“ใส่ไอ้นี่ซะ!”ฉู่เฟิงหยิบชุดหนังออกมาส่งให้หวงหนิว ฝีมือการตัดเย็บลวกๆ เพราะเป็นชุดที่เขาจับเย็บติดกันอย่างง่ายๆ
ความที่ผิวหนังและขนของหวงหนิวเป็นสีทอง เป็นมันเลื่อมเหมือนกับผ้าแพรความเรืองรองเลื่อมพรายนี้สะดุดตาเกินไป
ขืนให้มันเดินส่ายอาดๆ ขึ้นเขาไท่หังซานทั้งอย่างนี้จะไม่ตกเป็นเป้าสายตาก็คงเป็นไปไม่ได้ คงจะถูกเข้าใจว่าเป็นสัตว์กลายพันธุ์ไปในทันทีนั่นจะยิ่งไปกันใหญ่
หวงหนิวอิดออดไม่เต็มใจ เป็นเพราะชุดหนังหนาเกินไป ปกปิดมิดชิดแน่นหนานอกจากช่องที่เจาะเป็นลูกตาสองช่องแล้ว ปาก จมูก ใบหู ล้วนถูกปกปิดภายใต้ชุดหนัง
“มอ!” หวงหนิวไม่สบอารมณ์
“เรื่องนี้ไม่มีการต่อรอง ไม่ชอบก็ต้องใส่!”ฉู่เฟิงท่าทางเด็ดขาด
พอสวมชุดหนังแล้ว หวงหนิวก็ยืดตัวเดินสองขา ดูเหมือนคนประหลาดแต่ในเมื่อบนเขาไท่หังซานเต็มไปด้วยมนุษย์พิเศษ ท่าทางประหลาดๆของมันก็ไม่นับว่าแปลกแต่อย่างใด
ฉู่เฟิงรู้สึกว่า หัวของมันใหญ่โตเกินไป ดูประดักประเดิดเอาเขาสองข้างโผล่ออกมาข้างนอกจะดีกว่าไหมนะ
เขาเจาะรูสองรูบนชุดหนังเป็นช่องให้สองเขาสีทองโผล่ออกมา
“ยังไงก็มีมนุษย์พิเศษบางคนที่มีเขางอกเหมือนกัน เอาล่ะ ต่อจากนี้ไปนายก็คือจอมยุทธ์หน้ากาก หนิวหมัวหวัง!” ฉู่เฟิงหัวเราะร่า
จากนั้น ฉู่เฟิงก็เอารองเท้าบูตหนังให้มันสวมอีกทั้งยังจัดการซ่อนเท้าหน้าทั้งคู่ของมันด้วยถุงมือสีทอง เท่านี้ก็ “ครบเครื่อง”แล้ว
หวงหนิวเดินเข้าไปหน้ากระจก มองแล้วมองอีกมันโมโหเสียแทบจะฉีกทึ้งไอ้ชุดนี่ทิ้ง นี่มันอะไรกัน?ภาพพจน์อันเจิดจ้าสง่างามของมันป่นปี้หมดแล้ว
“อย่าหงุดหงิดน่า เพื่อให้เข้ากันกับนายฉันก็จะแต่งชุดพี่น้องเหมือนนายด้วย พอใจยัง!”
