บทที่ 4 พยายามดิ้นรนอย่างไรก็ไม่สามารถทำอะไรได้
ในตอนนี้ฉินหยวนได้แต่หัวเราะในใจอย่างเ็า ท่านพ่อของนางคงเห็นเพียงว่าบุตรสาวผู้นี้ของเขาช่างเต็มไปด้วยข้อบกพร่อง ถึงแม้ภายหลังนางจะสามารถพูดได้แล้ว แต่เขาก็หาได้แสดงความยินดีกับนางไม่?!
ท่านพ่อสนใจเพียงแค่ว่าบุตรสาวของเขาจะขายได้ในราคาเท่าใดเท่านั้น เขาเป็เพียงผู้นี้สืบเชื้อสายมาจากตระกูลที่เคยรุ่งเรืองแต่บัดนี้กลับตกต่ำลง เพราะเอาแต่เที่ยวเตร่ไปตามหอนางโลมเป็ประจำ วัน ๆ หนึ่งหมกมุ่นอยู่แต่กับเื่กามารมณ์ น่าแปลกใจนักที่บุรุษเช่นนี้ ผู้คนยังเห็นว่าดีอยู่อีก
“นายท่าน!!” สาวใช้ในห้องเห็นเขาเข้ามาก็รีบโค้งคำนับทันที
ถ้าไม่ใช่เพราะการแสดงของเขาเมื่อครู่ คนนอกเห็นเข้าอาจจะคิดจริง ๆ ว่าเขายังเป็ห่วงฉินหยวนอยู่บ้าง ทว่าฉินหยวนนั้นรู้ดีว่าท่านพ่อของนางไม่เคยสนใจไยดีสิ่งเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย เขาคงแค่กำลังดีใจที่จะได้ใช้เื่นี้กำจัดสาวใช้และแม่นมหลินที่เป็คนของท่านแม่ได้หมดในคราเดียว ช่างเป็เื่ที่ดีอะไรเช่นนี้!
“นายท่าน ตอนนี้แม่นมหลินอยู่ที่เรือนของอนุหลี่…” คำพูดของชิงเหอยังไม่ทันจบดีก็ถูกฉินจงเจิ้งตบหน้าไปฉาดใหญ่ ชิงเหอไม่ทันตั้งตัวจึงยืนไม่มั่นคงนัก ศีรษะของนางกระแทกเข้ากับขอบประตูอย่างแรง เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็มีเืไหลอาบเต็มใบหน้าแล้ว
ฉินหยวนที่นอนอยู่บนเตียงคิดในใจว่า ไม่ใช่เพราะเื่ที่เกิดขึ้นภายหลังเขาถึงได้เปลี่ยนไป แต่แท้จริงแล้วเขาเป็เช่นนี้มาตลอด ดังนั้นท่านแม่จึงแค่อยากมีชีวิตรอดเท่านั้นเอง
“ท่านพ่อ ท่านกำลังทำอะไรอยู่หรือ?” ฉินหยวนลืมตาขึ้นมาอย่างสั่นเทา มองไปที่ฉินจงเจิ้งแล้วเอ่ยถามอย่างอ่อนแรง
ฉินจงเจิ้งเห็นนางลืมตา แต่ใบหน้ากลับซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัด เขาะโเสียงดัง “แค่ลงโทษสาวใช้เท่านั้น ตอนนี้เ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง? ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ข้าจะขอตัวไปก่อน”
ฉินจงเจิ้งเหมือนไม่อยากอยู่ที่นี่เลยแม้แต่น้อย เพราะที่เรือนแห่งนี้มีแต่คนของท่านแม่ทั้งนั้น และเขามักจะรู้สึกว่าตระกูลฉินที่มีอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะพึ่งพาท่านแม่ เขาจะรู้สึกเสมอว่าท่านแม่และคนเรือนนี้ต่างมองเขาด้วยสายตาดูแคลน
“ข้าไม่รู้ เพียงแต่รู้สึกว่าไร้ซึ่งเรี่ยวแรง และข้าก็ปวดหัวมาก ท่านพ่อ ท่านแม่จะกลับมาเมื่อไหร่เ้าคะ?! ชิงเหอเ้าไปเรียกแม่นมหลินมาที่นี่เร็ว! …ท่านพ่อไม่ได้มาเยี่ยมลูกนานแล้ว ลูกคิดถึงท่านมาก” ฉินหยวนยิ้มอย่างอ่อนแรง เสียงค่อย ๆ แหบแห้งลง
ในตอนนี้ท่านหมอก็เอ่ยขึ้นมาทันที “เนื่องจากคุณหนูตกน้ำนานเกินไป ถ้าไม่รักษาให้ดี เกรงว่าภายหลังจะทิ้งโรคเรื้อรังไว้ ข้าได้จัดยาให้ไว้แล้ว หวังว่าจะต้มยาตามตำรับให้ดี” ท่านหมอวางใบสั่งยาลงบนมือของฉินจงเจิ้ง ฉินจงเจิ้งกวาดตามองเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างไม่ใส่ใจมากนัก
