ถึงแม้ว่าหานรุ่ยจะทำกับข้าวไม่อร่อยเท่าจุนห่าวทว่าสามพี่น้องกลับกินข้าวกันอย่างมีความสุข สำหรับจุนห่าวนั้น เพราะอาหารมื้อนี้เป็นอาหารฝีมือคนรักอาหารมื้อนี้เลยเปี่ยมไปด้วยความรัก เขาคิดว่าอาหารฝีมือหานรุ่ยอร่อยมาก หรือพูดง่ายๆ ก็คืออร่อยเพราะคนทำ ส่วนสองพี่น้องจุนเช่อและจุนฟาน ก็กินข้าวอย่างมีความสุขเช่นกันเพราะพวกเขาไม่ได้กินข้าวร้อน ๆ แบบนี้มานานแล้ว หลายวันมานี้ พวกเขาได้แต่หลบซ่อนตัวจากศัตรูแค่ได้กินก็ถือว่าดีแล้ว บางครั้งถ้าไม่มีกิน พวกเขาก็ต้องอดมื้อนั้นไป สองพี่น้องที่อดมื้อกินมื้อมาหลายวันพอได้นั่งโต๊ะอาหารที่มีข้าวร้อน ๆ แบบนี้ จะไม่ดีใจได้อย่างไร? ยิ่งไปกว่านั้นกับข้าวมื้อนี้ล้วนเปี่ยมไปด้วยพลังวิญญาณพอได้กินแล้วสามารถช่วยเพิ่มพลังวิญญาณภายใน และยังทำให้ร่างกายรู้สึกสบายเป็นพิเศษอีกด้วย
มีเพียงแต่จุนหนานเท่านั้น ที่ไม่พึงพอใจกับอาหารมื้อนี้ เขาทำหน้ามุ่ยตลอดเวลากินไปบ่นพึมพำไปว่า “ท่านพ่อพูดแล้วไม่รักษาคำพูดอ่ะ ท่านพูดแล้วว่าจะทำของอร่อยให้ข้ากินแต่พอท่านลุงรองกับท่านลุงสามมา ก็ลืมลูกชายผู้น่าสงสารคนนี้ไปซะสนิท แถมไม่ทำของอร่อยให้ข้ากินอีกท่านพ่อได้ใหม่แล้วลืมเก่า ทำไมข้าถึงน่าสงสารเพียงนี้นะ”
นอกจากจุนตงแล้ว คนบนโต๊ะทั้งหมดคือผู้บำเพ็ญเพียรที่หูตาไว พวกเขาได้ยินคำบ่นพึมพำของจุนหนานชัดแจ๋วจุนฟานจึงถามขึ้นอย่างอดไม่ได้ว่า “จุนหนานข้าไม่ได้เรียกผิดใช่ไหม” พูดจบก็พลันหันไปมองจุนห่าวจุนห่าวตอบ “ไม่ผิดหรอก” เมื่อครู่ตอนที่จุนห่าวแนะนำพวกเขาให้พี่ๆ รู้จัก จุนฟานตั้งใจจำชื่อเด็กทั้งสองที่หน้าตาเหมือนกันอย่างกับแกะ จุนหนานจะเป็นคนร่าเริงสดใสส่วนจุนตงจะทำหน้าบึ้งบอกบุญไม่รับเท่าไหร่
“ใช่แล้ว ท่านลุงสามเรียกข้าทำไม” จุนหนานเงยหน้าขึ้นมาถาม“ท่านลุงสามกินอย่างกับไม่เคยกินข้าวมาก่อน ของที่ท่านแม่ทำอร่อยขนาดนั้นเลยหรือ”
“พ่อเจ้าทำอาหารอร่อยมากเลยหรือ? ถึงทำให้เจ้าโหยหาถึงเพียงนี้แถมยังถึงขั้นใช้สำนวน ‘ได้ใหม่ลืมเก่า” อีก ข้าว่าอาหารที่แม่เจ้าทำก็อร่อยอยู่นะ” จุนฟานเอ่ยถามเขาคิดว่าหานรุ่ยก็ทำอาหารอร่อยแล้ว อาหารที่หานรุ่ยทำเป็นอาหารที่ทำโดยวิธีของแผ่นดินชางหลานซึ่งวิธีนี้ง่ายมาก แต่เทียบไม่ได้กับจุนห่าว ผู้ที่มาจากเมืองที่ได้สมญานามว่า ‘เมืองแห่งความอร่อย’ แต่เพราะจุนฟานไม่เคยลิ้มรสมาก่อนจึงไม่รู้ถึงความแตกต่างระหว่างฝีมือของทั้งสอง
“นั่นก็เพราะท่านพ่อของข้าคือคนที่สวรรค์ลิขิตมาให้ทำอาหารอร่อยอย่างไรล่ะ”จุนหนานเงยหน้าขึ้น พลางกล่าวพร้อมเหยียดเอวน้อย ๆของเขาด้วยความภาคภูมิใจว่า “ในอนาคตข้าจะแต่งงานกับคนที่มีทักษะยอดเยี่ยมแบบท่านพ่อ”
“ท่านพ่อเจ้ามีทักษะอะไรที่ยอดเยี่ยมรึ?” จุนฟานเอ่ยขึ้นพลางมองจุนหนาน“ทำอาหารอร่อย...” จุนหนานกล่าวท่านพ่อทำอาหารอร่อยมาก ซึ่งจุนหนานภูมิใจเป็นที่สุด จุนหนานคิดว่านี่เป็นทักษะอันยอดเยี่ยมของจุนห่าว
“รีบกินเถอะ ขนาดตอนกินยังทำให้เจ้าเงียบไม่ได้เลย” หานรุ่ยพูดกับจุนหนานพลางตักอาหารไปด้วยเจ้าลูกคนนี้ไม่รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตนเลยสักนิด ก็จริงอยู่ที่จุนห่าวทำอาหารอร่อยทว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า อะไรที่ธรรมดา ๆ เป็นดีที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น จุนห่าวก็คงจะเสียใจมีข้อดีตั้งมากมาย แต่จุนหนานมาพูดแบบนี้ ราวกับว่าจุนห่าวมีดีแค่ทำอาหารอย่างนั้นแหละ
จุนเช่อเห็นครอบครัวของจุนห่าวมีความสุขดี ก็นึกอิจฉาอยู่ในใจ ในมุมมองของจุนเช่อแม้ว่าหานรุ่ยจะไม่ได้มีหน้าตาที่งดงาม แต่เขาก็เป็นคนดีและดีต่อจุนห่าวจุนเช่อก็อยากมีครอบครัวแบบนี้เช่นกัน ทว่าเมื่อนึกถึงสถานการณ์ของตัวเองในตอนนี้ใบหน้าอันเย็นชาของจุนเช่อก็พลันปรากฏออกมา จุนเช่อไม่อยากเป็นทุกข์เพราะคน ๆนั้นอีกแล้ว
หลังอาหารค่ำจุนตงและจุนหนานก็ออกไปเล่นกัน ส่วนจุนห่าว, หานรุ่ย, จุนเช่อและจุนฟาน ทั้ง 4 คนปรึกษาหารือกันในห้องโถงหลังมื้อค่ำจุนเช่อดื่มยาวิญญาณฟื้นฟูไปอีกครั้ง ณ เวลานี้อาการบาดเจ็บของเขาได้ถูกรักษาจนหายไปกว่าครึ่งแล้วการนั่งปรึกษาเรื่องต่าง ๆ จึงไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด