“สมแล้วที่ฉันทะนุถนอมพวกแกขนาดนี้”
อวี๋จื่ออวี๋ยิ้มพลางมองปฏิกิริยาของจิ้งจอกแดงและเหยี่ยวเพเรกริน
โล่งใจจัง
การปกป้องเ้านายเช่นนี้เพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าความพยายามใน่ที่ผ่านมาของเขาไม่ได้ไร้ผล
เมื่อคิดได้เช่นนั้นอวี๋จื่อจวี๋ก็ค่อยๆ จมดิ่งสู่ร่างหลัก
การเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
...
และในขณะเดียวกันที่ทางเข้าหุบเขา
“ตึก ตึก ตึก...”
เสียงฝีเท้าดังขึ้นร่างอรชรสองร่างกำลังก้าวเข้ามา
ทว่าในตอนนี้เหอชิงเอ๋อร์และน้องสาวกลับหน้าซีดเผือด
เมื่อมองตามสายตาของพวกเธอหุบเขาทั้งหมดก็ส่องประกายระยิบระยับ ราวกับมีดวงดาวประดับประดา
“พี่คะ หนูไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม”
เหอหลิงเอ๋อร์ดึงเสื้อตัวเองให้กระชับขึ้นจ้องมองไปยังอินทรีทองั์ตัวหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากหุบเขามันมีปีกกว้างกว่าห้าเมตร
ปีกสีทองของมันมีเืไหลออกมาไม่หยุดาแที่น่ากลัวหลายต่อหลายแห่งบนร่างนั้นทำให้ผู้ที่มองเห็นจับจ้องด้วยความหวาดหวั่น
แต่เื่ที่น่าใยิ่งกว่านั้นคือหอกทมิฬทั้งเก้าเล่มที่เสียบทะลุอินทรีทองั์
ไม่สินั่นไม่ใช่หอก
เมื่อมองไปยังรากไม้ที่พันกันอยู่ตรงนั้นแต่เป็การพันกันแน่นจนดูคล้ายหอกทมิฬ เหอหลิงเอ๋อร์ก็ตะลึงจนพูดไม่ออก
ผ่านไปครู่ใหญ่เธอหันกลับไปมองเหอชิงเอ๋อร์ผู้เป็พี่สาว ซึ่งมีสีหน้าไม่เชื่อสายตาเช่นเดียวกันแล้วก็เค้นเสียงสั่นเครือเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย
“ปีศาจต้นไม้ใช่ไหม?”
ใช่แล้วปีศาจต้นไม้
มาจากตำนานเทพนิยายโบราณต้นไม้ที่บ่มเพาะจนสำเร็จเป็ปีศาจ
“พี่...พี่ก็ไม่รู้”
เหอชิงเอ๋อร์พี่สาวที่มักจะเป็ผู้ตัดสินใจอยู่เสมอส่ายหน้าตอนนี้เธอก็สับสนกับสิ่งที่เห็นไปหมด
เพียงแต่ใบหน้าซีดขาวนั้นกำลังบอกเล่าความหวาดกลัวภายในใจของเธอ
เธอกับน้องสาวมาอาบน้ำด้วยกันแต่กลับไม่คาดคิดว่าจะได้พบกับเื่ราวที่น่าใเช่นนี้
อินทรีทองั์ต่อสู้กับต้นหลิว
ต้นหลิวะเิพลังแทงทะลุร่างอินทรีทองั์
์เ้าคะนี่คือโลกที่เธอรู้จักจริงๆ ใช่ไหม?
หรือทุกอย่างมันเป็เหมือนที่รายงานทางโทรทัศน์ว่าไว้
ใน่หนึ่งถึงสองเดือนที่ผ่านมาเหอชิงเอ๋อร์เห็นข่าวเหตุการณ์แปลกประหลาดมากมายทางโทรทัศน์
ตัวอย่างเช่นเกิดกระแสน้ำวนอันมืดมิดในมหาสมุทรแปซิฟิกและจากนั้นเงาดำก็กลืนกินเรือสำราญหรูหราลำหนึ่งไป
หรืออย่างเช่นเครื่องบินโดยสารบนท้องฟ้าเผชิญกับพายุฝูงนก ก่อนจะทันลงจอดทั้งลำก็หายไปจนไม่เหลือแม้แต่ซาก
แม้แต่เหอชิงเอ๋อร์ที่เติบโตใกล้ๆส่วนลึกของขุนเขาก็ยังไม่เชื่อเื่เหล่านี้...
แม้ว่า่หนึ่งถึงสองเดือนนี้จะแปลกประหลาดไปบ้างแต่ก็ไม่น่าจะเกิดเื่เหลือเชื่อขนาดนี้
อย่างมากก็แค่สัตว์ร้ายวิ่งออกจากป่ามาโจมตีผู้คนที่สัญจรไปมาบ้าง
ในเื่นี้ผู้เชี่ยวชาญจากทุกสาขาอาชีพต่างก็อาสาออกมาช่วยกันหาข้อสรุป...
