“คุณโจวค่ะช่วยเอาเอกสารไปให้ทั้งสองคนนั่นได้อ่านด้วยนะคะจะได้เตรียมใจในวันขึ้นศาล”เธอบอกกับทนายโจวเว่ยโถวก่อนปรายหางตาจะเหลือบมองคนทั้งคู่ด้วยความสะใจเล็กๆ
“อีกสองเดือนเจอกันที่ศาลถึงวันนั้นพวกเธอจะต้องคืนสินเดิมฉันทุกหยวนฉันจะไม่ปราณีเห็นใจปล่อยให้สินเดิมของฉันพร่องไปแม้แต่หยวนเดียวเตรียมตัวชดใช้สินเดิมคืนฉันอย่างสาสมได้เลยเธอทั้งคู่จะไม่ได้รับความเห็นใจจากฉันแม้แต่เศษเสี้ยว”เธอพูดขึ้นก่อนจะเดินขึ้นรถไป
เมื่อกวงเฟยหลงที่ได้อ่านข้อความในเอกสารเขาก็ต้องผงะเพราะหลี่ฟางเซียนไม่เพียงฟ้องร้องเรียกสินเดิมคืนเท่านั้นแต่เธอยังฟ้องศาลเกี่ยวกับเื่การวางแผนฆ่าเธอด้วยยาพิษอีกด้วย
เหลียนฮุ่ยเหอมองหน้ากวงเฟยหลงด้วยความหวาดกลัว
“เราจะทำยังไงดีละคะ”
“อย่ากลัวไปยัยนั่นไม่มีหลักฐานซะหน่อยเชื่อผมเถอะ”
“แต่ฉันจำได้ว่าฟางเซียนบอกจะเอาถ้วยชานั่นไปให้หมอเหยียนตรวจไม่ใช่เหรอคะ”
“หึถ้วยชานั่นจะเหลือพิษเพียงพอให้หมอเหยียนตรวจสอบได้งั้นเหรอคุณอย่าเพิ่งกลัวไป”
เธอพยักหน้าให้กับกวงเฟยหลงอย่างเชื่อใจ
ทนายโจวเว่ยโถวมองดูทั้งคู่ที่แอบกระซิบกระซาบกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“เอาล่ะครับถ้าอย่างนั้นผมคงต้องขอตัวกลับก่อนอีกสองเดือนไว้เจอกันที่ศาลนะครับ”ทนายโจวบอกกับคนทั้งสองก่อนจะรีบขึ้นรถจากไป
ด้านหลี่ฟางเซียนที่เห็นหวังลู่เสียนไม่มาที่บ้านของเธออีกเลยนับจากวันที่เธอปฏิเสธเขาไป
ทำไมเราจะต้องรู้สึกไม่สบายใจด้วยนะเราไม่ได้ทำผิดซักหน่อย
“เอ่อคุณหนูครับคุณหนูจะกลับเลยรึเปล่าครับ”คนขับรถเอ่ยถามเธอ
“ยังค่ะช่วยพาฉันไปที่บ้านตระกูลหวังที อ่อเอ่อช่วยพาฉันแวะที่ตลาดก่อนนะคะพอดีฉันจะแวะไปซื้อของฝากคุณลุงหวังคุณป้าหวังซักหน่อย”
“ครับคุณหนู”คนรถพูดขึ้นก่อนจะขับรถพาเธอไปซื้อของที่ตลาดพร้อมกับรีบพาเธอไปส่งที่บ้านตระกูลหวังในทันที
ครั้นเมื่อหลี่ฟางเซียนมาถึงบ้านตระกูลหวังเธอก็เอาแต่ยืนนิ่งไม้กล้าแม้แต่จะเดินเข้าไปด้านใน
“เอ่อคุณมาพบใครงั้นเหรอคะ”สาวใช้ที่เดินออกมาทิ้งขยะหน้าบ้านบังเอิญเห็นหลี่ฟางเซียนจึงเอ่ยถามขึ้น
เธอยิ้มให้กับสาวใช้อย่างอ่อนน้อม
“เอ่อ ฉันหลี่ฟางเซียนลูสาวของเศรษฐีหลี่นะคะพอดีฉันผ่านมาทางนี้เลยจะแวะมาเยี่ยมคุณลุงหวังและคุณป้าหวังน่ะคะ”
สาวใช้พยักหน้าอย่างเข้าใจ
“อ่อคุณหนูหลี่นั่นเอง ถ้าอย่างนั้นเชิญคุณหนูหลี่เข้ามาข้างในก่อนเถอะค่ะคุณนายและนายท่านอยู่ที่ห้องรับแขกพอดี”สาวใช้บอกกับเธอก่อนจะเดินนำเธอเข้าไปที่ห้องรับแขกในทันที
หลี่ฟางเซียนรีบหิ้วตระกร้าผลไม้ตามสาวใช้เข้าไปในทันทีแต่สายตาก็ยังคงเหลือบมองหาหวังลู่เสียนอยู่ตลอดเวลา
ไม่นานนักเธอก็มาถึงห้องรับแขกสาวใช้รีบพาเธอเข้าไปพบคุณนายหวังและเศรษฐีหวัง
เมื่อสามีภรรยาตระกูลหวังเห็นหลี่ฟางเซียนก็จำเธอได้ในทันที
