เมื่อได้ยินการหยอกล้ออันสุดแสนจะล่อแหลมของชายหนุ่ม ฮั่วฟางหรงหน้าแดงในทันที นี่ขนาดว่านางเตรียมใจมารุกลั่วอู่หลินในระดับหนึ่งแล้วแต่ทว่าเมื่อโดนแบบนี้ก็ไม่ไหวจริงๆ
"ขะ ข้ายังไม่อยากเห็นตอนนี้ เอาไว้คราวหลังก็แล้วกัน"ฮั่วฟางหรงกล่าวพร้อมกับบินหนีไป
ลั่วอู่หลินที่เห็นก็อดหัวเราะขบขันไม่ได้ โดยปกติแล้วหญิงสาวคนนี้มักจะเป็นคนที่มีความมั่นใจอยู่ตลอดเวลา พอมาแสดงอาการเช่นนี้ก็น่ารักดีไม่น้อยเลยทีเดียว
ชายหนุ่มใช้เวลาอยู่กับลูกและภรรยาอีกหนึ่งวัน ในที่สุดก็ตัดสินใจออกมายังโลกภายนอกพร้อมกับสวมชุดคลุมสีดำเดินไปยังศาลาเทียนจินที่ตอนนี้หน้าประตูทางเข้ามีผู้คนหนาแน่นเป็นอย่างมาก
ด้วยความยั่วยวนของอาวุธระดับสวรรค์และของมีค่าที่กำลังจะจัดประมูลในวันนี้ ไม่แปลกเลยที่จะมีคนมากมายพากันสนใจเดินทางมาเข้าร่วมงานประมูล
ลั่วอู่หลินไม่มัวรีรอ เขาเดินเข้าไปและยื่นตราของศาลาเทียนจินให้เจ้าหน้าที่ได้ดูในทันที เมื่อเห็นป้ายนี้ชายหนุ่มก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากเจ้าหน้าที่และพนักงาน
"เชิญนายท่านเจ้าค่ะ"พนักงานหญิงที่นำทางลั่วอู่หลินกล่าวพร้อมกับผายมือยังไปห้องรับรองที่ด้านในดูหรูหราเป็นอย่างมาก ลั่วอู่หลินเดินเข้าไปและนั่งลงใบหน้าแสดงถึงความเรียบนิ่งและเฉยชา ด้านข้างของเขามีพนักงานหญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่เพื่อทำหน้าที่ยกป้ายประมูลและแนะนำสินค้าให้
แน่นอนว่าลั่วอู่หลินไม่ได้สนใจนางเท่าไรนัก และมองไปยังห้องที่อยู่ข้างๆหลายต่อหลายห้องที่ตอนนี้กำลังมีเสียงพูดคุยสนทนากันไปมา หูของเขาก็พลันตั้งใจฟังว่าคนเหล่านี้พูดคุยเรื่องอะไรกันเผื่อว่าจะมีข่าวสารอะไรที่มันน่าสนใจ ก่อนที่จะพบกับความผิดหวังในเวลาต่อมา เพราะส่วนใหญ่พวกเขาเหล่านี้จะแขวะและจิกกัดกันด้วยคำพูดเสียมากกว่าจึงไม่มีอะไรน่าสนใจ
"การประมูลกำลังจะเริ่มเเล้วเจ้าค่ะนายท่าน"หญิงสาวพนักงานกล่าวเตือนทำให้ลั่วอู่หลินก็เบนสายตาไปมองยังกลางโถงใหญ่ซึ่งตอนนี้กำลังมีหญิงสาวผมสีทองที่แสนงดงามและเย้ายวนคนหนึ่งกำลังก้าวขึ้นเวทีไปพร้อมกับรอยยิ้มที่ประดับเอาไว้บนใบหน้าอยู่เสมอ
"นางคือ??"
"ท่านนั้นคือคุณหนูของศาลาเทียนจินของเราเองเจ้าค่ะ มีนามว่าคุณหนูจ้าวหยูอิน"พนักงานสาวกล่าวตอบอย่างเร็วไว
ลั่วอู่หลินเองก็พยักหน้าตอบรับนางไปเช่นเดียวกัน ก่อนจะกล่าวขึ้นในใจ 'ให้ตายสิ ตระกูลจ้าวแห่งนี้เป็นแหล่งรวมนักบุญหรืออย่างไรกัน แล้วทำไมผู้ใช้ปราณแสงที่นับว่าเป็นตำแหน่งสูงสุดถึงได้เข้ามาอยู่ในพื่นที่แบบนี้'
ยิ่งคิดลั่วอู่หลินยิ่งไม่เข้าใจจริงๆ เขาสัมผัสได้ถึงปราณแห่งแสงในตัวของจ้าวหลานหลินและหญิงสาวที่ชื่อจ้าวหยูอินคนนี้ ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นปราณแสงที่แข็งแกร่งไม่แพ้กัน ด้วยความแข็งแกร่งนี้เองการจะเป็นนักบุญที่สูงส่งในโลกภายนอกก็หาใช่เรื่องที่ยากเย็นอะไร
นั่นจึงทำให้เขาอดแปลกใจและอดอยากรู้อยากเห็นไม่ได้ ว่าทำไมพวกเขาถึงได้เลือกมาอยู่สถานที่ๆเต็มไปด้วยการฆ่าฟันเช่นนี้กัน
'เหอะๆ ข้าจะบ้าไปกันใหญ่แล้ว เลิกคิดๆมันไม่ใช่เรื่องของเราเสียหน่อย'ลั่วอู่หลินสลัดความอยากรู้อยากเห็นออกไปจากหัวและมองไปยังการประมูลที่กำลังจะเริ่มขึ้น