แน่นอนว่าสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้กล่าว และน่าเชื่อถือที่สุดก็คือมีสารลึกลับบางอย่างลอยอยู่ในอากาศ และภายใต้อิทธิพลของสารลึกลับนี้ สัตว์ต่างๆที่รับเข้าไปจะมีการกลายพันธุ์เกิดขึ้น
และสำหรับสารลึกลับนี้ทางตะวันออกเรียกมันว่า ‘พลังิญญา’
ทางตะวันตกเรียกมันว่า‘พลังเวทมนตร์’
นี่คือ‘ทฤษฎีการอุบัติขึ้นของพลังเหนือธรรมชาติ’ ที่กำลังเป็ที่นิยมในปัจจุบันหรือที่บางคนเรียกกันว่า ‘การมาถึงของยุคเหนือธรรมชาติ’
แต่ถึงแม้จะมีการรายงานข่าวเหอชิงเอ๋อร์ก็ไม่เชื่อแม้แต่คำเดียว...
ล้อเล่นหรืออย่างไร
ทุกวันก็พูดกันว่า‘ไม่มีพระเ้า’ แต่ตอนนี้กลับมี ‘ยุคเหนือธรรมชาติ’ โผล่มางั้นเหรอ?
......
ทว่าในตอนนี้เหอชิงเอ๋อร์มองไปยังภาพตรงหน้าสุดหุบเขา เธอก็อดไม่ได้ที่จะหวั่นไหว
ใช่แล้วเธอหวั่นไหว
ดูเหมือนว่านี่ไม่ใช่ยุคสมัยที่เธอคุ้นเคยอีกต่อไปแล้ว
ต้นหลิวกลายเป็ปีศาจอินทรีทองคำนองเื...
การคัดเลือกโดยธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนที่นี่...
“พี่คะ พี่คะ...”
เหอชิงเอ๋อร์ได้ยินเสียงน้องสาวที่เต็มไปด้วยความกังวลเธอรีบคว้ามือของหลิงเอ๋อร์ไว้แน่น กลืนน้ำลายอึกใหญ่ แล้วปลอบว่า
“ไม่ต้องห่วงนะ ตอนนี้พวกเราต้องกลับไปแจ้งผู้ใหญ่บ้าน”
พูดพลางเหอชิงเอ๋อร์ก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ แววตาวูบไหวด้วยความยินดีแล้วพูดอย่างตื่นเต้นว่า
“ผู้ใหญ่บ้านบอกว่า ถ้าใครเจอเื่แปลกประหลาดอะไร ให้รีบแจ้งเป็คนแรกจะมีรางวัลให้ด้วยนะ”
“อื้ม...”
เหอหลิงเอ๋อร์พยักหน้ารัวๆแต่ไม่ได้พูดอะไรมาก
ไม่ใช่ว่าไม่อยากพูดแต่เป็เพราะตอนนี้ขาของเธอรู้สึกอ่อนแรงไปเสียแล้วแถมที่ระหว่างขายังมีของเหลวอุ่นร้อนกลิ่นไม่พึงประสงค์ลอยออกมา
“อึก”
เหอชิงเอ๋อร์กลืนน้ำลายอีกครั้งเธอจ้องมองต้นหลิวในหุบเขาอย่างลึกซึ้ง จากนั้นก็ดึงมือน้องสาวแล้วหันหลังวิ่งไปอย่างไม่คิดชีวิต
ทว่าหลังจากที่พวกเธอวิ่งออกไปไม่นาน
“อ๊า!”
“ช่วยด้วย!”
เสียงกรีดร้องดังลั่นฟ้าแหวกผ่านเมฆหมอกขึ้นไป
“มีอะไร?”
ทันใดนั้นเองเมื่อได้ยินเสียงแหลมสูงสองเสียง อวี๋จื่ออวี๋ก็ตื่นขึ้น เขาค่อยๆ ยกกิ่งก้านขึ้นมองไปยังขอบฟ้า
พริบตาเดียวภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือกลุ่มเงาดำจำนวนมากพุ่งเข้ามาจากทุกทิศทุกทางราวกับกระแสน้ำเชี่ยว
หมูป่าสีดำขนาดเท่าวัวดวงตาแดงก่ำ
งูเขียวยาวหลายสิบเมตรพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วราวกับลูกธนูหลุดจากคันสาย
และยังมี...ฝูงหมาป่าที่ดวงตาส่องประกายสีเขียวเรืองรองรวมถึงผึ้งที่อวี๋จื่ออวี๋เกลียดที่สุด พวกมันบินเข้ามาพร้อมกับเสียงหวึ่งน่ารำคาญ
แน่นอนว่าสิ่งที่ดึงดูดความสนใจมากที่สุดคือเด็กสาวสองคนที่วิ่งหนีตายอยู่ไม่กี่ร้อยเมตรหน้าฝูงสัตว์อสูร
พวกเธอผมเผ้ายุ่งเหยิงราวกับหญิงเสียสติ...