“อ้าวนั่นหนูหลี่ฟางเซียนใช่มั๊ยจ๊ะ”คุณนายหวังเอ่ยถามขึ้นในทันที
เธอพยักหน้าก่อนจะเดินเข้าไปหาทั้งคู่ในทันที
“ค่ะหนูหลี่ฟางเซียนเองค่ะ”
“แม้ไม่ได้เจอกันนานจนลุงเกือบจำไม่ได้ แล้วไปยังไงมายังไงถึงได้มาที่นี่ได้”เศรษฐีหวังถามขึ้น
“เอ่อ พอดีหนูมาทำธุระแถวนี้พอดีอีกอย่างหนูก็ไปได้ผลไม้จากตลาดมาเห็นผลไม้สวยน่ากินเลยตั้งใจเอามาฝากคุณลุงคุณป้าทั้งสองน่ะค่ะ”
“ตายจริงขอบใจหนูมากเลยจ๊ะลำบากหนูแล้ว”
“ไม่เลยค่ะไม่ลำบากหนูเลยหนูเต็มใจ”เธอพูดขึ้นแต่สายตาก็ยังคงสอดส่ายสายตามองหาหวังลู่เสียนไม่วางตา
ทั้งสองมองดูท่าทางของหลี่ฟางเซียนก็พอจะเข้าใจ
“หนูกำลังมองหาหวังลู่เสียนงั้นเหรอจ๊ะ”คุณนายหวังพูดขึ้นราวกับรู้ใจ
เธอใสะดุ้งโหยงก่อนจะยิ้มแก้เขิน
“เอ่อ ปะป่าวค่ะ”
เศรษฐีหวังเผยยิ้มเล็กๆออกมา
“หวังลู่เสียนน่าจะอยู่ที่โรงสี หนูลองไปดูสิ่นี้ตลาด้าข้าวสารเป็จำนวนมากลู่เสียนเลยต้องไปคุมงานสีข้าวด้วยตัวเอง”
“เอ่อ หนูไม่ได้มาหาหวังลู่เสียนหรอกค่ะแค่จะแวะมาเยี่ยมคุณลุงคุณป้าแค่นั้น”
“จ๊ะป้ารู้แต่ป้าว่าไหนๆหนูก็มาถึงที่นี่แล้วลองแวะชมโรงสีของป้าซักหน่อยจะเป็ไรไปนานแล้วที่หนูไม่ได้มาที่นี่เผื่อจะนึกถึงสมัยเด็กที่ชอบไปวิ่งเล่นกับลู่เสียนแถวๆโรงสีได้ อีกอย่างป้าว่าหากลู่เสียนเห็นว่าหนูแวะมาเยี่ยมคงจะมีกำลังใจในการทำงานเป็แน่ล่ะจ๊ะ”
เธอขมวดคิ้วด้วยความสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไร
“ค่ะคุณป้างั้นเดี๋ยวหนูขอเดินชมโรงสีของคุณลุงคุณป้าหน่อยนะคะนานแล้วที่หนูไม่ได้มาที่นี่”
“จ๊ะไปเถอะ ตามสบายเลยนะจ๊ะ”
เธอรีบลุกออกจากห้องรับแขกก่อนจะเดินไปที่โรงสีในทันที
เศรษฐีหวังและภรรยาต่างมองดูหลี่ฟางเซียนที่เดินจากไป
“คุณว่าหลี่ฟางเซียนคู่ควรกับหวังลู่เสียนลูกของเรารึเปล่าคะ”คุณนายหวังเอ่ยถามความคิดเห็นของสามี
เศรษฐีหวังมองหน้าผู้เป็ภรรยา
“คู่ควรในความหมายของคุณคืออะไรกันล่ะหากเป็รูปร่างหน้าตาและมลทินที่ติดตัวเธอมาคงไม่มีตระกูลไหนเห็นดีว่าเธอคู่ควรจะมาเป็สะใภ้แต่หากความคู่ควรเกิดจากความรักของลูกชายอีกทั้งนิสัยและชาติตระกูลที่ดีของเธอผมคิดว่าเธอก็เป็ผู้หญิงคนหนึ่งที่คู่ควรกับลูกชายของเราอีกอย่างเธอก็เป็คนเดียวที่ลู่เสียนรอไม่ใช่เหรอ ผมว่าคุณก็คงรู้ดี”
“แต่ฉันยังรู้สึกติดใจกับการหย่าร้างของเธออยู่นี่คะหากหวังลู่เสียนแต่งงานกับแม่หม้ายอย่างเธอคงเป็ขี้ปากชาวบ้านแน่แล้วอย่างนั้นลูกเราจะมีความสุขงั้นเหรอคะ”
เขายิ้มให้กับผู้เป็ภรรยา
“คุณอย่าคิดแทนลูกสิ บางครั้งความสุขของลูกก็ไม่ได้อยู่ที่ปากของคนอื่นแต่ความสุขของลูกอาจจะอยู่ที่หัวใจก็ได้ ปล่อยให้ลูกได้ทำตามใจของตัวเองเถอะ นี่มันปี1963แล้วนะ ลูกรักใครเราก็ควรที่จะเห็นดีเห็นชอบด้วย”
เธอพยักหน้าให้ผู้เป็สามีอย่างเข้าใจ