ฉู่เฟิงสวมหมวกกันน็อกที่ทำขึ้นมาโดยเฉพาะ ปิดปังใบหน้า มีช่องเฉพาะดวงตาจมูกและปาก บนศีรษะยังมีเขาสีเงินอีกคู่
“ตั้งแต่นี้ไป ฉันคือหนิวเสินหวัง1!”ฉู่เฟิงเอ่ย พลางตบไหล่หวงหนิว
หวงหนิวมองเขาแล้วผงกหัวในที่สุด เขี่ยตัวอักษรบอกว่า“หล่อกว่าเมื่อก่อนเยอะ”
ไสหัวไป! นี่มันรสนิยมอะไรวะ?ฉู่เฟิงอยากจะตบมันสักสองป้าบ
“ไป!” เขาโบกมือ เดินนำหวงหนิวออกนอกประตูแสงอรุโณทัยอาบร่าง ออกก้าวเดินสู่เขาไท่หังซาน
“เดี๋ยวนะ แล้วสตูเนื้อไทแรนโนซอรัสล่ะ?” ฉู่เฟิงหันมาถามหวงหนิวที่อยู่ข้างๆ
หวงหนิวเดินตัวตรง ตบพุงปุๆ ความหมายก็คือ นายไม่ต้องห่วง ไม่ได้หายไปไหนฟาดเรียบไปแล้ว
“ไอ้วัวบ้า แกหลบอยู่ในบ้าน แอบกินส่วนของฉันเกลี้ยงเลยเหรอ?!”
“มอ!” หวงหนิวยืนด้วยสองขาหลัง ลูบพุงท่าทางไม่หนำใจ ความหมายก็คือ ยังไม่อิ่มเลยอ่ะ
“ไอ้หนิวหมัวหวัง!”
....
แสงทองส่องฟ้า หมอกขาวล่องลอยในป่าเขา บัดนี้เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ
แม้ว่าตอนนี้ยังเป็นเวลาเช้าตรู่ หากบนเขาไท่หังซานกลับคึกคัก เดี๋ยวๆก็เห็นมนุษย์พิเศษเดินผ่านไปมา บางคนเดินทางคนเดียวรวดเร็วบางคนเดินทางเป็นกลุ่มก้อน
จะกลางเขา บนหน้าผา หรือในหุบเขาทุกแห่งหนล้วนสามารถพบเห็นเงาของมนุษย์พิเศษได้
ผู้คนจำนวนมากล้วนรับรู้ว่าลูกสนบนต้นสนกลายพันธุ์ที่อยู่บนเขาไท่หังซานนั้นใกล้สุกเต็มทีต่างเร่งเดินทางไปที่นี่ด้วยความคาดหวัง
งานนี้ย่อมหลีกเลี่ยงการปะทะไม่ได้อย่างแน่นอน!
ฉู่เฟิงพบเห็นรอยเลือดนับไม่ถ้วนบนเขาแสดงว่าระหว่างทางมีการปะทะกันของมนุษย์พิเศษ ที่ล้มตายไปในพงหญ้าข้างทางก็มี
นี่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น!
เนื่องจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ก่อให้เกิดการปะทะรุนแรงจนหลั่งเลือดทำให้สามารถจินตนาการได้เลยว่าวันนี้ เมื่อลูกสนสุกงอมได้ที่ย่อมเกิดการจลาจลที่รุนแรงกว่านี้อย่างแน่นอน
ด้านหน้าเขางูขาว
ที่นี่มีมนุษย์พิเศษอยู่มากมาย บางคนนั่งอยู่บนยอดเขาบางคนยืนอยู่ที่ปากทาง แล้วยังมีมนุษย์พิเศษบางคนที่กำลังบินวนอยู่บนฟากฟ้า
คนมากขึ้น เสียงเซ็งแซ่ก็ตามมา พื้นที่ตรงนี้เริ่มวุ่นวาย อึกทึกอย่างมาก
ทว่า ผู้คนต่างรู้ดี ว่าที่แห่งนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายการฆ่าฟันหากการต่อสู้ปะทุขึ้นเมื่อใด มนุษย์พิเศษที่อยู่ข้างกาย จะกลับกลายเป็นศัตรูในทันที
ดังนั้น แม้จะสนทนากันอยู่ในที แต่ก็ต่างระแวดระวังซึ่งกันและกัน
ก่อนที่ฉู่เฟิงกับหวงหนิวจะมาถึงเขางูขาว พวกเขากะว่าจะลอบแฝงตัวเข้าไปแต่ตอนนี้ดูจะไม่จำเป็นเสียแล้ว ทุกแห่งหนเต็มไปด้วยมนุษย์พิเศษ
“พวกแกสองคนซ่อนหัวแต่หางโผล่ เอาถุงโสโครกนั่นมาคลุมหัวทำแป๊ะอะไร?”
