เฒ่ากู่ค่อย ๆ คืนพลังมาได้ในไม่กี่ชั่วยามแต่เหยียนซานก็ยังเป็ห่วงอยู่ดี
เขาค่อยเฝ้าท่านปู่ไม่ได้ห่างจนเฒ่ากู่ต้องไล่ให้เขาไปฝึกญาณเพื่อลดความฟุ้งซ่าน
“เ้าอย่าชะล่าใจไปนะถึงแม้เ้าจะผ่านด่านโหดสุดหินมาแล้ว จนกายเ้าแกร่ง ญาณเ้าก็ไม่น้อยหน้าใครแต่การจะบรรลุเป็ะอรหันต์ มันไม่ได้ง่ายอย่างที่เ้าคิด” เฒ่ากู่บอกเหยียนซานด้วยเสียงราบเรียบ
“แล้วข้าต้องทำอย่างไร ท่านปูบอกข้ามา”
“ตอนนี้พลังของข้าฟื้นมาก็จริง แต่มันยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของพลังที่ข้ามีอยู่”
เฒ่ากู่ถอนหายใจ “เ้าอาจจะต้องช่วยข้าเสียแล้ว”
“ท่านบอกมาเลยว่าจะให้ทำอย่างไร ข้าพร้อมเสมอ”
“เ้าต้องออกจากถ้ำแล้วขึ้นไปที่หุบเขาไร้ลักษณ์อีกครั้ง บนยอดเขามีไผ่พันปีที่มีน้ำอยู่ภายในกระบอกไม้ไผ่” เฒ่ากู่พูดแล้วชะงักไป
“แต่ต้นไผ่นั้น ถูกด้วยเซียนเมฆิน์ ซึ่งหวงไผ่พันปีนี้มากเ้าต้องทำอย่างไรก็ได้ที่ให้ท่านเซียนยินยอมให้เ้าตัดไม้ไผ่ที่เขาหวงหนักหวงหนาเพื่อนำน้ำในกระบอกไม้ไผ่มาฟื้นพลังของข้า”
เหยียนซานออกเดินทางทันทีเขาหยิบพลองอัสนีเบิกฟ้าที่ท่านปู่ให้มาไปด้วย
“เ้าอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับพลองที่เป็อาวุธประจำกายเ้า แต่เ้าลองฝึกใช้มันให้ดี มันจะปรากฏออกมาเมื่อเ้า้ามันและเ้าต้องเสริมพลังให้มันมีความแข็งแกร่ง หากมันหมดพลังเมื่อไหร่มันจะกลายเป็ไม้ไผ่ธรรมดานี่เอง”
เหยียนซานจำคำที่ท่านปู่บอกและพุ่งทะยานขึ้นไปบนยอดเขาทันที เขาใช้เวลาถึงสองวันกว่าจะถึงยอดเขาไร้ลักษณ์
เหยียนซานผ่านเข้าไปในป่าขนาดใหญ่มีเสียงนก์ร้องอยู่ไม่ไกลนัก เขาไม่รู้ว่าเซียนเมฆิน์ พำนักอยู่ที่ใดและเขาจะหาไผ่พันปีได้จากที่ไหน เขาเดินผ่านป่าดิบช้า ๆ เพ่งมองไปข้างหน้าแต่ความมึดทึบของป่าก็ไม่ทำให้เขาค้นหาอะไรได้เจอซักอย่าง
ข้างหน้ามีแสงเรืองรองเป็ประกายเหยียนซานรีบพุ่งทะยานไปทันที เรือนไม้ขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ บริเวณรอบ ๆมีดอกไม้หลากสีแข่งกันออกดอกบานสะพรั่ง บรรยากาศมันช่างแตกต่างจากป่าดิบที่เขาผ่านมาอย่างสิ้นเชิง มีลำธารอยู่ด้านข้างของเรือนไม้เหยียนซานค่อย ๆ คืบคลานไปช้าๆ จริงอย่างที่เขาคิดไว้ มีต้นไม้สีทองเหลืองอร่าม ปล้องไม้ไผ่ลำโตใหญ่กว่าท่อนขาของเขาเสียอีก ต้องเป็ไผ่พันปีที่ท่านปู่บอกแน่ๆ
เขาเดินเข้าไปในเรือนไม้ ไม่มีผู้ใดอยู่ด้านในแม้เขาจะร้องเรียกแต่ก็ไร้เสียงตอบ
“ข้ามีความจำเป็ต้องใช้ไผ่พันปีเพื่อไปช่วยท่านปู่ของข้า ข้าขออนุญาตเซียนเมฆิน์ช่วยอนุเคราะห์ให้ข้าด้วย”
ความเงียบเข้ามาครอบงำเช่นเคย เหยียนซานเดินตรงไปที่ต้นไผ่พันปีเขาจะตัดไม้ไผ่ได้อย่างไร ฉับพลันเขานึกถึงพลองอัสนีที่ท่านปู่ให้มา เขาเรียกพลองมาอยู่ในมือแล้วสั่งให้พลองจัดการกับไผ่พันปี ทันทีที่พลองฟาดไปบนต้นไผ่ ก็เกิดเสียงกัมปนาทดังกึกก้อง
“เ้าเป็ใครบังอาจมาขโมยไผ่พันปีของข้า”เบื้องหน้าเหยียนซานเห็นผู้เฒ่าถือไม้เท้ากำลังเดินมาหาเขาด้วยความโกรธ
ผู้เฒ่าชี้ไม้เท้ามาที่เหยียนซานลำแสงประหลาดพุ่งออกมากระแทกหน้าอกเขาอย่างจัง โดยไม่ทันตั้งตัว
เหยียนซานกระเด็นลอยออกไปกระแทกกับโขดหินขนาดใหญ่ บทเรียนของคนขี้ขโมยเ้าจงจำไว้