แม้ว่าในห้องจะมีเพียงท่านหมอผู้นี้ แต่ฉินจงเจิ้งก็ยังต้องรักษาหน้าต่อหน้าผู้อื่น
ดังนั้นน้ำเสียงของเขาจึงอ่อนลงมากและใบหน้าก็แสดงออกถึงความเป็พ่อที่มีเมตตา “ที่แท้ก็เป็เช่นนี้ ต้องขอบคุณท่านหมอจริง ๆ หยวนเอ๋อร์ ในเมื่อท่านหมอเอายาให้เ้าแล้ว เ้าก็ต้องฟังคำสั่งของท่านหมอให้ดี กินยาให้หมดแล้วอาการป่วยก็จะดีขึ้น เ้ายังเด็กนัก… สถานที่ริมน้ำเช่นนี้ควรไปให้น้อยลง สตรีควรเรียบร้อยอ่อนหวานจึงจะเป็ที่ชื่นชอบของผู้คน ข้าก็ชอบที่เ้าจะเป็คนสุภาพเรียบร้อย”
ฉินหยวนรู้ดีถึงนิสัยของฉินจงเจิ้ง ดังนั้นนางจึงเข้าใจความหมายของคำพูดเหล่านี้ แต่ตอนนี้นางไม่สามารถลุกขึ้นได้ จึงได้แต่พูดตามความ้าของฉินจงเจิ้ง
“ท่านพ่อกล่าวถูกต้องแล้ว ลูกเล่นสนุกมากเกินไป… ชิงเหอเหตุใดเ้ายังยืนงงอยู่อีก ไปเรียกแม่นมหลินมาได้แล้ว!”
ฉินจงเจิ้งก็ไม่อยากอยู่ที่นี่นานนัก ดังนั้นหลังจากพูดจบ ก็กำชับอีกสองสามประโยคแล้วก็จากไป
ฉินหยวนลอบส่งสายตาให้ชิงเหอลับหลัง แม้ว่าชิงเหอจะเจ็บแผลที่ศีรษะมาก แต่นางก็ยังคงกุมเอาไว้แล้วเดินไปยังเรือนหยก
ในตอนนี้แม่นมหลินที่อยู่ในเรือนหยกก็ไม่ได้ลำบากมากนัก บางทีอาจเป็เพราะอาศัยตำแหน่งแม่นมของฮูหยิน ดังนั้นอนุหลี่จึงไม่โง่พอที่จะฆ่านางจริง ๆ
“เ้าบอกว่าคุณหนูฟื้นแล้วหรือ?” แม่นมหลินร้องขึ้นด้วยความดีใจเมื่อได้ยินชิงเหอพูดขณะเดินออกมาจากเรือนหยก “โอ้! ์ ขอบคุณ เมื่อคุณหนูหายดีแล้ว พวกเราต้องไปไหว้พระที่วัดเพื่อขจัดสิ่งอัปมงคลเสียแล้ว… ชิงเหอลำบากเ้าแล้ว เ้าไม่ต้องตามมา รีบให้ท่านหมอตรวจดูเถิด ถ้าเกิดเป็แผลเป็ขึ้นมาจะแย่เอา”
หลังจากพูดจบ แม่นมหลินก็ถอนหายใจ นางไม่เห็นด้วยกับการกระทำของนายท่านฉิน แต่ถึงไม่เห็นด้วยแล้วจะทำอย่างไรได้!
เพราะเขาคือนายท่านของจวนตระกูลฉินแห่งนี้
ชิงเหอตอบรับด้วยเสียงแ่เบา พยายามจะยิ้มออกมาแต่ต้องสะดุ้งเพราะเจ็บแผล เมื่อครู่นี้ นางคิดจริง ๆ ว่าตัวเองคงจะถูกท่านนายฆ่าตายแล้ว ตอนที่หัวกระแทกพื้นนางถึงรู้สึกว่าเืตัวเองกำลังไหลออกมาช้า ๆ
เมื่ออนุหลี่เห็นฉินจงเจิ้งไปที่เรือนของฉินหยวน นางโกรธจนเขวี้ยงถ้วยชามบนโต๊ะลงพื้นกระจัดกระจาย หน้าอกของนางกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความโกธรที่ไม่อาจกลั้นเอาไว้ได้ ฉินอิงเห็นท่านแม่ของนางโกรธมาก ก็พลอยด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบต่าง ๆ นานา
“ท่านแม่ เมื่อครู่เราควรจับตัวท่านหมอไว้ ข้าบอกแล้วว่านางโชคดี น้ำลึกขนาดนี้ยังไม่จมน้ำตายอีก นางบ้านี่! ช่างดวงแข็งเสียจริง”
อนุหลี่ตบลงบนโต๊ะอย่างแรง ก่อนจะสั่งกับสาวใช้ที่อยู่ในห้องว่า “เก็บกวาดข้าวของบนพื้นให้เรียบร้อย แล้วไปเรียนนายท่านว่าข้าเจ็บหน้าอก ฉินอิงเ้ากลับไปที่ห้องก่อนเถิด นางเด็กนั้นยังไม่ถึงคลาด… แต่ตราบใดที่ท่านพ่อของเ้าเบื่อฮูหยินก็เพียงพอแล้ว เพราะต่อให้นางพยายามดิ้นรนอย่างไรก็ไม่สามารถทำอะไรได้”
เมื่อฉินอิงได้ยินเช่นนี้นางก็รู้สึกว่าคำพูดของท่านแม่มีเหตุผลมาก ตอนนี้ฮูหยินยังอยู่ที่วัดจะมีเื่อะไรเกิดขึ้นได้เล่า!