เพิ่งจะมาถึง ก็มีคนมาหาเรื่องเสียแล้ว มาตะคอกใส่ฉู่เฟิงกับหวงหนิวเห็นได้ชัดว่าคิดจะข่มขวัญพวกเขา
มนุษย์พิเศษผู้นี้หน้าตาท่าทางค่อนข้างน่ากลัว บนหลังมีกระดูกงอกเป็นแนวร่างกายปกคลุมด้วยเกล็ดสีเขียว ปากกว้างเขี้ยวแหลมคม แลดูโหดเหี้ยมหน้าตาอย่างกับผีภูเขา
“แกมายุ่งอะไรด้วย แกล้งคนอื่นหรือไง?”
พอฉู่เฟิงพูดจบ มนุษย์พิเศษคนนั้นก็ส่งสัญญาณพลันมนุษย์พิเศษอีกสี่ห้าคนก็กระโจนมารุมล้อม ชัดเลยว่าพวกเขาคิดจะตั้งกลุ่มอิทธิพลหาพรรคพวกมารองมือรองเท้า
ก่อนนี้ก็มีคนอื่นทำเช่นนี้มนุษย์พิเศษคนไหนที่มีพลังไม่ธรรมดา ฝีมือแข็งแกร่งย่อมง่ายที่จะดึงดูดให้มนุษย์พิเศษคนอื่นเข้าร่วม
“เหอะ ปากดีนักนะแก วันนี้ไม่ต่อยถุงหนังอย่างแกคว่ำไม่ได้แล้วขัดหูขัดตาข้าชะมัด!” มนุษย์พิเศษคนนั้นยิ้มเหยียดจากนั้นเสียงตูมดังขึ้น กำปั้นที่ปกคลุมด้วยเกล็ดสีเขียว ว่องไวปานสายฟ้าเหวี่ยงเข้าใส่ขมับของฉู่เฟิง
จะว่าไปเขาก็ร้ายกาจอยู่ อ้าปากปุ๊บก็ลงมือปั๊บ ระเบิดพลังโจมตีรุนแรงหากโดนชกเข้าที่ขมับจริงๆ คงแทบเอาชีวิตไม่รอด
“ไสหัวไป!”
ฉู่เฟิงสายตาเย็นเยียบ กระโดดตัวลอยถีบเข้าที่หมัดสีเขียวของเขาเสียงกร๊อบดังขึ้นทันควันจากกระดูกมือที่แตกร้าว
ตึง!
จากนั้น ฉู่เฟิงแจกลูกถีบให้อีกข้างเข้าที่ยอดอกส่งผลให้เขาปลิวกระเด็นออกไปอย่างกับกระสุนลอยไปปะทะเข้ามนุษย์พิเศษอีกหลายคนจนล้มไปกองกับพื้น
แค่สองถีบเท่านั้นเป็นการสำแดงเดชกันซึ่งหน้า มนุษย์พิเศษคนนั้นเลือดกบปากชักกระตุกไปทั้งตัว สลบเหมือดไปทันที คนอื่นๆ ต่างก็หน้าซีดเผือด
พวกเขารู้ทันทีว่าเจอของแข็งเข้าให้แล้วต่างตะกายกันขึ้นมาจากพื้นแล้วถอยกรูดทันควัน
“พี่น้อง เจ๋งจริง พวกเรามาร่วมมือกันดีมั้ย?”
