มู่เจิ้นเดินไปที่จางเฉินด้วยแววตาเย้ยหยัน“เจ้าทำตัวเป็นเด็กดี ออกไปจากสมาคมปรุงยาของข้า อย่ามัวทำตัวเกะกะเป็นขยะขวางทางทำให้เสียการค้าของสมาคม”
มู่เจิ้นหันฝ่ามือพุ่งพลังฝ่ามือออกมาตรงเข้าจู่โจมจางเฉินทันทีจางเฉินจึงเอาดาบออกจากแหวนมิติแล้วชี้หน้ามู่เจิ้น
“สมกับเป็นเด็กน้อยเจ้ายังต้องเรียนรู้อีกมาก เพียงหลอมรวมลมปราณขั่นหนึ่งสู้กับนักรบปราณระดับสองอย่างข้า มันเป็นไปไม่ได้”
“ฝ่ามือทลายภูพา”
บูม
จางเฉินใช้ปราณดาบเพื่อรับมือ แต่ช่องว่างนั้นกว้างใหญ่เกินไปจึงกระเด็นไปจนกระแทกกับกำแพงกระอักเลือดทันทีพร้อมกับจางต้าไห่ต้าไห้นั่นบาดเจ็บหนักมากคิดว่ากระดูกหัก จางเฉินค่อยๆลุกยืนขึ้นแล้วจ้องมองมู่เจิ้นด้วยเจตนาฆ่า
“ผู้พิทักษ์เร็วรีบจัดการจางเฉิน และจางต้าไห่ เอามันโยนออกไปพวกมันทำการต่อสู้ในสมาคมปรุงยาของเรา”
ในระยะแรกเริ่มก่อเกิดหลอมรวมลมปราณนั้นช่องว่างไม่ต่างกันมากแต่เมื่อถึงระดับนักรบปราณนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะต่อสู้ข้ามระดับ ทั้งมู่เจิ้นและผู้พิทักษ์อีก30 คน นั้นยอมไม่มีโอกาสต่อสู้กลับเลย
“จางเฉิน!”
สาวสวยชุดเขียวออกจากหลังร้านพร้อมกับหลิงเทียนรองประธาณสมาคมเนื่องจากการต่อสู้มีเสียงดังมาก และทั้งสองคนกำลังพูดคุยเกี่ยวกับสมาคมกันอยู่ไม่ไกล
“อาจารย์หลิงเทียนแม่นางเฉินเป่าเอ๋อ”
หลิงเทียนโกรธมากที่มีคนทำร้ายจางเฉินจนได้รับบาดเจ็บแผ่พลังกดดันไปทั่วทุกมุมของตึก
“พวกเจ้าทำไม”
“เด็กน้อยคนนี้มาขอพบหัวหน้าสมาคมโดยไม่ได้นัดหมาย ข้าเห็นเป็นเด็กก็เลยไม่สนใจเอาความมาก เพียงไล่มันออกไปแต่มันกลับต่อสู้กับข้า”
มู่เจิ้นตอบอย่างรวดเร็วเขาแน่ใจว่าที่หลิงเทียนโกรธเป็นเรื่องของการต่อสู้ในร้าน
“เจ้าทำร้ายเขาใช่ไหม”
หลินเทียนมองมู่เจิ้นด้วยความโมโห หลินเทียนรีบเดินไปที่จางเฉินและจางต้าไห่เพื่อดูอาการบาดเจ็บ
“เร็วเข้าผู้พิทักษ์มาพาทั้งสองคนเข้าไปพักด้านใน ข้าจะทำการรักษาพวกเขาเองจางเฉินเจ้าจะมาทำไมไม่บอก ข้าจะได้มารอรับเจ้า เราไม่ได้พูดคุยกันนานแล้ว ข้าคิดอยู่ว่าเมื่อไหร่เจ้าจะมาที่สมาคมอีก”
ทุกคนในร้านได้ยินที่หลินเทียนพูด นี่คือรองสมาคมปรุงยาหรือไม่ทำไมเขาดูนอบน้อมต่อเด็กคนนี้ นักปรุงยาระดับห้าแม้พระราชายังต้องโค้งคำนับนักปรุงยาระดับห้า พูดด้วยความเคารพต่อเด็กชายคนหนึ่งหรือโลกมันกลับหัวกลับหาง มู่เจิ้นหน้าตาตื่นด้วยความตกใจเขาไม่คิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้แต่เขามั่นใจตัวเองว่าเขาไม่ได้ผิดอะไรได้แต่ปล่อยให้หลินเทียนพาจางเฉินและจางต้าไห้เข้าไปหลังตึกสมาคม