ถึงแม้ว่าในใจของอนุหลี่จะยังรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง แต่นางก็พูดออกมาเช่นนั้น
ไม่นานนักก็มีคนมาที่เรือนบัวหยกเพื่อเรียนนายท่านฉิน เขาทิ้งนางผู้เป็บุตรสาวแท้ ๆ เพื่อไปหาอนุหลี่ในทันที เหตุการณ์นี้เป็ไปตามที่ฉินหยวนคาดไว้อยู่แล้ว นางจึงไม่แปลกใจมากนัก และฉินหยวนก็ไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะอยู่ที่นี่เพื่อถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของนางผู้เป็บุตรสาวอย่างจริงใจ
แม่นมหลินที่เพิ่งมาถึงที่เรือน เห็นฉินจงเจิ้งกำลังเดินตรงไปที่เรือนหยกโดยไม่หันกลับมา ความรู้สึกขุ่นเคืองในใจของนางนั้นไม่รู้จะพูดอย่างไรดี ยิ่งมองใบหน้าอันซีดเซียวของคุณหนูแล้วนางก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดในใจ…
“คุณหนูท่านฟื้นแล้ว ช่างดีจริง ๆ ท่านไม่รู้หรอกว่าเมื่อครู่นี้ทำเอาข้าใแทบแย่” แม่นมหลินหยิบเก้าอี้ตัวเล็กมานั่งข้างเตียง จับมือของฉินหยวนแล้วพูดพึมพำอยู่ตลอด
แม่นมหลินไม่ได้เอ่ยถึงนายท่านฉิน เพราะพูดไปก็มีแต่จะทำให้คนฟังอึดอัดใจเสียเปล่า อีกทั้งคุณหนูก็ไม่เคยได้รับความรักจากนายท่านฉินเลยั้แ่เกิด แม้คุณหนูจะเกิดเป็บุตรสาวคนแรกก็ตาม ถ้าเป็ตระกูลอื่นคงจะจัดงานเลี้ยงใหญ่โต ทว่าตระกูลฉินกลับจัดการแบบขอไปที… เมื่อเป็เช่นนี้แล้วคงพูดได้เพียงแค่ว่า ไม่มีผู้ใดใจร้ายเท่านี้มาก่อน
ฉินหยวนมองแม่นมหลินอย่างพินิจราวกับเกรงว่าจะหายวับไปต่อหน้าต่อตา
ในยามนี้แม่นมหลินดูอ่อนเยาว์กว่าในความทรงจำของนางมาก ฉินหยวนไม่แน่ใจว่าเป็เพราะความทรงจำของนางผิดเพี้ยน หรือเป็เพราะนางเผลอเอาสภาพจิตใจของตัวเองไปผสมเข้ากับความทรงจำนั้น
“ท่านหมอช่วยรักษาให้ชิงเหอด้วยเถิด! โปรดจ่ายยาดี ๆ ให้แก่นางด้วย อย่าให้เกิดแผลเป็บนศีรษะของนางเด็ดขาด”
ท่านหมอได้ยินคำพูดของนางก็พยักหน้า ชิงเหอจึงเดินตามท่านหมอออกจากห้องไป
เหตุผลที่ฉินหยวนให้ชิงเหอไปตามฉินจงเจิ้งมา ก็เพราะ้าให้แม่นมหลินออกมาจากเรือนหยกแห่งนั้น หากฉินจงเจิ้งเห็นแม่นมหลินอยู่ในสภาพเช่นนี้คงจะรู้สึกสะใจไม่น้อย
ฉินหยวนไม่ได้สนใจฉินจงเจิ้งเลยแม้แต่น้อย แต่นางไม่อาจปล่อยให้แม่นมหลินต้องทุกข์ทรมานอีกต่อไป ในชาติก่อนก็เพราะฉินหยวนขัดแย้งกับอนุหลี่ ฉินจงเจิ้งโกรธมากจึงลงโทษแม่นมหลิน