แน่นอนว่า เพียงแค่สองลูกถีบเท่านั้นพวกมนุษย์พิเศษที่ล้อมรอบอยู่บางคนก็รี่เข้ามา พอเห็นความสามารถของฉู่เฟิงแล้วก็อยากจับมือรวมกลุ่มกับเขา
“ขอโทษ ผมไม่สน” ฉู่เฟิงตอบ
ฉู่เฟิงมองดูแล้วการรวมกลุ่มเฉพาะหน้านี้ก็เหมือนกับเป็นการสร้างความมั่นใจเพิ่มความแกร่งได้ไม่น้อย หากแท้จริงแล้วก็เป็นแค่การก่อม็อบหลวมๆในช่วงเวลาสำคัญนั้นหาได้มีประโยชน์อะไรไม่
“หยิ่งนักนะแก?” มีคนซุบซิบด้วยความไม่พอใจ
ฉู่เฟิงกวาดตามอง เสียงซุบซิบเงียบลงทันทีด้วยความหวาดเกรงไม่กล้าก่อกวนมนุษย์พิเศษที่มากด้วยความสามารถอย่างเขา
“พี่น้อง พวกเราของติดตามนายนะ!”
แล้วก็มีบางพวกที่ไม่ฟังอะไรเลย ดึงดันจะติดสอยห้อยตามเขา
“ฉันไม่สนใจ!” ฉู่เฟิงยังคงปฏิเสธ
จะอย่างไรก็ตาม เขาประเมินคนพวกนี้ต่ำไป พอเห็นว่าฝีมือของเขาโดดเด่นทั้งยังไม่คิดจะรวมกลุ่มกับผู้ใดก็รู้สึกว่าเขาต้องเป็นยอดฝีมือชั้นยอดอย่างแน่นอน คนกลุ่มหนึ่งไม่ฟังอะไรทั้งนั้นจะเป็นจะตายก็จะติดตามเขาให้ได้
ฉู่เฟิงไร้คำพูด ตามใจพวกเขาก็แล้วกัน เขาเดินต่อไปอย่างไม่สนใจอะไร
ผลก็คือ คนกลุ่มนี้ต่างก็รู้งาน บางคนอยู่ข้างหน้าเปิดทางให้บางคนตามเขาแจอยู่ข้างหลัง ยึดเอาเขาเป็นหลัก เกาะเขาเหนียวแน่น
ยิ่งฉู่เฟิงปฏิเสธ คนพวกนี้ต่างก็รู้สึกว่าเขาต้องร้ายกาจอย่างมากไล่อย่างไรก็ไม่ไป สุดท้ายก็มีคนร่วมสิบคนล้อมหน้าล้อมหลังเขานับว่ากลายเป็นกลุ่มที่ไม่เล็กเลย
คนพวกนี้คิดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ติดตามผู้ที่แข็งแกร่งแล้วหาโอกาสฉกฉวยผลประโยชน์จากความสับสนวุ่นวายเผื่อว่ามีโอกาสได้เข้าใกล้ต้นไม้ประหลาดนั่น แล้วคว้าลูกไม้ยัดเข้าปากเสียจะได้กลายเป็นยอดฝีมืออย่างเทพวัชระหรือเทพปีกเงินนั่นเมื่อนั้นยังจะต้องเกรงกลัวใครอีก? ได้ยินมาว่าแม้แต่พวกอาวุธปีนก็ไม่อาจทำอะไรพวกเขาได้!
“แม่ง ท่าทางเทียนเสินเซิงอู้คิดจะเป็นเจ้ามือกินรวบใครจะเข้าไปในเขตเขางูขาวตอนนี้ต้องไปต่อแถว ไม่งั้นมีการลงไม้ลงมือ!”