จางเฉินเพียงพักสักครู่หนึ่งก็หายดีส่วนจางต้าไห้นั้นได้รับยาเม็ดรักษาระดับกลางคาดว่าจะหายดีในไม่ช้า
“จางเฉินครั้งนี้อยู่หลายวันหน่อยไหมพี่หลินจงเป่ากับข้า อยากพูดคุยมากมายกับเจ้า”
“ข้าเพียงมาสอบถามเรื่องที่ท่าน ยกเลิกทำการค้ากับตระกูลจาง ไม่ขายยาไม่รับซื้อสมุนไพรอีก”
“มีเรื่องเช่นนี้ฉินเป่าเอ๋อ”
“นั่นเป็นเรื่องที่ข้ากำลังจะรายงาน มู่เจิ้นทำเกินกว่าเหตุในครั้งนี้เราสมาคมปรุงยานั้นไม่เข้าร่วมการต่อสู้ในแต่ละตระกูล และการเมืองในอาณาจักรนั่นเป็นกฎของสมาคม”
“เอาละปลดมู่เจิ้นออกจากตำแหน่ง แล้วเจ้ารับหน้าที่แทนข้าจะประกาศเรื่องนี้ในวันพรุ่งนี้ ส่วนเรื่องตระกูลจางให้เจ้าเป็นผู้ประสานงานลดราคาเม็ดยาให้ตระกูลจาง 20% แล้วรับซื้อสมุนไพรตามปกติ”
“จางเฉินเจ้าเป็นยังไงบ้าง”หลินจงเป่าหลังจากได้รับข่าวก็มาหาจางเฉินทันที
จางเฉินนั้นยุ่งอยู่กับการตรวจสอบอาการจางต้าไห่ต้าไห่สีหน้าไม่ค่อยดีนัก หน้าดูขาวชีด เขาจึงประคองให้นั่ง แล้วเอาเข็มทะลวงลมปราณทั้ง54 จุดให้กับจางต้าไห่ประกอบไปกับเดินลมปราณเพื่อช่วยผลักดันยาให้ไหลไปตามเส้นลมปราณไม่นานหน้าของจางต้าไห่ก็กลับมาเป็นสีแดงเหมือนเดิม
“คารวะอาจารย์หลินจงเป่าข้าสบายดีเพียงเกิดปัญหาเล็กน้อย”
“ข้ามีชาวิญญาณที่เพิ่งได้มาใหม่มานั่งดื่มชาคุยกัน”
“จากเหตุการณ์ที่ฟังมา จริงๆมันมีปัญหาต่อสมาคมปรุงยาร่วมด้วย ตระกูลมู่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยาและสมุนไพรเหมือนกับสมาคมปรุงยา ซึ่งกินส่วนแบ่งตลาดไปกว่าครึ่ง สำหรับสมาคมนั้นเพียงส่วนหนึ่งถ้านับรวมกับตระกูลเล็กๆ อื่นๆ ก็ยังไม่เท่าสกุลมู่ จริงๆมีการลดราคาเพื่อกดดันสกุลจางซึ่งส่งผลต่อยอดขายสมาคมด้วยเช่นกัน”
“ตระกูลมู่นับได้ว่ามีนักปรุงยาจำนวนมากที่สุดสมาคมเพียงมียาพิเศษที่ไม่สามารถหาซื้อได้ทั่วไปบางอย่างข้าได้ยินว่าตระกูลเจียงเองก็กดดันธุรกิจเกี่ยวกับร้านอาหารและโรงแรมของตระกูลหนิงด้วย”
“ตระกูลหนิง”จางเฉินตกใจเมื่อได้ยินข่าวเพื่อนของเขาต้องลำบากเพราะตัวเขาเอง แล้วลำบากไปถึงครอบครัวด้วย
“ตระกูลมู่และตระกูลเจียงนับได้ว่ามีพื้นฐานทางครอบครัวเหนียวแน่นมาก กำลังคน ทรัพยากร เงิน การบริหารจัดการต่างๆตระกูลจางและตระกูลหนิงนั้นต้องเดือดร้อนจริงๆ”
“ทรัพยากร?”
