้งสองข้างของหญิงสาวเข้ามาประชิดกับตัวเองมากขึ้นจนผ้าห่มผืนใหญ่ร่นลงไปกองอยู่ที่ใต้ฐานอกของหญิงสาว
และยิ่งน่าอายไปกว่านั้นก็คือเขาดึงเธอให้กระชับชนเข้ากับแผงอกแกร่งแม้มันจะมีเสื้อเชิ้ตของเขากั้นอยู่แต่ก็เป็เพียงเนื้อผ้าบางๆปิดบังอะไรไม่ได้เลยจากััเนื้อแนบเนื้อ
“ปล่อยนะ ฉันบอกให้ปล่อยไง”
“อย่าสะดีดสะดิ้งให้มากนักแล้วก็ไม่ต้องทำตัวเหมือนสาวบริสุทธิ์ใสซื่อไร้เดียงสาเพราะผมไม่ได้อยากจะถูกเนื้อต้องตัวคุณเลยแม้แต่นิดเดียว….”
“งั้นก็ปล่อยฉัน ปล่อย!”
หญิงสาวทั้งดิ้นรนพยายามขัดขืนสะบัดแขนออกจากมือแกร่งดังคีมเหล็กของเขาแต่ยิ่งดิ้นทรวงอกอิ่มที่ัักับแผงอกกว้างของเขานั้นก็ยิ่งเบียดเสียดสีกันมากขึ้นจนอีกคนคิดไปในทางกลับกัน
“ดิ้นให้ท่าขนาดนี้กลัวว่าผมจะไม่ปล้ำคุณรึไง”วายุพึมพำในลำคอพร้อมโน้มสันจมูกคมผ่อนลมหายใจจดรดต้นคอขาวจนกฤติยาเองถึงกับขนลุกซู่และที่ทำให้หญิงสาวใจเต้นไปกว่านั้นก็คือมือใหญ่กำลังัักับแผ่นหลังเนียนที่ไร้อาภรณ์อย่างจงใจเหมือนกับจะแกล้งยั่ว
แต่เมื่อแววตาคมวกกลับมาจับจ้องดวงตากลมที่กำลังอึ้งเขาก็ต้องตกอยู่ในภวังค์ทันทีความรู้สึกในส่วนลึกกำลังลุกโชนอย่างควบคุมไม่อยู่ เมื่อเรียวปากอิ่มสีชมพูอยู่ใกล้แค่อากาศกั้นจมูกเชิดกับใบหน้าหวานรูปไข่จรดอยู่อยู่ที่ปลายจมูกคมจากที่เคยคิดแค่จะยั่วแกล้งหญิงสาวตอนนี้หัวใจของพญาเสืออย่างเขากลับเต้นโครมครามไม่ต่างอะไรไปกับหัวใจดวงน้อยของหญิงสาวที่กำลังเต้นสั่นระรัวเหมือนเสียงกล้อง...