Ghost & Doctor ผีวุ่นวายกับนายแพทย์อ่อนหัด

    ตอนที่ 150 ผู้ติดเชื้อ

    ตอนที่ 150            “แค่ก...แค่ก...โทษทีนะดูเหมือนฉันจะทำให้พวกเธอติดอยู่อินเดียไปอีกหลายวัน” ดนัยที่ถูกพาออกมาจากสนามบินนอนซมอยู่บนเตียงของโรงพยาบาลเขานั้นกำลังคุยโทรศัพท์กับปลายสายอยู่            ไม่เป็นไรน่าดูเหมือนจะมีโรคระบาดเกิดขึ้นนายมีไข้สูงแบบนี้ทางกรมควบคุมโรคก็ต้องทำตามหลักล่ะนะ เสียงฮิคาริพูดมาจากปลายสาย            “งั้นเหรอโรคระบาดสินะไข้หวัดใหญ่หรือเปล่านะ” ดนัยนั้นยังไม่รู้ว่าภายในอินเดียนั้นเกิดโรคระบาดอะไรเพราะเจ้าหน้าที่ไม่ได้บอกเขาเอาไว้            ก็นะแล้วนายเป็นไงบ้างไข้ลดบ้างหรือยัง ฮิคาริถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง            “แทบจะไม่ลดเลยว่าแต่คุณยูมิล่ะ” ดนัยถาม            ถูกพาแยกไปพักอีกห้องน่ะเพราะพวกเราถึงจะไม่มีอาการแต่ก็ต้องถูกกักตัวไว้อย่างน้อย 24 ชั่วโมง ฮิคาริตอบ            “24 ชั่วโมงสินะว่าแต่พวกคุณรินะล่ะ” ดนัยถามถึงพวกรินะ            กลับญี่ปุ่นไปแล้วล่ะ ฮิคาริบอก            “งั้นเหรอว่าแต่พวกเธอพอพ้น 24 ชั่วโมงแล้วจะเอาไง” ดนัยถาม            ก็จะให้เอาไงล่ะก็ต้องหาที่อยู่เพื่อรอนายเพราะนายโดนกักตัวนานกว่าพวกฉันนี่จะให้พวกฉันกลับไปก่อนได้ยังไงล่ะ ฮิคาริพูด            “เหรอขอบใจนะนึกว่าจะถูกทิ้งให้อยู่อินเดียคนเดียวซะแล้วแค่ก...แค่ก...” ดนัยไอออกมาเพราะเขาเริ่มพูดจนเสียงแหบแล้ว            นอนพักเถอะแค่นี้นะดนัย ฮิคาริพูดก่อนจะตัดสายไป            “เฮ้อ...ให้ตายสิหวังว่าคงไม่เป็นโรคระบาดร้ายแรงนะ” ดนัยถอนหายใจออกมาก่อนจะหลับตาลงและหลับไปเพราะพิษไข้  ทางด้านฮิคาริ            หลังจากวางสายจากดนัยไปฮิคาริก็ติดต่อไปหายูมิที่อยู่อีกห้อง            “ใช่ดูเหมือนไข้จะยังไม่ลดลงเลย” ฮิคาริบอกอาการของดนัย            งั้นเหรอหวังว่าคงไม่ติดนิปาห์นะ ยูมิเป็นกังวลเพราะผู้ป่วยที่ติดไวรัสนิปาห์นั้นมีโอกาสเสียชีวิตสูงถึง 40% แม้จะเป็นคนอายุน้อยและสุขภาพแข็งแรงก็เถอะ            “เอาน่าดนัยคงไม่ดวงซวยขนาดนั้นหรอกมั้ง” ฮิคาริพูดออกมาแต่ทว่าเธอไม่รู้เลยว่าวันต่อมาพวกเธอจะได้รับข่าวที่ทำให้ตกใจ  วันต่อมา            ยินดีด้วยนะครับจากผลการตรวจคุณผู้หญิงและเพื่อนอีกคนไม่ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ครับ เจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรคโทรมารายงานผลการตรวจไวรัสของเธอและยูมิ            “งั้นเหรอคะแล้วเพื่อนฉันอีกคนที่เป็นไข้ล่ะคะ” ฮิคาริถามถึงผลการตรวจของดนัย            เสียใจด้วยครับเพื่อนคุณอีกคนที่เป็นไข้นั้นจากผลการตรวจพบว่าติดไวรัสนิปาห์ครับ เจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมโรครายงานผลการตรวจของดนัยให้ฮิคาริฟัง          “ตะ...