บางคนพึมพำสาปแช่ง ไม่สบอารมณ์หนักมาก
“อะไรวะ พวกเราคนตั้งเยอะ จำนวนนับพันได้ยังจะต้องกลัวไอ้เทียนเสินเซิงอู้นี่อีกเหรอ?”บางคนพยายามก่อหวอด
“นายเห็นอะไรนั่นไหม อาวุธหนักตั้งเป็นแผงอยู่บนเขาโน่นแน่ะ”มีคนชี้เป้าไกลๆ
ทุกคนหันไปดูแล้วหน้าถอดสีไปตามๆ กัน
“ฉันไม่เชื่อว่าพวกเขาจะกล้าลงมือจริงๆ พวกเราไป!”มีคนพูดขึ้นมา
จำนวนของมนุษย์พิเศษมีมากจริงๆ แม้เทียนเสินเซิงอู้จะแกร่งเพียงไหนหากจะกล้าใช้หนึ่งต้านร้อย ต้านทานมนุษย์พิเศษจำนวนเรือนพันเรือนหมื่นไหวหรือ?
ที่จริงแล้ว เรื่องครั้งนี้ก็เกินเลยไปอย่างมาก นับตั้งแต่ข่าวหลุดออกไประดับสูงของเทียนเสินเซิงอู้ต่างก็ปวดเศียรเวียนเกล้าเพราะเรื่องหลุดจากการควบคุมของพวกเขาโดยสิ้นเชิง
ตอนนี้ พวกเขาได้แต่ตั้งรับอย่างหนักแน่น
เส้นทางที่นำไปสู่ส่วนลึกของเขางูขาว มีกำลังคนวางอยู่เป็นระยะคอยควบคุมความเป็นระเบียบเรียบร้อย
ฉู่เฟิงเองก็เข้าแถว ไม่คิดที่จะปีนเขาเพื่อหลบเลี่ยงตอนนี้ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น เนียนไปกับฝูงชนทำตัวธรรมดาจะเหมาะกว่า
“หลีกไปให้หมด!”
ตอนนั้นเอง เกิดเหตุวุ่นวายมาจากทางด้านหลัง บนเส้นทางขึ้นเขามีคนกลุ่มหนึ่งเร่งลัดขึ้นมาอย่างบ้าอำนาจกวาดเอาคนที่เข้าแถวอยู่ด้านหน้าไปกองอยู่ฝั่งหนึ่ง
ฉู่เฟิงเองก็ถูกผลักอย่างแรงคนที่ขึ้นมาจากด้านหลังเรียกได้ว่าป่าเถื่อนรุนแรงขั้นสุดยอด
แล้วเขาก็เห็นว่า พวกคนที่ร่ำร้องขอรวมกลุ่มกับเขาแตกกระเจิงไปหมดนี่มันม็อบเฉพาะกิจของแท้ พึ่งไม่ได้จริงๆ ด้วย
“พวกคุณบ้าอำนาจเกินไปหน่อยไหม?” ฉู่เฟิงหันมาถาม
“ไปให้พ้น!” คนกลุ่มนี้ท่าทางกราดเกรี้ยวทั้งหยาบคายและไร้เหตุผลอย่างถึงที่สุด พอเห็นฉู่เฟิงไม่หลีกทางให้ไม่เพียงแค่ผลัก หากยังลงไม้ลงมืออีกด้วย อย่างน้อยก็มีคนยกเท้ารอแล้ว
ฉู่เฟิงมีน้ำโห วันนี้ถูกอาเล็กของหลินนั่วอีมาหาถึงบ้านแต่ไก่โห่ตอนนี้ยังมาถูกคนก่อกวนอีก เพลิงโทสะปะทุขึ้นทันควัน
“ที่ต้องไสหัวไปน่ะพวกแกต่างหาก!”
วินาทีต่อมาเขาก็ลงมือ ร้องบอกหวงหนิวว่าไม่ต้องเกรงใจนะพวกช่วยเขาจัดการคนพวกนี้ให้หนำใจหน่อย
พริบตาต่อมา คนจำนวนไม่น้อยเลือดกบปาก กระดูกหักกล้ามเนื้อฉีกถูกเหวี่ยงลอยออกไป
“รนหาที่นะแก!”
