ไป๋ฉีกวาดจิตสัมผัสของตัวเองออกไป ไม่นานนักเขาก็พบตำแหน่งของจินหยางที่อยู่ไม่ไกลนัก ชายหนุ่มรีบมุ่งหน้าตรงไปยังสถานที่แห่งนั้นโดยไม่คิดรอช้า เพราะตอนนี้ดูเหมือนว่าจินหยางกำลังเจอปัญหาอะไรบางอย่าง
เมื่อมาถึงสิ่งที่เขาเห็นคือภาพสหายของตัวเองที่กำลังปะทะกับนักสู้ระดับนักรบแห่งดวงดาวหนึ่งคน แถงยังเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด
"เห้อ เจ้านั่นไปมีเรื่องกับใครเข้าอีกล่ะเนี้ย" ไป๋ฉีถอนหายใจ ชุดเกราะส่วนหัวถูกสวมใส่และบินทะยานไปยังจุดปะทะในทันที พร้อมกับมีดบินสีขาวยี่สิบเล่มที่พุ่งเข้าใส่นักสู้ปริศนา
"ฟิ้ว!ๆๆๆ"
"หืม ใครกัน" เสียงอันทรงสเน่ห์ดังขึ้นมาจากร่างในชุดเกราะนั้น มือทั้งสองข้างกระชับดาบที่โค้งประดุจจันทร์เสี้ยวสองเล่มและฟาดฟันมีดบินของไป๋ฉีออกไป
"ไง สภาพดูไม่ได้เลยนี่"ไป๋ฉีปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าของสหายที่ตอนนี้นอนกองอยู่กับพื้นพร้อมกับกล่าวหยอกล้ออย่างขบขัน
เมื่อได้ยินเสียงของไป๋ฉี ชุดเกราะส่วนหัวของจินหยางก็เปิดออกพร้อมกับตัวของเขาที่ตอนนี้หายใจหอบถี่กระชั้น "แห๊กๆ สหายขอบคุณมากที่มาช่วยข้าไว้ ไม่เช่นนั้นข้าเกรงว่าจะถูกผู้หญิงบ้าคนนั้นฆ่าตายเป็นแน่แท้"
"เหอะๆว่าแต่เจ้าไปมีปัญหาอะไรกับเธอล่ะ เธอถึงได้ไล่ฆ่าเจ้าเช่นนี้"ไป๋ฉีเบนสายตาไปมองยังนักสู้หญิงปริศนาในชุดเกราะสีดำแล้วกล่าวถามสหาย
แต่ทว่าทันใดนั้นเสียงของหญิงสาวก็ดังขึ้นมา "เรื่องนั้นข้าบอกเองก็ได้ สหายของเจ้าแอบเข้ามาในเขตของวังจันทราแถมยังคิดขโมยสมุนไพรในเขตของพวกเราอีกต่างหาก ในฐานะสมาชิกสภานักศึกษาข้าจึงต้องออกมาตามล่าเขา"
เมื่อได้ยินสิ่งที่เธอกล่าวไป๋ฉีถึงกับผงะไป วังจันทราเป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงพอๆกับสถาบันฟ้ากระจ่างเลยก็ว่าได้ และจะเลือกรับเพียงลูกศิษย์ที่มีพลังสายความมืดและน้ำแข็งเท่านั้น หากจะเรียกได้ว่าเป็นสถาบันเฉพาะทางก็ไม่ผิดนัก
"จินหยาง ที่เธอพูดเป็นเรื่องจริงหรือไม่"ไป๋ฉีหันไปถามสหายของตัวเองที่ตอนนี้ได้ลุกขึ้นมา
"อ่า....เป็นเรื่องจริง แต่ตอนนั้นข้าไม่รู้นี่ว่าบริเวณนั้นเป็นอาณาเขตของวังจันทรา แต่พอรู้ข้าก็รีบคืนสมุนไพรทุกอย่างให้กับนักศึกษาของฝ่ายนั่นและกล่าวขอโทษไปแล้ว แต่ผู้หญิงคนนี้กลับไม่ยอมเลิกลาไล่ฟันข้าอย่างเอาเป็นเอาตาย"