ติดเชื้องั้นเหรอคะ !!” ฮิคาริอุทานออกมาเมื่อได้ทราบผลการตรวจของดนัย            ใช่ครับเพราะแบบนั้นทางเราจึงต้องกักตัวเพื่อนคุณเอาไว้และรักษาจนกว่าจะหายส่วนพวกคุณนั้นไม่พบเชื้อทางเราจึงยกเลิกมาตราการกักตัวพวกคุณแล้วครับยังไงขอตัวก่อนนะครับ เจ้าหน้าที่พูดก่อนจะวางสายไปตอนนั้นเองประตูห้องของฮิคาริก็ถูกเคาะ            ก๊อก !! ก๊อก !! ก๊อก !!            “ฮิคาริเจ้าหน้าที่โทรมาบอกเธอหรือยังว่าผลการตรวจของพวกเรานั้นไม่ติดเชื้อนิปาห์น่ะ” เสียงยูมิดังมาจากหน้าห้องฮิคาริจึงต้องเดินไปเปิดประตูนั่น            แกร๊ก !! ฮิคาริเปิดประตูออกไปก็เห็นยูมิที่กำลังแสดงสีหน้าดีใจเพราะผลการตรวจของเธอและฮิคารินั้นออกมาดี            “ฮิคาริเจ้าหน้าที่เขาโทรมาแจ้งเธอหรือยัง” ยูมิพูด            “อือแจ้งแล้ว” ฮิคาริพยักหน้าเบาๆ            “เป็นอะไรของเธอน่ะผลตรวจคือพวกเราไม่ติดเชื้อนะไม่ดีใจเหรอ” ยูมิทำหน้างงเพราะสีหน้าฮิคาริดูไม่ดีใจเลยสักนิด            “ก็ดีใจแต่ยูมิเธอน่ะไม่ได้ถามผลตรวจของดนัยใช่มั้ย” ฮิคาริพูด            “ก็ไม่ได้ถามว่าแต่เธอพูดถึงผลตรวจของ...นะ...นี่ฮิคาริอย่าบอกนะว่า !!” ยูมิเบิกตากว้างเพราะถ้าให้เดาจากคำพูดและสีหน้าของฮิคาริในตอนนี้นั้นเดาได้ไม่ยากเลยว่าเธอกำลังจะพูดอะไร            “ใช่ดนัยติดเชื้อไวรัสนิปาห์” ฮิคาริพูดออกมาทำเอายูมิไม่รู้จะพูดอะไรต่อทันทีเพราะเมื่อครู่เธอยังดีใจอยู่เลย  กลับมาที่ดนัย            “แค่ก...แค่ก...ว่าไงนะนี่ผมติดเชื้อไวรัสนิปาห์ไม่ใช่แค่ไข้หวัดใหญ่ธรรมดาเหรอ !!” ดนัยอุทานออกมาหลังจากรับโทรศัพท์ซึ่งเป็นสายจากเจ้าหน้าที่            ใช่ครับตอนนี้คุณติดเชื้อไวรัสนิปาห์ครับไม่ใช่ไข้หวัดใหญ่ครับ เจ้าหน้าที่ที่อยู่ปลายสายบอกกับดนัยเพื่อยืนยันว่าเขาติดไวรัสนิปาห์จริง            “ถ้าอย่างนั้นนี่ก็คือโรคระบาดร้ายแรงน่ะสิครับ...แค่ก...แค่ก” ดนัยพูดออกมา            ใช่ครับ เจ้าหน้าที่ได้ยินแบบนั้นก็ยอมรับว่านี่คือการระบาดของโรคร้ายแรง            “แล้วแบบนี้ทำไมถึงไม่มีแจ้งเตือนหรือประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินล่ะครับ” ดนัยถาม            เอ่อคือว่า.... เจ้าหน้าที่ไม่รู้จะตอบอย่างไรเพราะว่ารัฐบาลอินเดียนั้นไม่อยากประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินออกมาเพราะนั่นจะทำให้เศรษฐกิจอินเดียที่พึ่งจะฟื้นตัวกลับไปพังอีกครั้ง            “ชิเกี่ยวกับการเมืองและเศรษฐกิจสินะแค่ก...แค่ก” ดนัยสบถพร้อมกับไอออกมาเบาๆเพราะสมัยก่อนตอนที่เขายังเป็นนักศึกษาแพทย์ปี 2 ตอนนั้นก็มีโรคระบาดรายแรงที่เกิดขึ้นทั่วโลกและตอนนั้นรัฐบาลไทยก็ดื้อดึงไม่ยอมประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพราะกลัวเศรษฐกิจหลักอย่างการท่องเที่ยวจะพังครืนลงมา            สุดท้ายด้วยความดื้อดึงนั่นทำให้มีผู้ติดโรคระบาดนั่นในไทยนับแสนคนและมีผู้เสียชีวิตเป็นพันและรัฐบาลก็โดนด่าเละสุดท้ายทนแรงกดดันของสังคมไม่ไหวจึงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินออกมาแต่มันก็สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างไปแล้ว            (ไรท์ : เป็นเรื่องที่สมมุติขึ้นมาเท่านั้นโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)            “แค่ก...