คนกลุ่มนี้แข็งแกร่งอย่างยิ่ง คนที่เป็นหัวหน้าร่างสูงร่วมสองเมตรโกนหัวล้านเลี่ยน เป็นประกายแวววาว ตอนนี้ระเบิดพลังอันน่ากลัวออกมา
ตอนนี้ ผิวหนังของเขาเปลี่ยนเป็นหินผา ร่างกายสูงทะยานขึ้นถึงเจ็ดเมตรพลังมหาศาลอย่างไม่มีอะไรมาเทียบ แค่ย่างเท้าเหยียบพื้นดินก็แหลกละเอียดเขาพุ่งเข้ามา
บางคนหลบไม่ทันโดนเท้าอันใหญ่โตเหยียบ จนไส้ทะลัก ส่งเสียงร้องโหยหวนขาดใจตายอย่างน่าเวทนาอยู่ตรงนั้น
ร่างหินหนาหนักบดขยี้เข้ามา คนเป็นๆ ถูกเหยียบจนกลายเป็นกองเนื้อเละๆ
พอฉู่เฟิงเห็นเข้า แววตาพลุ่งพล่าน เขารับรู้ได้ในทันทีว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในยุคหลังความเรืองรองนี้ต่างจากเมื่อก่อนคนบางคนเมื่อถูกปลดปล่อยความป่าเถื่อน ก็แตกต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง
เขาเห็นนักสู้ศีรษะโล้นกลายร่างเป็นยักษ์หินตนมหึมาที่เหี้ยมโหดเช่นนี้ยิ่งไม่ต้องการไว้ไมตรี เขาลงมือเด็ดขาดเอาให้ถึงตาย
ตึง! ตึง! ตึง!
....
ท่ามกลางสายตาอันแตกตื่นของทุกคน ฉู่เฟิงเหวี่ยงหมัด หมัดแล้วหมัดเล่าจนสุดท้ายชกยักษ์หินจนแตกกระจาย เสียงร้องโหยหวน ล้มครืนลงกับพื้น สิ้นใจในทันที
คนกลุ่มนี้สลายตัวทันควัน
พอฉู่เฟิงสังหารมนุษย์ยักษ์แล้วก็ออกเดินต่อ ไม่หยุดแม้สักนิดทิ้งความวุ่นวายเอาไว้เบื้องหลัง คนทั้งหมดล้วนแล้วแต่ใจเต้นโครมครามนี่มันสุดยอดของยอดฝีมือ
พวกม็อบเฉพาะกิจที่เผ่นหนีแตกฉานซ่านเซ็นเมื่อกี้ต่างก็แอบสำนึกผิดทว่าไม่มีใครทนหน้าด้านเข้าใกล้ฉู่เฟิงสักคน
“พี่น้อง นายชื่ออะไร พวกเรามาทำความรู้จักกันหน่อยสิ”เสียงตะโกนของคนผู้หนึ่งดังมาจากทางด้านหลังแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าทรงพลังไม่น้อย เขาให้ความสำคัญกับฉู่เฟิงอย่างมาก
“ฉันชื่อหนิวเสินหวัง!”ฉู่เฟิงตอบกลับทันทีอย่างไม่คิดหาเรื่อง
คนทั้งกลุ่มพอได้ยิน ต่างก็มองหน้ากันเลิ่กลั่กจากนั้นก็เบนสายตาไปจับจ้องที่เขาสีเงินบนหมวกกันน็อก เอิ่ม...ก็ดูเข้ากันดี
แต่ฉู่เฟิงไม่ได้หยุดแค่นั้น เขาลากหวงหนิวที่ยืนตัวตรงในชุดหนังปิดมิดชิดเห็นแค่ตากับสองเขาสีทองเข้ามาใกล้ แล้วแนะนำว่า “แล้วนี่ พี่น้องของฉันหนิวหมัวหวัง!”