"นั่นเพราะเจ้าคิดหนีไม่ใช่หรือไงกัน ทั้งๆที่ข้าบอกให้เจ้ารอประธานนักเรียนมาสอบสวนก่อนแท้ๆ"หญิงงามกล่าวขัด
จินหยางหน้าบึ้ง "ก็ข้าบอกไปแล้วไง ว่าข้าไม่สะดวกที่จะพบกับประธานนักเรียนของเจ้า"
ทั้งสองต่อล้อต่อเถียงกัน ทว่าในตอนนั้นเองเสียงของหญิงสาวอีกคนก็พลันดังมาจากท่านด้านหลังของนักสู้สาว
"โห นี่เจ้าไม่อยากเจอพี่สาวของตัวเองอย่างนั้นหรือ ถ้าท่านแม่ห้ารู้ข้าเกรงว่าเจ้าจะถูกตีจนก้นลาย"
เมื่อได้ยินเสียงนี้จินหยางก็พลันถอยร่นไปไกล ผ่านไปไม่นานนักด้านหลังของนักสู้หญิงชุดเกราะสีดำก็ปรากฏร่างของหญิงสาวผมสีดำรูปร่างหน้าตางดงามยิ่งสวมใส่ชุดสีฟ้าลาดลายเกล็ดหิมะอันเป็นชุดเครื่องแบบของวังจันทรา
"ท่านประธาน"
นักสู้สาวก้มหน้าทำเคารพอย่างนอบน้อมให้แด่หญิงงามที่พึ่งปรากฏตัวขึ้นมา น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความเลื่อนใส
ไป๋ฉีที่ได้เห็นใบหน้าของเธอบวกกับอาการหวาดผวาของจินหยางก็ถึงกับผงะไป ดูเหมือนปัญหานี่จะกลายเป็นปัญหาครอบครัวเสียแล้ว และถ้าหากเป็นเช่นนั้นตัวเขาก็คงจะช่วยอะไรไม่ได้เช่นเดียวกัน
ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจถอยหลังออกห่างจากจินหยาง ทว่าดูเหมือนสหายคนนี้จะไม่ยอมให้เขาเอาตัวรอดได้ง่ายๆ
"สหาย จะ เจ้าคิดจะไปไหน เจ้าช่วยข้าออกไปจากที่นี่ด้วย ไม่เช่นนั้นข้าอาจจะตายได้เลยนะ"จินหยางพุ่งเข้ามาหลบหลังของไป๋ฉีพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูน่าเห็นใจ
"แต่นี่มันเรื่องภายในครอบครัวเจ้า ข้าจะเข้าไปแทรกแซงได้อย่างไร"ไป๋ฉีกล่าว เขารู้ว่าปัญหาตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องที่จินหยางเข้าไปในเขตของวังจันทราอีกต่อไป แต่มันเป็นปัญหาระหว่างพี่น้องมากกว่า
"ฮิฮิ น้องชาย พวกเจ้าเนี้ยไม่ว่าจะคนไหนๆก็กลัวข้าไปเสียหมด ทำแบบนี้พี่สาวเสียใจนะรู้ไหม"หญิงงามกล่าวหยอกเย้าพร้อมกับแสร้งทำท่าทางเสียใจ
"ทะ ท่านพี่จินอันหราน ปล่อยข้าไปเถอะขอรับ อย่าแกล้งอีกเลย"น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ้อนวอนของจินหยางดังขึ้น ทำให้ไป๋ฉีต้องหรี่ตามองด้วยความแปลกใจ หญิงสาวคนนี้แกล้งน้องชายแบบไหนกันถึงได้ทำให้คนที่มั่นใจในตัวเองอย่างจินหยางหวาดกลัวได้มากขนาดนี้