แค่ก...แล้วผมต้องทำยังไงต่อครับถ้าจำไม่ผิดคนที่ติดไวรัสนิปาห์มีโอกาสเสียชีวิตสูงมากแต่ถ้ารักษาตามอาการก็มีสิทธิหายสูงถูกมั้ยครับ” ดนัยพอจะจำรายละเอียดเกี่ยวกับไวรัสนิปาห์ได้บ้างเพราะเคยมีออกข้อสอบสมัยที่เขายังเรียนอยู่            เอ่อ...คือว่าตอนนี้ยาตัวเดิมใช้ไม่ได้ผลแล้วครับเพราะไวรัสนิปาห์ตัวนี้มันกลายพันธุ์ทำให้ดื้อยาครับ เจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรคบอก            “กลายพันธุ์งั้นเหรอ !!” ดนัยได้ยินดังนั้นก็รู้สึกแย่ทันทีเพราะมันหมายความว่าผู้ติดไวรัสมีโอกาสเสียชีวิตสูงมากกว่าไวรัสตัวเก่า            ใช่ครับตอนนี้คุณคงได้แต่ทานยาลดไข้และรักษาตามอาการเท่านั้นยังไงทางเราก็จะติดตามสอบถามอาการเรื่อยๆนะครับรักษาตัวด้วยนะครับ เจ้าหน้าที่พูดก่อนจะวางสายไปเพราะหน้าที่ของเขาคือแจ้งผลการตรวจนั่นเอง            “แค่ก...แค่ก...ให้ตายสินี่เราติดไวรัสนิปาห์เหรอเนี่ยแถมยังเป็นชนิดกลายพันธุ์อีกเฮ้อ...เห็นหน้าพ่อกับแม่ลอยมาแต่ไกลเลย” ดนัยพูดกับตัวเองจากนั้นพอสายสักหน่อยก็มีหมอเดินเข้ามาวัดไข้ของดนัยซึ่งไข้ของเขาก็ยังคงสูงถึง 38 องศาเช่นเดิม            หลังจากวัดไข้แล้วหมอก็ให้ยาลดไข้และให้น้ำเกลือรักษาตามอาการเบื้องต้นโดยหวังให้ผู้ป่วยหายเองจากภูมิต้านทานเท่านั้นและเมื่อดนัยได้ยาลดไข้มาแล้วเขาก็พักผ่อนกระทั่งหลับไป            ซึ่งไม่รู้ดนัยนั้นหลับไปกี่ชั่วโมงแต่พอรู้สึกตัวอีกทีก็เป็นตอนที่ได้ยินเสียงใครบางคนที่คุ้นเคย            “ดนัยคะ...”            พรึ่บ !! ดนัยลืมตาขึ้นมาก่อนจะเห็นคนในชุดป้องกันเชื้อโรคสองคนยืนอยู่ข้างเตียงของเขา            “ดนัยคะเป็นไงบ้าง”            “คะ...คุณยูมิมาอยู่ที่นี่ได้ไงครับเนี่ย” ดนัยตกใจมากเพราะเสียงของคนที่อยู่ในชุดป้องกันโรคนั่นก็คือยูมินั่นเอง            “ไม่ต้องลุกเลยเจ้าบ้าไข้นายยังไม่ลดนอนลงไป” ฮิคาริพูดเมื่อเห็นว่าดนัยกำลังจะพยายามลุกขึ้นมานั่ง            “ฮิคาริก็ด้วย...เดี๋ยวก่อนสิทั้งสองคนมาอยู่นี่ได้ยังไงกัน” ดนัยตกใจเป็นอย่างมากเพราะคนที่อยู่ในชุดป้องกันไวรัสที่อยู่ข้างเตียงทั้งสองคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นฮิคาริและยูมินั่นเอง            “ก็มาดูอาการของนายน่ะสิ” ฮิคาริบอก            “อาการฉันเนี่ยนะบ้าหรือเปล่าฉันติดไวรัสนิปาห์นะแถมยังเป็นชนิดกลายพันธุ์อีกถ้าทั้งสองคนติดไปด้วยเรื่องใหญ่เลยนะ” ดนัยพูด            “รู้แล้วน่าแต่จะปล่อยให้นายสู้คนเดียวได้ไงล่ะยังไงฉันกับยูมิก็เป็นหมอนะรู้วิธีการรับมือกับไวรัสโรคระบาดอยู่แล้ว” ฮิคาริบอก            “เฮ้อ...