คราวนี้ คนทั้งกลุ่มถึงกับใบ้กิน หนิวเสินหวังกับหนิวหมัวหวังเออก็พี่น้องกันนี่นะ
“ฉันว่านะ น่าจะเป็นราชาเขาทองกับราชาเขาเงินมากกว่า”เสียงซุบซิบพลางจ้องมองเขาวัวของพวกเขาไม่วางตา
มนุษย์พิเศษที่กลายพันธุ์มีสารพัดรูปแบบ มีเขาวัวแล้วไง
ฉู่เฟิงหมุนตัวออกเดิน ไม่สนใจอะไรอีก
มนุษย์พิเศษที่อยู่ด้านหลังถกกันอย่างเมามันชื่อหนิวเสินหวังของฉู่เฟิงกลับไม่ได้รับการพูดถึงราชาเขาเงินต่างหากที่ผู้คนเรียกขานกัน
ลึกเข้าไปในเขางูขาว กลับไร้ซึ่งความวุ่นวายแม้จะมีผู้คนอยู่มากมายหากต่างก็ระแวดระวังในทุกด้าน สงบนิ่งอย่างยิ่ง
ชัดเลยว่า คนที่หลุดเข้ามาถึงตรงนี้และยังยืนหยัดอยู่ได้ล้วนแต่เป็นพวกยอดฝีมือทั้งนั้น
เพราะว่า หลายคนที่เข้ามาเมื่อเห็นการต่อสู้กันแล้ว ต่างก็ล่าถอยไม่กล้าเข้าร่วมอีก!
ฉู่เฟิงเลือกภูเขาลูกหนึ่งแล้วปีนขึ้นไป ตำแหน่งตรงนี้ไม่เลวเลยมองเห็นต้นไม้พิสดารที่อยู่ไม่ห่างนักพอดีเป๊ะ
อันที่จริง ภูเขาโดยรอบต่างก็มีคนจับจองอยู่ก่อนแล้ว
“ลูกไม้นั่นยังไม่สุก ดูท่าจะต้องนั่งรอกันอีกสักพัก” ฉู่เฟิงสายตาเฉียบคมกว่าคนธรรมดาหลายเท่ามองเห็นได้อย่างชัดเจนลูกสนบนต้นไม้นั่นมีส่วนสีเขียวอยู่เล็กน้อยที่ยังไม่กลายเป็นสีม่วงทอง
บนเขาลูกนั้นมีตาน้ำอยู่ด้วยฉู่เฟิงมองอยู่พักแล้วหมุนตัวออกเดินไปล่าลูกกวางสักตัวอาหารเช้าของเขาถูกหวงหนิวฟาดเกลี้ยงไปแล้ว หาเนื้อป่ามาย่างกินดีกว่า
ทันใดนั้น เขาก็มองเห็นหลินเยี่ยอวี่กับผู้หญิงคนนั้นคนทั้งคู่เดินขึ้นเขางูขาว ทั้งยังมองมาทางฉู่เฟิงหลายครั้งหลายครา
จากนั้น มนุษย์พิเศษคนหนึ่งปีนขึ้นเขามา ด้วยอาการเกรงอกเกรงใจเขาเชิญฉู่เฟิงให้ออกไปจากที่นั่นและขอให้ยกที่ให้พวกเขาเพราะคนของเทียนเสินเซิงอู้ต้องการที่ตรงนี้
“ออกไปเดี๋ยวนี้!” ฉู่เฟิงเหลือบมองเขาชั่วแวบเอ่ยคำสั้นง่ายสี่คำนี้เป็นคำตอบ
*************************
1 หนิวเสินหวัง牛神王 แปลว่า ราชาเทพวัว ตรงกันข้ามกับ หนิวหมัวหวัง 牛魔王 ราชาปีศาจวัว