“ตระกูลมู่มีน้ำพุเซียนด้วยทั้งอาณาจักรมีเพียงสองแห่งหนึ่งคือของราชวงศ์ และอีกหนึ่งคือของตระกูลมู่”
“ท่านพอจะทราบที่อยู่ของน้ำพุเซียนตระกูลมู่หรือไม่”
หลินจงเป่าเอาแผนที่อาณาจักรมาชี้สถานที่ให้จางเฉินดูจากนั้นทั้งสามคนก็พูดคุยเกี่ยวกับตระกูลมู่และตระกูลเจียงในประเด็นต่างๆจางเฉินจึงมีความเข้าใจในเรื่องราวในเมืองเซียงซีมากขึ้น
“เอาละเราจะเริ่มโจมตีการเงินตระกูลมู่ก่อน”จางเฉินนำกระดาษกับปากกามาเขียนเอกสารสามชุดแล้วมอบให้กับหลินจงเป่า
“นี่คือ”
“สูตรยายาในตลาดที่เป็นที่นิยมคือ ยารวบรวมลมปราณ ยาฟื้นฟูลมปราณ ยารักษาร่างกายทั้งสามสูตรเป็นยาใหม่ซึ่งมีคุณภาพต่างจากเดิมสองเท่าและข้าได้ปรับปรุงให้ผลิตได้เร็วขึ้นจากเดิมต้องใช้เวลาหลายชั่วยามแต่ด้วยวิธีใหม่จะเพียงครึ่งชั่วยาม พรุ่งนี้พวกท่านจัดคนเรียนรู้ข้าแนะนำว่าอย่าให้คนรู้มาก แค่เพียงคนสนิทหรือคนที่ไว้ใจได้”
หลินจงเป่ามือสั่นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงสูตรยา แล้วยังมีคุณภาพที่สูงขึ้นสองเท่าเวลาก็ลดลง ยาทั้งสามนี่คือยาที่ทุกคนต้องใช้กันทุกวันถ้าข่าวแพร่หลายออกไปทั้งอาณาจักรคงจะวิ่งมาที่สมาคมเภสัชกร แม้คนทั้งทวีปยังต้องตามหา สกุลมู่ย่อมหมดสิทธิทางการค้ายา
“ท่านช่วยขายเฉพาะร้านของสมาคมและร้านสกุลจางได้หรือไม่”
“ได้กำไรที่ได้จากยาทั้งสาม ข้าจะแบ่งให้เจ้าครึ่งหนึ่ง”
“นั่นเยอะไป” จางเฉินปฏิเสธ
“งั้นข้าจะให้ส่วนลดเพิ่มเติมสำหรับสกุลจางเพื่อนำไปขาย แต่ถ้าเจ้าอยากได้อะไรก็บอกพวกข้า”
“นั่นย่อมมีข้าต้องการเมล็ดสมุนไพร และเมล็ดพืชผัก ผลไม้ เท่าที่จะหาได้ แล้วก็สมุนไพรตามเอกสารนี้”
“ได้ ข้าจะให้คนจัดการ”หลินเทียนดูเอกสารลายมือจางเฉินแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย ส่วนใหญ่เป็นสมุนไพรระดับสี่ห้า ซึ่งค่อนข้างหายาก
จางเฉินตัดสินใจพักที่สมาคมเภสัชกรก่อนเพราะจางต้าไห่นั้นยังไม่หายดี ตั้งใจว่าพอถึงกลางดึกแล้วจากเฉินก็แอบออกจากสมาคมเภสัชกร
“พี่โสมไปปล้นน้ำพุเซียนกัน”