ในเวลานี้เองเสียงฮือฮาและชื่นชมคุณหนูจ้าวหยูอินก็ดังขึ้นมาไม่ขาดสาย หญิงงามเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เผยรอยยิ้มที่หยาดเยิ้มออกมาในทันใด เมื่อแสงไฟตกกระทบบนตัวนาง ทุกคนในที่แห่งนี้ก็พากันเงียบไปเพราะนี่เป็นสัญญาณในการเริ่มการประมูล
"ยินดีต้อนรับแขกทุกท่าน วันนี้ข้าจ้าวหยูอินรับหน้าที่ในการดำเนินงานประมูลในวันนี้"
"และเพื่อไม่ให้เสียเวลาอันมีค่าของทุกท่าน เรามาเริ่มกันที่ของชิ้นแรกของวันนี้กันเลย"
เมื่อหญิงสาวกล่าวจบของชิ้นแรกก็ถูกยกออกมาวางบนโถงในทันที และสิ่งแรกที่นำมาประมูลนี้คือสมุนไพรระดับหน้าพันปีจำนวนสามต้นด้วยกัน
"สมุนไพรจิตฟ้าห้าพันปีสามต้น เริ่มที่หนึ่งล้านห้าแสนปราณทอง"นางประกาศราคาของสินค้าออกมา ลั่วอู่หลินที่ได้ยินก็ถึงกับผงะไปเขาจำได้ว่าฮั่วฟางหรงเคยตีราคาสมุนไพรของเขาถูกสองล้านปราณทองไม่ใช่หรือ แล้วทำไมเมื่อนำมาประมูลราคาถึงอยู่แค่ห้าแสนกันละ
"ฮิฮิ เจ้าไม่เคยเข้าประมูลถึงยังไม่เข้าใจ โดยปกติแล้วสินค้าในโรงประมูลจะราคาต่ำกว่าในตลาดอยู่แล้วเพื่อที่จะให้ผู้คนได้แก่งแย่งแข่งขันกันเสนอราคา แต่ก็ต้องยอมรับฮั่วฟางหรงคนนั้นในอดีตตีราคาของสมุนไพรของเจ้ามากเกินเหตุเพราะราคาตลอดของมันน่าจะอยู่แค่หนึ่งล้านปราณทองเท่านั้นเอง"
'เอ๋ แล้วทำไมนางถึงทำเช่นนั้นละ??'
"นั่นเพราะนางไม่รู้อย่างไรละว่าเจ้าไม่รู้ราคาที่แท้จริงของสินค้า จึงได้เสนอราคาสองล้านเพื่อผูกสัมพันธมิตรกับเจ้า ความจริงข้าเองก็รู้อยู่แล้วล่ะ แต่เห็นว่าไม่ได้เสียหายอะไรก็เลยไม่พูดออกไปก็เท่านั้น"ไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าวอธิบายจนลั่วอู่หลินเข้าใจ
ในขณะที่พวกเขาคุยกันสมุนไพรสามต้นนั้นก็ถูกประมูลออกไปด้วยราคาสามล้านห้าหมื่นปราณทองเลยทีเดียว ถือได้ว่าเป็นกำไรถึงห้าหมื่นปราณทอง
การประมูลสินค้าได้ดำเนินการมาสองถึงสามชิ้น ในที่สุดก็มาถึงลำดับสินค้าของลั่วอู่หลินเสียที บริเวณกลางโถงใหญ่ตอนนี้มีขวานศึก กระบี่ และดาบใหญ่สีแดง ที่แผ่ออร่าที่น่าหวาดสะพรึงออกมา
"สินค้าชิ้นต่อไปอาวุธระดับปฐพีขั้นสูง ขวานปฐพีคลั่ง เริ่มต้นที่สิบล้านปราณทอง"เมื่อได้ยินเสียงของหญิงงามเสียงฮือฮาของผู้เข้าร่วมประมูลด้านล่างก็ฮือฮาไม่ขาดสาย
"สิบเอ็ดล้าน"
"สิบสองล้าน"
"สิบห้าล้าน"
"สิบเจ็ดล้าน"
"ยี่สิบล้าน"
เสียงการสู้ราคาดังออกมาจากห้องรับรองอย่างดุเดือดยิ่ง เหล่าผู้เข้าร่วมประมูลด้านล่างในเวลานี้ได้แต่อิจฉาในความมั่งคั่งของพวกคนในห้องรับรองเป็นอย่างมาก เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถแข่งขันกับคนเหล่านี้ได้
หลังจากที่สู้ราคากันอยู่นานขวานปฐพีคลั่งชิ้นนี้ก็ถูกประมูลออกไปได้ด้วยราคาถึงสามสิบห้าล้านด้วยกัน และแน่นอนว่ากระบี่และดาบเองก็เช่นเดียวกันเพราะราคานี้นั้นถือได้ว่าเป็นค่าสูงสุดของอาวุธระดับปฐพีแล้ว ดังนั้นหากไม่ใช่คนที่ถูกชะตากับอาวุธชิ้นนั้นๆจริงๆก็จะไม่มีทางกล้าสู้ราคาต่ออย่างแน่นอน
"อืมๆได้มาร้อยสิบห้าล้านอย่างนั้นหรือ ราคาไม่เลวเลยทีเดียว"ลั่วอู่หลินกล่าว แม้สำหรับเขาเหรียญปราณทองจะไม่นับเป็นอะไรได้ แต่มูลค่ามันก็สูงพอสมควรเลยทีเดียว