"เอ่อ......ในเมื่อเรื่องเป็นเช่นนี้ การเข้าเขตวังจันทราของจินหยางถือว่าได้รับความกระจ่างแล้วหรือยัง"ไป๋ฉีรวบรวมความกล้าแล้วเอ่ยปากถามเพื่อเป็นการตัดบทสนทนาของพี่น้องในทันที
"หืม.......เรื่องนั้นไม่มีอะไรแล้วล่ะ เพราะข้ารู้ดีว่า ถ้าเจ้าหนูหยางรู้ว่าบริเวณนั้นเป็นเขตของวังจันทราคงไม่มีทางที่เขาจะเข้าใกล้มันอย่างแน่นอน"จินอันหรานกล่าวอย่างขบขัน สายตาจับจ้องไปที่ไป๋ฉีที่อยู่ในชุดเกราะสีขาวด้วยความสนใจ
"อ่า ถ้าหากเป็นเช่นนั้นพวกเราคงต้องขอตัว เพราะพวกเราต้องรีบกลับไปที่สถาบัน"ไป๋ฉีกล่าวออกไปตามตรง
"โอ้ แล้วก็ไม่รีบบอกแต่แรก เจ้าหนูหยางวันนี้พี่สาวจะทักทายเพียงเท่านี้ก่อนก็แล้วกัน ถึงอย่างไรวังจันทรากับสถาบันฟ้ากระจ่างก็อยู่ใกล้กันเพียงเท่านี้ ในอนาคตเราพี่น้องคงได้เจอกันบ่อยๆเป็นแน่แท้"หญิงงามจินอันหรานกล่าว จินหยางที่ได้ยินก็ถึงกับตัวสั่นเทาราวกับเด็กน้อยที่กำลังโดนข่มขู่อย่างไรอย่างนั้น
ไป๋ฉีผสานมือโค้งตัวให้อีกฝ่ายเล็กน้อยและพาจินหยางบินทะยานออกไปจากจุดนี้โดยพลัน ส่วนทางจินอันหรานที่เห็นอาการของน้องชายก็พลันหัวเราะออกมา
"ท่านประธานเราปล่อยพวกเขาง่ายเกินไปหรือเปล่าเจ้าคะ"หลังจากที่ไป๋ฉีและจินหยางจากไปแล้ว นักสู้สาวเดินมาหาจินอันหรานแล้วกล่าวถามด้วยความสงสัย
จินอันหรานส่ายหน้า "ไม่เป็นไรๆ ส่วนสมุนไพรที่เจ้าน้องชายของข้าทำเสียหาย ข้าจะชดใช้ให้กับทางสถาบันเอง"
"เจ้าค่ะ"
หญิงงามที่ได้ยินก็เอ่ยปากตอบรับอย่างง่ายดาย ก่อนที่ร่างของพวกเธอทั้งสองคนจะหายไปจากบริเวณนั้น
ตัดกลับมาที่ไป๋ฉีหลังจากที่เขาช่วยจินหยางออกจากวิกฤติได้ก็รีบตรงไปยังสถาบันในทันทีโดยไม่คิดไถ่ถามอะไรจินหยางให้มากความ เพราะถึงอย่างไรมันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของจินหยางเขาจึงไม่คิดที่จะก้าวก่าย
"ขอบใจนะสหายที่ช่วยให้ข้าหลุดรอดจากเงื้อมมือท่านพี่มาได้"ขณะเดินทางจินหยางเอ่ยปากขอบคุณอย่างจริงใจ
"ไม่ต้องขอบคุณหรอก ข้ายังไม่ได้ทำอะไรด้วยซ้ำ พวกเรารีบกลับสถาบันกันเถอะ ตอนนี้ข้ารู้สึกเหนื่อยมากๆแล้วอยากจะพักผ่อนแล้ว"ไป๋ฉีกล่าว จินหยางก็พยักหน้าตอบรับ จากนั้นทั้งสองก็เดินทางกลับด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่พวกเขาจะทำได้