ให้ตายสิว่าแต่ทั้งสองคนแข็งแรงดีใช่มั้ยไม่ได้เชื้อไวรัสนะ” ดนัยถาม            “พวกเราแข็งแรงดีค่ะผลการตรวจปกติ” ยูมิตอบ            “แข็งแรงดีก็ควรจะกลับญี่ปุ่นสิครับตอนนี้ยังไม่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินการเดินทางเข้าออกประเทศทำได้ตลอดอยู่แล้ว” ดนัยพูดเพราะตอนนี้รัฐบาลอินเดียยังไม่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจึงสามารถเดินทางเข้าออกประเทศได้เป็นปกติ            “ก็พวกเราเป็นห่วงดนัยนี่คะเลยตัดสินใจจะอยู่กับดนัยจนกว่าดนัยจะหาย” ยูมิพูดด้วยความเป็นห่วง            “แต่ว่า...”                    “ไม่ต้องแต่อะไรทั้งนั้นแหละดนัยฉันโทรไปแจ้งเรื่องกับผู้อำนวยการโฮชิแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นและก็ทำเรื่องหยุดงานให้แล้วและตอนนี้ฉันกับยูมิก็กำลังทำหน้าที่ในฐานะแพทย์อาสาสากลอยู่ซึ่งทางโรงพยาบาลตอบรับทันทีเลยล่ะนะเพราะกำลังขาดแคลนหมอเป็นจำนวนมาก” ฮิคาริบอก            “ให้ตายสิน่าจะประมาทเกินไปแล้วมาทำงานในโรงพยาบาลที่ใช้กักกันโรคแบบนี้ถ้าติดเชื้อด้วยขึ้นมาเรื่องใหญ่เลยนา” ดนัยพูดด้วยความเป็นกังวลที่ยูมิและฮิคาริจะติดเชื้อไวรัสไปด้วย            “ช่างพวกฉันเหอะน่า...ถ้านายเป็นกังวลก็รีบหายสิฉันกับยูมิจะได้กลับญี่ปุ่นพร้อมนาย” ฮิคาริบอก            “ใช่ค่ะถ้าดนัยเป็นห่วงพวกเราก็รีบหายสิคะ” ยูมิพูดอีกเสียง            ก็อยากรีบหายอยู่หรอกแต่ไข้ไม่ลดเลย ดนัยคิดในใจ            “เอาล่ะมาตรวจอาการเบื้องต้นกันดีกว่าเดี๋ยวต้องไปตรวจห้องอื่นต่อด้วยอ้าปากสิดนัยขอดูหน่อยว่าคออักเสบมั้ย” ฮิคาริพูดจากนั้นเธอก็เริ่มตรวจอาการของดนัยใช้เวลาไม่นานก็เสร็จ            “สรุปตอนนี้มีแค่ไข้สูง...มีเสมหะ...แล้วก็น้ำมูกแต่ไม่มีอาการอักเสบของคอ” ฮิคาริสรุปอาการ            “ปอดเองก็ยังทำงานได้ดีนะไม่มีอาการติดเชื้อ...แถมไม่เบื่ออาหารด้วย...ดนัยนี่อาการดีกว่าผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสนิปาห์คนอื่นอีกนะคะ” ยูมิที่ช่วยตรวจปอดพูดอีกเสียงเพราะผู้ติดเชื้อคนอื่นนั้นอาการแย่กว่าดนัยมากเพราะส่วนใหญ่ที่เป็นปอดพวกเขาจะติดเชื้อด้วยและการเสียชีวิตของผู้ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ส่วนใหญ่จะมาจากปอดติดเชื้อนี่แหละ            “เอาล่ะถ้าอย่างนั้นเราก็ไปกันเถอะยูมิให้ดนัยพักผ่อนเขาจะได้หายไวๆ” ฮิคาริพูดจากนั้นเธอและยูมิก็ออกไป            ดนัยมองดูทั้งสองคนที่เดินออกจากห้องเขาไปก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา            “เฮ้อ...ให้ตายสิสองคนนั้นคิดบ้าอะไรอยู่เนี่ยถึงเอาตัวเองมาอยู่ในสถานที่เสี่ยงแบบนี้” ดนัยไม่รู้เลยว่าทั้งสองคนคิดอะไรกันอยู่  จบ...

    คล้ายกับเรื่อง Ghost & Doctor ผีวุ่นวายกับนายแพทย์อ่อนหัด ที่คุณอ่าน